"อั่ก!!!"
ท้องฟ้าในยามราตรีที่ประดับประดาด้วยดวงดาวและดวงจันทร์ แสงสีทองอ่อนอันเป็ประกายของมัน ช่างดูงดงามไม่ใช่น้อยเมื่อจ้องมองขึ้นไป เพียงแต่ว่ากลิ่นเหม็นเน่าของกองขยะที่โชยขึ้นมานั้น มันทำลายความงดงามของหมู่แสงประกายระยิบระยับไปจนหมด แถมภาพของหมู่ดารากับจันทราในสายตาผมนั้นก็ช่างเลือนรางเหลือเกิน เหมือนกับลมหายใจของผมที่เริ่มแ่เบาลงไปทุกที
'ในนามแห่งข้าไดอาน่าเทพธิดาแห่งแสง ข้าขอเปิดประตูมิแห่งกาลเวลา เพื่ออัญเชิญท่านผู้กล้ามา ณ ที่แห่งนี้' นั่นคือเสียงที่ผมได้ยินเมื่อราวๆ หนึ่งชั่วโมงก่อน ในตอนที่อยู่โลกเดิมก่อนที่จะถูกอัญเชิญมายังโลกแห่งนี้
เซย์จิคือชื่อของผม ผมเป็ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น พ่อของผมเป็คนไทย ส่วนแม่ของผมนั้นเป็คนญี่ปุ่น ั้แ่เกิดผมอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาโดยตลอด จนกระทั่งพ่อของผมตายไปเมื่อสามปีก่อน มันทำให้แม่ตัดสินใจพาผมกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่เพียงไม่กี่ปีแม่ก็ตายไปอีกคนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ นั่นเลยทำให้ผมที่เป็นักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่สองนั้น ต้องใช้ชีวิตตัวคนในประเทศที่ไม่คุ้นเคยนี้ ก่อนที่จะถูกอัญเชิญมายังต่างโลกในฐานะผู้กล้าในระหว่างที่กำลังเดินทางไปทำงานพิเศษหลังเลิกเรียน
ภาพที่ผมเห็นครั้งแรกเมื่อมาถึงยังต่างโลกนั้น คือห้องโถงขนาดใหญ่ของพระราชวัง ที่ถูกปูด้วยพรมสีแดงสดเป็ทางยาว ทหารสวมชุดเกราะเต็มยศที่ขนาบข้างห้องโถงทั้งทางซ้ายและทางขวา กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางทางเดินเบื้องหน้าผม เธอคนนั้นมีรูปโฉมที่สุดแสนจะงดงาม ผมเส้นตรงยาวสลวยของเธอนั้นเป็สีทองอ่อนที่เปล่งประกายราวกับดวงดารา ผิวกายที่ขาวใสก็สุกสว่างราวกับดวงจันทรา ในครั้งแรกที่ได้เห็นเธอนั้น ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคือเ้าของเสียงนั้น เทพธิดาที่อัญเชิญผมมายังโลกแห่งนี้
"ข้ามีนามว่าไดอาน่า หรือเทพธิดาแห่งแสงไดอาน่า ต้องขออภัยที่อัญเชิญท่านผู้กล้ามายังที่แห่งนี้โดยไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่ว่าโลกใบนี้้าพลังของท่านผู้กล้าจริงๆ เพื่อต่อสู้กับจอมมาร ท่านโปรดอภัยให้กับความเสียมารยาทของข้าด้วย"
พอได้ฟังแบบนั้นหัวใจของผมมันก็เต้นโครมครามขึ้นมาทันที ในโลกเดิมที่ไม่มีใครข้างกายใบนั้น อนิเมะเป็เหมือนโลกทั้งใบของผม และอนิเมะที่ผมชอบมากที่สุดก็คืออนิเมะแนวต่างโลก เพราะแบบนั้นความฝันของผมก็คือการถูกอัญเชิญไปต่างโลก แล้วกลายเป็นักผจญภัยที่สุดแสนจะแข็งแกร่ง แม้ว่านั่นจะเป็ได้แค่จินตนาการก็ตาม พอความฝันนั้นเกิดขึ้นจริงๆ มันก็เลยตื่นเต้นจนหัวใจเต้นเสียงดังไม่หยุด เพียงแต่ว่าความฝันที่จะได้เป็นักผจญภัยออกล่ามอนสเตอร์ในโลกใบนี้กลับพังทลายลงภายในพริบตา หลังจากที่เทพธิดาคนนั้นได้เห็นค่าสเตตัสของผม
"ผู้กล้าแห่งกามอารมณ์งั้นหรอ นี่มันขยะชัดๆ" หลังจากที่เธอได้รู้ว่าสเตตัสของผมคือผู้กล้าแห่งกามอารมณ์นั้น จากท่าทีอ่อนหวานให้ความเคารพในตอนแรก ก็กายเป็รังเกียจเดียดฉันท์ขึ้นมาทันที แถมเธอยังถีบหัวส่งผมราวกับขยะอย่างไม่ไยดีอีกต่างหาก "ทหารพาไอ้ขยะนี่ออกไปจากตรงนี้ที จะเอาไปทิ้งที่ไหนก็ไป" และด้วยคำสั่งเพียงคำเดียว ทหารสวมชุดเกราะเต็มยศนับสิบคน ก็กรูเข้ามาโจมตีผมในทันที
[!!ไม่สามารถสร้างดาเมจได้!!]
