เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 137 โอกาส

            ผลลัพธ์ของการกระทำของลั่วเสี่ยวซีคือ ตอนนี้เธอเมาแล้ว

            ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงเมา เธอจำได้แค่ว่าเธอคุยกับฉินเว่ยไม่หยุด คุยไปเยอะมาก คุยยันเรื่องซูอี้เฉิงและบริษัทของเขา

            ส่วนฉินเว่ยเองก็เป็นผู้ฟังที่ดี เขารับฟังเธอบ่นตั้งแต่ต้นจนจบ เธอซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนคนนี้จริงๆ ถ้ามีคนขี้เมามาชวนเธอคุยแบบนี้บ้าง เธอคงตีให้สลบแล้วลากออกไปทิ้งไว้นอกผับ ใครจะมารับฟังคำพูดของคนเมากันจริงไหม?

            เธอไม่รู้ว่าพูดอะไรกับฉินเว่ยไปบ้าง พูดไปเยอะแค่ไหน รู้ตัวอีกทีเสียงเพลงเงียบสนิท ทั้งผับไม่เหลือใครสักคน

            “เกิดอะไรขึ้น” ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างตกใจ “คนอื่นล่ะ?”

            “ไปหมดแล้วน่ะสิ” ฉินเว่ยตอบ

            ลั่วเสี่ยวซีเบิกตากว้าง “แล้วทำไมพวกเรายังอยู่ที่นี่?”

            “เธอดึงฉันไว้ไม่ยอมให้ฉันไปไหน บอกให้ฟังที่เธอพูดก่อน” ฉินเว่ยถอนหายใจ “ลั่วเสี่ยวซี ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอขี้บ่นขนาดนี้ ตอนนี้เราไปกันได้หรือยัง”

            “ไปๆ!” ลั่วเสี่ยวซีลุกขึ้นยืน เธอเดินโซซัดโซเซ แค่ยืนตรงๆ ยังยืนไม่ไหว จนเกือบเดินไปชนเคาน์เตอร์บาร์เข้าให้ สุดท้ายฉินเว่ยจึงต้องเข้ามาประคอง “ระวังหน่อย มา ฉันช่วย”

            ลั่วเสี่ยวซียังอุตส่าห์นึกถึงกระเป๋าของตัวเองได้ ฉินเว่ยช่วยหยิบให้เธอ เธอควานหามือถือที่ตอนนี้หน้าจอดับสนิทไปแล้ว

            “เจ้ามือถือ เป็นอะไรอ่ะ?” เธอเขย่ามือถือตัวเองไปมา “ตื่นสิ!”

            “ฮ่าๆๆ...” ฉินเว่ยหัวเราะจนปวดท้อง “ให้ตาย ลั่วเสี่ยวซี เธอเมาแล้วติงต๊องแบบนี้เองงั้นเหรอ? รู้งี้ฉันมอมเหล้าเธอตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว”

            “นายอยากมอมให้ฉันเมา จะได้มีโอกาสงั้นสิ?” ลั่วเสี่ยวซีเตะฉินเว่ยอย่างแรง “ฝันไปเถอะ!”

            “เฮ้ๆๆ ทำบ้าอะไรเนี่ย” ฉินเว่ยกุมขากระโดดโหยงเหยงด้วยความเจ็บปวด เขาเห็นลั่วเสี่ยวซียังคงจิ้มมือถือไม่หยุด จึงถามอย่างเคืองๆ “ตกลงเธอหามือถือไปทำไมเนี่ย!”

            “ฉันอยากรู้ว่าซูอี้เฉิงโทรมาบ้างหรือเปล่า” ลั่วเสี่ยวซียังคงจิ้มหน้าจอต่อไป ราวกับสายที่ไม่ได้รับของซูอี้เฉิงจะปรากฏขึ้นอย่างไรอย่างนั้น “วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันเริ่มทำงานในวงการ ฉันถ่ายแบบให้กับ ZuiShiShang เขาไม่มาหาฉันเพื่อเลี้ยงฉลองยังไม่เท่าไร แต่อย่างน้อยก็ควรโทรมาแสดงความยินดีสักคำสิ”

            ฉินเว่ยนิ่งไป เขาวางเท้าลงที่เดิมพลางใช้ความคิด

            ที่แท้เขาก็ไม่มีทางแทนที่ซูอี้เฉิงได้สินะ

            เขาเหมาผับทั้งร้าน เรียกเพื่อนมามากมาย เตรียมงานอย่างตั้งใจ จัดงานฉลองให้เธออย่างเต็มที่แบบนี้ แต่สิ่งที่ลั่วเสี่ยวซีต้องการที่สุดกลับเป็นคำยินดีจากซูอี้เฉิง

            บางครั้งคนเราไม่สนหรอกว่าใครให้อะไรกับตัวเอง ที่สำคัญคือคนให้เป็นใครมากกว่า

            เขาไม่ใช่คนคนนั้นของเธอ อย่างมากก็แค่เพื่อนฆ่าเวลา

            “เลิกจิ้มได้แล้ว จิ้มต่อไปหน้าจอคงได้ทะลุแน่” ฉินเว่ยคว้ามือถือของลั่วเสี่ยวซีก่อนจะกดปุ่ม Power ก่อนจะเห็นการแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับยี่สิบสามสาย ที่มาจากซูอี้เฉิงเพียงคนเดียว

            ถ้าลั่วเสี่ยวซีรู้คงดีใจจนแทบคลั่ง ดีไม่ดีเธออาจจะรีบไปหาซูอี้เฉิงทั้งที่ยังเมาแบบนี้ก็ได้

            “เสี่ยวซี” เขามองลั่วเสี่ยวซีด้วยสีหน้าจริงจัง “ขอโทษนะ”

            “หา?” ลั่วเสี่ยวซีมองฉินเว่ยอย่างงงๆ ก่อนจะจิ้มหัวเขาไปหนึ่งที “นายต๊องไปแล้วเหรอ? อยู่ๆ มาขอโทษฉันทำไม?”

            ฉินเว่ยแค่ยิ้มตอบ เขากดปุ่ม Delete เพื่อลบรายการสายที่ไม่รับออกจนหมด

            ตอนนั้นเอง ข้อความเตือนว่ามือถือกำลังจะแบตเตอรี่หมดก็เด้งขึ้นมา แล้วหน้าจอจะดับไป

            เขายื่นมือถือส่งให้ลั่วเสี่ยวซี

            “มือถือเธอแบตหมดแล้ว”

            “เดิมทีก็หมดอยู่แล้วนี่” ลั่วเสี่ยวซียิ้มปลอบใจตัวเอง “สงสัยเพราะแบตหมด เขาเลยโทรไม่ติดแน่ๆ”

            ฉินเว่ยยิ้มอย่างขมขื่น “เอาเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

            เขาหยิบกระเป๋าของเธอ และประคองเธอออกจากผับ

            ริมถนนยามค่ำคืนต้นฤดูใบไม้ร่วง สายลมเย็นพัดเข้ามาไม่ขาดสาย รถยนต์ที่แล่นอยู่บนท้องถนนพ่นควันดำออกมาเป็นระลอก ลั่วเสี่ยวซีผลักฉินเว่ยออกและทำท่าเหมือนจะอาเจียน

            “นายไปเอารถเถอะ เดี๋ยวฉันรอที่นี่”

            “ฉันเรียกคนขับรถแทนมาน่ะ” ฉินเว่ยพูดจบก็เห็นรถของตัวเองที่กำลังมุ่งหน้ามา

            “มาแล้ว ขึ้นรถเถอะ”

            ลั่วเสี่ยวซีแค่คลื่นไส้แต่ไม่ได้อาเจียน หลังขึ้นรถเธอจึงนั่งกอดหมอนอิงนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา

            ฉินเว่ยกลัวเธอจะรู้สึกไม่สบายตัวเลยลดหน้าต่างลงระบายอากาศ ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างมึนๆ

            “ขอบใจ”

            เธอยังอุตส่าห์มีมารยาทขอบคุณเขาอีกนะ ฉินเว่ยบอกให้เธอพัก ก่อนจะลอบมองเธออยู่ข้างๆ

            ความสวยของเธอไม่เป็นสองรองใคร ผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างลั่วเสี่ยวซีควรจะมีชีวิตที่มีคนรายล้อมราวกับราชินี ทำไมเธอต้องลดตัวเองลงไปตามตื๊อผู้ชายที่เอาแต่ปฏิเสธเธอด้วยนะ

            ซูอี้เฉิงมีดีตรงไหน?

            ‘เสี่ยวซี’ ฉินเว่ยสัมผัสแก้มของลั่วเสี่ยวซีอย่างแผ่วเบาพลางเอ่ยในใจ

            ‘ฉันจะช่วยให้เธอเลือกทางที่ถูกต้อง เธอจะได้ไม่ต้องทรมานตัวเองแบบนี้’

            “ถึงแล้วครับคุณฉิน” คนขับจอดรถเรียบร้อย

            ฉินเว่ยจ่ายเงินให้คนขับ จากนั้นจึงปลุกลั่วเสี่ยวซีให้ตื่นขึ้นมา

            “เดี๋ยวฉันขึ้นไปส่งเธอ”

            ลั่วเสี่ยวซีปล่อยให้ฉินเว่ยพาเธอขึ้นไปบนห้องอย่างมึนๆ เมื่อได้นอนบนเตียงเธอก็รู้สึกสบายตัวขึ้น เธอมุดเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มก่อนความง่วงจะเริ่มครอบงำ

            ฉินเว่ยมองคนตรงหน้าพลางลอบกลืนน้ำลายเบาๆ เขาโน้มตัวลงไปจนใบหน้าห่างจากริมฝีปากลั่วเสี่ยวซีไม่ถึงห้าเซนติเมตร

            ผู้หญิงที่เขาหมายปองมานานอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจของฉินเว่ยเต้นแรงราวกับได้จูบสาวครั้งแรกเมื่อตอนอายุสิบสี่ ความปรารถนาพลุ่งพล่านอยู่ในตัวเขา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดลงบนพวงแก้มของลั่วเสี่ยวซี เขาไม่รู้เหมือนกันว่าชอบลั่วเสี่ยวซีตั้งแต่ตอนไหน อาจเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอเต้นรำอยู่กลางฟลอร์วันนั้นก็เป็นได้ เธอเต้นอย่างเซ็กซี่มีเสน่ห์สะกดทุกสายตา

            ลั่วเสี่ยวซีเป็นคนบุคลิกดี ผิวที่ได้รับการบำรุงอยู่เสมอนวลเนียนราวกับเด็กแรกเกิด เธอเป็นคนเปิดเผยแต่พอดี คือแฟนในอุดมคติที่เขาใฝ่ฝันมานาน

            เขารู้ดีว่าลั่วเสี่ยวซีไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ที่แค่กระเป๋าไม่กี่ใบแถมบัตรเสริมอีกนิดหน่อยก็จีบติด เขาจึงเลือกที่จะอยู่ในฐานะเพื่อนสนิทข้างกาย หลังจากนั้นเป็นต้นมา เวลาเขาอยู่กับผู้หญิงคนไหน เขามักจะปิดตาพวกเธอ ให้พวกเธอสวมชุดแบบเดียวกับลั่วเสี่ยวซี และจินตนาการว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ ‘เสี่ยวซีของเขา’ มาโดยตลอด

            ตอนนี้ลั่วเสี่ยวซีตัวเป็นๆ มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แค่จูบเดียวเท่านั้น หากเขาทำลงไปก็คงห้ามตัวเองไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ลั่วเสี่ยวซีจะต้องกลายเป็นของเขา

            คิดแล้วฉินเว่ยจึงก้มหน้าลง

            สี่เซนติเมตร สามเซนติเมตร...

            “ซูอี้เฉิง คนเลว!”

            เพี้ยะ! ทันใดนั้นลั่วเสี่ยวซีก็สะบัดมือตบหน้าฉินเว่ยเข้าเต็มๆ พลางก่นด่าคนในฝัน

            “แค่โทรยังไม่โทรมาเลย ไหนบอกว่าจะมาหาฉัน...”

            เธอพูดขณะที่น้ำตาเริ่มไหลซึมออกมาจากหางตา

            ฉินเว่ยสัมผัสใบหน้าที่เจ็บไปหมดอย่างได้สติ เขาลุกออกจากเตียงและเดินออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว

            ฉินเว่ยเข้าไปอาบน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะนั่งพักบนโซฟาในห้องรับแขกพลางนึกย้อนไปถึงตอนที่รปภ.เดินมาพูดอะไรบางอย่างกับเขา

            “คุณฉินครับ ซูอี้เฉิงมาหาคุณหนูลั่วจริงๆ ด้วยครับ แต่ผมทำตามที่คุณบอกทุกอย่าง ผมบอกเขาไปว่าคุณหนูลั่วไม่ต้อนรับคนที่ไม่มีบัตรเชิญ เขาเลยยอมกลับไปครับ”

            เขาเดาไว้ไม่ผิด ซูอี้เฉิงมาหาลั่วเสี่ยวซีจริงอย่างที่คาด เรื่องทั้งหมดเขาวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมถึงเรื่องที่จะนอนค้างที่บ้านของลั่วเสี่ยวซีในคืนนี้ด้วย

            มีเพียงเรื่องเมื่อครู่ที่อยู่นอกเหนือกการควบคุม โชคดีที่เสี่ยวซีตบเขา ไม่อย่างนั้น...

            ฉินเว่ยยกมือตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ ก่อนจะล้มตัวลงนอน

            ค่ำคืนนี้ลั่วเสี่ยวซีนอนหลับสนิทอย่างทุกที โดยไม่รู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว

            วันรุ่งขึ้น

            ลั่วเสี่ยวซีตื่นขึ้นมาเพราะแสงอาทิตย์เข้ามาแยงตา เธอสบถในใจ เมื่อคืนก่อนนอนลืมปิดผ้าม่านได้ยังไงกันเนี่ย ว่าแล้วเอื้อมมือไปหยิบรีโมทเพื่อจะกดปิดผ้าม่าน ทันใดนั้นก็ฉุกคิดขึ้นได้

            เมื่อคืนเธอกลับบ้านมาอย่างไร?

            ฉินเว่ย!

            เมื่อชื่อนี้ผุดขึ้นมาในสมอง ลั่วเสี่ยวซีก็ลุกพรวดก่อนจะมองสำรวจร่างกายตัวเอง ยังดีที่เสื้อผ้าเธอยังอยู่ครบ ฉินเว่ยมาส่งเธอเสร็จก็กลับเลยอย่างนั้นเหรอ?

            เธอลุกจากเตียงขึ้นมาหามือถือ เมื่อเปิดประตูห้องนอนจึงพบฉินเว่ยที่กำลังหลับอยู่บนโซฟา

            เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะเขาไปเตะเขาเบาๆ

            “ตื่นๆ”

            “อะไรแต่เช้าเนี่ย” ฉินเว่ยคว้าหมอนอิงขึ้นมาปิดหน้า “ออกไป ขอฉันนอนต่ออีกหน่อย”

            “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” ลั่วเสี่ยวซีดึงหมอนอิงออกจากมือเขา “ทำไมมานอนอยู่ที่บ้านฉัน?”

            “กว่าจะส่งเธอถึงบ้านก็ตีหนึ่งกว่าแล้ว ฉันง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น คนขับก็กลับไปแล้ว” ฉินเว่ยบ่นคร่ำครวญ “ถ้าไม่นอนที่บ้านเธอ ฉันคงต้องนอนหน้าประตู ขอร้องล่ะ ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ”

            “...งั้นฉันไปแปรงฟันก่อนนะ”

            ที่จริงลั่วเสี่ยวซีก็ง่วงมาก แต่ฉินเว่ยอยู่ในห้องรับแขกแบบนี้ เธออยากหลับก็หลับไม่ลง ว่าแล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะแปะที่มาสก์หน้าและลงไปแช่น้ำอุ่น

            ลั่วเสี่ยวซีหมกตัวอยู่ในห้องน้ำราวชั่วโมงกว่า ตอนนี้ฉินเว่ยคงได้นอนอย่างพอใจแล้ว เธอเลยเดินไปเตะเขาอีกรอบ

            คราวนี้ฉินเว่ยลุกขึ้นมาอย่างไม่อิดออด เขาร้องโอดโอยพลางทุบหลังเบาๆ

            “โซฟาไม่ได้มีไว้นอนจริงๆ เมื่อยกว่ามีอะไรทั้งคืนอีกเนี่ย”

            ลั่วเสี่ยวซีหยิบหมอนปาใส่หน้าเขา

            “จะอาบน้ำไหม ถ้าไม่ก็รีบไสหัวออกไปได้แล้ว!”

            “มีน้ำใจบ้างไหมเธอน่ะ” ฉินเว่ยปัดหมอนออก “ถ้าไม่ได้ฉัน เมื่อคืนเธอคงนอนข้างถนนไปแล้ว!”

            จะว่าไปเขาก็พูดถูก ลั่วเสี่ยวซีลองคิดตาม เธอยกหูโทรศัพท์เพื่อโทรสั่งอาหารเช้า

            “งั้นฉันเลี้ยงมื้อเช้านายเป็นการตอบแทนแล้วกัน กินเสร็จแล้วก็รีบกลับล่ะ”

            “เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณคนอื่นเอาซะเลย!” ฉินเว่ยพูดอย่างเคืองๆก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

            ลั่วเสี่ยวซีเดินหากระเป๋าของตัวเอง มันถูกแขวนเอาไว้บนที่แขวนหน้าประตู เธอหยิบมือถือออกมา จึงพบว่าแบตเตอรี่หมดแล้ว

            เธอเสียบสายชาร์จก่อนจะเปิดเครื่อง ก็พบว่ามีข้อความแสดงความยินดีถูกส่งเข้ามาใน Wechat เต็มไปหมด ซูเจี่ยนอันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่กลับไม่มีสักข้อความเดียวที่เป็นของซูอี้เฉิง

            เธอลองเปิดบันทึกสายโทรเขา ก็ไม่มีชื่อของเขาเช่นเดียวกัน

            “อะไรของเขาเนี่ย” ลั่วเสี่ยวซีเริ่มหงุดหงิด “ไหนบอกว่าจะมาหาอีกไง แล้วนี่อะไร ไม่เห็นจะแสดงความยินดีกันสักนิด ไม่จริงใจเอาซะเลย”

            เธอโยนมือถือไปอีกทางและนั่งกอดหมอนอิงอย่างเซ็งๆ ทันใดนั้นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น

            ร้านอาหารเจ้านี้เธอโทรไปสั่งเป็นประจำ ไม่เพียงแต่รสชาติเท่านั้นที่เธอชอบ แต่ความรวดเร็วในการส่งก็สุดยอดไปเลย!

            ลั่วเสี่ยวซีรีบวิ่งไปเปิดประตู

            “เท่าไร...”

            คำว่า คะ ถูกกลืนลงคอไป เพราะคนที่อยู่หน้าประตูนั้น...ไม่ใช่พนักงานเดลิเวอรี่!

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841