ตอนนี้ก็สองเดือนแล้วหลังจากที่พี่หมอไปอาละวาดที่ร้านเฮียวิน คืนนั้นพี่หมอมาสารภาพว่าทำอะไรลงไปบ้างและถามฉันว่าโกรธมั้ย ฉันก็บอกไม่โกรธและขอบคุณที่รักฉันมากขนาดนี้ ทำเพื่อฉันขนาดนี้ และหลังจากวันนั้นชีวิตฉันก็สงบสุข ไม่มีใครเข้ามาหาเื่อีกไม่ว่าจะหญิงหรือชาย คงเพราะคำพูด[ อย่ามายุ้งกับเมียกู ] ที่ดังและชัดมากในคลิป ที่แชร์กันทั่วในอินเตอร์เน็ต ส่วนคู่กรณีที่ชกต่อยได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลเป็อาทิตย์ แถมเป็ลูกนักการเมืองดังอีกสะด้วว ตอนแรกฉันคิดว่าเค้าจะเอาเื่ที่พี่หมอไปทำลูกเค้า แต่ไม่เลยเื่นี้เงียบมากขนาดคลิปว่อนเน็ตขนาดนั้น ยังไม่มีใครกล้าเอาเื่ คงเพราะเกรงอิทธิพลบ้านพี่หมอกัน
"หนูค่ะ แต่งตังเสร็จยัง"
"ใกล้แล้วค่ะ แปปหนึ่งนะ"
วันนี้วันหยุดค่ะเราสองคนกำลังจะไปทำงานกัน ที่จริงก็งานพี่หมอนั้นแหละแต่แก ลากฉันไปด้วย ฉันจะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะตัวเองก็มีส่วนที่ทำให้พี่หมอเจอท่านเ้าสั่วลงโทษ โทษฐานที่ไปมีเื่มีราวจนข่าวดัง ท่านจึงจับพี่หมอมาทำงาน นี่ก็ทำมาจนเป็เดือนแล้วพึ่งจะเสร็จวันนี้ และฉันก็กำลังจะไปที่นั้นวันนี้เป็วันแรกด้วย งานที่ว่าก็ไม่ได้หนักอะไรค่ะ แค่ทำโปรเจกต์เกี่ยวกับการโปรโหมดทองที่ดีไซน์มาใหม่ และโปรโหมดให้คนรู้จักร้านเราและทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้วค่ะที่โปรเจกต์นี้จะเสร็จเหลือแค่ถ่ายแบบทองโดยนางแบบมืออาชีพ
"วันนี้เมียพี่สวยจังเลย วันนี้คิดยังไงแต่งตัวค่ะ" ฉันมองตัวเองในกระจก ในกระจกนั้นปรากฎผู้หญิงผิวขาว ผมยาวดัดเป็ลอนใหญ่ ใส่ชุดเดรสมินิ เปิดไหล่สีชมพู แต่งน่าทาปากให้เข้ากับชุด ดูน่ารักเรียบหรูในแบบที่ตัวเองเป็
"ก็พี่หมอซื้อให้ตั้งนานแล้ว ไม่ใส่สักทีเดี๋ยวคนซื้อให้น้อยใจ"
"งั้นที่ซื้อมาให้เต็มตู้นั้นใส่ด้วยนะ เดี๋ยวคนซื้อเค้าน้อยใจ"
"คร้าา คุณชายแล้วไม่ต้องซื้อมาอีกนะอยู่ในตู้ยังใส่ไม่หมดเลย"
"ครับๆ ไปกัน เดี๋ยวสาย"
เราสองคนเดินมาขึ้นรถ เป้าหมายของเราคือสตูดิโอแห่งหนึ่งแถวๆรังสิต ขับแปปเดียวก็ถึง เพราะตอนนี้เวลาเช้ามาก และคงเป็วันหยุดด้วย รถเลยไม่ติด พอลงจากแลมโบกินี พี่หมอก็จูงแขนฉันเดินเข้าไปข้างในสตูดิโอ สายตาทุกคนต่างมองมาทางฉันและพี่หมอ เหมือนฉันกับพี่หมอทำอะไรผิดยังงั้นแหละ
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ" เสียงพนักงานของทางร้านทองและถีมงานที่พี่หมอจ้างมาต่างสวัสดี ฉันตื่นเต้นประหม่ามาก มีแต่คนมองและไหว้ เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มายังไม่เคยเจอสถานะการณ์แบบนี้เลย
"สวัสดีค่ะ" ฉันพูดและยิ้มให้กับทุกคน พี่หมอพาฉันเดินมาที่ชุดโซฟามุมห้อง ที่มีผู้หญิงอายุประมาน 40กว่าปีนั่งอยู่ และมีผู้ชาย รุ่นราวคราวเดียวกับพี่หมออยู่อีกคน
"คุณพิมพ์ สวัสดีครับ"
"ดีค่ะคุณญู และนี่..."
