บทที่ 3 การล้างแค้นของเหล่าจอมมาร
สวัสดีครับ ผม กาวีชัย กาวะสี หรือ กาว คนเดิมนั้นเอง ผมที่ตายไปแล้วและกำลังอยู่โลกระหว่างความเป็ความตาย ได้รับข้อเสนอสุดแสนหลอกลวงจากที่จะได้ไปเกิดใหม่เป็ผู้กล้ากลายเป็นักล่าผู้กล้าสะงั้น จากจอมมารโลหิตคลั่งแฟรนเรบลัสและจอมมารพฤกษาอาฆาตบลูดีทรีหรือไอ้สองบ้าแดงน้ำเงินนั้น และต้องขอบคุณคุณVA ถึงได้รู้ความจริงว่าตัวเองตายยังไง…ฮึกๆรู้แล้วอยากจะร้องหายชะมัด
‘เออ… เป็อะไรไหมครับ’
“เป็ครับ… อยากจะเป็บ้าครับเป็บ้ากับสาเหตุการตายสุดAmazingของตูเองจริงๆ”
‘……’
นี้ตูต้องดวงซวยขนาดไหนกัน ถึงได้ตายยังก็หนังเื่‘โกงตาย’ขนาดนี้ นึกภาพตอนข่าวตัวเองตายแล้วออกข่าวไม่ออกเลย คงประมาณ ‘ชายหนุ่มซวยมหาบรรลัยโดนรถบรรทุกหลับในขับข้ามเลนลอยชนตึกถึงชั้น5’ อะไรประมาณนี้ละมั้ง? อะฮะฮ่าๆๆ แค่นึกแล้วก็อดหัวเราะทั้งน้ำตาไม่ได้
นี่เกิดมีใครถาม ‘เห้ยนายตายได้ไงอะ’ แล้วตูตอบ ‘อ่อ ฉันโดนรถบรรทุกคนขับเมาขับลอยเข้ามาชนฉันในชั้น5 นะ’ นึกภาพไม่ออกเลยว่าคนที่ได้ยินจะ เศร้าเห็นใจในความซวยของฉัน หรือ หัวเราะกับความซวยสุดกู่ของตู
ไหนจะพ่อแม้พี่น้องโดนถามว่าผมเสียได้ไงคงทำหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว ต้องขอโทษด้วยครับ ขอโทษด้วยจริง
ระหว่างที่คิดก็นั่งสลดชีวิตอยู่แบบลอยอากาศก็เถอะ ดูจอมมารบ้าสองตัวยังคงต่อยกันอยู่ยังไม่เลิก โดยที่มีคุณVA นั่งแบบลอยๆเหมือนผมเป็เพื่อน
“คุณVAผมขอถามหน่อยสิครับ”
‘อะไรเหรอครับ’
“จอมมารทุกคนเป็อย่างนี้หรือเปล่าครับ”
ผมถามขณะที่ชี้ไปยังไอ้บ้าสองตัวที่กำลังต่อยกัน
ผมก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศลืมเื่สาเหตุการตายทีสุดแสนจะรับไม่ได้ของตัวเองเลยหาเื่ใกล้ตัวมาคุย และเื่ใกล้ตัวที่ว่าคงไม่พ้นงานมหากาพย์CGสุดไร้ค่าของสองจอมมารที่อยู่หน้าพวกเรานี่และ
คุณVAที่ได้ยินคำถามก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆอะฮ่ะๆออกมา พร้อมทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
‘ไม่หรอกครับ จอมมารทุกคนไม่เป็อย่างสองคนนั้น ก็อาจมีบ้างแต่ระดับนั้นคงมีแค่สองคนนั้น’
“เห้ แสดงว่าคุณเคยเจอจอมมารมาเยอะสินะครับ”
‘ครับ ก็เป็จอมมารด้วยนิครับ เลยได้คุยกับจอมมารคนอื่นกันบ่อย’
“อย่างนี้เอง เป็จอมมารสินะถึงว่าถึงได้รู้เื่…เดี๋ยวนะ จอมมารเอาจริงดิ!?”
