ราชครูเหยียนเซิ่นและหวังเจียงหยุดชะงักก่อนจะมองไปที่หยวนิเย่
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือคุณชายหยวน? ” ราชครูเหยียนเซิ่นถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ พอดีมีแมลงมาก่อกวนเล็กน้อยน่ะ ” หยวนิเย่ตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอก โดยที่มีราชครูเหยียนเซิ่นและหวังเจียงเดินตามไปด้วย
ระหว่างทางหยวนิเย่บอกให้ทั้งสองคนสวมหน้ากากหรือหมวกเพื่อปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้ด้วย
แม้ว่าทั้งสองจะสงสัยแต่พวกเขาก็ย่อมทำตามคำสั่งของหยวนิเย่
เมื่อพวกเขาเดินออกมาด้านนอก
หยวนิเย่และคนอื่นๆก็เห็นกลุ่มคนหลายสิบคนยืนอยู่ด้านหน้าจวนฮวาสุ่ย พวกเขาต่างก็ถืออาวุธพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างต่อเนื่อง
ห่างออกไปไม่ไกลก็มีผู้ชมจำนวนมากที่กำลังมองดูเื่ที่กำลังเกิดขึ้นด้วยความสนใจ ไม่ว่าจะเป็คนของตระกูลไป๋หรือคนของกองกำลังต่างๆที่ถูกส่งให้มาตรวจสอบ
ส่วนทางฝั่งของจวนฮวาสุ่ยก็มีฟ่างหรู่ เหมินจ้าวรวมไปถึงบ่าวรับใช้คนอื่นๆที่ยืนอยู่อย่างสงบ พวกเขาแค่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยที่ไม่ได้รู้สึกกดดันแม้แต่นิดเดียว
เมื่อกลุ่มคนด้านหน้าเห็นหยวนิเย่เดินออกมา พวกเขาก็หรี่ตาลงเพราะพวกเขารู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ดูเงียบสงบเกินไปแถมยังไม่หวาดกลัวพวกเขาอีกด้วย นอกจากนี้พวกเขายังมีความรู้สึกกดดันเมื่อชายหนุ่มนี้มองมาที่ตน ความรู้สึกนี้ต่อให้เป็ผู้นำตระกูลหรือแม้แต่เซียนยุทธ์ก็ไม่สามารถทำได้
“ เ้าคือใครและเป็อะไรกับเ้าของจวนแห่งนี้? ” ชายวัยกลางคนในชุดสีแดงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกับแรงกดดันของระดับเซียนยุทธ์
“ ข้าคือหยวนิเย่ เ้าของจวนแห่งนี้ ส่วนพวกเ้าก็น่าจะเป็คนของตระกูลหวงและตระกูลกวนสินะ ” หยวนิเย่ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่ผิด พวกข้าเป็คนของตระกูลหวงและตระกูลกวนจริงๆ ในเมื่อเ้าเป็เ้าของจวนแห่งนี้เช่นนั้นก็ต้องชดใช้ชีวิตให้กับพวกข้า!! ” ชายวัยกลางคนอีกคนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า กลิ่นอายของเขาก็อยู่ในระดับเซียนยุทธ์เช่นเดียวกัน
“ นายน้อยสองคนนั้นคือหวงเถาอิง ผู้าุโใหญ่แห่งตระกูลหวง และ กวนเจี๋ยซิง ผู้าุโใหญ่แห่งตระกูลกวน ” ฟ่างหรู่อธิบาย
