"ทะ ทำไมถึงได้เป็นเจ้า" จักรพรรดิ์มารพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่มีต่อผู้กล้าเบื้องหน้าของตนที่บัดนี้เหลือเพียงแค่ชุดสีขาวทั้งตัวที่คอยปกปิดร่างกายไว้อยู่ ตัวผู้กล้านั้นมีเรือนผมสีแดงเข้มที่ยาวถึงกลางหลังที่ในตอนนี้นั้นกำลังโบกพัดพลิ้วไหวไปตามสายลมบางๆที่พัดไปมาตามแรงลมราวกับกำลังเต้นรำอยู่กับสายลมไปตามจังหวะ ใบหน้าของผู้กล้านั้นงดงามเป็นอย่างมากราวกับหญิงสาวจากแดนสวรรค์ แต่นัยต์ตาสีแดงเพลิงของผู้กล้ากลับมองจักรพรรดิ์มารอย่างเย็นชาและเต็มไปด้วยความต้องการสังหารชายหนุ่มตรงหน้าให้หายไปจากสายตาเต็มที
"เจ้าพูดราวกับว่าเราสองคนรู้จักกัน" ผู้กล้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แม้จะหวานไพเราะจับใจแต่ก็เต็มไปด้วยเย็นชาที่คนฟังนั้นสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน และในคำพูดของนางนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่านางนั้นไม่ได้รู้จักมักคุ้นอะไรกับจักรพรรดิ์มารแม้แต่น้อย ซึ่งมันทำให้จักรพรรดิ์มารนั้นงุนงงเป็นอย่างมาก "เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้นล่ะลูน่า ทำไมเจ้าพูดจาราวกับเราทั้งสองคนนั้นไม่เคยรู้จักกัน เจ้าลืมความสัมพันธ์และก็เรื่องของเราสองคนไปแล้วอย่างนั้นเหรอ" จักรพรรดิ์มารพูดต่อหญิงสาวด้วยความรู้สึกเสียใจที่ตนนั้นโดนหญิงสาวพูดจาเช่นนี้ใส่ เพราะหญิงสาวตรงหน้าของเขานั้นก็คือหญิงสาวผู้เป็นภรรยาของเขาที่หายสาปสูญไปเมื่อ 700 ปีก่อน ซึ่งเขาใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการค้นหาแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถหานางได้เจอจนเขาคิดว่านางได้ตายจากเขาไปแล้วด้วยซ้ำ
"ลูน่า เจ้าพูดถึงใครกัน นามของข้าคือเอวา เกรเกอร์ ไม่ได้มีนามว่าลูน่า เจ้าคงจะทำความชั่วต่อหญิงสาวไว้มากจนกระทั่งจำคนผิดเลยรึ" ผู้กล้าสาวพูดกับจักรพรรดิ์มารด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและดูถูกเป็นอย่างมาก สายตาของนางที่กำลังมองจักรพรรดิ์ที่มีสภาพสะบักสบอมและได้รับบาดเจ็บอยู่ในตอนนี้นั้น สามารถบ่งบอกได้ถึงรังเกียจอย่างชัดเจน
"ลูน่า" จักรพรรดิ์มารที่ได้ยินเช่นนี้ก็เอ๋ยออกมาเพียงแค่ชื่อของหญิงสาวคนรักของเขาออกมาอย่างท้อใจ ในใจก็พลันคิดว่านางคงจะเกลียดเขาไปเเล้วจริงๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยเนื่องจากตัวเขาในตอนนี้นั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นคนชั่วคนเลวได้เกือบเต็มรูปแบบแล้ว และการที่หญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาเกลียดเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดเลยแม้แต่น้อย"ไม่นึกเลยว่าข้าจะได้มีโอกาศเห็นความน่าสมเพชของเจ้านะจักรพรรดิ์มาร