ผมหันไปยืนยันอีกทีขอคำยืนยัน เขาก็เอานิ้วเกาแก้มอย่างเขินอายยังก็คนที่โดนจับได้ว่าเป็ดารา
เห้ย เอาดิ! คุณVAก็เป็จอมมารเหรอ ก็ไม่ใช่เดาไม่ได้หรอกแค่แบบว่า… จะว่ายังไงดี มาดมันไม่ให้อะ ก็ไม่จะว่านะแต่ทั้งกิริยาท่าทาง การพูดจา อารมณ์ที่สื่อออกมา ไม่เหมือนจอมมารที่คิดไว้เลย อย่างไอ้บ้าสองตัวนั้นแรงกดดันเหมือนจอมมาร ถึงไม่รู้ว่าจะเอามาเป็มาตรฐานได้หรือเปล่าก็เถอะ อย่างคุณVA ถ้าจะให้เปลี่ยนเทียบ…เหมือนรุ่นพี่ใจดีในที่ทำงานละมั่ง?
‘อะฮ่ะๆ ก็รู้ตัวอยู่ครับ ตัวเองไม่เหมือนกันว่าไม่เหมือนจอมมาร’
“เอ๊ะ ผะ-ผมไม่ได้จะว่า…”
ตายแล้วว่า เขารู้ที่ผมคิด ผมรีบพยายามแก้ตัวเสียมารยาท แต่คุณVAกลับโบกมือบอกไม่ต้องไปใส่ใจ
‘ไม่เป็ไรครับ ผมก็ไม่ได้มีความสามารถถึงขนาดเป็จอมมารได้หรอกครับ ที่จริงแล้วผมกลับดีใจด้วยซ้ำที่คุณมองผมว่าไม่เหมาะจะเป็จอมมาร’
“หมายความว่ายังไงครับ?”
‘เอาไว้ผมจะบอกที่หลัง แต่ตอนนี้พวกเรามาตอนรับแขกที่มากันครบก่อนดีกว่าครับ’
“แขก?”
ขณะที่ผมกำลังสงสัยแขกที่ว่า ก็มีแสงดวงเล็กๆนับร้อยหลอกสีมากมายกำลังลอยอยู่รอบตัวพวกเรา แสงดวงนึงนั้นค่อยๆขยายแสงขึ้น ไม่ใช่แค่ดวงเดียวทุกดวงค่อยๆขยายแสงขึ้นเรื่อยๆ แสงเ่าั้เริ่มเป็รูปเป็ร่างหลากหลายต่างกันไป บางดวงมีรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาด บางดวงมีรูปร่างเหมือนคนยักมีเขา บางดวงมีรูปร่างเหมือนั บางดวงมีรูปร่างเหมือนปีศาจมีปีกขนาดใหญ่ บางดวงมีรูปร่างเหมือนคุณVAด้วยเช่นกัน และแบบอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน
“นี้คือ?”
‘พวกเขาเหล่านี้ทั้งหมด คือ จอมมาร ถ้าจะพูดให้ถูกต้องเรียกว่าจอมมารเสียแล้ว’
“จอมมารที่เสียแล้ว!?”
