เฟิ่งเฉี่ยนก็มองจนโง่งมไปเลยเช่นกันที่แท้ยันต์โชคร้ายมีอานุภาพถึงเพียงนี้...ช่างทำให้นางรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก!
เมื่อสักครู่ที่นางจับข้อมือของหลันเยว่หรูเอาไว้นางแปะยันต์โชคร้ายแผ่นที่สองบนร่างของหลันเยว่หรู คิดไม่ถึงว่าจะให้ผลทันตาเห็นทันที
แม้ร่างกายจะถูกความเจ็บปวดจากความหนาวเย็นเล่นงานแต่เมื่อเห็นว่าหลันเยว่หรูตกอยู่ในสภาพย่ำแย่กว่านาง นางพลันรู้สึกดีขึ้นมากมาย
“คุณหนูหลัน ท่านไม่เป็นไรกระมัง”
“เร็วเข้า รีบประคองคุณหนูหลันออกไป!”
“เห็นผีเข้าแล้ว ไฉนจึงสาดน้ำลงไปบนร่างของคุณหนูหลันได้”
“ข้าก็เหมือนกัน ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!”
คนกลุ่มนั้นบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้งขณะประคองหลันเยว่หรูออกไปจากอุโมงค์น้ำแข็งในที่สุดอุโมงค์น้ำแข็งก็กลับมาเงียบสงบดังเดิมอีกครั้ง
เมื่อไอร้อนจากน้ำขิงหายไป ที่เข้ามาแทนที่ก็คือความหนาวเย็นที่สาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าเดิมหยดน้ำบนร่างกลายเป็นน้ำแข็ง เส้นผมจับตัวกันเป็นก้อนๆทั้งยังมีหยดน้ำที่แข็งตัวเป็นก้อนด้วย ศีรษะของเฟิ่งเฉี่ยนหนักขึ้นเรื่อยนางพยายามลืมตาขึ้น ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรง
เบื้องหน้าพลันดำมืด นางอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ร่างของนางล้มลงไปด้านหลัง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนคล้ายกับว่านางได้ยินเสียงประตูอุโมงค์น้ำแข็งเปิดออกมีเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามา ยังมีคนเรียกชื่อของนาง...
ดูเหมือนนางจมลงไปในบ่อน้ำลึก ร่างของนางดำดิ่งร่วงลงไปไม่หยุดกระทั่งร่างทั้งร่างถูกกลืนกิน นางกำลังจะสิ้นลมหายใจ!
และในวินาทีนี้เอง มีมือคู่หนึ่งยื่นออกมากอดนางเอาไว้แน่นดึงร่างของนางขึ้นมาจากบ่อน้ำลึกนั้น ทำให้นางได้พบกับแสงสว่างอีกครั้งทำให้นางรู้สึกเหมือนหายใจได้อีกครั้ง
นางพยายามต่อสู้ที่จะเผยอเปลือกตาขึ้นมองออกมาเห็นเงาร่างเลือนรางของคนผู้หนึ่ง ร่างของเขาถูกล้อมรอบด้วยแสงสีทองบางๆรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมสัน ประดุจเทพเซียนลงมาจุติยังโลกมนุษย์...
ร่างกายรู้สึกเบาโหวง มีคนอุ้มนางขึ้นมา ความอบอุ่นจางๆ แผ่กระจายผ่านอาภรณ์บางๆที่กางกั้น และด้วยธรรมชาติของมนุษย์ เฟิ่งเฉี่ยนได้รับความอบอุ่นจึงซุกร่างของตนเข้าไปแนบชิดร่างของคนผู้นั้น
“อบอุ่นเหลือเกิน!” นางพึมพำเสียงเบาแก้มของนางแนบกับเครื่องทำความอบอุ่นนั้นสนิท มุมปากยกขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
รอบๆ กายพลันมีเสียงสูดลมหายใจดังขึ้น
ที่นางไม่รู้ก็คือที่นางกำลังแนบชิดเพื่อขอความอบอุ่นนั้นมิใช่ใครอื่นก็คือเซวียนหยวนเช่อที่เร่งเดินทางไกลนับพันลี้กลับมานั่นเอง
ร่างกายใหญ่โตของเขาแข็งค้างอยู่ที่นั่นเขาก้มลงมองปลาน้อยที่พันรัดร่างของเขาอยู่เส้นเลือดสีเขียวบริเวณข้างขมับของเข้าเต้นตุบรัวเร็วองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าตึงเครียด สีหน้าอึมครึม!