หยวนิเย่พยักหน้ารับเบาๆและกล่าวขึ้นว่า “ ไม่ใช่ว่าคนของข้าเตือนแล้วหรือว่าให้กลับไปตอนที่ยังมีโอกาส ดูอย่างคนอื่นๆสิ พวกเขาก็กลับตามคำเตือนแล้วสุดท้ายพวกเขาก็มีชีวิตรอด เป็พวกเ้าต่างหากที่ทำตัวเองแท้ๆ ถ้าหากถอยกลับไปยังตอนที่มีโอกาส แล้วก็อย่าคิดว่าจะอาศัยตระกูลใหญ่เข้ามาข่มขู่ได้ เพราะข้าไม่เคยหวาดกลัวพวกเ้าแม้แต่นิดเดียว ”
“ แล้วทำไมเ้าไม่ฆ่าไป๋ซวนทั้งๆที่เขาก็ยังอยู่ที่นั้น ” กวนเจี๋ยซิงถามขึ้นด้วยความโกรธพร้อมกับชี้ไปยังไป๋ซวนที่อยู่ด้านหลัง
แน่นอนว่าเื่แบบนี้ไม่มีทางที่ตระกูลไป๋จะพลาด พวกเขาย่อมต้องมาสังเกตการณ์อยู่แล้ว
“ เป็คำถามที่ดี ส่วนคำตอบก็คือข้ารู้จักกับไป๋เหรินซี ข้าและนางสนิทกันมาก เพราะฉะนั้นข้าจึงไว้ชีวิตเขาเป็กรณีพิเศษ แน่นอนว่าถ้าหากครั้งหน้าเขายังกล้าที่จะเพิกเฉยต่อคำเตือน เขาก็จะต้องตาย ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไป๋ซวนที่เห็นรอยยิ้มของหยวนิเย่ก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
“ ถึงอย่างไรวันนี้เ้าจะต้องชดใช้กับชีวิตของคนของพวกข้า ” หวงเถาอิงะโขึ้น
กวนเจี๋ยซิงก็เห็นด้วย
หยวนิเย่หัวเราะร่าและหยิบดาบออกมาจากอุปกรณ์มิติ
ทุกๆคนพากันมองไปที่หยวนิเย่ทันที
หยวนิเย่วาดดาบไปที่ระหว่างกลางของทั้งสองกลุ่มและกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ ถ้าหากพวกเ้ากลัาข้ามเส้นนี้เข้ามาเท่ากับตาย แน่นอนว่าถ้าหากพวกเ้า้าของชดเชยก็สามารถข้ามเข้ามาได้นะ ”
ครั้งนี้เป็การวัดใจของสองตระกูลใหญ่ เพราะถ้าหากพวกเขาไม่กล้าข้ามเส้นไปพวกเขาก็จะกลายเป็ขี้ปากให้กับชาวเมืองพูดคุยกันหลังอาหาร แต่ถ้าหากข้ามเข้าไปเขาก็ไม่รู้ว่าหยวนิเย่จะทำตามที่กล่าวจริงหรือเปล่าเพราะไม่มีอะไรรับประกัน อีกอย่างแม้แต่เหม่ยเจียงที่เป็รุ่นเยาว์ก็ยังสามารถสังหารตัวตนระดับเหนือยุทธ์ได้ และพวกเขาก็ยังไม่รู้ถึงเบื้องลึกเื้ัของจวนฮวาสุ่ยอีกด้วย
และเมื่อพวกเขาดูสีหน้าและความมั่นใจของหยวนิเย่แล้ว พวกเขาก็ไม่รู้ว่าคนๆนี้ใจดีสู้เสือหรือว่ามีความสามารถในการจัดการกับพวกเขาจริงๆ
ราชครูเหยียนเซิ่นและหวังเจียงได้แต่ส่ายหัวและอดสงสารสองตระกูลใหญ่ไม่ได้ ใครใช้ให้พวกเขามาหาเื่คุณชายหยวนกันล่ะ แม้แต่ราชวงศ์เยว่เองก็ยังไม่กล้าที่จะหาเื่เลยด้วยซ้ำ
ในขณะที่พวกเขากำลังลังเลอยู่นั้น ก็มีเสียงอันหยิ่งทะนงดังขึ้น “ ช่างเป็รุ่นเยาว์ที่โอหังเสียจริง ”
ทุกๆคนมองไปก็พบว่าเป็ชายชราในชุดสีครามเดินเข้ามาด้วยความโกรธ นอกจากนี้ออร่าของเขาก็อยู่ในระดับเทพยุทธ์
“ ท่านกวนเชาลวี่ ”
“ เป็ท่านกวนเชาลวี่จริงๆ ”