[!!ไม่สามารถสร้างดาเมจได้!!]
ผมพยายามต่อสู้กับทหารพวกนั้นอย่างสุดชีวิต แต่ผมที่มีเลเวลแค่หนึ่งแถมยังมีเพียงแค่มีเปล่า ไม่สามารถสร้างดาเมจอะไรให้กับทหารเ่าั้ได้เลย ต่างกับผมที่ทั้งถูกเตะ ทั้งถูกต่อย ถูกกระทืบจนแทบจะลุกยืนไม่ไหว จากนั้นผมที่หมดสภาพต่อสู้ก็ถูกทหารพวกนั้นลากออกไปจากห้องโถง โดยที่ไม่ได้รับคำอธิบายเลยว่าตัวผมที่มีสเตตัสเป็ผู้กล้าแห่งกามอารมณ์นั้นเป็ขยะยังไง เพราะแบบนั้นผมเลยยิ่งรับมันไม่ได้เข้าไปใหญ่ กับไอ้การที่อัญเชิญผมมาอย่างไม่ถามความสมัครใจสักคำ แล้วโยนผมทิ้งราวกับขยะไร้ค่าไร้ราคาแบบนี้
"ถุ้ย!!! ยัยเทพธิดาเฮงซวย"
"ยังมีแรงพูดอีกนะไอ้ขยะนี่!!!" อาจเป็เพราะผมด่าเทพธิดาของพวกมัน หนึ่งในทหารเ่าั้ก็เลยหัวเสีย แล้วพุ่งตรงเข้ามาจะต่อยผมในทันที หมับ!!! แต่ทว่ามันก็ถูกทหารอีกคนห้ามเอาไว้ก่อน
"ไม่ต้องเอามันให้ถึงตายหรอกน่า ยังไงสภาพแบบนี้เดี๋ยวก็เน่าตายเป็ศพในกองขยะอยู่ดี ค่อยๆ ปล่อยให้มันเน่าตายไปทีละนิดสนุกกว่ากันตั้งเยอะ" จากนั้นผมก็ถูกมันโยนลงมาจากระเบียง จนมานอนหายใจรวยรินใกล้ตายอยู่บนกองขยะอย่างในตอนนี้
[HP : 5/100]
[HP : -1]
"อั่ก!!!" และก็ดูเหมือนว่าผมกำลังจะเน่าตายแบบที่พวกมันบอก เพราะเืมันทะลักออกมาจากปากไม่หยุด จนHPลดลงเรื่อยๆ แต่เอาจริงๆ สภาพของผมในตอนนี้เหมือนคนใกล้ตายเต็มทน ไหนจะกระดูกทั่วทั้งตัวที่หักจนแม้แต่ปลายนิ้วก็กระดิกไม่ได้ ไม่ว่าจะกระดูกซี่โครง ท่อนขาหรือว่าท่อนแขนมันก็หักทั้งหมดแถมแรงหายใจก็แทบจะไม่มีเต็มทน
"ยัยเทพธิดาเฮงซวย ฉันสาบานเลยว่าต่อให้เหลือแค่ิญญาฉันก็จะไปล้างแค้นเธอให้ได้ แล้วก็ไอ้ทหารเวรพวกนั้นด้วย อั่ก!!!" ผมที่ทำอะไรไม่ได้เลยนั้น ก็ทำได้เพียงแค่ก่นด่าเ้าพวกที่ทำกับผมแบบนี้ ด้วยเสียงที่สุดแสนจะแ่เบากับหัวใจที่มีแต่ไฟแค้น
[HP : -1]
"FLY!!!" และในตอนที่ผมทำใจแล้วว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา พลั่บ!!! พร้อมกับร่างอันไร้เรี่ยวแรงของผมที่ลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่จะขยับออกจากกองขยะนั้นไป พลั่บ!!!! แล้วไปตกอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน ที่มันอบอุ่น นุ่มนิ่ม และหอมกลิ่นดอกไม้เป็อย่างมาก
"ขอโทษนะเ้าคะท่านผู้กล้า ที่ฉันมาช้าเกินไปหน่อย" ในตอนที่เสียงของใครคนนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของผมที่มันเลือนรางเป็อย่างมากนั้น มองเห็นเพียงแค่ใบหน้าเรียวสวยของเธอแบบจางๆ กับเส้นผมสีเงิน และชุดสีดำคล้ายแม่ชีที่เธอใส่อยู่เท่านั้น "พักผ่อนเถอะนะคะท่านผู้กล้า ต่อจากนี้ฉันจะดูแลท่านเอง" พลั่บ "RECOVERY" ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก็คือฝ่ามืออันเรียวบางของเธอที่ขยับขึ้นมาปิดตาผมไว้ ก็เสียงใสๆ ที่ถูกเปล่งขึ้นมา จากนั้นผมก็หมดสติไปและไม่รับรู้อะไรอีกเลย
.