ลั่วหยิ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยสีหน้าตกตะลึง
มู่ชิงเซียวเข้ามาในอุโมงค์น้ำแข็งอย่างเร่งรีบเห็นภาพนี้เข้าได้แต่ตกตะลึงเช่นกัน เขาพูดทั้งหน้าแดงว่า “ฝ่าบาทส่งให้หม่อมฉันเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เขายื่นมือออกไปรับ คิดไม่ถึงว่าเซวียนหยวนเช่อไม่แม้แต่จะเหลียวมองเขาอุ้มคนเดินผ่านหน้าเขาออกไป
มู่ฮูหยินยืนอยู่หน้าประตูด้วยใจอันไม่สงบเห็นเซวียนหยวนเช่ออุ้มคนออกมาด้วยตนเอง นางถึงกับตื่นตระหนก!
ได้ยินว่าฝ่าบาทไม่เข้าใกล้อิสตรี แม้ในวังหลวงจะมีหญิงงามนับไม่ถ้วนทว่านอกจากฮองเฮาแล้ว ได้ยินว่ายังไม่มีใครเคยถวายงานแม้แต่คนเดียว
วันนั้นเห็นฝ่าบาทโอบกอดเฟิ่งเฉี่ยนกลับไปห้องพักแขกแล้วไม่ได้กลับออกมาตลอดทั้งบ่ายนางรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งยวด ว่ากันตามกฎเกณฑ์ของวังหลวงเรื่องสำคัญเช่นการเข้าถวายงานต้องทำการจดบันทึกนางกำนัลที่เคยถวายงานจะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนยศทันที แต่หลังจากวันนั้นเฟิงเฉี่ยนไปสำนักศึกษาเทียนหง ฝ่าบาทออกไปนอกเมืองคนทั้งสองต่างยุ่งอยู่กับงานของตน ทำเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ตอนนั้นนางคิดว่า ฝ่าบาทอาจจะไม่ได้ชมชอบนางจริงๆเพียงแค่เห็นนางเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นในเมื่อนางเป็นเพียงแค่นางกำนัลเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ตอนนี้นางกลับไม่คิดเช่นนั้นแล้วคนที่สามารถทำให้ฮ่องเต้อุ้มได้ คงมิใช่มีวาสนาที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญเท่านั้นหรือ
นางจับเฟิงเฉี่ยนไปขังไว้ในอุโมงค์น้ำแข็งต่อมาหว่านเอ๋อร์และเยว่หรูยังเข้าไปสร้างความยุ่งยากให้กับนางอีกฝ่าบาทจะกล่าวโทษสกุลมู่ด้วยเหตุนี้หรือไม่
ในใจนางตุ้มๆ ต่อมๆ ยากจะสงบใจลงได้
ได้ยินว่าฝ่าบาทเสด็จแล้วมู่ชิงหว่านเป็นตายอย่างไรก็ต้องคลานลงจากเตียงให้ได้นางมาเข้าเฝ้าเขาด้วยการประคองของสาวใช้ปรากฏว่าเมื่อเข้ามาในเรือนก็เห็นภาพที่เซวียนหยวนเช่ออุ้มเฟิ่งเฉี่ยนออกมาจากอุโมงค์น้ำแข็งร่างของเฟิ่งเฉี่ยนเหมือนแขวนอยู่บนร่างของเขา แนบสนิทจนไม่อาจแนบสนิทได้กว่านี้อีกแล้วเห็นภาพนี้เข้า หน้าอกและหัวไหล่ของนางก็เริ่มปวดขึ้นมาอีก...
อาศัยอะไร? อาศัยอะไรให้ท่านพี่เช่ออุ้มนางเช่นนั้น
ในอดีตนางแค่สัมผัสถูกชายอาภรณ์เขาก็ยังถูกเขาสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใยเฟิ่งเฉี่ยนนางอาศัยอะไรกัน
“ท่านพี่เช่อ...”
สีหน้าของนางขาวปานกระดาษ เรียกเขาด้วยเสียงน่าเวทนาราวกับกำลังเรียกร้องความสงสารจากเขา
ผู้ใดจะรู้ว่าเซวียนหยวนเช่อไม่แม้แต่จะเหลียวมามองนางเขาอุ้มคนเดินผ่านร่างของนางออกไป นางยื่นทึ่มทื่ออยู่ที่นั่นด้วยหัวใจที่แตกสลาย!
เดินผ่านสวนและระเบียงยาวของจวนสกุลมู่ อากาศสดชื่นพัดผ่านลำคอเสียงงึมงำฟังไม่ชัดเจนนัก เซวียนหยวนเช่อก้มหน้าลงมองคนในอ้อมกอด อยากได้ยินชัดๆว่านางกำลังพูดอะไร ที่เข้ามาในคลองจักษุก็คือใบหน้าขาวปานกระดาษ คิ้วขมวดน้อยๆไม่มีสีเลือดฝาด เขาประหลาดใจอย่างยิ่งยวดว่านางทนมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร!
ก่อนหน้าที่เขาจะจากไปเขาได้ทิ้งคนเอาไว้จับตาดูจวนสกุลมู่ดังนั้นก่อนหน้าที่คนของมู่ฮูหยินจะเร่งเดินทางมาถึง เขาได้รับข่าวก่อนแล้วเขาเป็นกังวลด้วยอาการเจ็บป่วยของอาจารย์ผู้มีพระคุณจึงทิ้งราชกิจเร่งเดินทางกลับมาทันทีระหว่างทางพบกับมู่ชิงเซียวที่มารายงานเรื่องราวจึงรู้ว่าฮองเฮาถูกขังไว้ในอุโมงค์น้ำแข็งเขาคิดว่ามู่ฮูหยินเป็นคนรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา น่าจะไม่ทำอะไรนางหนักหนาให้นางได้รับความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ อยู่ในนั้นเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัยก็ไม่กระไรแต่เมื่อเขาเดินเข้าไปในอุโมงค์น้ำแข็ง เห็นนางนอนหน้าซีดเผือดอยู่ที่นั่นราวกับไม่มีลมหายใจ เขายังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่นั่นเอง
ก่อนหน้าที่เขาจะจากไป เขายังจำได้แม่นยำว่านางยังกระโดดโลดเต้น หัวเราะมีโทสะ ด่าคน แค่เพียงชั่วพริบตา นางกลับนอนแน่นิ่งราวกับตายไปแล้วอยู่ที่นั่นไม่ขยับเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชิน
จับพลัดจับผลู ขณะที่เขาก้มตัวลงไปอุ้มนางขึ้นมานั้นสิ่งที่มือของเขาสัมผัสได้ก็คือกำลังอุ้มก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่แผ่ความเย็นเสียดแทงเข้ามาถึงหัวใจอาภรณ์ของนางมีน้ำแข็งเป็นก้อนๆ เกาะอยู่ ไม่มีสักแห่งที่สมบูรณ์ร่างของนางเย็นเฉียบเช่นกัน นาทีนั้นเขาคิดว่านางตายไปแล้ว
จากนั้นเมื่อเขาอุ้มร่างของนางขึ้นมา นางพลันงึมงำคนทั้งคนซุกเข้ามาพันร่างของเขา มือของนาง ใบหน้าของนาง ร่างกายของนางโรมรันพันตูแนบชิดอยู่กับร่างของเขาเพื่อขอความอบอุ่น เขายังไม่เคยพบไม่เคยเห็นคนมีนิสัยเช่นนี้ขณะที่เขาตัดสินใจจะโยนร่างของนางทิ้ง นางกลับพูดงึมงำอยู่ข้างหูเขาว่า“อบอุ่นเหลือเกิน” มุมปากยกยิ้มเป็นรอยยิ้มพออกพอใจราวกับได้ครอบครองใต้หล้าตรึงตาผู้คนเช่นนั้น ทำให้ใจสั่นเช่นนั้น สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาปล่อยให้นางแสดงกิริยาไม่เหมาะสมอีกครั้งแล้ว
เดินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องพักแขก เขาอุ้มนางเข้าไปไอเย็นบนร่างของนางรุนแรงเกินไป ดูดเอาความอบอุ่นบนร่างกายของเขาไปจนหมดเขาจำเป็นต้องกำจัดนางออกไปซะ!
ใช่แล้ว ต้องกำจัดนางทันที!
สำหรับเขาแล้ว นางเป็นเพียงเครื่องมือทางการปกครองอันเย็นชาชิ้นหนึ่งภาระที่อดีตฮ่องเต้เขียนพินัยกรรมทิ้งไว้ให้เขาหากจะมีอะไรเพิ่มมาอีกสักอย่างนั่นก็คือเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของบุตรชายเขาทว่าทั้งหมดทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นคนอื่นยัดเยียดให้เขากระทั่งบุตรชายก็เป็นเรื่องบังเอิญ นอกจากนี้แล้ว นางไม่มีความหมายอะไรต่อเขาดังนั้นเขาจึงสะบัดนางออกไปอย่างไม่ลังเลใจ ปล่อยมือจากนางโดยไม่แยแส
เขาคิดเช่นนี้และทำเช่นนี้จริงๆ โยนนางลงบนเตียงแล้วยืดกายขึ้นเตรียมจากไปมือของเขาพลันรู้สึกเย็นวาบ มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งจับมือของเขาเอาไว้ไม่ปล่อยเสียงแหบพร่านั้นผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเขา “อย่าไปนะ อย่าทิ้งข้าเอาไว้คนเดียว!”