หญิงสาวที่มีนามว่าลูน่าคงมีหน้าตาเหมือนข้ามากเลยสินะ นางคงเป็นคนสำคัญสำหรับเจ้ามากสินะ ไฟการต่อสู้ในใจเจ้าถึงได้หมดไป แต่เอาเถอะในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ส่งเจ้าไปอยู่กับนาง " ผู้กล้ากล่าวออกมาด้วยความไม่แยแสเมื่อเห็นท่าทางของจักรพรรดิ์มาร ก่อนที่จะอัดพลังเวทย์ลงไปในทวนแล้วเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว และมั่นหมายว่าจะแทงจักรพรรดิ์มารด้วยทวนในตอนที่เขาหมดไฟจะสู้กับนางนี่แหละ
ฉึกทวนในมือของผู้กล้าสาวนั้นแทงทะลุร่างของจักรพรรดิ์มารเข้าไปเต็มๆ ซึ่งจักรพรรดิมารนั้นไม่ได้หลบเลยแม้เพียงนิดเดียว ไม่เพียงแต่เขานั้นไม่หลบ เขานั้นยังจงใจให้ทวนของหญิงสาวนั้นแทงตัวของเขาด้วยซ้ำเพื่อเปิดโอกาศเข้าประชิดตัวของหญิงสาว"เจ้าคิดถูก ตัวข้าไม่อยากสู้กับเจ้าแล้วจริงๆ แต่ข้าเองก็ไม่โง่พอให้ใครมาแทงข้าเฉยๆหรอกนะ" คำพูดของจักรพรรดิ์มารที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ ทำให้ผู้กล้าสาวนั้นตกใจอย่างมากเพราะนางคิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิ์มารนั้นจะเอาตัวเองเสี่ยงเป็นเป้าเพื่อที่จะได้ประชิดตัวของนาง แต่ทว่าทุกอย่างนั้นมันสายไปแล้ว เนื่องจากตอนนี้รอบๆตัวของนางนั้นได้ปรากฏแท่งคริสตัลสีดำยาวรูปร่างหกเหลี่ยม 6 แท่ง โดยที่ทุกแท่งมีปลายแหลมทั้งสองอยู่ที่ด้านบนกับด้านล่างของแท่งคริสตัลสีดำ กรงขังแปดทิศดาวหกแฉก พรึ่บหลังจากที่จักรพรรดิ์มารร่ายเวทย์เสร็จแท่งคริสตัลสีดำทั้งหกก็เชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็วจนรูปร่างกลายเป็นแท่งคริสตัลสีดำอันใหญ่อันเดียวที่กักขังผู้กล้าสาวเอาไว้ภายใน แม้ว่าผู้นางจะพยายามใช้พลังของตนทำลายแต่ก็ไม่อาจที่จะสามารถทำได้เลยแม้แต่น้อย รอยร้าวเพียงน้อยนิดก็ยังไม่ปรากฏออกมาเลยด้วยซ้ำ
"หึ หึ เจ้าอย่าได้ฝืนเลย เวทย์กรงขังแปดทิศดาวหกแฉกนี้ เป็นหนึ่งในเวทย์ขั้นสูงและข้าได้ทุ่มพลังเวทย์เกือบทั้งหมดเพื่อใช้มันจับเจ้าขังไว้ในนั้น" จักรพรรดิ์มารได้พูดออกมาด้วยความเหนื่อยแรงเนื่องจากเขานั้นได้ใช้พลังเวทย์ไปมากมายจริงๆกับการใช้เวทย์บทนี้ ทั้งยังมีอาการมีอาการบาดเจ็บอย่างหนักจากการถูกแทงด้วยทวนของหญิงสาวอีก ทำให้ตอนนี้ตัวของเขานั้นอ่อนแอเป็นอย่างมาก และถ้าหากว่าผู้กล้านั้นสามารถหลุดออกมาจากเวทย์ของเขาได้นั้น แน่นอนว่าเขาย่อมถูกสังหารอย่างง่ายดายเป็นแน่แท้ แต่มีหรือที่เขาจะไม่รู้อะไรเลย ที่จักรพรรดิ์มารได้ตัดสินใจทำเช่นนี้ก็เพราะเขายังมีความสงสัยบางอย่างอยู่ ตัวของเขานั้นไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าหญิงสาวที่เป็นคนรักของเขานั้นจะลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เคยมีร่วมกันไปแล้ว