ผมใมองเหล่าจอมมารที่อยู่รอบๆตัวเอง
‘อย่างที่คุณรู้ที่นี้คือ โลกระหว่างความเป็ความตาย ผู้ที่จะเข้ามาได้มีเพียงผู้ที่เสียชีวิตแล้วเท่านั้น หรือก็คือคุณกาวีชัยที่กำลังจะเดินทางไปหรือนรก และพวกเราเหล่าิญญาจอมมารแห่งการล้างแค้น้าที่จะล้างแค้นกับเหล่าผู้กล้าที่ฆ่าพวกเรายังไงละ’
หลังคุณVAพูดจบบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป รู้สึกได้เลย ถึงความแค้น ความโกรธ โมโหร้าย อาฆาตพยาบาท และอารมณ์อีกมากมาย พอได้พูดถึงผู้กล้า เหล่าจอมมารทั้งหลายต่างบรรยากาศและแรงกดดันมากมาย
เริ่มมีเสียงโกรธแค้นมากมายดังออกมาจากจอมมารทั้งหลาย
‘ถ้าวันนั้น วันที่ข้าได้เตรียมกองกำลังนับแสนอันเกรียงไกรได้ทำการบุกไปโจมตีที่เมืองหลวงของประเทศ ด้วยกำลังที่เหนือกว่าทำให้เหล่าที่ปกป้องเมืองไม่อาจต้านทานได้ เมืองหลวงนั้นเป็หัวใจสำคัญของประเทศที่เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมาย พอทำให้ข้าสามารถสร้างกองทัพจอมมารอันเกรียงไกรบุกทุกเมืองทุกประเทศได้ทั่วโลก
ถ้าข้าได้มันมาครอง ข้าจะมีพลังสารารถครองโลกนี้ได้แล้ว ถ้าผู้กล้าบ้านั้นไม่ออกมาจัดการข้าสะก่อน บ่านี้ข้าได้ครองโลกไปนานแล้ว!’
‘ใช่! อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวแท้ๆ ด้วยเวทมนต์ต้องห้ามนี้ที่ข้าตามหามันมานับร้อยปีแล้วข้าก็ได้มันมาครอง และปราสาทโบราณของข้าที่สร้างไว้เป็ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเวทมนต์ต้องห้ามที่ใช้เวลาเตรียมการห้าสิบกว่าปี
ตัวข้ากำลังจะได้พลังเวทมนต์ต้องห้าม นิดเดียว อีกนิดเดียวแท้ๆโลกกำลังจะมาอยู่ในกำมือตัวข้าแท้ ถ้าไม่ใช่เ้าผู้กล้านั้นบุกเข้ามาในปราสาทข้าและทำลายพิธีกรรมจนทำแผนข้าพัง! และจัดการข้า’
‘เห็นด้วย อีกเดียวข้าก็จะล้างบางเ้าพวกมนุษย์อันโสมมทั้งหลายออกไปจากโลกใบนี่ ด้วยพิษร้ายที่ข้าได้สร้างขึ้นจากโลหิตของตัวข้าเองอีกไม่นานเกินรอข้าก็จะได้ครองโลกใบนี่ ทั้งที่เป็งั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ผู้กล้าตามมาฆ่าข้าสะก่อน พวกมนุษย์นะบ่านี้คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว!’
‘ข้าก็เช่นกัน อุส่าวางแผนยั่วยุต่างๆนาๆเพื่อให้พวกมนุษย์ตีกันเองจนพินาศกันหมดแล้วข้าจะได้ออกมาจัดการทีเดียวแล้วยึดครองโลกมาเป็ของข้า แต่ไอ้เ้าผู้กล้ามันดันรู้แผนการข้าได้และไปรวบรวมพวกมนุษย์ที่เหลือรอดมารวมตัวกันเข้ามาจัดการข้า!’
‘ข้านั้นก็ไม่ต่าง ข้ากำลังรวบรวมพลังวิวัฒนาการถึงร่างสุดยอดแต่ก็ผู้กล้าก็มาขัดขวางข้า แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ทำสำเร็จจนได้ร่างสุดยอดและพลังมาครองโลกและอีกไม่กี่ก้าวข้าก็จะได้ครองโลก แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีผู้กล้าไปหาพลังตำนานจากไหนไม่รู้มาจัดการข้าอย่างง่ายได้ ไม่เห็นความพยายามแทบตายข้าเลย’
เหล่าจอมมารต่างเริ่มพูดเริ่มบ่นถึงวิธีการหรือแผนการต่างที่พวกเขาเคยทำกันในอดีตก่อนที่จะแพ้ให้กลับผู้กล้าทั้งหลาย จากที่ได้ฟังมาหลายคนก็อยากจะถามว่า
พวกคุณเอ็งคิดจะครองโลกอย่างเดียวกันหมดเลยเหรอว่ะ!
ไม่ว่าจะฟังจากใครคนไหนเกี่ยวกับวิธีของเขาก็มักจะจบด้วยการจะครองโลกลูกเดียวแต่ก็จบด้วยการโดนผู้กล้าจัดการหมดเลย ของพูดจากใจเลยว่า สมน้ำหน้า!
ตูไม่คิดจะอินกับพวกเอ็งหรอกนะเฟ้ย ตูเองก็เป็มนุษย์คนหนึ่งต้องมานั่งฟังเื่ที่พวกเอ็งจะทำกับมนุษย์ใครมันจะไปเห็นด้วยฟ่ะ ที่จริงพวกนี้ยังกะตัวร้ายในการ์ตูนหรือไม่ก็เกมที่เอะอะว่ากี่ภาคตูก็จะยึดครองโลกลูกเดียวพล้อตเื่มุกซ้ำซากจำเจมาก
พวกจอมมารก็ยังบ่นไม่หยุด แต่มีคนหนึ่งที่ผมสงสัยสุดคงไม่พ้นคุณVA ถ้าให้นึกภาพเข้าหัวเราะได้โลกมาในมือแล้ว มันนึกไม่ออกอะนะ แต่ก็มีอีกเื่หนึ่งที่อย่างจะพูดก่อนเลยหันไปหาคุณVA
“เออ คือว่า”
‘อะไรหรือครับ’
“ก็เข้าใจอยู่ ว่ากำลังแค้นอยู่ แต่ว่า…ไม่เรียกสองคนนั้นหน่อยเหรอ?”
ผมชี้ไปที่จอมมารทั้งสองที่ยังต่อยเช่นเดิมแม้ว่าผ่านมานาน นี้ยังไม่เบื่อกันอีกเหรอครับท่าน
พวกจอมมารที่อยู่รอบตัวผมก็ทำหน้าไม่ต่างจากผม บางคนถึงกับกุมขมับส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอาก่อนจะเข้าไปห้ามกัน
‘เอาละพวกเรากลับเข้าเื่เลยละกันครับ’
ตอนนี้เหล่าจอมมารอยู่พร้อมหน้ากันหมดแล้ว พวกเขาเตรียมจะพูดเื่สำคัญแต่ก่อนหน้านั้นผมคงต้องขอขัดเพราะมีเื่กวนใจผมมาก
“โทษนะครับ ผมมีเื่ต้องถามอีกหนึ่งอย่าง”
‘อะไรเหรอครับ?’
“สองคนนี้ ใครอะ?”
ผมชี้ไปที่เงาคนสองคน คนหนึ่งสีแดงอีกคนหนึ่งสีน้ำเงินทั้งสองที่มีความสูงเท่าคนกับผมอาจจะเตี้ยกว่านิดหน่อย
‘ก็…จอมมารแฟรนเรบลัสกับบลูดีทรีไงครับ’
“ทำไมเหลือตัวแค่เนี่ย!?”
ผมมองไปยังจอมมารทั้งสองที่ตอนนี้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์และสูงพอๆผม
‘อ่อ ไอร่างที่คุณเห็นนะก็แค่ภาพลวงตา…จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ ทั้งสองเวลาต่อยกันชอบทำเื่ให้มันใหญ่เข้าว่า ร่างที่เห็นนี่น่าจะเรียกว่าร่างจริงได้’
ว่าแล้วตูมองไปที่สองจอมมารที่ตอนนี้ตัวเท่ากันสักพักก็อยากจะพูด(ด่า)มากมายให้ทั้งสองฟังแต่ก็เก็บเอาไว้ในใจ แล้วปล่อยเื่นี้ผ่านไปน่าจะดีกว่า เพื่อสภาพจิตใจของตูเอง แล้วผมก็ทำมือเชิญให้คุณVAพูดต่อ
‘งั้นขอเข้าเื่ต่อครับ อย่างที่บอกพวกเราทั้งหมดคือ ิญญาจอมมารแห่งการล้างแค้น ้าล้างแค้นเหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่ได้สังหารพวกเรา…’
?
