ตอนที่ 1 ใครจะไปแต่งกับคนตายกันเล่า (1)
กลางดึกอันหนาวเย็นต้นฤดูใบไม้ผลิ ท้องฟ้ามืดมิดจนเกือบหมดหวังว่าจะได้เห็นแสงจันทร์และดวงดาว ราวกับเมฆฝนปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
“เร็ว รีบขุดเข้าสิ! ขอร้องละ พวกเ้าเร่งมือหน่อย!” เสียงสั่นเครือปนสะอื้นของหญิงชาวบ้านวัยสามสิบกว่าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
หญิงชาวบ้านวิงวอนขอร้องพลางใช้สองมือของตัวเองขุดดินจากหลุมศพโดยไม่สนใจว่าสองมือของตนจะเต็มไปด้วยเื “เสี่ยวเย่ว์ ลูกสาวที่น่าสงสารของแม่! แม่มาช่วยเ้าแล้ว”
ชั่วเวลาหนึ่งถ้วยชา[1] ร่างซูบผอมของเด็กสาววัยสิบสองสิบสามปีผู้หนึ่งก็ถูกคนขุดขึ้นมาจากหลุมดิน
อันเสี่ยวเย่ว์เหลือเพียงลมหายใจรวยริน ความรู้สึกรางเลือน แต่ดูเหมือนจะได้ยินคำว่า “เร็วเข้า! รีบป้อนยาวิเศษของท่านหมอเทวดาให้นาง!”
หมอเทวดาหรือ ยาวิเศษอะไร นี่มันบ้าอะไรกัน
อันเสี่ยวเย่ว์ยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจก็ถูกคนงัดปาก ยัดยาลูกกลอนเข้าไปเม็ดหนึ่ง
ยาลูกกลอนพอเข้าปาก อันเสี่ยวเย่ว์ที่เป็แพทย์ผู้ชำนาญการมานานก็แยกแยะได้ทันทีว่าในนั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง ในนั้นมีส่วนผสมของยาสมุนไพรราคาถูกสุดเจ็ดอย่างผสมกัน ไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่กินแล้วไม่ตาย ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ กลืนลงไปก็ไม่เป็ไร
นางรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง วิงเวียนวูบแล้วหลับไปอีก
พอนางได้สติสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฟ้าก็สางแล้ว ดูเหมือนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ข้างๆ
“พ่อนางหนู! ท่านเข้าป่าล่าสัตว์ทีก็สามวันสามคืน พวกเขาตั้งใจมาเอาตัวเสี่ยวเย่ว์ไปแต่งงานกับศพของลูกชายเ้าของที่ดินเกา ข้าทั้งคุกเข่าวิงวอนทั้งร้องไห้! แต่พวกเขายัง... ฮึก! หากไม่ใช่ท่านลุงใหญ่แอบเจาะช่องหายใจไว้ที่หลุมศพ เสี่ยวเย่ว์ของพวกเราคงไม่รอดแล้ว” หลิ่วซื่อ[2]น้ำตาไหลพราก ร้องไห้จนตาบวมไปหมด
อันลี่เปิ่นกำหมัดทุบตั่งที่นอน[3] “ต่อให้เสี่ยวเย่ว์ของเราโง่เขลาไปบ้าง แต่ก็ไม่ควรถูกเหยียบย่ำเช่นนี้”
อันเสี่ยวเย่ว์ดูเหมือนจะเข้าใจบ้างแล้ว ลูกสาวสติไม่สมประกอบของบ้านนี้ถูกส่งตัวไปแต่งงานกับศพของลูกชายเ้าของที่ดิน การฝังคนทั้งเป็เช่นนี้ ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี
ส่วนเธอ แพทย์สาวมากฝีมือในโรงพยาบาลชั้นหนึ่งของเมืองหลวง หมอมือหนึ่งทั้งการแพทย์แผนจีนและตะวันตก กลับสวมิญญาในร่างเด็กสาวสติไม่เต็มเต็งนี่เข้า! พอนึกดูให้ดี ดูเหมือนว่าเธอจะ...เหนื่อยตายเพราะทำการผ่าตัดรวดเดียวสี่ราย!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ แย่แล้ว” อันเสี่ยวหลีพาน้องชายวัยห้าขวบอันหยวนเซิงพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าใ “คนจากบ้านเ้าของที่ดินเกาให้คนมาส่งจดหมาย บอกว่าก่อนเที่ยงต้องส่งน้องหญิงกลับไปฝังคืนที่เดิม ท่านย่ากับอาสะใภ้สามกำลังจะมาแย่งเอาตัวน้องหญิงไปแล้ว”
อันเสี่ยวเย่ว์ลืมตาขึ้น มองดูเด็กสาววัยประมาณสิบสามสิบสี่ปีที่มาบอกข่าว เด็กสาวสวมเสื้อเก่าขาด หน้าเหลืองซีดผอมโซ เด็กชายที่ตามหลังมาก็หัวโตตัวเล็ก เป็โรคขาดอาหารแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
อันเสี่ยวเย่ว์พยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายนางอ่อนแอเกินไป แค่ขยับก็รู้สึกวิงเวียนจนหน้ามืดตาลายแล้ว ร่างเล็กๆ นี่ไม่รู้ว่าไม่ได้กินอิ่มมากี่วันแล้ว
อันเสี่ยวเย่ว์มองไปรอบๆ ทางบ้านยากจนข้นแค้น คิดจะกินอาหารดูเหมือนไม่ง่ายนัก นางได้แต่นวดกดจุดจู๋ซานหลี่[4] ถานจง[5]และชี่ไห่[6]บนร่าง เร่งให้ตัวเองฟื้นฟูพลังบางส่วนขึ้นมาโดยเร็ว ข้าเหนื่อยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว เพิ่งได้ชีวิตใหม่ขึ้นมา จะถูกฝังทั้งเป็จนตายอีกไม่ได้เด็ดขาด
“พี่หญิงรองไม่ต้องกลัวนะ หยวนเซิงจะคุ้มครองท่านเอง!” อันหยวนเซิงที่อายุห้าขวบปีนขึ้นบนตั่งนอนอย่างคล่องแคล่ว กอดแขนอันเสี่ยวเย่ว์เอาไว้
อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกอุ่นในหัวใจ นางก็รู้สึกชอบเ้าตัวเล็กนี่อยู่เหมือนกัน แต่ในตอนนั้นเอง นอกเรือนก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมา
เชิงอรรถ
^ ช่วงเวลาน้ำชาอุ่นลงพอดื่มได้ ประมาณสิบนาที^ หมายถึง ภรรยาที่มาจากบ้านตระกูลหลิ่ว^ เครื่องเรือนรูปแบบเฉพาะทางตอนเหนือของจีน ด้านล่างของตั่งมีช่องสุมไฟทำความอุ่น^ อยู่บริเวณขาด้านนอกหัวเข่า จุดเสริมความแข็งแกร่ง กระตุ้นจุดนี้เพื่อปรับสมดุลเลือดลมที่ไปเลี้ยงกระเพาะอาหาร^ ตำแหน่งกลางอก เป็นจุดทะลวงผ่านเลือดลมทั่วร่างกาย^ ตำแหน่งใต้สะดือสามนิ้ว จุดศูนย์รวมพลังหยางของร่างกาย