10
พระราชโองการออกรบ
“เ้าแน่ใจแล้วหรือ?”ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยถามพลางมองสตรีตรงหน้าด้วยความขบขัน
ช่างเป็สตรีที่แปลกเสียจริง!
“แน่ใจเพคะหม่อมฉันพร้อมจะตายในศึกาครั้งนี้”
อิงมี่ตอบผู้ที่ตนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
จู่ๆ จะมาขอฎีกาไปออกรบกับสามี ในชุดกระโปรงยาวเฟื้อยเนี่ยนะเขาก็เพิ่งรู้ว่าสมัยนี้มีสตรีที่ความคิดเช่นนี้ด้วยหรือไม่แม่นางก็อาจจะมาจากยุคอนาคตอันไกลโพ้นเหมือนกับเขาก็เป็ได้
แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจจะออกให้นางหลังจากลงลายพระหัตถ์ในพระราชโองการแล้วก็ให้เสนาบดีเอาลงมายื่นให้อิงมี่เป็จังหวะเดียวกับที่เฟยหงเดินเข้ามาถึงท้องพระโรงพอดีเขาปรายตามองนางแล้วรีบทำความเคารพฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินออกไปโดยไม่ทักทายนางซักคำ…
“เชิญเ้าไปเลือกอาวุธในห้องนั้นได้เลย”ต้าเทียนฮ่องเต้พูดพร้อมกับผายมือไปทางห้องเก็บอาวุธ
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าา”อิงมี่พูดแล้วย่อตัวทำความเคารพจากนั้นนางก็เดินไปตามทางที่ฮ่องเต้บอก ก็พบห้องขนาดใหญ่ที่มีอาวุธให้เลือกมากมาย
ร่างบางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนั้นก็พบของดีหลายอย่างดาบจากเหล็กกล้าที่คมมาก มีดสั้นด้ามหยก ทวนหินเพลิงดูแล้วนี่ไม่น่าจะใช่อาวุธของทหารธรรมดาทั่วไปแน่ๆอิงมี่เดินเข้าไปััอาวุธทุกชิ้น ภายใต้ความงุนงงของเสนาบดีจางที่เดินตามมาห่างๆ
ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย…
‘สตรีผู้นี้นางทำอันใดกัน...’อิงมี่คว้าทวนรูปจันทร์เสี้ยวสีทองมาแกว่งไปแกว่งมาแล้ววางลงที่เดิมก่อนที่จะไปหยิบมีดบินสีนิลมาถอดปลอกออกลองโยนให้มันไปไกลๆแล้วลองเอามือจับด้ามไว้ตอนที่มีดบินย้อนกลับมา
เออ...เข้ามือนางดี...
“เอาอันนี้เ้าค่ะ”นางพูด พลางเก็บมีดใส่ปลอกแล้วยื่นให้เสนาบดีจางเอาไปทำเื่ขอพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้
“แล้วแม่นางไม่เอาชุดเกราะรึ?”เสนาบดีจางถามด้วยความสงสัย
“ไม่หรอกพอดีข้ามีอยู่แล้วน่ะเ้าค่ะ” ร่างบางตอบอย่างมั่นใจเชื่อเถอะต่อให้นางไม่มี ก็ต้องมีคนหามาให้จนได้
หลังจากทำเื่ขอยืมอาวุธเสร็จ ต้าเทียนฮ่องเต้ก็ตรัสว่า
“จริงๆนี่มิใช่อาวุธทั่วไปหรอกนะ แต่เป็อาวุธที่มีไว้สำหรับเชื้อพระวงศ์เท่านั้นรักษามันดีๆ ล่ะอิงมี่”
“เพคะฝ่าาหม่อมฉันจะรักษามันเท่าชีวิตเลยทีเดียว” จากนั้นอิงมี่ก็ทำความเคารพแล้วเดินออกไป
ช่างสมกับเป็ฮูหยินของแม่ทัพใหญ่จริงๆ อิงมี่ แต่ข้าขอดูอีกสักหน่อยละกัน…
ฮ่องเต้มองตามแผ่นหลังของสตรีร่างบางที่เดินออกไปด้วยแววตาสนใจ
ส่วนเสนาบดีจางคนสนิทของพระองค์ก็แอบทำหน้าเหนื่อยใจเมื่อกี้พระองค์ทำอันใดลงไป!