“ คาระวะท่านกวนเชาลวี่ ”
“ คาระวะท่านปู่สี่ ” กวนเจี๋ยซิงกล่าวขึ้น
กวนเชาลวี่เป็ผู้าุโลำดับที่สี่ของวิหารอร่ามฟ้า ซึ่งเป็หนึ่งในสามกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาจากตำหนักหมื่นวิถี
เนื่องจากอาณาจักรแสงจันทร์มีขนาดใหญ่โต เพราะฉะนั้นอัจฉริยะก็มากมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่มีกองกำลังระดับสุดยอดระดับอาณาจักรอยู่ก็ไม่แปลกอะไร
กวนเชาลวี่เป็บรรพชนของตระกูลกวนที่อยู่ในวิหารอร่ามฟ้า นอกจากนี้เขายังเป็ปู่ของกวนเสี่ยวหงอีกด้วย และที่สำคัญคือกวนเสี่ยวหงเป็หลานรักของกวนเชาลวี่
เื่นี้ทุกๆคนในตระกูลกวนย่อมรู้ดี พวกเขาจึงไม่แปลกใจเลยที่จะเป็กวนเชาลวี่ที่นี้
หยวนิเย่และคนอื่นๆมองดูกวนเชาลวี่ด้วยแววตาเรียบเฉย พวกเขาไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย เพราะต่อให้อาณาจักร์มาที่นี้และถ้าหากพวกเขากล้าที่จะเดินข้ามเส้นมาเขาก็จะต้องตายอย่างแน่นอน
“ คุณชายหยวน นั่นคือกวนเชาลวี่ เป็ผู้าุโสี่ของวิหารอร่ามฟ้าและยังเป็คนของตระกูลกวนอีกด้วย คุณชายหยวนอยากให้ข้าจัดการเขาเองหรือไม่? ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่จำเป็แม้แต่ข้าก็ไม่จำเป็ต้องลงมือ เพราะถ้าหากเขาคิดที่จะก้าวเข้ามาในเส้น วันนี้ในปีหน้าจะเป็วันครบรอบวันตายของเขา ” หยวนิเย่กล่าวสบายๆ
“ ย่อมเป็เช่นนั้นจริงๆ ” ราชครูเหยียนเซิ่นพยักหน้า ‘ ดูเหมือนว่าหลังจากที่กลับไปถึงเมืองหลวงแล้วคงต้องให้องค์จักรพรรดิจัดการกับวิหารอร่ามฟ้าเพื่อไม่ให้พวกนั้นมาหาเื่คุณชายหยวน’
“ ฟ่างหรู่ กวนเชาลวี่ให้เ้าเป็คนจัดการแล้วกัน ” หยวนิเย่กล่าว
“ น้อมรับคำสั่งนายน้อย ” ฟ่างหรู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไม่นานกวนเชาลวี่ก็เดินมาอยู่ด้านหน้าของกลุ่มคนของตระกูลหวงและตระกูลกวน
“ เ้าบอกว่าถ้าหากข้ามเส้นนี้ไปเท่ากับตายใช่ไหม? เช่นนั้นทำให้ชายชราผู้นี้ดูหน่อยเป็อย่างไร ” กวนเชาลวี่กล่าวออกมาอย่างเ็าและเดินไปด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
เวลานี้ทุกๆคนต่างจับจ้องไปที่กวนเชาลวี่และหยวนิเย่ด้วยความสนใจ
ทุกๆคนรู้ดีว่าระดับเทพยุทธ์นั้นเหนือล้ำกว่าระดับเซียนยุทธ์มากเพียงใด ต่อให้มีสิบเซียนยุทธ์ก็ไม่สามารถเอาชนะเซียนยุทธ์ได้เลยด้วยซ้ำ
ในจังหวะที่กวนเชาลวี่เดินข้ามเส้นไปแล้ว เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
“ ไหนว่าจะสังหารข้ายังไงล่ะแล้วมัวแต่ยืนนิ่งแบบนี้ทำไมกัน? ” กวนเชาลวี่กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เหยียดหยาม