"นี่เจ้ายอมให้ข้าแทงเจ้าเพียงเพราะอยากจะกักขังข้าไว้อย่างนั้นเหรอ" ผู้กล้าสาวถามออกมาด้วยความโมโหเนื่องจากไม่คิดว่าตนนั้นจะต้องตกอยู่ในกรงขังที่จักรพรรดิ์มารสร้างขึ้น"ใช่ ข้ายอมรับว่าข้าได้รับบาดเจ็บเพราะเกราะทองบัดซบของเจ้า หากข้าไม่ยอมรับทวนเจ้าข้าก็ไม่อาจจะทำเช่นนี้ได้ แม้ว่าข้าจะทุ่มพลังทั้งหมดของข้าที่มีอยู่ข้าก็เอาชนะเจ้าไม่ได้ เพราะอาการบาดเจ็บภายในจากเกราะบัดซบนั่น" จักรพรรดิ์มารกล่าวอย่างเหนื่อยก่อนที่จะใช้พลังเวทย์ของตนผลักทวนที่แทงเขาอยู่นั้นให้ทะลุร่างของเขาไป และนอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เขานั้นไม่ได้พูดต่อหญิงสาวนั่นก็คือเขานั้นไม่อาจหักใจทำร้ายคนที่มีหน้าตาเหมือนภรรยาของเขาได้ อั๊กจักรพรรดิ์มารกระอักเลือดออกมาก่อนที่จะใช้เวทย์ห้ามเลือดและปิดปากแผลไว้ แต่อาการบาดเจ็บภายในของเขานั้นค่อนข้างหนักเอาการทีเดียว แต่เขานั้นไม่คิดที่จะใช้พลังเวทย์ที่เหลืออยู่ไม่มากเพื่อฟื้นฟูรักษาตัวเองแม้เพียงน้อยเพราะอาการของเขานั้น แม้จะใช้พลังเวทย์ที่มีอยู่ในตอนนี้ใช้เวทย์รักษาไปก็ไร้ประโยชน์
"อย่าฝืนเลยเจ้าทำลายกรงนี้ไม่ได้หรอก พลังเวทย์ของเจ้าตอนนี้ไม่มากพอที่จะทำได้ เรามาพูดคุยกันหน่อยดีกว่าไหม" จักรพรรดิ์มารพูดออกมาอย่างใจเย็น เมื่อเห็นหญิงสาวยังละความพยายาม "หึ ข้ากับเจ้าเพียงแค่ต้องสังหารอีกฝ่าย ไม่มีเรื่องอะไรต้องพูดให้มากความ ในเมื่อข้าต้องอยู่มือเจ้าแล้วก็สังหารข้าเสียสิ" ผู้กล้าสาวพูดออกมาด้วยความเจ็บแค้น หลังจากหยุดการกระทำทั้งหมด"ตอนแรกข้าก็ตั้งใจว่าจะสังหารเจ้าเหมือนกัน แต่พอได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าแล้วข้าทำไมได้จริงๆ ข้ายอมให้เจ้าทำร้ายข้าอยู่ฝ่ายเดียว ยอมให้เจ้าสังหารข้าเสียยังจะดีกว่า แต่ข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน ลูน่า" จักรพรรดิ์มารพูดต่อหญิงสาวด้วยความเหนื่อยอ่อนจากอาการบาดเจ็บ แต่น้ำเสียงที่เขาพูดนั้นแม้แต่ผู้กล้าสาวที่กำลังแค้นเคืองก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในคำพูดและสายตาอันลึกซึ้งของจักรพรรดิ์มารที่มองนางอยู่ ซึ่งมันสร้างความประหลาดใจให้กับนางเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นมาในใจก็ราวกับว่าตัวของนางนั้นคุ้นเคยกับคำพูดน้ำเสียงและสายตาเช่นนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว"หึ ดูเหมือนว่าเจ้าจะโง่จริงๆถึงกับเอาชีวิตมาทิ้งเพียงเพื่อพูดคุยกับข้า แต่เอาเถอะถือว่าเป็นความเมตตาของข้าที่มีต่อคนสารเลวเช่นเจ้าก็แล้วกัน " ผู้กล้าสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย่อหยิ่ง แต่ในใจลึกๆของนางก็ยังคงอยากรู้ว่าจักรพรรดิ์มารนั้นต้องการพูดสิ่งใดกับตน
