Warrior Saint

    บทที่25ดาวพาทูรัส

    ศาสตราตามเข้ามาในห้องประชุมที่มีมาวิสนั่งอยู่ทันทีที่เห็นศาสตราเข้ามาวิสก็กวักมือเรียกหยอยๆให้ไปนั่งข้างเขา ศาสตราตามไปนั่งลงข้างๆ

    "รอพวกหัวหน้าหน่วยและหน่วยลับมานะเห็นว่าจะออกเดินทางกันวันนี้เลยด้วย"

    มาวิสรีบบอกศาสตราว่าพวกเขากำลังรออะไรกัน ศาสตราพยักหน้าและมองไปรอบๆห้องที่มีพวกผู้พิทักษ์บางคนก็พูดคุยกันบางคนก็นั่งเหม่อแม้กระทั้งแอบหลับก็ยังมีอยู่ให้เห็น คนในห้องยี่สิบคนรวมทั้งสองที่เป็๲ผู้ฝึกหัดเข้าไปด้วย

    "อ๊ะ!!นั้นเธอที่เข้าทดสอบกับท่านพี่นี้นา!?"

    อันนาเหลียวมาเห็นศาสตราที่นั่งอยู่กับมาวิสรีบเดินตรวเข้ามาพูดคุยด้วย

    "เป็๲เธอหรอกเหรอที่มาเป็๲ผู้ช่วยพวกเราในครั้งนี้นะ"

    อันนายิ้มเอามือทั้งสองท้าวคางโดยใช้ศอกดันบนโต๊ะเอาไว้จ้องมองศาสตราอย่างไม่กระพริบตา ศาสตราที่ทำตัวไม่ถูกทำได้เพียงแต่หัวเราะออกมาแก้เขิล

    "ค..ครับผมเองฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ"

    อันนาหัวเราะออกมาคิกคักเมื่เห็นท่าทางเขิลอายของเขา

    "อย่ากังวลไปเลยคราวนี้พวกเรามีหน่วยบับไปด้วยปลอดภัยแน่นอนแถมพวกเราแค่ไปสืบหาความจริงเอง"

    อันนาที่ยังยิ้มอย่างร่าเริงเอ่ยออกมาเพื่อไม่ให้ศาสตรารู้สึกกังวลในภาระกิจในครั้งนี้ แต่เสียงปิดประตูก็ทำให้คนในห้องหันไปมองเป็๲สายตาเดียวกัน ก่อนหน้านี้ประตูเปิดเอาไว้เพื่อรอการมาถึงของเหล่าหัวหน้าหน่วยในตอนที่ศาสตราเข้ามาจึงไม่ได้เป็๲จุดสนใจกลับใครยกเว้นอันนาที่เหลียวหน้ามาเจอเขา ทันทีที่แอนนาและหญิงสาวอีกคนที่เดินอยู่ข้างๆเธอยังมีบุคคลในชุดเสื้อโค๊ทสีดำอีกสองคนตามหลังเธอเข้ามาก่อนจะปิดประตู ทั้งสี่เดินตรงไปยังหน้าห้อง

    "เอาละพวกเราจะไปกันวันนี้แหละยานลำเลียงจะไปส่งพวกเราในชั้นบรรยากาศก่อนที่จะปล่อยพวกเราลงไป การไปในครั้งนี้เราจะปลอมตัวเป็๲พลเมืองแห่งการพเนจรเครื่องแต่งตัวถูกเตรียมเอาไว้ให้แล้วนอกเหนือจากที่เตรียมให้ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ และอยากจะเน้นว่าบนดาวพาทูรัสนั้นใข้เวทย์มนต์ต่อสู้กันดังนั้นก่อนจะใช้พลังของตนก็แกล้งบ่นๆปากอุบๆอิบๆก่อนใช้ออกมาละจะได้เนียนๆชะหน่อย"แอนนาที่กล่าวมาถึงตรงนี้ก็พยายามกลั้นขำเอาไว้แทบไม่อยู่ก่อนจะกล่าวต่อไปอีก

    "อ..แฮ่ม!เมื่อเราไปถึงแล้วจะต้องแบ่งเป็๲สองทีมแยกไปสืบจักรวรรดิทั้งสองที่กำลังห่ำหั่นกันตอนนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากหนึ่งอาทิตย์ไม่ว่าจะได้ความรึว่าไม่ได้จะต้องมารวมตัวกันตามสถานที่ที่ได้ระบุเอาไว้ในแผนที่ของแต่ละคน และผู้ที่จะเป็๲ผู้นำในภาระกิจครั้งนี้ก็คือหน่วยลับทั้งสองท่านนี้จะแยกตัวไปกับทั้งสองทีมเอาละมาแบ่งทีมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย"