คนจากตระกูลหวงและตระกูลกวนก็พากันถอนหายใจออกมา จากนั้นสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี
ดูเหมือนว่าหยวนิเย่จะไม่มีใครสามารถเอาชนะท่านกวนเชาลวี่ได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาถึงได้ยืนอยู่กับที่แบบนั้น
กวนเชาลวี่คำรามออกมา “ตามข้าไปจัดการกับสารเลวเหล่านี้ซะ ”
“ รับคำสั่งท่านกวนเชาลวี่ ”
ตระกูลหวงและตระกูลกวนก็พากันะโขึ้นอย่างพร้อมเพียงและรีบวิ่งเข้าไปทันที เพียงแต่จู่ๆพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าจู่ๆหัวของท่านกวนเชาลวี่ก็ลอยขึ้นและตกลงบนพื้น
จู่ๆทุกๆอย่างก็ดูหยุดนิ่ง ไม่มีสิ่งใดขยับ ทุกอย่างดูคล้ายกับเวลาหยุดนิ่ง
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆหัวของท่านกวนเชาลวี่ก็ลอยขึ้นแบบนั้น
มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่มองเห็นได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ซึ่งสองคนนั้นก็คือหยวนิเย่และราชครูเหยียนเซิ่น
“ ดูเหมือนว่าฝีมือดาบของเ้าจะพัฒนาขึ้นมามากแล้วนะ ” หยวนิเย่กล่าวขึ้น
“ เป็เพราะนายน้อยสั่งสอนต่างหากขอรับที่ทำให้ข้าน้อยพัฒนามาถึงระดับนี้ได้ ” ฟ่างหรู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่าการสังหารตัวตนระดับเทพยุทธ์ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก
หวังเจียงลอบกลืนน้ำลาย เพราะเขามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของฟ่างหรู่เลยด้วยซ้ำ เขาไม่เห็นแม้กระทั้งฟ่างหรู่ขยับร่างกายตอนไหน ถ้าหากให้เขาไปสู้กับฟ่างหรู่ เขาก็คงถูกสังหารอย่างแน่นอน
ราชครูเหยียนเซิ่นมองดูฟ่างหรู่ด้วยแววตาจริงจัง แม้ว่าเสี้ยววินาทีที่ฟ่างหรู่ลงมือจะบ่งบอกถึงพลังยุทธ์ในระดับเทพยุทธ์ออกมา แต่มันกลับแข็งแกร่งกว่าระดับอาณาจักร์ขั้นต้นบางคนเสียอีก
‘ สมแล้วที่เป็คนของคุณชายหยวน นับว่าแข็งแกร่งจริงๆ ’ ราชครูเหยียนเซิ่นชื่นชม นอกจากนี้วิถีดาบของฟ่างหรู่ก็แข็งแกร่งมากๆ แม้ว่าจะเทียบกับตนไม่ได้แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก
“ นี้มัน!! ”
“ ท่านกวนเชาลวี่ตายแล้ว? ”
เสียงพูดคุยของผู้คนที่อยู่รอบๆก็ดังขึ้น ทำให้คนของตระกูลหวงและตระกูลกวนพากันมองหน้ากันก่อนที่จะรีบถอยหลังออกมาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่กล้าที่จะข้ามเส้นไปอีกแล้ว เพราะแม้แต่เทพยุทธ์อย่างท่านกวนเชาลวี่ก็ยังถูกสังหารตายแบบนี้