"ข้าต้องการพิสูจน์บางอย่างน่ะ หลังจากข้าได้คำตอบแล้วเจ้าอยากทำอะไรกับข้าก็เชิญเถอะ เพราะอย่างไรข้าก็ไม่รอดอยู่แล้วจากอาการบาดเจ็บของข้าในตอนนี้" จักรพรรดิ์มารพูดขณะที่กำลังเหาะไปใกล้กับผู้กล้า"เจ้าต้องการพิสูจน์อะไร" ผู้กล้าถามด้วยความสงสัย"เจ้าอย่าได้กังวล แล้วก็อย่าได้ใช้พลังเวทย์ขัดขืนเลย ด้วยพลังเวทย์ของข้าในตอนนี้ทำอะไรเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน และข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าหรือร่ายคำสาปใส่เจ้าอย่างแน่นอน" จักรพรรดิ์มารพูดด้วยรอยยิ้มแล้วมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหวังว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นจะถูกต้อง ซึ่งทางผู้กล้าสาวที่อยู่ในกรงเวทย์นั้นก็มองตอบเขาแล้วครุ่นคิดตามคำพูดของจักรพรรดิ์มาร ก็ปรากฏว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ
"เอาสิ ข้าก็อย่างรู้เช่นกันว่าเจ้าจะพิสูจน์อะไร อย่างน้อยก็ถือว่าข้าเวทนาเจ้าให้ได้ตายตาหลับอย่างไม่มีความสงสัย" หญิงสาวแสร้งทำเป็นพูดด้วยความเย็นชาแม้ว่าในใจนางเองก็อยากจะรู้มากๆเช่นกันว่าสิ่งใดที่ทำให้จักรพรรดิ์มารถึงกับเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อหาคำตอบ ทั้งๆที่จะหนีไปก่อนแล้วค่อยมาสู้เพื่อหาคำตอบที่ตนสงสัยในตอนที่สภาพสมบูรณ์พร้อมในทีหลังก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่ง่ายอย่างแน่นอนเพราะนางเองก็คงจะไม่ยอมเช่นกัน และการกระทำนี้แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเขายิ่งกว่าชีวิตของตนเองและมันต้องเกี่ยวกับหญิงสาวที่ชื่อลูน่าอย่างแน่นอน
จักรพรรดิ์เริ่มทำการร่ายเวทย์ด้วยภาษาที่แปลกประหลาดมากมาย แม้แต่หญิงสาวเองก็ยังสงสัยว่าเวทย์ที่ชายหนุ่มกำลังร่ายนั้นคือเวทย์อะไร แต่ไม่ทันให้ตัวนางได้คิดจักรพรรดิ์มารก็ยื่นมือของเขาที่มีพลังเวทย์สีครามมาเบื้องหน้าของหน้า"ขอร้อง อย่าได้ใช้พลังเวทย์ของเจ้าต่อต้านใดๆเด็ดขาด" จักรพรรดิ์มารพูดออกมา ส่วนหญิงสาวก็เพียงพยักหน้าเล็กน้อย เวทย์การค้นหาอนธกาลพลังเวทย์สีครามในมือของจักรพรรดิ์มารค่อยๆไหลเข้าไปในตัวของหญิงสาวเรื่อยๆ แต่มีหรือที่ผู้กล้าสาวอย่างนางจะยอมให้จักรพรรดิ์มารสืบค้นบางอย่างอยู่ฝ่ายเดียว นางเองก็แอบใช้พลังเวทย์เพียงเล็กน้อยแทรกซึมไปตามพลังเวทย์ของจักรพรรดิ์มารที่ส่งเข้ามาที่ตัวของนางเช่นกัน ซึ่งจักรพรรดิ์มารเองก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำเนื่องจากเขานั้นกำลังใช้สมาธิไปกับเวทย์ของเขาอยู่และผู้กล้าสาวก็ใช้พลังที่น้อยมากพอที่จะไม่ทำให้เขานั้นรู้สึกตัวเลยว่าพลังเวทย์ของเขานั้นถูกแทรกซึมด้วยพลังเวทย์ของนางอยู่