“เพราะได้มูลเรื่องกุลสตรีผู้ใสซื่อเคยเข้าบาร์ยั่วผู้ชายมาจากเธอคนในสังคมถึงได้หันไปกันด่าทอยัยแสงจันทร์กันยกใหญ่ ขอบคุณมากนะนวลผ่องฉันล่ะโคตรสะใจ”
“ไม่ต้องขอบคงขอบคุณกันหรอกเราก็คนกันเองทั้งนั้น”
ภายในคอนโดของโรสขณะนี้มีแขกอย่างนวลผ่องมาร่วมดื่มไวน์ฉลองอีกคนที่อยู่ไม่ห่างคือนินิว
“นิวได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้แสงจันทร์ป่วยหนักอาการโคม่าเรื่องนี้เป็นมายังไง แล้วทำไมแสงจันทร์ถึงฟื้นมาใช้ชีวิตปกติได้คะคุณนวล”
นวลผ่องวางมือจากแก้วไวน์หันมาสบตานินิวที่กำลังขะมักเขม้นจัดเก็บอุปกรณ์ถ่ายทอดสดที่เพิ่งจบไปไม่นานลงกล่อง
“ถึงเธอเป็นคนที่พยายามตามฉันมาหาโรสแต่ฉันก็เคยบอกไปแล้วไงว่าไม่ชอบคุยเรื่องสำคัญกับขี้ข้า”นวลผ่องมองเหยียดพร้อมเบ้ปากใส่นินิว จนกระทั่งโรสเป็นฝ่ายพูดขัดจังหวะ
“ออกไปก่อนไว้ค่อยมาทำงานให้ฉันพรุ่งนี้”
“ค่ะคุณหนู”นินิวตอบกลับเสียงราบเรียบ
“อ้อ ลืมไปว่าพรุ่งนี้แม่บ้านขอลาหยุดเธอรีบมาหน่อยแล้วกันทำความสะอาดคอนโดให้ฉันด้วย ทุกซอกทุกมุม!”
โรสพยายามแสดงให้นวลผ่องเห็นว่านินิวก็แค่ทาสรับใช้คนหนึ่งของหล่อนไม่ว่าจะชี้นิ้วใช้ให้ทำงานใดก็ต้องทำ
แม้ว่าลูกน้องคนนี้ช่างเป็นนักวางแผนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าเป็นการปล่อยข่าวหรือสืบหาข่าวของแสงจันทร์มาลงโซเชียลล้วนมาจากมันสมองและความพยายามหาข้อมูลของนินิวทั้งสิ้น
แต่ดูสิ่งที่หล่อนกำลังทำกับลูกน้องสิมันไร้ซึ่งความจริงใจ
“ฮึทำเป็นเก่งกว่าเจ้านายก็แค่ขี้ข้าแหละวะ”
หล่อนเหลือบมองนวลผ่องด้วยหางตาก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทางที่แสนจะเย็นชา ผู้ดีตระกูลสูงส่งทั้งสองพากันยิ้มขำดูถูก
ทว่าทันทีที่ประตูทึบปิดลงนินิวหันมาทอดสายตามองประตูคอนโดหรูด้วยความเคียดแค้น
“ก็แค่พวกขี้อิจฉาแต่ไร้สมองรวมตัวกันถ้าไม่มีฉันขึ้นมาสักคนอย่าหวังว่าจะไปกันได้ตลอดรอดฝั่ง มีเงินก็ไม่ได้ทำให้หายโง่!”พูดเสร็จนินิวก็เดินออกจากบริเวณไป
ด้านในโรสเริ่มสอบถามนวลผ่องถึงประเด็นสำคัญ
“ว่ายังไงสรุปยัยแสงจันทร์ตายแล้วฟื้นงั้นเหรอ”
“ใช่ วันนั้นฉันก็อยู่ที่โรงพยาบาลหัวใจยัยนั่นหยุดเต้นไปแล้วจริงๆ แต่อยู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาราวปาฏิหาริย์”
“มันก็มีโอกาสเป็นไปได้มีหลายคนบนโลกที่หยุดหายใจก่อนจะฟื้นขึ้นมา แค่ต้องมีเงินมากพอ”
“แต่ที่แปลกคือตื่นมาแล้วยัยนั่นเปลี่ยนไปคุณลุงคุณป้าต่างรับรู้ว่าลูกสาวไม่เหมือนเดิม แต่ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นทุกคนต่างคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่แสงจันทร์ฟื้นขึ้นมาแล้วเข้มแข็ง ทำอย่างเป็นเรื่องดีที่ลูกสาวความจำเสื่อม”
โรสรอฟังนวลผ่องเล่าต่อถึงความพิกลของศัตรู
“จากที่ไม่เคยกล้าสบตาใครเกินสองวิไม่เคยกล้าเถียงใครฉอดๆแสงจันทร์กลายเป็นผู้หญิงที่หากฝ่ายตรงข้ามไม่ชิ่งหลบสายตาไปก่อนหล่อนก็ไม่มีวันมองไปทางไหนเลย ไม่แค่นั้นนะทุกคนไม่มีใครเถียงยัยนั่นชนะสักคน”
“ฉันก็สัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึงไทยวันนั้นได้เจอแสงจันทร์ที่สมาคม แต่ก็ช่างว่านางจะเปลี่ยนไปเพราะอะไรถ้าแสงจันทร์ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ อย่างนี้ทางเดียวที่จะกำจัดยัยนั่นให้ออกห่างจากพี่กรแล้วสละตำแหน่งภรรยาหมายเลขหนึ่งทิ้ง...”
“เธอมีแผนอะไรโรส”
"อีกไม่นานจะถึงงานเลี้ยงประจำปีกลุ่มผู้ดียัยแสงจันทร์ลงเรือสำราญทุกปีอยู่แล้วนี่วันนั้นฉันจะทำให้ทุกคนหันหลังให้ยัยนั่น"