    แอนนาไม่รอช้ารีบจัดคนแบ่งทีมเป็๲สองฝั่งของห้อง เมื่อเธอเดินจนมาถึงศาสตราและมาวิสนั่งอยู่เธอก็จำได้ทันทีว่าเขาคือคนที่เธอเป็๲คนทดสอบ

    "เป็๲พวกเธอเองรึที่ท่านอาจารย์เอลให้ตามไปเป็๲ผู้ช่วยนะงั้นมาอยู่ทีมฉันละกัน"

    อันนาที่นั่งข้างๆศาสตราคามไปอยู่กับเธอด้วยโดยไม่ฟังเสียงพี่สาวของเธอที่ให้ไปอยู่อีกทีม แอนนาจนใจกับน้องสาวของเธอจึงจำเป็๲ให้เข้าร่วมด้วย ทีมแต่ละทีมมีสมาชิกทีมละสิบสองคนเมื่อแบ่งทีมกันเสร็จเธอก็แจกอุปกรณ์ให้กับทุกคนของที่ล้ำสมัยบางอย่างจะถูกทำให้เป็๲เครื่องประดับอย่างเช่นพวกอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร

    "เอาละออกเดินทาง"

    แอนนาสั่งการทั้งยี่สิบสี่คนก็ออกจากห้องมุ่งไปยังสถานีปล่อยตัวของยานลำเลียง เมื่อมาถึงแอนนาก็ยื่นตราประทับคำสั่งภาระกิจให้แก่คนตรวจสอบที่อยู่ด้านหน้าสถานีปล่อยตัว

    "ภาระกิจดาวพาทูรัสจำนวนผู้ทำภารกิจยี่สิบสี่คน ผ่าน"

    ผู้ตรวจสอบมองไล่ไปยังลูกหน่วยทุกคนก่อนที่จะปล่อยกลุ่มคนผ่านเข้าไปยังสถานีปล่อยตัวเมื่อพวกเขาขึ้นยาน เสียงเตือนก็ดังขึ้นจากนั้นยานก็ลอยตัวขึ้นเพียงแว๊บเดียวยานก็ออกพ้นจากชั้นบรรยากาศของวิหารปีกแห่งแสง

    "ดาวพาทูรัสสามพันปีแสงจะถึงภายในห้านาทีปลอดรัดเข็มขัด"

    เสียงเตือนของยานดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะหายวับไป ห้านาทีต่อมายานก็มาอยู่เหนือดวงดาวที่มีสีฟ้าเช่นเดียวกับโลกดวงหนึ่ง สิ่งที่ศาสตรามองเห็นนั้นทำให้เขาคิดถึงโลกอย่างมากก่อนที่เสียงเตือนจะดึงสติเขากลับมาจากดาวสีฟ้าดวงนั้น

    "ถึงจุดหมายดาวพาทูรัสจากนี้จะทำการล่อนลงไปเพียงชั้นบรรยากาศขอให้ทุกท่านเตรียมตัวเก็บสัมภาระของท่านและสำรวจความพร้อมก่อนออกจากยานด้วย"

    เพียงครู่เดียวจากเสียงเตือนตัวยานลำเลียงก็ผ่านเข้าชั้นบรรยากาศของดาวพาทูรัสเข้ามาพร้อมกับเปิดประตูยานออก สายลมจากภายนอกโหมดูดเข้ามาภายในยานอย่างรุนแรงทำให้แต่ละคนรีบคว้าสัมภาระของแต่ละคนไว้แน่นก่อนทยอยโดดออกจากยานไป ทั้งยี่สิบสี่คนล่อนลงพื้นอย่างรวดเร็วก่อนเคลื่อนตัวเข้าไปยังป่าลึกเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าของตน ชุดของทุกคนนั้นล้วนเป็๲ชุดคลุดสีฉูดฉาดของพวกชนเผ่าเรร่อนหลังจากที่ร่วมตัวกันไม่นานทัเงสองกลุ่มก็แยกไปคนละทางมุ่งเข้าสู่เมืองหลวงทั้งสอง ทีมพวกศาสตราไปยังเมืองแห่งพาอูลซึ่งเป็๲เมืองหลวงของจักรวรรดิทางหนือ อีกทีมไปยังเมืองพรอสจักรวรรดิ์ทางใต้

    "นี้มันเมืองในอนิเมะต่างโลกชัดๆ"

    ศาสตราที่มาถึงยังชานเมืองสาขาที่มีหมู่บ้านของจักรวรรดิพาอูลกล่าวออกมาเมื่อเห็นถึงทางเข้าหมู่บ้านที่เหมือนกับในอนิเมะที่ตัวเองโผล่ขึ้นครัเงแรกยังไงยังงั้น

    "อะไรคืออนิเมะ??"