อยู่ดีๆ คุณVAก็หยุดพูดแล้วหันไปหาจอมมารแฟรนเรบลัสและจอมมารบลูดีทรี
‘ผมให้พวกคุณพูดน่าจะดีกว่าครับ’
เขาว่างั้นก่อนจะส่งไม้ต่อให้จอมมารทั้งสอง ทั้งผมและทุกคนต่างพากันหันไปหาจอมมารแฟรนเรบลัสและจอมมารบลูดีทรีอย่างใจจอใจจ่อ
จอมมารแฟรนเรบลัสทำเสียง ‘ชิ’ อย่างไม่พอใจก่อนจะพูดว่า ‘ช่วยไม่ได้’ ก่อนก้าวเดินออกมาทางผม
จอมบลูดีทรีก็เดินมาทางผมเช่นกันพร้อมเกาหัวเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก
ทั้งคู่หยุดยืนหน้าผมก่อนจะกล่าวกับผมพร้อมกันว่า
‘ ‘ยินดีด้วยหนุ่มน้อย เธอได้รับเลือกให้เป็นักล่าผู้กล้า’ ’
“……………….ห๊ะ”
เดี๋ยวนะ? อะไรนะ!?
ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร จอมมารแฟรนเรบลัสได้ยกมือห้ามผมไว้ก่อนแล้วกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
‘ข้ารู้ว่าเ้าไม่เข้าใจเื่ที่เกิดขึ้น ข้าขออธิบายสะหน่อยละกัน’
พอได้ยินอย่างผมเลยเก็บคำทักท้วงไว้ในใจแล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังจะพูด
‘ในตอนแรกนั้น พวกข้ากะจะบอกเ้าไปตรงๆว่าอยากให้เ้าเป็นักล่าผู้กล้า แต่ถ้าเ้าได้รู้เื่เ้าคงไม่ยอมเป็แน่ ข้าเลยจะหาวิธีให้เ้าเซ็นยอมรับไปก่อนแล้วค่อยบอกทีหลัง’
‘พวกเรานั้นเลยได้ใช้อุบาย การได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกโดยใช้เทพธิดาเป็แผนล่อลวงคุณนั้นให้มาติดกับ เพื่อจะได้คุณมาเป็นักล่าผู้กล้า แต่ก็ไม่สำเร็จอย่างที่เห็นนะครับ’
จอมบลูดีทรีเข้ามาช่วยพูดเสริม
ของมันแน่อยู่แล้ว! ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ในสิ่งที่จอมมารทั้งสองพูด ในตอนแรกที่เห็นคำว่า นักล่าผู้กล้า ในเอกสารนั้นก็เอะใจถึงลางไม่ดีเป็ใครก็ต้องรีบถอยหนีออกมานั้นและ โดยเฉพาะฉากเทพธิดากระโหลกนั้นอีกภาพหลอนยังติดตา
‘เพราะอย่างงั้นพวกเราจะบอกให้เ้าฟังเอง’
‘เื่ราวคุณควรจะได้รับรู้!’
