ตอนที่8 ความเชื่อใจ
คำตอบที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาของภรรยาตัวน้อยทำให้เฮ่าตู๋หัวเราะออกมาอย่างขบขันฉับพลันนั้นความตึงเครียดในจิตใจของเขาก็พลันจางหายไปในทันทีนางมักจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน
เฮ่าตู๋อดยิ้มออกมาทั้งที่ยังหลับตาไม่ได้ว่า“เด็กโง่ ฮ่องเต้หาใช่บุคคลที่ผู้ใดจะเข้าถึงได้ง่ายดายขนาดนั้นอีกอย่างเ้าก็เป็เพียงชาวบ้านตัวเล็กๆ ไหนเลยจะควรค่าให้พระองค์มาใส่ใจได้”
คำพูดของสามีทำให้ลู่จิวอดขมวดคิ้วไม่ได้“ทำไมถึงจะไม่ใส่ใจกันเล่าก็พวกเราเป็ประชาชนของพระองค์ไม่ใช่รึหากประชาชนเดือดร้อนแล้วฮ่องเต้ยังทำเมินเฉย อย่างนั้นจะมีฮ่องเต้ไปเพื่ออะไรกัน”
เฮ่าตู๋อดลืมตามองดูสีหน้าที่ยุ่งเหยิงของภรรยาไม่ได้เขาเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู “ถูกต้องแล้ว แต่ว่านะลู่จิวเ้าไม่เข้าใจเื่ในราชสำนัก มันมีความซับซ้อนและยากลำบากมากกว่านั้นบางครั้งฮ่องเต้ก็จำต้องมองข้ามความทุกข์ของคนบางกลุ่ม เพื่อรักษาคนอีกกลุ่มที่สำคัญกว่าเอาไว้ส่วนคนที่เดือดร้อนนั้นก็ถือเสียว่าเป็ความโชคร้ายของพวกเขาไป”
ลู่จิวยังคงทำสีหน้ายุ่งเหยิงด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดี“เหตุใดถึงต้องละทิ้งคนกลุ่มหนึ่งเพื่อรักษาคนอีกกลุ่มหนึ่งเอาไว้ด้วยเล่าในเมื่อพวกเราต่างก็เป็ประชาชนเหมือนกัน ชาวบ้านตัวเล็กๆ เมื่อมารวมตัวอยู่ด้วยกันจึงจะเกิดเป็ประชาชนไม่ใช่หรือหากคนของฮ่องเต้ทำผิดเช่นนั้นก็ควรลงโทษพวกเขาสิ ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หากผิดเป็ถูกเช่นนั้นพวกชาวบ้านตัวเล็กๆอย่างเราไม่น่าสงสารแย่รึ ไม่รู้ล่ะหากว่ามีคนทำร้ายครอบครัวของข้าข้าก็จะยืนหยัดต่อสู้ให้จงได้เพราะสำหรับข้าแล้วไม่มีสิ่งใดสำคัญเหนือไปกว่าครอบครัวอีกแล้ว”
พอพูดอย่างนั้นจบลู่จิวก็ลูบไล้ใบหน้าของสามีด้วยความรักใคร่ “สามี ท่านไม่ต้องกลัวนะ หากวันใดมีคนมารังแกท่านข้าจะปกป้องท่านเอง!”