ออกฎีกาให้สตรีไปออกรบน่ะหรือ ผิดธรรมเนียมสิ้นดี! ั้แ่ก่อตั้งราชวงศ์มายังไม่เคยมีผู้ใดกระทำแถมยังให้สตรีผู้นั้นใช้อาวุธของเชื้อพระวงศ์อีก
เหตุผลที่พระองค์ได้ขึ้นมาเป็ฮ่องเต้เพราะอะไรน่ะหรือเพราะมารดาทรงเป็ฮองเฮาไงล่ะ
อ้อ...จริงๆ ก็เคยมีความสามารถมากมายนะแต่หลังจากตกม้าคราวนั้น พระองค์ก็กลายเป็คนแบบนี้ความคิดความอ่านแต่ละอย่างช่างพิลึกพิลั่นจนเขาตามไม่ทัน
…นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาเคยสาบานต่อหน้าพระพักตร์ของเป่าซือฮ่องเต้พระบิดาของต้าเทียนฮ่องเต้ผู้ที่เขาเทิดทูนเหนือเกล้าไว้ว่าจะดูแลพระโอรสของพระองค์และจะช่วยสนับสนุนต้าเทียนฮ่องเต้จนถึงที่สุดคงขอทำเื่ลาออกกลับบ้านเกิดไปแล้วแน่แท้
ลานจัดทัพ
อิงมี่เดินเข้าไปดูการจัดทัพด้วยความสนใจโดยไม่มีใครหันมามองนางสักคน เพราะกำลังง่วนอยู่กับการจัดแถวอยู่พลันก็มีมือหนามาสะกิดที่ไหล่ ทำให้นางใหันหน้ากลับไปก็เจอเซี่ยเฟยหงยืนกอดอกอยู่ นางจึงยิ้มให้แล้วบอกว่า
“ข้ายังไม่มีอาชาเลยท่านช่วยหาให้...”
“กลับจวนไปเดี๋ยวนี้!”เฟยหงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่อิงมี่ก็หากลัวไม่
“ไม่เ้าค่ะไยข้าต้องกลับ?”
“ข้าไม่ให้เ้าไปด้วย!เ้าไม่กลัวตายหรือไง!!?”
“ถ้ากลัวข้าคงมิไปขอฮ่องเต้หรอกเ้าค่ะ”นางตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
“เ้าคิดว่าการไปออกรบมันเป็เื่เล่นๆหรือไงหา!!!” นางคิดว่าแค่ฟันดาบเป็นิดๆ หน่อยๆแล้วจะลงสมรภูมิได้หรือไงสภาพแบบนี้ปล่อยให้ลงสนามรบก็เหมือนเอาลูกกวางไปอยู่ในวงล้อมของนายพรานชัดๆ
“มันก็ไม่ใช่เื่เล่นๆนี่เ้าคะ” รู้แล้วยังจะไปอีก น่าโมโหเสียจริง!
“กลับไปเสีย!การที่เ้าไปด้วยมันทำให้ข้าพะวงหน้าพะวงหลัง!!” มากด้วย
“ท่านพี่ก็ไม่ต้องสนใจข้าสิเ้าคะในสนามรบข้าก็เหมือนเป็แค่นายทหารคนนึงเท่านั้นอีกอย่างข้าไม่โง่พอที่จะไปหาที่ตายหรอกเ้าค่ะ”
“นี่เ้า…”ก่อนที่เฟยหงจะได้พูดอะไรอิงมี่ก็ยื่นพระราชโองการที่มีลายพระหัตถ์ของฝ่าาให้ดู ทำให้เฟยหงเงียบทันทีเ้ากระดาษแผ่นนั้นถ้าไม่ทำตาม มันก็เหมือนกระบี่อาญาสิทธิ์ดีๆ นี่เอง
“ขอไม่พูดอะไรเยอะเ้าค่ะ”อิงมี่พูดพลางยักคิ้วใส่บุรุษตรงหน้า…
เมื่อเฟยหงไม่สามารถโต้แย้งอะไรนางได้จึงเดินหนีไปเสียดื้อๆ
ตามใจนางละกันอยากไปก็ไป...
ซะที่ไหนกันเล่า!
เขาเดินไปเขียนจดหมายถึงพ่อตาของเขาว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังจะตามเขาไปออกรบต่างหาก
‘ลูกเขยหมดปัญญาจะห้ามแล้วท่านพ่อตาโปรดช่วยด้วยเถิด’
จากนั้นก็ให้คนส่งสารนำไปส่งที่จวนตระกูลหาน ซึ่งอยู่นอกเมือง
จวนตระกูลหาน
“ตายแล้ว!ข้าจะเป็ลม...” กังชุนฮวาพูดหลังจากอ่านเนื้อความในจดหมายจบพลางเอามือก่ายหน้าผากแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้
“เกิดอะไรขึ้นหรือพี่ชุนฮวา?” เม่ยไป๋หลันรีบวิ่งเข้ามาหาก็เห็นชุนฮวายื่นจดหมายจากเฟยหงให้อ่านเมื่อนางอ่านจบก็อุทานลั่นบ้าน
“มารดามันเถอะ!”จากนั้นทั้งคู่ก็รีบวิ่งไปหาผู้เป็สามี ที่กำลังนั่งทำบัญชีอยู่ในห้อง
“ท่านพี่เ้าคะ!เกิดเื่แล้วเ้าค่ะ!” ชุนฮวาและไป๋หลันพูดพร้อมกัน
“มีอะไรหรือฮวาเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์?” หานหลี่หลุนเอ่ยถามไป๋หลันจึงยื่นจดหมายจากเซี่ยเฟยหงให้เขาดูเมื่ออ่านจบก็เอามือทุบโต๊ะด้วยความโมโห
“ยายลูกซื่อบื้อ!แทนที่จะมาบอกพ่อก่อนว่าจะไป คิดว่าการไปรบเขาเอาแต่ตัวไปหรือไง!”
“อะ...เอ่อ...ท่านพี่จะไม่ไปห้ามลูกอิงมี่หน่อยหรือเ้าคะ!?” ไป๋หลันถามด้วยความงง หลี่หลุนหัวเราะเบาๆ แล้วตอบว่า
“เ้าก็รู้นิสัยอิงมี่ดียิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ครานี้อย่าคิดจะใช้ผงหลับใหลกับนางอีกเลยเดี๋ยวพอฟื้นขึ้นมาก็คงแอบตามไปอยู่ดี ให้ไปกับกองทัพตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้นางหนีตามไปแบบไม่รู้ทิศไม่รู้ทาง”
“งั้นข้าว่าเรามาเตรียมของที่จำเป็ไปให้นางดีกว่าเ้าค่ะ”ชุนฮวาเอ่ย
“นั่นสินะเ้าคะ”ไป๋หลันสนับสนุน
“เป็ความคิดที่เยี่ยมงั้นเอาแบบครบชุดไปเลยละกัน แล้วมาดูกันว่าลูกสาวของพวกเราจะสังหารศัตรูได้กี่คนหึๆ”
หลังจากนั้นไม่นาน ข้าวของทั้งหมดก็ถูกจัดลงในย่ามหนังหมีและถูกยื่นให้หานิซาน ผู้ที่กลับมาจากการไปขายของเป็ผู้เอาไปให้น้องสาว
คราแรกเขาคิดว่าเป็เื่ตลกที่น้องสาวจะไปออกรบแต่ทุกคนก็ยืนยันว่ามันเป็เื่จริง
“ถ้าไม่เห็นกับตาลูกก็มิเชื่อหรอกขอรับ”หานิซานพูดพลางหัวเราะร่วน
