เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่สามสิบ Metamagic

    ตอนที่สามสิบ Metamagic

    การต่อสู้จบเร็วกว่าที่คิดก็เพราอย่างนั้นล่ะไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไรก็ตามแต่ พวกเราไม่ได้หวังจะฆ่ากันจริงๆถึงแม้ว่าการกระทำของพวกผู้เฒ่าในแนวโชวเน็นจะแยกความแตกต่างไม่ค่อยได้ระหว่างการพยายามฆ่ากับการฝึกฝนก็ตาม

    แต่มันก็มีความแตกต่างของมันอยู่คืออย่างที่เห็นชัดสุดคือคุณยายฮานะไม่ได้หวังสละชีวิตของเธอใช้ท่าไม้ตายที่เก็บซ่อนไว้ของตนเองเพื่อหยุดผมเอาไว้นั่นเอง

    การปะทะกันคุณยายฮานะแม้เพียงช่วงสั้นๆก็ทำให้ผมรู้ตัวว่ามันมีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับในเกมส์

    ทำให้ผมคิดสกิลที่ไม่มีในเกมส์ขึ้นมาจากแนวคิดหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ

    “เจ้าน่ะตายไปแล้ว”

    ที่คนที่ไม่รู้ตัวโดนท่าไม้ตายไปว่าตายไปแล้วหรือไม่รู้ตัวว่าโดนโจมตี

    ผมเรียกมันว่าsubtlemagic การซ่อนเร้นเวทย์ที่มาจากเกมส์กระดาน dungeon anddragon นั่นเอง

    Metamagicคือเวทย์ที่เกี่ยวกับตัวเวทย์นั้นเอง เมต้า  การกล่าวอ้างถึงตัวเองตามชื่อของมัน

    คือการควบคุมพลังเวทย์นั้นให้ได้ผลตามที่เราต้องการไม่ว่าจะ

    Subtleปิดซ่อน

    Delayให้แสดงผลช้า

    Extendยืดระยะเวลาการแสดงผล

    Overloadเพิ่มพลังเกินกว่าขีดจำกัด

    คือสิ่งที่มีในเกมส์ดันเจี้ยนแอนดราก้อนนั่นเอง

    และผมก็เอาแนวคิดนั้นมาใช้กับโลกนี้ในตอนที่สู้กับคุณยายฮานะ

    แม้เห็นว่าผมชกไปป์ของคุณยายจนพังและไม่ได้โจมตีต่อแต่ความจริงแล้วนั้น

    DelayMagic I ทำให้เวทย์แสดงผลช้าลงระยะหนึ่ง

    ที่ผมได้คิดขึ้นมาในการต่อสู้กับคุณยายฮานะหากคุณยายฮานะบุกเข้ามา ผมก็จะส่งพลังที่เหลือโจมตีสวนกลับไปได้

    เป็นการไม่ใช้พลังไปอย่างสูญเปล่าและเป็นกลยุทธล่อหลอกได้อีกยุทธวิธีหนึ่งด้วย

    หากเราสามารถใช้metamagicได้จนเชี่ยวชาญในเกมส์ดันเจี้ยนแอนดราก้อนก็เรียกว่าเราจะสามารถวางแผนการล่วงหน้าได้อย่างแบทแมนเลยว่าจะเตรียมคาถามาก่อนล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับสถานการณ์อะไรได้บ้างนั่นเอง

    “ฟู่..เด็กนิสัยไม่ดีจริงๆทำลายไปป์ได้”

    ผมล้วงไปในมือถือและเลือกของขวัญออกมาเป็นไปป์คุณภาพดีที่ได้มาจากหัวโมฮอว์ก

    “ฮืมเวทย์เก็บของงั้นหรือ น่าสนใจดีจริง”

    คุณยายฮานะกล่าวเมื่อเห็นผมกดมือถือและมีสิ่งของอย่างไปป์ออกมาในโลกความจริง

    เวทย์เก็บของ?

    ก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ

    หากไม่มองว่าคือระบบเกมส์

    ระบบเกมส์แห่งราชาก็อาจจะอธิบายได้ว่าคือวงเวทย์ขนาดใหญ่ที่กำเนิดมาจากทั้งโลกโดยมีเงื่อนไขให้คนทำสัญญาสามารถใช้พลังของระบบเกมส์ได้ล่ะมั้ง?

    นั่นทำให้ผมพยายามทำความเข้าใจกับเวทย์มากกว่าเดิม

    ต่อให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเกมส์ราชาได้ในอนาคตก็ยังสามารถใช้เวทย์ได้อยู่ผมถึงมาหาคนที่ค่อนข้างจะมีความรู้ดีในเรื่องนี้แม้จะไม่มีพลังจากระบบเกมส์แห่งราชาอย่างคุณยายฮานะนั่นเอง

    คุณยายฮานะสูบไปป์ที่ทำจากไม้อันใหม่จากกล่องไอเท็มของผมอย่างสบายใจ

    อันที่จริงตามบทสรุปของเกมส์การเอาไอเท็มเช่นไปป์หรือดอกไม้มาให้ก็คือการทำให้คนอื่นชอบเราได้ล่ะนะและจะสามารถเข้าถึงบริการต่างๆได้มากกว่าปรกติและให้ของขวัญหรือทำภารกิจจนค่าความสัมพันธ์สูงมากพอนั่นเอง

    แต่ผมคิดว่าโลกความเป็นจริงมันคงต้องมีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้นล่ะมั้ง?

    “บอกมาสิพ่อหนุ่มทำไมคนที่แข็งแกร่งอย่างเธอ ถึงจะเลือกมาเป็นศิษย์ของชั้นอีกล่ะ?”

    คุณยายฮานะยื่นไปป์และใช้ไฟเวทย์มนต์จุดยาสูบอีกครั้ง

    “ก็อย่างที่กล่าวไปตอนแรกล่ะครับคุณยายฮานะ ผมไม่คิดว่าผมคนเดียวจะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นไหวน่ะครับ”ผมกล่าวไปตามความเป็นจริง

    “ผมไม่มีประสบการณ์การแก้ปัญหาเรื่องละเอียดอ่อน ต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะของผู้เชี่ยวชาญ”

    ฟู่

    คุณยายฮานะสูดควันเข้าไปลึกๆและพ่นควันออกมาราวกับจะถอนหายใจกับปัญหาที่ผมเอามาให้ขบคิด

    “ต่อให้ผมรู้ว่ามันมีการฉีกขาดของมิติที่ไหนแต่การจะทำให้มิติเป็นเหมือนเดิมได้ ผมขาดความรู้ด้านนั้นไปครับ”

    ในเกมส์มันให้เรากำจัดบอสแล้วมิติจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม..แต่ผมไม่แน่ใจว่าในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นอย่างนั้นไหมเพราระบบเกมส์ก็บรรยายว่า “มิติที่ทับซ้อนได้ให้กำเนิดดันเจี้ยนมิติลับขึ้นมาจำนวนมาก”

    นั่นก็คือ

    “เนื้อเรื่องNarrative”  กับ “ระบบของเกมส์ mechanic” หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Fluff กับ Crunch มันอาจจะเป็นไปคนละอย่างกันนั่นเอง

    ซึ่งผมไม่ได้ปักใจไปทางใดทางหนึ่งทางที่ดีก็ต้องถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการพิสูจน์ข้อมูลที่รู้มากก่อนนั่นเอง

    “และข้อมูลที่ผมรู้มาอาจจะผิดพลาดก็ได้ผมจึงต้องมาหาคนที่มีความรู้เรื่องนี้ดีที่สุดมากกว่าผมก่อนน่ะครับ”

    หรือผมยกหน้าที่การคิดวิธีแก้ไขปัญหาให้กับคนแก่ในแนวโชวเน็นนั่นเอง