เป็อย่างที่คาดเอาไว้คำพูดของภรรยาสามารถเรียกรอยยิ้มให้เฮ่าตู๋ได้นับครั้งไม่ถ้วนเขากุมฝ่ามือเล็กเอาไว้และประทับริมฝีปากลงไปอย่างแ่เบา “ขอบคุณเ้ามากนะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เห็นท่านเป็ทั้งอาจารย์ แล้วยังรับตรวจบัญชีอีกข้ารู้สึกปวดใจมากเลย สามี ท่านเหนื่อยหรือไม่ ข้าพอจะช่วยท่านทำอะไรได้บ้าง”ลู่จิ่วมองออกถึงสีหน้าที่เหนื่อยล้าของสามีดูเหมือนกลับมาคราวนี้เขาจะเคร่งขรึมกว่าแต่ก่อนมากคงเป็เพราะทำงานหนักเกินไปสินะ
เฮ่าตู๋มองดูใบหน้าดวงเล็กที่เป็ห่วงเขาอย่างจริงใจนั้นเล็กน้อยฉับพลันนั้นความอาลัยอาวรณ์ก็บังเกิดขึ้นมาในใจของเขาอย่างอดไม่อยู่เขาโอบร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะเอ่ยอย่างแ่เบาว่า “เ้าคือความสบายใจของข้าอยู่กับเ้าแล้วไม่เหนื่อยเลยสักนิด มาเถอะ หากเ้าอยากช่วยข้า เช่นนั้นก็จงอ่านตัวอักษรเหล่านี้ให้จบ”
เขากุมมือบางชี้ไปตามตัวอักษรทีละตัวพลางสอนนางอ่านราวกับเด็กน้อยอย่างไม่นึกเบื่อหน่ายหญิงสาวในอ้อมแขนของเขาพยักหน้าราวกับลูกไก่ตัวน้อยยิ่งเห็นนางเชื่อฟังเขามากเท่าไหร่ความรู้สึกที่แปลกประหลาดนั้นก็ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นในใจทุกทีความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกผิด ไม่ว่าจะทำเื่ใดก็ตามเขาไม่เคยรู้สึกผิดเลยสักนิด แต่พอมาเป็นางแล้ว จู่ๆเขากลับเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาเป็ครั้งแรก
ฉับพลันนั้นเฮ่าตู๋ก็เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็พิเศษไม่ได้ราวกับเขา้าเตือนสติหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน “ลู่จิว อย่าเชื่อใจใครง่ายๆรู้ไหม ไม่ใช่ทุกคนที่จะหวังดีกับเ้าด้วยใจจริงข้าไม่อยากให้ใครทำเ้าเสียใจทั้งนั้น แม้แต่ตัวข้าก็ตาม...”
“ข้าไม่ได้เชื่อคนง่ายสักหน่อย ข้าเชื่อเพียงสามีของข้าคนเดียวเท่านั้นท่านเป็สามีข้า เหตุใดข้าต้องระวังตัวด้วยเล่า” ลู่จิวหันกลับมาถามเขาด้วยดวงตาที่ใสซื่อ
“เ้าไม่ควรเชื่อใจใครมากกว่าตัวเอง” เฮ่าตู๋เอ่ยออกมาด้วยความทอดถอนใจเล็กน้อย
“ข้ารู้ แต่ข้าเชื่อใจท่าน ข้ารู้ว่าท่านไม่มีวันทำร้ายข้าแน่นอนอีกอย่างนะสามี ความจริงแล้วข้าก็ไม่ได้เชื่อฟังท่านทุกอย่างหรอกนะ มีบางครั้งที่ตัวข้าเองก็อยากจะขัดขืนแล้วทำในสิ่งที่ตัวเอง้าเช่นกัน อย่างเช่นตอนนี้ข้าไม่ได้อยากเรียนตัวอักษรน่าเบื่อพวกนี้เลยสักนิดแต่ข้าอย่างทำอย่างอื่นมากกว่า” ลู่จิวหันไปมองใบหน้าที่หล่อเหลาของสามีด้วยดวงตาที่เปล่งประกายก่อนจะเอ่ยความคิดของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเฮ่าตู๋ก็รู้สึกดีขึ้นมากอย่างน้อยนางก็มีความคิดเป็ของตัวเอง ไม่ได้เชื่อฟังเขาเสียทุกอย่าง
“ถ้าเ้าไม่อยากเรียน แล้วเ้าอยากทำอะไรล่ะ” เฮ่าตู๋เลิกคิ้วขึ้นและถามหญิงสาวในอ้อมแขนของตัวเองด้วยความสนใจเขาเองก็อยากรู้ว่านาง้าจะทำอะไร
“ข้าแค่อยากอยู่กับท่าน” ลู่จิวหยุดชะงักไปเล็กน้อยนางมองดูริมฝีปากหยักตรงหน้าด้วยความหลงใหลสามีของนางไม่ว่ามองทางไหนก็ดูสมบูรณ์แบบไปหมดสมบูรณ์แบบมากเสียจนนางไม่คิดว่าคนธรรมดาอย่างนางจะสามารถเขาได้
พอพูดจบแล้วนางก็ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของเขาอย่างแ่เบานับั้แ่ที่ได้ใกล้ชิดกับเขาเมื่อคืน นางก็เฝ้าคิดถึงแต่เขามาโดยตลอดทั้งยังหวังที่จะได้ใกล้ชิดกับเขาอีกครั้งแต่ทว่านางเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีเหมือนกัน เื่นี้มันช่างน่าอายยิ่งนัก