“เช่นนั้นเ้าก็ไปดูให้เห็นกับตาละกัน”แม่ของเขา แม่รอง และท่านพ่อพูด ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาต้องมายืนอยู่ตรงนี้หน้าลานจัดทัพ
“ท่านมาพบใครหรือ?”ยามประตูถามตามระเบียบ
“มาพบหานอิงมี่ขอรับ”หานิซานตอบ เมื่อเห็นนายประตูทำหน้างงเขาจึงเปลี่ยนคำพูด
“มาพบเซี่ยฮูหยินครับ”เมื่อนายประตูได้ยินจึงเปิดให้เขาเข้าไป แล้วหานิซานก็เห็นน้องสาวตัวดีของตนกำลังนั่งดูเหล่าทหารซ้อมรบอย่างสบายใจ
นี่หรือท่าทางของคนที่จะไปออกรบ นั่งสบายใจเชียว แต่ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วนางอยากลงมาร่วมฝึกด้วยใจจะขาดแต่ถูกเซี่ยเฟยหงห้ามไม่ให้ลงมา
“อิงมี่น้องรัก”หานิซานเรียกพร้อมกับเดินเข้าไปหา
“อ้าวท่านพี่มายังไงนี่เ้าคะ!?” อิงมี่หันมาทักทายพี่รอง
“ก็นั่งรถม้าเข้าเมืองมาน่ะสิแล้วก็...ท่านพ่อฝากนี่มาให้เ้าด้วย” พูดจบหานิซานก็ยื่นถุงย่ามในมือให้น้องสาวของตนอิงมี่รับไปก็รีบเปิดดูด้วยความอยากรู้ว่าข้างในมีอะไรก็พบว่าท่านพ่อได้เตรียมของที่จำเป็สำหรับการออกรบให้นางหมดแล้ว
“ข้ามินึกว่าท่านพ่อจะรู้”คราแรกที่นางคิดว่าอย่างไรก็ต้องมีคนเตรียมให้คาดมิถึงว่าจะเป็ท่านพ่อ
“ก็สามีตัวดีของเ้าน่ะสิเขียนจดหมายไปบอกท่านพ่อ” หานิซานพูด พลันเฟยหงที่กำลังยืนคุมกองทัพอยู่กลางแดดก็ไออย่างไม่มีสาเหตุส่วนอิงมี่ก็ถอนหายใจด้วยความเซ็ง นี่เขายังจะพยายามอีกหรือนี่
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ...โชคดีน้องรัก”หานิซานพูดพลางลูบหัวน้องสาวทีหนึ่งแล้วเดินจากไป
“เ้าค่ะท่านพ่อค้า เวลาเป็เงินเป็ทองจริงจริ๊ง” อิงมี่พูดไล่หลังเบาๆแล้วนั่งดูเฟยหงฝึกการจัดทัพต่อพลันก็มีน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยเอ่ยขึ้นมาจากข้างหลัง
“แม่นางเ้าเข้ามาในนี้มิได้นะ” เมื่อหันไปนางก็พบกับเซี่ยอ๋องหรือชื่อเดิมคือเซี่ยเฟยชงคุณชายใหญ่ของตระกูลเซี่ยที่ได้สมรสพระราชทานกับองค์หญิงสามไปนั่นเอง
บุรุษผู้นี้แหละที่ทำให้นางหลงรักมาตลอดสิบปีและดูแล้วอิงมี่ก็ยังตัดใจจากเขามิได้
“ข้า…”นางมัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ เพราะมัวแต่จ้องหน้าคู่สนทนาเมื่อเซี่ยอ๋องเห็นท่าทีของนางจึงคิดว่านางคงเป็คนของฝ่ายในที่แอบเข้ามาดูการฝึกซ้อม…