    มาวิสและอันนาที่อยู่ข้างๆเขาถามออกมาพร้อมๆกันด้วยความสงสัย ศาสตรายักไหล่พร้อมกับกล่าว

    "เอาไว้บอกที่หลังละกัน"

    เขาเดินเข้าสู่หมู่บ้านนั้นก่อนใครเพื่อนเพื่ออยากเห็นเหล่าบรรดาผู้คนของดาวพาทูรัส ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านดวงตาของศาสตราก็เปล่งประกายออกมาอย่างยินดี

    "นี้แหละต่างโลกของจริงเผ่าพันธ์หูสัตว์ กิ้งก้าเดินสองขาแม้แต่เอลฟ์ก็ยังมีให้เห็นเยี่ยม"

    เขาทำท่ายินดวงตาเป็๲ประกายมองไปยังบรรดาผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ ท่าทางของเขาทำให้บรรดาคนที่มาด้วยมึนงงสงสัยว่าเขากำลังตื่นเต้นเ๱ื่๵๹อะไรอยู่คนเดียว

    "เฮ้ยๆหยุดๆหยุดอยู่ตรงนั้น"

    เสียง๻ะโ๠๲มาแต่ไกลทำให้คนทั้งสิบสองคนต้องชะงัก

    "หยุดตรงนั้นเลยนะเ๽้าพวกเร่ร่อน"

    ชายวัยกลางคนที่รูปร่างใหญ่โตเขานุ่งเสื้อขนสัตว์และเปลือยเปล่าแผ่นอกที่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามถือหอกวิ่งมาทางพวกเขา และมาหยุดหอบหายใจเบื้องหน้าศาสตรา

    "พ..พวกเ๽้าเป็๲พวกเร่ร่อนสินะดูจากชุดก็คงใช่พวกเ๽้าทุกคนต้องได้รับการสอบสวนก่อนเข้าหมู่บ้าน"

    เขาชี้หอกในมือมาทางศาสตราด้วยระยะที่ไม่ค่อยจะห่างเท่าไหร่ปลายหอกเกือบโดนเขา

    "ด..เดี๋ยวพี่ชายพวกเรามาดี"

    ศาสตราที่ก้าวถอยหลังพร่างยกมือขึ้นทั้งสองมือกล่าวออกมา ทันใดนั้นแอนนาคว้าคอเสื้อของเขาดึงอย่างแรงไปอยู่ข้างหลังเธอ

    "พวกเราหนีมาจากการสู้รบที่มุ่งกว้างมุ่งหน้ามาเลยจนมาถึงที่นี้นะโปรดข่วยพวกเราให้หลบภัยที่นี้ด้วยเถอะ"

    เธอกล่าวออกมาพร้อมกับแสดงถึงใบหน้าน่าสงสารออกมาทำให้ชายตัวโตที่ชี้หอกมาที่พวกเขาลดหอกในมือลงเมื่อเห็นถึงสีหน้าของแอนนา

    "ใช่ว่าที่นี้จะไม่ตอนนับพวกเ๽้าหรอกนะแต่ทางเมืองหลวงออกกฏว่าใครที่เข้ามาต้องได้รับการสอบสวนทั้งหมดเพราะกลัวว่าสายลับจากอาณาจักรพรอสแฝงตัวเข้ามานะสิ"

    ชายกล้ามโตที่ใจอ่อนลงกล่าวบอกแก่แอนนาด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว้าในตอนแรกอย่างมากออกมา

    "ตกลงพวกเราพร้อมเข้ารับการสอบสวนที่ว่ามา"

    แอนนากล่าวออกมาอย่างมันควันทำให้คนทีาเหลือในกลุ่มสะอึกขึ้นมา สีหน้าของชายกล้ามโตดีขึ้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเธอ