บทนำ ข่าวฉาว
พรึ๊บ พรึ๊บ!! (เสียงชัตเตอร์สลับเสียงแฟลชดังระรัว)
“คุณเฟยคะ ข่าววงในลือว่าคุณกำลังคบหากับประธานบริษัทอีเอ็นกรุ๊ป ยังมีหลายคนรอฟังเื่นี้จากปากคุณอยู่นะคะ”
นักข่าวไม่ต่ำกว่าสิบชีวิตกำลังรุมชี้ไมค์จ่อปากผู้หญิงสวย ดีกรีดาราสาวดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุดในวงการ เธอมีชื่อว่าเฟยชิงหลี ซึ่งกำลังตกเป็ที่จับตามองของพวกนักข่าวขาเมาท์ ส่วนเื่ฉาวที่ว่า…ก็คงหนีไม่พ้นเื่ชู้สาวอะไรทำนองนั้น
“ถ้าฉันคบหากับประทานอีเอ็นกรุ๊ปจริง งั้นก็เท่ากับว่าฉันเป็ชู้ของเขาสิคะ พวกคุณเล่นข่าวอะไร ก็ควรใช้จรรยาบรรณและช่วยมีจิตสำนึกด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องให้หมด!”
ดาราสาวที่ถูกกล่าวหา หันไปเหวี่ยงวีนโดยไม่สนใจว่ากำลังถูกจับภาพ
เธอเหลืออดกับเื่พวกนี้แล้วจริง ๆ รำคาญจนหัวแทบะเิ เธอรู้ดีว่าเมื่อได้ก้าวขึ้นมาอยู่จุดนี้ จะต้องเข้าใจเื่ซุบซิบนินทา แต่ให้ตายเถอะ! กับเื่เป็ชู้ชาวบ้าน เธอมองข้ามไม่ไหว ก็ตอนเด็กพ่อแม่หย่ากันเพราะพ่อมีชู้ แม่ฆ่าตัวตายเพราะทำใจไม่ได้ งั้นก็ไม่แปลกที่เฟยชิงหลีจะรับไม่ได้ที่ถูกกล่าวหา
“ต้องมีคนจงใจปล่อยข่าวมั่วออกมากลั่นแกล้งคุณเฟยแน่ ๆ ครับ”
บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทของเฟยชิงหลี รีบกันท่าพวกนักข่าวโขยงใหญ่ให้ออกนอกพื้นที่ ก่อนจะรีบวิ่งตามมา แล้วออกความเห็นกับคุณเ้านายคนสวย
เธอสับเท้ารัวเร็วไม่สนหน้าใครทั้งนั้น ใบหน้าเรียวรีปนกับโคนคิ้วโก่งสูง เสริมส่งกับริมฝีปากสีแดงสด ก็พอจะเดาได้ไม่ยาก....ว่าเฟยชิงหลีเป็คนจัดจ้าน ไม่ยอมใคร แม้แต่บทในละครที่เธอได้รับบทบาทดีเด่น ล้วนแต่เป็บทนางร้ายทั้งนั้น เพราะเติบโตมาด้วยสองมือ และเติบโตเพียงลำพัง โลกใบนี้เลยเคี่ยวกร่ำให้เธอเป็สตรีพันแกร่ง
เฟยชิงหลีถือคติที่ว่า ดีก็ถูกเอาเปรียบ อ่อนแอก็ถูกรังแก มีแค่ความร้ายกาจเท่านั้นที่ชนะทุกสิ่ง
ทว่าความร้ายกาจที่เธอหมายถึง ไม่ใช่ร้ายกาจอย่างไร้หัวคิด และต้องเหยียบหัวคนอื่น แต่ความร้ายกาจที่เฟยชิงหลีหมายถึง คือการรู้จักใช้ชีวิต รู้จักรักตัวเอง รู้จักปกป้องตัวเอง แข็งข้อให้เป็ ยอมให้ถูกจังหวะ อ่อนแอให้มีชั้นเชิง แบบนั้นแหละถึงจะอยู่รอดในสังคมได้อย่างดี
“วันนี้เป็วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 25 ปีของฉัน นานทีปีหนกว่าจะมีเวลาว่าง ฉันไม่้าให้มีเสียงรบกวน นายจะใช้วิธีไหนจัดการกับนักข่าวพวกนั้น ก็แล้วแต่นาย” คุณดาราคนสวยเดินมานั่งไขว้ขา ที่ลอบบี้ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง
เธอทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ไม่แปลกที่อยากพักผ่อนหย่อนใจในวันเกิดของตัวเอง แล้วกิจกรรมที่เธอเลือกทำในวันเกิด ก็แปลกแยกไม่เหมือนใคร เป็กิจกรรมสุดท้าทายที่พวกผู้ชายชอบทำกัน แต่การเลือกมาปีนหน้าผาแบบนี้...ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ละครเื่ล่าสุดที่เธอรับมา มีบทปีนเขาสองสามฉาก เธอจึงเริ่มสนใจเื่ปืนหน้าผาขึ้นมา
“ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามคำสั่งของคุณเฟยครับ”
บอดี้การ์ดสุดหล่อมีชื่อว่าซีหมิน เขาอยู่เคียงข้างเฟยชิงหลีมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองปี เลยค่อนข้างรู้ใจเ้านายและไม่หัวเสียเวลาที่ถูกเฟยชิงหลีหงุดหงิดใส่ เพราะเขารู้ดีว่าเธอเป็คนปากไวใจร้อน แต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ออกไปทางใจดีเสียด้วยซ้ำ คนข้างนอกชอบบอกว่าเธอเป็หญิงแกร่ง แต่มีแค่ซีหมินคนเดียวที่รู้ว่าเธอเอง...ก็มี่เวลาอ่อนแอเหมือนคนอื่น ๆ นั่นแหละ
“ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อมาก!” ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสะกิดเพื่อนให้มองอีกฝั่ง
“แกดูให้ดีสิ เขามากับแม่ดาราสาวเฟยชิงหลีอะไรนั่น คงไม่ใช่แฟนนอกวงการของหล่อนหรอกนะ”
“เหอะ! ในข่าวดังโครม ๆ ว่าเป็ชู้กับประธานบริษัทอีเอ็นกรุ๊ป ไม่เท่าไหร่ก็ควงผู้ชายอีกคนมาเที่ยวเล่นซะแล้ว ดาราสตอแบบนี้พวกเราอย่าไปให้ค่าเลย ไปเถอะ!”
ปกติซีหมินจะสวมหน้ากากอนามัยสีดำเสมอ ทั้งยังสวมหมวกสีดำทรงผู้ชายทับลงไปอีกชั้น วิธีทำงานของซีหมินจะไม่เหมือนพวกบอดี้การ์ดทั่วไป ที่ชอบทำตัวใกล้ชิดดารา สำหรับเขาจะคอยหลบอยู่ตามมุมต่าง ๆ ที่อยู่ไม่ไกลมากกว่า แต่จะคอยจับตาดูไม่ให้ละสายตา พอเกิดอะไรขึ้นก็จะเข้าชาร์จทันที ทำแบบนี้ตัวเ้านายเองจะได้มีอิสระในการเดินเหินด้วย
วันนี้ไม่รู้ว่าผีตัวไหนเข้าสิง ซีหมินถึงไม่สวมอะไรปิดใบหน้าเลย แถมยังแต่งตัวดีกว่าปกติ เสื้อผ้าที่สวมใส่เปลี่ยนมาเป็โทนสีเนื้อตามสไตล์มินิมอล มากกว่าเสื้อผ้าโทนดำ ๆ ทึบ ๆ ที่เขาชอบใส่อยู่ทุกวัน
เื่พวกนี้เฟยชิงหลีพยายามซักถามั้แ่เช้า แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจกลับมา
พอมาได้ยินคำซุบซิบนินทาของพวกผู้หญิงปากกระโถน เฟยชิงหลีก็พอจะเดาเจตนารมณ์ของซีหมินได้บ้าง ส่วนจะถูกทั้งหมดไหม นั่นก็อีกเื่ ซีหมินไม่้าให้เธอแบกข่าวฉาวพวกที่ว่า...เป็บ้านเล็กของสามีคนอื่น ก็เลยจงใจทำแบบนี้สินะ
“ว่าใครดาราสตอกลอกตา! ถ้าพูดผิดก็ช่วยพูดใหม่หน่อยค่ะ อย่าเที่ยวกล่าวหาคนอื่นไปเรื่อย เหมือนคนที่ไม่เคยถูกอบรมสั่งสอนแบบนั้นสิคะ”
เฟยชิงหลีทนนั่งฟังนิ่ง ๆ ไม่ไหว แม้จะถูกซีหมินคว้าฝ่ามือเอาไว้แล้วก็เถอะ! ระดับเฟยชิงหลีต้องตรงเข้าไปปะทะฉะหน้ากันท่าเดียว ไม่งั้นคนพวกนั้นคงได้เอาไปปล่อยข่าวลือมั่ว ๆ ให้เธอเสียหายอีกแน่นอน
“ก็ว่าเธอไงล่ะ ไม่รู้หรือไง ว่าคนทั่วบ้านทั่วเมืองเขาสาปส่งเธอกันหมด สังคมเมืองทุกวันนี้ไม่มีใครยอมรับเื่คบชู้หรอกนะ ยิ่งกับดาราที่เปลี่ยนผู้ชายเหมือนเปลี่ยนสีลิปสติกแบบนี้ ไม่มีใครไม่นินทาหรอกค่ะ”
นักท่องเที่ยวปากไม่มีหูรูดสองคนโต้ตอบเฟยชิงหลีอย่างมีอารมณ์ ไม่รู้จักมองย้อนดูตัวเองเอาซะเลย ทั้งที่เริ่มต้นก็เป็พวกเธอสองคนที่นินทาเฟยชิงหลีก่อน พอถูกท้วงติงเข้าหน่อยก็รับไม่ได้ อ้าปากเถียงฉอด ๆ เหมือนปลาตะเพียนโดนน้ำร้อนลวก
เสียงทะเลาะเบาะแว้งดังไปถึงนอกห้องกระจก พวกนักข่าวที่อยู่แถวนั้นรีบกรูเข้ามาอีกรอบ พร้อมยกกล้องจับภาพช็อตเด็ดกันรัว ๆ แน่นอนว่าซีหมินจะไม่ยอมให้เกิดเื่ฉาวกับเ้านายอีก เขารีบคว้าเรียวมือของเฟยชิงหลีให้มาหลบหลังตนเอง
จากนั้นผายอกผึ่ง แยกขายืนมั่นคง แล้วกล่าวกับผู้หญิงหน้าตาบ้าน ๆ สองคนนั้นอย่างสุภาพว่า
“โปรดมีมารยาทในที่สาธารณะด้วยครับ ใส่ร้ายคนอื่น และเผยแพร่ความเท็จในที่แจ้ง มีความผิดตามกฎหมายครับ ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว พวกคุณยังฟังไม่เข้าใจ ผมคงต้องใช้กำลังนะครับ”
ท่าทางเด็ดขาดเหมือนวีรบุรุษขี่ม้าขาว...ทำให้เฟยชิงหลีคิดแผนอะไรดี ๆ ออก เธอเม้มฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ตำหนิตัวเองหลายคำ! ว่าทำไมไม่คิดให้ได้เร็วกว่านี้
“ไปกันเถอะค่ะที่รัก พวกเราคบกันมาหลายปีแล้ว ข่าวลือพวกนั้นคงไม่ทำให้คุณหัวเสียใช่ไหมคะ”
เฟยชิงหลีสลัดเรียวแขนออกจากนิ้วมือใหญ่ แล้วเปลี่ยนเป็ฝ่ายคว้ามือของซีหมินมาอยู่ใน สองมือรัดประสานแน่นแฟ้น ทำเอาพวกผู้หญิงปากยื่นพูดอะไรไม่ออก แม้แต่ซีหมินเองก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เขาไม่คิดว่าเ้านายคนสวยจะเลือกวิธีนี้
“คะ…ครับที่รัก ผมรักคุณมานานแล้ว ผมไม่มีทางเข้าใจคุณผิดเพราะเื่แค่นี้แน่นอน”
ซีหมินหันกลับไปพูดกับเฟยชิงหลี เห็นจังหวะที่เธอเอาแต่ขยิบตายิก ๆ ทำเขาแทบอดหัวเราะไม่ไหวจริง ๆ แต่ก็อดทนผ่านมันมาจนได้ คนทั้งสองเล่นละครตบตาเข้าขากันได้ดี จนผู้หญิงสองคนนั้นเชื่อสนิทใจว่าพวกเขาเป็คู่รักกันจริง ๆ
“เห๊อะ! น่าเสียดายจริง ๆ ผู้ชายคนนี้หล่อ! แต่โง่!”
“จะว่าไปก็เหมาะสมกันแล้วล่ะ ลาโง่กับนางสุนัขจิ้งจอก พวกเราก็ไปกันเถอะ ฉันี้เีเถียงกับหล่อน”
สองสาวบิดริมฝีปากมุ่นทั้งกลอกตามองบน ก่อนจะเดินสะบัดก้นจากไปอย่างหน้าด้าน ๆ ไม่คิดจะเอ่ยขอโทษอะไรทั้งนั้น ซึ่งเฟยชิงหลีก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เธอเหลือบมองพวกนักข่าวที่ยืดคอเหมือนห่านอยู่ตรงนั้นต่างหาก รอดูได้เลยว่าพาดหัวข่าวพรุ่งนี้ ต้องเป็เื่ที่เฟยชิงหลีเปิดตัวแฟนหนุ่มตัวจริง แล้วข่าวลือเื่ชู้ก็จะซาลงไปตามระเบียบ
เธอมีข่าวฉาวกับซีหมิน...ยังดีกว่าเป็ข่าวฉาวกับสามีชาวบ้านซะอีก!
พอเห็นพวกนักข่าวเริ่มสลายตัว เฟยชิงหลีก็หันกลับมาหาบอดี้การ์ดหนุ่ม ยกมือตบหัวไหล่อย่างเป็กันเอง...แล้วพูดติดตลกว่า “นายไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวฉันเพิ่มเงินเดือนให้สองเท่า”
ซีหมินยืนเกร็งเหมือนก้อนหิน ก่อนจะรวบรวมลมหายใจแล้วพูดคำหนึ่งเสริมขึ้นมาว่า “ผมไม่้าเงินเพิ่มครับ แต่ผม้าปกป้องคุณ ให้ผมได้ปกป้องคุณนะครับ”
เฟยชิงหลีขมวดคิ้ว แล้วท้าวเอวพูด ก่อนจะเดินไปหยิบเป้เพื่อเตรียมไปปีนหน้าผา “พูดไร้สาระอะไรของนาย บอดี้การ์ดก็มีหน้าที่ปกป้องผู้ว่าจ้างอยู่แล้ว”
ซีหมินไม่อยากให้เสียโอกาส เลยพูดสวนขึ้นมาอย่างชัดถ้อยชัดคำในทันทีว่า...
“แต่ผมอยากปกป้องคุณในฐานะอื่นครับ ไม่อยากให้เป็แค่ข่าวลือ”
เฟยชิงหลีตกลงปลงใจ ที่จะเป็มากกว่าบอดี้การ์ดกับเ้านาย อันที่จริงในสายตาของเธอซีหมินก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ตลอดสองปีที่ทำงานร่วมกัน อยู่ใกล้กันขนาดไหนเขาก็ไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักครั้ง แม้จะคิดไม่ซื่อกับเธอมาตั้งนานแล้วก็ตาม
คิดจริง ๆ เหรอ ว่าเฟยชิงหลีมองไม่ออก...ว่าตลอดมาเขารู้สึกยังไงกับเธอ เพียงแค่เธอไม่ได้พูดออกไปก็เท่านั้น
“ปืนหน้าผาเถอะครับ เดี๋ยวผมจะปืนอยู่เยื้อง ๆ คอยระวังอันตรายให้คุณ”
ซีหมินหล่อะเิไม่พอ ยังอบอุ่นเหมือนไมโครเวฟ ใครได้ไปก็ต้องบอกว่ามีวาสนา เฟยชิงหลียิ้มอ่อนอย่างผู้ชนะ เมื่อสังเกตเห็นสายตาสาว ๆ ที่อยู่บริเวณเดียวกัน กำลังมองกล้ามแขนของซีหมินเหมือนสุนัขเห็นกระดูก
คนทั้งคู่ปืนหน้าผาด้วยกันอยู่ดี ๆ ไม่น่ามีอะไรผิดปกติ แต่ไม่ทราบว่ามือของใคร เอื้อมมาตัดเชือกโรยตัวของเฟยชิงหลีกะทันหัน ร่างเล็กของคุณดาราสาวร่วงจากหน้าผาสูง เบี่ยงลงมากระแทกกับคนที่อยู่ข้างเคียงอย่างซีหมิน
ร่างน้อย ๆ ตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง! พร้อมกับร่างของซีหมิน
เธอพยายามปรือตามองคนที่อยู่ปลายยอดสูง อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่อยากเอาชีวิตเธอ
ใช่! เป็อย่างที่เธอคิด เป็ฝีมือของภรรยาหลวงของท่านประทานอีเอ็นกรุ๊ป เธอเจ็บใจจี้ดจนต้องเม้มริมฝีปากแน่น ก่นด่าอยู่ในใจลำพัง
"สามีคุณมีอีหนูเป็โขยง ทำไมไม่ไปจัดการ กับฉันมันก็แค่เื่เข้าใจผิด ฉันคงไม่ได้ตายฟรีใช่ไหม..."