จุมพิตที่ไร้เดียงสาไม่มีเล่ห์กลใดๆทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาทันที ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วแต่สุดท้ายนางกลับทำให้จิตใจของเขาไขว้เขวอีกจนได้
เพียงเท่านั้นสมุดเล่มหนาในมือก็ถูกโยนทิ้งลงพื้นไปอย่างไม่ไยดีกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นที่โชยมาจากร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนตักทำให้เขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกก่อนจะโอบลำเอวเล็กให้ขยับเข้ามาแนบชิด พร้อมทั้งดูดดึงริมฝีปากอ่อนนุ่มตรงหน้าอย่างนุ่มนวลความแนบชิดสนิทสนมนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ร้อนแรงมากยิ่งขึ้นตามห้วงอารมณ์ที่เดือดพล่านอยู่ภายในไม่นานเขาก็แปรเปลี่ยนฝ่ายเรียกร้องเสียเอง
ยามที่ฝ่ามือหนารั้งคอเสื้อของนางลงมาอย่างเร่งรีบนั้นจู่ๆ ลู่จิวก็เอื้อมมือไปหยุดยั้งการกระทำของเขาทันที นางผละตัวออกจากเขาพร้อมสูดลมหายใจอย่างเหนื่อยหอบและมองสามีด้วยสายตาที่วิงวอน
เพียงพริบตาเดียวแววตาของเขาก็ฉายแววไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแม้แต่น้ำเสียงก็ยังฟังดูห้วนสั้นและเอาแต่ใจยิ่งนัก “ทำไม”
“ชุดนี้มันสวยมาก ข้าตัดใจถอดมันไม่ลง” ลู่จิวเอ่ยด้วยสีหน้าที่ดูเสียดายยิ่งนักกว่านางจะสวมชุดนี้ได้นั้นต้องเสียเวลาง่วนอยู่กับปมเชือกมากมายอยู่ตั้งนานหากถอดไปตอนนี้นางก็ต้องมานั่งเสียเวลาต่อสู้กับปมเชือกพวกนั้นใหม่อีกครั้ง
พอได้ยินอย่างนั้นเฮ่าตู๋ก็หลุบสายตามองดูปมเชือกที่ผูกซับซ้อนนั้นแวบหนึ่งจากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่ารีบร้อนว่า “อย่างนั้นก็ไม่ต้องถอด”
“เอ๋? ไม่ต้องถอดรึ”
ลู่จิวมองสามีด้วยความไม่เข้าใจแต่เมื่อััได้ถึงฝ่ามือที่สอดเข้ามาในกระโปรงตัวยาวและลูบไล้ปลีน่องเรียวงามอย่างแ่เบาแล้วนางก็พลันเกิดความรู้สึกไหววูบไปทั่วทั้งตัว
- - - - - CUT - - - - -
มีเพียงนางที่เท่านั้นที่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่สุภาพเยือกเย็นนี้ก็คือกองไฟดีๆ นี่เอง
ถึงแม้เบื้องนอกจะมีหิมะตกหนักมากเพียงไรทว่าภายในบ้านหลังเล็กกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนระอุครั้งแล้วครั้งเล่าจวบจนเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า ในที่สุดร่างทั้งสองก็ได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่เบื้องนอกบ้างแล้วลู่จิวเดินแนบชิดกับสามี พลางส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วประหลาดใจอยู่ข้างเขาไม่หยุด
เนื่องจากหมู่บ้านที่นางอยู่นั้นค่อนข้างทุรกันดารมากอีกทั้งการเดินทางก็ไม่ค่อยจะสะดวกสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนนางยากจนข้นแค้นไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อเนื้อกินอย่าว่าแต่จะมีเงินพอไปเที่ยวเล่นในเมืองเหมือนอย่างเด็กสาวทั่วไปเลยแค่มีชีวิตอยู่ให้รอดในแต่ละวันก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่เคยเห็นโลกภายนอกเหมือนอย่างคนอื่นๆในหมู่บ้านและทำได้แค่เพียงฟังเื่น่าตื่นตาตื่นใจเ่าั้จากปากของผู้อื่นเสมอ