“ เ้ากล้าสังหารท่านกวนเชาลวี่? ” กวนเจี๋ยซิงะโออกมาด้วยความโกรธและกลัว
“ สังหารเขาทำไมข้าจะไม่กล้า? ” หยวนิเย่หัวเราะออกมา
“ เ้าไม่รู้หรือว่าวิหารอร่ามฟ้ามีตัวตนระดับอาณาจักร์อยู่! ” กวนเจี๋ยซิงะโถาม
“ พูดมากน่ารำคาญเสียจริงเอาเป็ว่าข้าไม่เคยกลัวใครหน้าไหน แต่ถ้าพวกมันอยากตายนักก็เข้ามาให้หมดข้าจะได้ทำลายในทีเดียว ” หยวนิเย่ตัดบท จากนั้นเขาก็มองไปยังฟ่างหรู่
ฟ่างหรู่เดินไปที่ศพของกวนเชาลวี่ก่อนที่จะปล้นทรัพย์ไปทั้งหมด
“ นี้แกจะมากเกินไปแล้ว ” กวนเจี๋ยซิงะโออกมาด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าสมบัติทั้งหมดของปู่สี่ของตนถูกเก็บไปหมดแล้ว
“ อะไร? อยากเอาคืนหรอ ได้สิ ถ้าหากเ้ากล้าที่จะเข้ามาในเส้นเ้าก็สามารถเอาสมบัติคืนไปได้นะ นอกเสียว่าเ้าจะไม่กล้าน่ะ ” ฟ่างหรู่หัวเราะและเดินกลับไปทันที
กวนเจี๋ยซิงกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนอยู่เฉยๆ นอกจากนี้เขาก็ยังไม่เห็นว่าปู่สี่ของตนเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
“ พวกเ้าจะเอายังไงต่อเ้าเข้ามาไหมหรือจะอยู่ที่นี้ต่อ? ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
กวนเจี๋ยซิงกัดฟันและมองไปที่หยวนิเย่ก่อนที่จะสั่งให้คนของตระกูลกวนกลับทันที แม้แต่กวนเชาลวี่ยังถูกสังหาร พวกเขาจะทำยังไงต่อได้ เื่นี้พวกเขาจะต้องแก้แค้นแน่นอน ซึ่งพวกเขาจะส่งเื่นี้ไปยังวิหารอร่ามฟ้าและให้วิหารอร่ามฟ้าส่งคนมาจัดการกับหยวนิเย่
เมื่อกวนเจี๋ยซิงกลับไปแล้วหวงเถาอิงก็สั่งให้คนของตนกลับตระกูลบ้าง
หลังจากที่สองตระกูลนี้กลับไปแล้ว คนจากตระกูลอื่นๆก็พากันกลับไปบ้าง ซึ่งก่อนกลับพวกเขามองดูผู้คนจากจวนฮวาสุ่ยด้วยแววตาจริงจัง
ดูเหมือนว่าตอนนี้ภายในเมืองหลวงกุ่นจะมีผู้แข็งแกร่งปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆกลับกันหมดแล้ว ราชครูเหยียนเซิ่นและหวังเจียงก็ขอตัวกลับ
“ คุณชายหยวนไม่ต้องหวงเื่ของวิหารอร่ามฟ้าข้าจะเป็คนไปจัดการด้วยตัวเอง ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เช่นนั้นก็ต้องฝากท่านราชครูเหยียนแล้ว ” หยวนิเย่กล่าว
“ เื่เล็กน้อย อีกอย่างข้าก็ไม่้าให้วิหารอร่ามฟ้าต้องล่มสลายเพราะคุณชายหยวน ” ราชครูเหยียนเซิ่นหัวเราะ
ทุกๆคนก็พากันหัวเราะ เพราะทุกคนรู้ดีถ้าหากหยวนิเย่ลงมือ วิหารอร่ามฟ้าจะต้องถูกทำลายทิ้งอย่างไม่ใยดีแน่นอน
หลังจากที่ราชครูเหยียนเซิ่นและหวังเจียงกลับไปแล้ว หยวนิเย่ก็กลับเข้าไปในจวนเพื่อพักผ่อน