.
ผมไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติไปนานขนาดไหน แต่พอเริ่มััถึงความคงอยู่ของตัวเองได้นั้น ผมก็ััได้ถึงความอบอุ่น ความนุ่มนิ่ม และกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบเดียวกันกับที่ตัวเองััได้ก่อนที่จะหมดสติไป กับสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านอย่างแ่เบาจนเส้นผมปลิวไปตามแรงลมนั้น และพอลืมตาตื่นขึ้นผมก็เห็นว่าตัวเองนั้นกำลังนอนบนเตียงอันนุ่มฟูอยู่ในบ้านไม้หลังหนึ่ง
'ชุดแม่ชี?' คือสิ่งแรกที่ผมลืมตาขึ้นมาแล้วเห็น มันถูกแขวนเอาไว้อย่างดีที่ฝาผนังข้างๆ กับเตียงที่ผมนอนอยู่ หัวนอนของเตียงที่นอนอยู่นั้นมันตรงกับหน้าต่างอย่างพอดิบพอดี เพราะแบบนั้นผมถึงััถึงสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามาได้ และมองเห็นทุกอย่างภายในบ้านหลังนี้ได้อย่างชัดเจนจากแสงสว่างที่สาดส่องเขามาผ่านหน้าต่างบานนั้น
หลังจากที่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งผมก็เห็นว่าตัวเองนั้นอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ส่วนแผลตามร่างกายก็หายไปทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงแขนกับขาที่หักก็กลับมาขยับได้ตามเดิมแล้วเช่นกัน มันก็เลยทำให้ผมนึกถึงผู้หญิงในชุดแม่ชีที่เธอมาช่วยผมเอาไว้เมื่อคืน ผมคิดว่าเธอน่าจะเป็คนรักษาแผลให้แก่ผม และก็เป็เ้าของชุดแม่ชีที่แขวนอยู่ตรงนั้นด้วย และในตอนที่กำลังครุ่นคิดถึงเธอคนนั้นอยู่นั้น สายตาผมมันก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างใต้ผ้าห่ม ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ข้างกายผม
"นั่นมัน....." และด้วยความสงสัยนั้นผมก็เลยขยับมือไปเปิดผ้าห่มออก พลั่บ!!!
เส้นผมสั้นประบ่าสีเงินอ่อน ใบหน้าเรียวสวยได้รูปที่กำลังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่เข้ากับผิวกายอันขาวใสเนียนนุ่มเป็อย่างดี รูปร่างที่เ้าเนื้อเล็กน้อยแต่ก็ยังมีเอวที่คอดกิ่วอยู่ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัว จุกนมสีชมพูอ่อนเฉดสีเดียวกับริมฝีปาก และบั้นท้ายอันนุ่มเด้งที่กลมสวยเป็อย่างมาก กับเรียวขาบางที่เรียบเนียนไม่แพ้ผิวกายที่มันหุบเข้าหากันอยู่ จนไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางของหว่างขาทั้งสองข้างนั้น
"/////" ซึ่งทั้งหมดนั่นมันก็ทำเอาผมแตกตื่นจนหน้าแดงก่ำ ใช่แล้วสิ่งที่นอนซุกใต้ผ้าห่มที่ข้างกายผมนั้นคือผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังเป็ผู้หญิงที่โคตรสวยและอยู่ในสภาพเปลือยกายอีกต่างหาก ผมที่ยังไม่เคยเสียซิง และไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงขนาดนี้มาก่อน พอเห็นแบบนั้นมันก็ทำอะไรไม่ถูกจนมือไม้สั่นไปหมด
"...." และในขณะที่ผมกำลังมือไม้สั่นอยู่นั้น ดวงตาคู่สวยที่ถูกปิดอยู่ก็ค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นมา ทำให้ผมได้สบตาเข้ากับร่างเปลือยเปล่านั้นอย่างจัง "ตื่นแล้วหรอเ้าคะท่านผู้กล้า" แต่เธอคนนั้นกลับทักทายผมอย่างเป็มิตรโดยไม่มีท่าทีตื่นกลัวอะไรเลย พลั่บ!!! หนำซ้ำยังขยับตัวลุกขึ้นมาจนผ้าห่มหลุดออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าอย่างเต็มตายิ่งกว่าเดิมอีกต่างหาก โดยเฉพาะนมเต้าสวยทั้งสองเต้าที่มันอวบอิ่มและใหญ่ล้นมือเป็อย่างมาก
"อรุณสวัสดิ์นะเ้าค่ะท่านผู้กล้า ฉันชื่อว่ารีฟาร์ เป็สาวกเพียงหนึ่งเดียวของท่านเ้าค่ะ" ถึงเธอจะแนะนำตัวอย่างชัดเจนขนาดนั้น แต่ผมแตกตื่นจนฟังอะไรไม่รู้เื่เลย แถมสายตามันยังเอาแต่จ้องมองหน้าอกเต้าใหญ่ๆ ของเธอไม่หยุดอีกต่างหาก "ท่านผู้กล้าเ้าคะ??" ก็เลยทำเอาสาวเ้าต้องเรียกผมอยู่หลายครั้งเพื่อพาเอาสติผมกลับมา
จากนั้นเธอก็เล่าถึงเื่เมื่อคืนทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ผมได้ฟัง เธอแอบดูอยู่ั้แ่ต้น ั้แ่ตอนที่ผมถูกอัญเชิญมาจากโลกเดิม รวมไปถึงแอบดูมาจนถึงตอนที่ผมถูกพวกทหารของยัยเทพธิดาเฮงซวยนั้นทำร้ายด้วย แต่ว่าเธอเป็ผู้หญิงตัวคนเดียวไม่อาจเข้ามาช่วยได้ ซึ่งผมก็เข้าใจเื่นั้นเป็อย่างดี พอทหารพวกนั้นไปแล้วเธอก็เข้ามาช่วยผม แล้วพาผมมารักษายังสถานที่แห่งนี้อันเป็บ้านพักกลางป่าของเธอที่อยู่ห่างไกลจากพระราชวังพอสมควร แต่ก็ยังมีเื่ที่ผมไม่เข้าใจอยู่
"ว่าแต่ทำไมเราถึงต้องแก้ผ้ากันด้วยล่ะ ///" ผมถามเธอออกไปโดยที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอที่อยู่ในสภาพเปลือยกายนั้นไม่คิดที่จะเอามือขึ้นมาบดบังเรือนร่างของตัวเองเลย ปล่อยให้นมเต้าสวยมันเด้งไปเด้งมาในขณะที่พูดไปด้วย
"นั่นก็เพราะว่าการแก้ผ้านอนกอดกันมันทำให้ใช้เวทย์รักษาได้ดีกว่ายังไงละเ้าคะ" เธอตอบกลับมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเช่นเดิม ต่างกับผมที่กำลังจะเป็บ้าตายเพราะเรือนร่างอันเย้ายวนของเธอ เธอคงไม่เข้าใจหรอกว่าหนุ่มซิงเวลาที่เห็นเรือนร่างของผู้หญิงแบบนี้มันว้าวุ่นขนาดไหน "แล้วก็มีอีกหนึ่งเหตุผลเ้าค่ะ"
"อะ...อะไรงั้นหรอ" เหมือนเดิมที่ผมถามโดยที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา ได้แต่ก้มหน้าก้มตามองนิ้วมือตัวเอง
"นั่นก็คือเราสองคนต้องมีเซ็กส์กันเพื่อเปิดประตูพลังเวทย์ของท่านผู้กล้ายังไงละเ้า จึงไม่จำเป็ต้องใส่เสื้อผ้า เพราะยังไงก็ต้องถอดอยู่ดี"
"ห๊ะอะไรนะ!!!!" ซึ่งคำตอบนั้นของเธอมันก็ทำเอาผมที่ไม่กล้าสบตาต้องเงยหน้าขึ้นไปถามย้ำคำตอบนั้นอีกครั้งอย่างใ เพราะแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
#ผู้กล้าขยี้สวาท