ทว่านับั้แ่ที่มีสามีอยู่ข้างกายนางก็ถือว่าได้เห็นโลกภายนอกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะถึงแม้จะไม่ได้ออกไปข้างนอกสักเท่าไหร่ทว่าสิ่งของที่สามีนำมาฝากนางนั้นมักจะเป็สิ่งของที่นางไม่เคยได้ััมาก่อนอย่างเช่นเสื้อผ้าเนื้อดีที่นางสวมใส่อยู่บนตัว ไม่เว้นแม้แต่เครื่องประดับทั้งหลายที่นางสวมใส่อยู่
ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือเปล่าแต่ดูเหมือนว่าหลังจากที่พวกนางผ่านค่ำคืนที่หวานชื่นด้วยกันมาแล้วดูเหมือนว่าสามีจะรักใคร่และตามใจนางมากกว่าเดิมแต่ก่อนเขามักจะเก็บนางไว้ในหมู่บ้าน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้เขาจะเป็ฝ่ายเอ่ยปากพานางเข้ามาเที่ยวเล่นในเมือง
ลู่จิวมองสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยความสนใจ ก่อนที่นางจะเหลือบไปเห็นสตรีผู้หนึ่งที่ตั้งครรภ์อยู่ ข้างกายของสตรีผู้นั้นมีสามีคอยช่วยประคองขึ้นรถม้าอยู่ไม่ห่างเกิดเป็ภาพครอบครัวที่สุขสันต์ยิ่งนัก
ตลอดชีวิตนี้นางไม่เคยััความอบอุ่นจากครอบครัวมีเพียงท่านยายที่เก็บนางมาเลี้ยงั้แ่เด็กรวมถึงสามีที่อยู่ข้างกายเพียงเท่านั้นยามนี้นางรู้สึกว่าตัวเองได้รับความอบอุ่นอย่างเต็มที่จากสามีแล้วนางจึงอยากแบ่งปันความสุขนี้ให้กับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่เป็โซ่คล้องใจของนางและสามีไว้ด้วยกันพร้อมสร้างครอบครัวแสนอบอุ่นดังเช่นที่นางเฝ้าใฝ่ฝันไว้ร่วมกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย
เมื่อคิดอย่างนี้แล้วลู่จิวก็อดรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่ได้ นางเอื้อมมือเข้าไปกุมฝ่ามือใหญ่ของเขาเอาไว้ก่อนจะมองดูครอบครัวนั้นอยู่ไกลๆ และพูดด้วยความอิจฉาว่า “สามีพวกเขาดูมีความสุขกันเหลือเกินท่านว่ายามนี้ในท้องของข้าจะมีเ้าตัวน้อยแล้วหรือยัง”
เฮ่าตู๋ไม่ตอบอะไรเขาเพียงแค่ชี้ไปทางโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลและเอ่ยว่า “เ้าคงยังไม่เคยลองชิมเป็ดตุ๋นเกาลัดกับไก่แช่เหล้าหอมของร้านนี้สินะมาเถอะข้าจะพาไปลองชิม มันเป็อาหารจานโปรดของข้าเลยล่ะ”
“อาหารจานโปรดของท่าน?อย่างนี้ข้าคงต้องตั้งใจชิมแล้วล่ะ วันหน้าข้าจะได้ทำให้ท่านกินดีไหมสามี” ลู่จิวเกาะแขนเขาอย่างมีความสุข
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งนั้นด้วยกันจู่ๆ ก็มีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นมาจากด้านหลัง “อาจารย์เฮ่า ไม่นึกเลยว่าจะเจอท่านที่นี่”
เสียงเรียกนั้นทำให้ฝีเท้าของทั้งคู่หยุดชะงักไปลู่จิวหันกลับไปมองตามเสียงเรียกนั้นโดยไม่รู้ตัวก่อนจะพบว่าเป็สตรีผู้หนึ่งที่มีใบหน้างดงามและท่วงท่าที่ดูนุ่มนวลราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์กลิ่นอายที่อยู่บนตัวของหญิงสาวนางนี้ทำให้ลู่จิวรู้สึกว่าตัวเองช่างแตกต่างจากอีกฝ่ายราวฟ้ากับเหวเสียเหลือเกิน
นางยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงสามีเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย“คารวะคุณหนูหลิว”
ประกาศ: ในเด็กดีกับกวีบุ๊คจะไม่มีเนื้อหา NC นะคะ เนื่องจากผู้เขียนต้องปฏิบัติตามกฎของบ้านเด็กดีและกวีบุ๊คค่ะ เื่นี้ NC ไม่ดุเดือดมาก พอแค่กรุบกริบชุ่มฉ่ำหัวใจ หากท่านใดสนใจแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันได้ที่
V
V
https://www.readawrite.com/a/8f4858ce047cd350b9137f7d4c788d5d