"นี่น้องเมครับ แฟนผมเอง"
"สวัสดีค่ะ" ฉันไหว้หลังจากที่พี่หมอญูแนะนำ คุณพิมพ์ก็ไหว้ตอบและยิ้มให้
"เมครับ นี่คุณพิมพ์นะ เลขาของพ่อผมเอง"
"ส่วนนี่พี่เจษ เพื่อนเฮียวินครับ พี่เขาเป็ตากล้องของงานนี้"
"สวัสดีค่ะ"
"ดีครับ สวยๆแบบคุณเมสนใจเป็นางแบบให้ผมมั้ยครับ" ฉันยิ้มเจื่อนๆไม่รู้จะปฏิเสธยังไง
"หาคนอื่นดีกว่าครับพี่เจษ คนนี้คงไม่ได้ผมหวง"
"555 พี่ล้อเล่น แต่ถ้าได้ก็ดี"
"นางแบบพร้อมแล้วครับ" ถีมงานคนหนึ่งเดินมาบอก พวกเราจึงพากันเดินไปตรงกลางที่มีนางแบบยืนอยู่ 4 คน มีแต่คนสวยๆเลย ดีนะที่ฉันแต่งตัวมาไม่งั้นคงทำให้พี่หมอขายน่าแน่ๆ สักพักก็มีการด์เดินถือกล่อง เครื่องทองทั้งหลายเข้ามา มีทั้งแหวน ทั้งสร้อย และกำไล มีแต่สวยๆทั้งนั้นเลยแต่ละเส้นดีไซน์ดีมากเรียบหรู เก๋ๆ เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ น้ำหนักก็ประมาน 3-4บาทได้
"พร้อมยังครับ เริ่มถ่ายที่ละคนก่อนนะครับ คนแรกเดินเข้าไปเลย" นางแบบคนแรกเดินเข้าไป เธอโพสท่าแบบมั้นใจไม่เคอะเขิลเลย เป็มืออาชีพมาก แต่เกลียดอย่างเดียวนางชอบมองและใช้สายตายั่วยวนพี่หมอของฉันตลอด
"แซะๆ "
"คนต่อไปเชิญครับ"
"เอียงซ้ายอีกนิดครับ ครับ ดีครับ"
พี่เขาถ่ายมาเกือบจะเที่ยงแล้วจึงหยุดพักเบรกกินข้าวกัน พี่พิมพ์เลขาพ่อพี่หมอสั่งข้าวกล่องมาแจกจ่ายพนักงานทุกคนและรวมถึงฉันกับพี่หมอด้วย
"คุณญูกับน้องเมกินได้มั้ยค่ะ ถ้าไม่เดี๋ยวพิมพ์ไปซื้อมาให้ใหม่"
"ได้ค่ะ ขอบคุณคุณพิมพ์มากนะค่ะ"
"ข้าวผัดไข่น่าทานจัง" ฉันเลือกข้าวผัดไข่ ส่วนพี่หมอเลือกข้าวกระเพรา พอเลือกเสร็จแม่บ้านที่จ้างมาก็กุลีกุจอ เอาข้าวที่เราเลือกมาเทใส่จาน แล้วมาเสริฟ์ให้ถึงโต๊ะ
"หนูร้อนมั้ยค่ะ" ฉันยิ้มก็มันร้อนจริงๆนิเลยไม่ปฏิเสธ
"เจ๋งๆขอพัดลมให้เฮียตัว1" พี่คนชื่อเจ๋งก็วิ่งไปเอาพัดลมมาเสียบปลั๊กแล้วเปิดให้ฉัน กับพี่หมอ
"ขอบใจ"
เราทั้งสองกินข้าวไปคุยกันไป หัวเราะกันไป ก็ไม่แปลกหรอกที่จะมีสายตาอิจฉามองมาที่ฉันกับพี่หมอตลอด ฉันหันไปมองตอบ เธอคนนั้นที่ถ่ายแบบคนแรกก็ยังไม่หลบ จ้องมองฉันอย่างท้าทาย
"มองไรค่ะ"
"นางแบบคนนั้นมองเราตลอดเลย เมไม่ชอบสายตาเค้าที่มองมาเลยค่ะ"
"ไม่ต้องไปสนใจหรอก ถ้าใครกล้ามีปัญหาก็เลิกจ้าง ไปจ้างคนใหม่"