ทั้งคู่พูดเสร็จ ยื่นมือก็ออกมาก่อนที่บนมือจะฉายแสงขึ้นมาและได้แสดงภาพประกอบยังกะดูหนัง3D ยังไงยังงั้น ผมดูภาพที่ฉายออกมาเป็ภาพระหว่างพวกเขาเล่าเื่
‘พวกข้า เหล่าจอมมารทั้งหลายได้ถูกสังหารโดยผู้กล้าถ้าจะพูดให้ถูกคือ เหล่าผู้กล้าจากต่างโลกและผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ทั้งหลายแหล่’
ภาพของผู้กล้าทั้งหลายให้ดูจากที่ดูมีผู้กล้าที่มาหลายแบบก็พอจะเดา ทั้งถูกอัญเชิญมายังโลกนี้ ตายแล้วเกิดใหม่ทั้งคนร่างเดิมและร่างใหม่ บางคนไปเกิดใหม่ั้แ่ทารกก็เยอะ เป็สัตว์บางและอาวุธบาง หรือไม่ก็มาสิ่งร่างของคนที่ตายแล้วก็มี มันก็ตามที่เคยอ่านมาทั้งหลายละนะ แต่ก็…เยอะอะ!
‘ผู้กล้าทั้งที่มาจากต่างโลกและเกิดใหม่นั้นมีมากเกินไปจนทำให้สมดุลเสีย ด้วยพลังที่ได้รับมามันมากเกินไปและการใช้ที่ไม่รอบคอบทำให้ระบบสมดุลของโลกเสียหาย’
ภาพเปลี่ยนไป ภาพของผู้กล้าที่ใช้พลังเวทะเิูเาได้ในพริบตา ผู้กล้าที่ใช้อาวุธเทพๆทำลายและสังหารคนไปทั่ว ผู้กล้าที่ใช้ความรู้ในโลกที่แล้วสร้างสิ่งต่างๆที่ไม่เข้ากับยุคสมัย ผู้กล้าที่เข้ามาปลุกระดมให้ต่อต้าน ผู้กล้าวิวัฒนาการร่างกายจนข้ามสายพันธุ์หรือสปีชี่ส์และคนที่อยู่รอบๆด้วย และอื่นๆที่ตาตูมองตามไม่ทันเยอะเกิน
‘เพราะงั้นพวก้าให้เ้า กลายเป็นักล่าผู้กล้าสะ’
‘แล้วจัดการเหล่าผู้กล้าทั้งหลายและนำสมดุลกลับคืนสู่โลก’
พูดจบเอกสารพันธสัญญาไปเกิดใหม่ในต่างโลกในตอนแรกก็ลอยตรงหน้าผมพร้อมปากกามาอยู่ในมือผมเอง ผมมองจอมมารแฟรนเรบลัสกับบลูดีทรีที่อยู่หน้าและรอบๆที่มองมายังผมอย่างจริงจัง
“แล้วทำไมไม่ไปเกิดใหม่กันเองละครับ”
‘พวกข้าทำไม่ได้ ไม่สามารถทำได้ด้วยกฏของโลก ไม่งั้นพวกข้าคงทำไปแล้วจริงมั้ย?’
“กะ-ก็จริง…แล้วถ้าเกิดผมไปเกิดให้แล้ว พวกคุณจะไม่ยึดร่างผมหรือไงกัน”
‘เื่นั้นก็ไม่ต้องกังวล ด้วยกฎของโลกพวกข้าก็ทำไม่ได้เช่นกันขอรับ ที่จริงแค่ส่งเ้าไปก็สุดความสามารถเสียแล้วขอรับ’
จอมมารทั้งสองต่างตอบคำโต้แย้งของผมสะดิบดี
เอาไงดี ผมมองที่เอกสารเ้ากรรมอีกครั้ง หรือนี้จะเป็ชะติฟ้าลิขิตมาให้ผมเป็นักล่าผู้กล้าจริงๆก็เป็ได้ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงผมคงมีแต่ต้องยอมรับเท่านั้นก็เป็ได้
…………
………
……
…
“แล้วความจริงล่ะ?”
‘ ‘พวกข้าแค่อยากแก้แค้นเท่านั้น’ ’
“นั้นไงตูว่าแล้ว!!!”
ว่าเสร็จตูก็ปาปากกาลงพื้นจนหมึกกระจายลอยกระเด็นไปไกลเลย ถึงจะไม่มีพื้นก็เถอะ