เขาปิดประตูเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ซาโยะอยู่ใกล้แค่นี้เองสินะ…”
ระยะทางที่เคยดูเหมือนไกล กลับกลายเป็เพียงไม่กี่ก้าว ความคิดต่าง ๆ เริ่มไหลเข้ามาไม่หยุด จนเขาไม่อาจจดจ่อกับสิ่งใดได้เลย
ฮารุกินั่งลงบนโซฟา ยกมือกุมหน้าผาก พลางถอนหายใจ
“ถ้าเราได้เจอกันบ่อย ๆ… ได้คุยกันมากขึ้น… ฉันควรลองชวนเธอออกไปข้างนอกบ้างไหมนะ?”
แม้ในใจจะรู้สึกตื่นเต้น แต่ก็แฝงไปด้วยความเขินอาย เขาไม่อยากเป็ภาระหรือรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของซาโยะ พวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นในฐานะเพื่อน ความสัมพันธ์ที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัวนี้ ฮารุกิไม่อยากทำให้มันเสียหายไปโดยไม่จำเป็
“แปะ…”
เสียงฝ่ามือของเขาตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติกลับมา
เมื่อใจเริ่มนิ่งลง ฮารุกิก็หยิบอาหารที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตมานั่งทานตรงโต๊ะอาหาร แตกต่างจากทุกวัน เขาทานไปพลางยิ้มไป ภาพรอยยิ้มของซาโยะยังคงชัดเจนในหัว
หลังทานเสร็จ เขาเดินออกไปที่ระเบียง รับลมเย็นยามค่ำคืน
“ทำไมถึงหยุดคิดเื่วันนี้ไม่ได้เลยนะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง
...หรือว่า เขากำลังชอบเธอเข้าแล้ว?
ทุกอย่าง—มื้ออาหาร การเดินซื้อของ หรือแม้แต่ตอนที่สบตากันเพียงครู่—ล้วนวนเวียนในหัวไม่หยุด ความรู้สึกที่เรียบง่ายแต่ชัดเจนจนเขาเองก็ใ
ทันใดนั้น เสียงเรียกหนึ่งก็ดังขึ้น
“ฮารุกิคุง”
เสียงนั้นทำให้ฮารุกิสะดุ้ง
“ซะ... ซาโยะ?!”
“ค่ะ” เธอตอบเบา ๆ จากระเบียงอีกฝั่ง
ฮารุกิรู้สึกเืสูบฉีดขึ้นหน้าทันที เพราะเขาเพิ่งเผลอพูดถึงเธอออกไปเมื่อครู่
“เมื่อกี้... เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม?”
“ได้ยินค่ะ”
“อะ... เอ่อ ที่พูดไปน่ะ ไม่มีอะไรหรอก! แค่คิดถึงเื่วันนี้เฉย ๆ ไม่มีความหมายอะไรลึกซึ้งหรอกนะ!”
เขาตอบพลางพยายามกลบเกลื่อนเสียงสั่น ๆ ของตัวเอง หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ
เพราะมีกำแพงกั้นกลาง เขาไม่อาจมองเห็นสีหน้าของซาโยะ ทำให้เดาอารมณ์เธอไม่ออกเลย
แต่แล้วเสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ… ก็นึกถึงเื่วันนี้อยู่เหมือนกัน มันเป็วันที่พิเศษมากเลย”
ฮารุกิเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเบา
“ทำไมถึงเป็วันพิเศษเหรอ?”
“ฉันไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ… มันเลยทำให้รู้สึกดีใจมาก ที่ได้รู้จักเคนตะ มิซากิ… แล้วก็ฮารุกิคุงด้วย”
คำพูดนั้นทำให้ฮารุกิยิ้มออก แม้จะยังรู้สึกค้างคาเื่อดีตของเธออยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์จะถามลึกเกินไป
“ผมก็ดีใจที่ได้เป็เพื่อนกับซาโยะจังนะ”
“ดีใจจังค่ะ… ฉันกังวลเหมือนกัน ว่าจะไม่มีใครชอบคนเงียบ ๆ แบบฉัน”
“ผมเองก็ชอบความสงบเหมือนกันนะ… เว้นแต่มิซากิที่ชอบป่วนบ้างเป็บางเวลา”
“พูดถึงคุณมิซากิ… ปกติเธอเป็คนยังไงเหรอคะ?”
“แม้จะดูตลก ๆ แบบนั้น แต่เธอก็เป็คนที่สนุกและใจดีนะ”
“อ้อ... อย่างนี้นี่เอง”
“ทำไมถึงถามเื่ของมิซากิล่ะ?”
“พูดตามตรง… นอกจากฮารุกิคุงที่เป็เพื่อนผู้ชายคนแรก มิซากิก็เป็เพื่อนผู้หญิงคนแรกของฉันเหมือนกันค่ะ”
ฮารุกินิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น… ฝากตัวด้วยนะครับ ซาโยะจัง”
“ฝากตัวด้วยเช่นกันค่ะ”
เขาเหลือบมองไปยังระเบียงอีกฝั่ง แล้วถามขึ้นเบา ๆ
“ว่าแต่… ไม่หนาวเหรอ?”
“ก็หนาวนิดหน่อยค่ะ แต่ฉันอยากออกมาดูพระจันทร์”
“ชอบดูพระจันทร์เหรอ?”
“ค่ะ...”
บทสนทนาเงียบลง แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับอบอุ่น แม้ลมยามค่ำจะพัดผ่าน แต่หัวใจของฮารุกิกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เหมือนกับจะหยุดนิ่ง ผมชอบบรรยากาศแบบนี้มากๆ ไม่อยากให้มันจบเลย
พวกเขานั่งมองพระจันทร์ด้วยกันเงียบ ๆ เป็เวลานานกว่าที่คาดไว้
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”
“อืม... ราตรีสวัสดิ์นะ ซาโยะ”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ฮารุกิคุง”
ซาโยะกลับเข้าห้องไป ฮารุกิยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงระเบียง ก่อนจะเหลือบมองกำแพงอีกครั้ง แล้วยิ้มบาง ๆ
เขาเดินกลับเข้าห้อง ล้มตัวลงบนเตียงด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่เลือนหาย
ในหัวเขายังวนเวียนกับเื่ราวของวันนี้ ไม่ว่าจะเป็ตอนที่ช่วยซาโยะ ตอนทานอาหารด้วยกัน เดินซื้อของ หรือแม้แต่การมองพระจันทร์ด้วยกันผ่านระเบียง
เหตุการณ์เ่าั้อาจดูเล็กน้อย… แต่กลับทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอ… กำลังค่อย ๆ แคบลงทีละน้อย
โดยที่เขาเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลย