หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 2 แย่งชิง
ตึกๆๆๆ!!!
เสียงฝีเท้าที่ราวกับแผ่นดินถล่ม ตามมาด้วยเสียงพูดคุยที่เรียกได้ว่าเป็การะโคุยกันของกลุ่มคนไม่ต่ำกว่าห้าคนดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนี้
เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งลืมตาขึ้นมาช้าๆ ด้วยความยากลำบาก ก่อนจะสะบัดศีรษะไปมา ยังไม่ทันที่นางจะได้พิจารณาสิ่งที่อยู่รอบตัว กลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกันได้พุ่งเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว
นางคิดจะยกมือและเท้าขึ้นสกัดกั้นผู้บุกรุก แต่เพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป จนไม่สามารถขยับได้ดั่งใจคิด นางจึงทำได้เพียงล้มลงไปนอนลืมตานิ่งๆ อยู่บนเตียง
"น้องเล็กเ้าฟื้นแล้วจริงๆ!! เป็ข้าที่ผิดเอง รู้ทั้งรู้ว่าฝนใกล้จะตก กลับพาเ้าไปด้วยแบบนั้น ข้ามันสมควรตาย"
"ใช่ หากน้องเล็กเป็อะไรขึ้นมา ข้าไม่มีวันอภัยให้พี่สามแน่!!"
"หากเป็เช่นนั้นข้าก็ไม่มีวันให้อภัยตัวเช่นกัน"
"พวกเ้าหยุดพูดไร้สาระได้ แล้ว!! เป่าเป้ยไม่ได้เป็อันใดเสียหน่อย พูดจาไม่เป็มงคลอยู่ได้ ออกไปจากลูกสาวข้าเดี๋ยวนี้ ไป!!"
เสียงบุรุษสามคนกำลังยืนถกเถียงกันอยู่ด้านข้าง ทำให้เด็กน้อยถึงกับขมวดคิ้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเป็ใคร แล้วนางเป็ใคร?
อย่างไรก็ตามเด็กหญิงตัวน้อยไม่มีแรงมากพอจะสอบถามหรือโต้ตอบอะไรกับพวกเขาเ่าั้ ทำให้นางยอมแพ้กับความอยากรู้อยากเห็นและหลับลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
---------
หลายวันผ่านไป
"น้องเล็ก เ้าลุกออกมาข้างนอกอีกแล้ว เดี๋ยวโดนลมก็ไม่สบายขึ้นมาหรอก"
เป่าเปาก้มหน้าลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหลับไป และได้รู้ว่าตัวเองคือหลี่เป่า แต่ใครๆ ต่างพากันเรียกนางว่า 'เป่าเปา' น้องสาวคนเล็กของครอบครัว อย่างไรก็ตามนางไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่เลย นางไม่รู้ว่าจะบอกกับคนในครอบครัวอย่างไร จึงได้แต่เก็บตัวเงียบ ไม่พูดไม่คุยกับใคร
แม้ปกติเป่าเปาจะมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่นางก็เป็เด็กร่าเริงแจ่มใส ชอบพูดชอบคุยเป็ที่สุด ซึ่งผิดกับตอนนี้ ที่นางไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว ทำให้ผู้คนในบ้านเริ่มรู้สึกจะแปลกใจและเป็กังวล แต่ถึงกระนั้นครอบครัวของนางก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจเป็เพราะเป่าเปาอยู่ระหว่างปรับตัวจากการฟื้นไข้ก็เป็ได้....
บ้านหลังนี้มีผู้คนอาศัยอยู่ด้วยกันแปดคน คือ เป่าเปาลูกสาวคนเล็ก หลี่ชุนผู้เป็บิดา หลี่หลิงผู้เป็มารดา พี่ชายของเป่าเปาจำนวนสี่คน และท่านอาหลี่กังน้องชายของหลี่ชุนที่มาอาศัยอยู่ด้วยอีกหนึ่งคน ทำให้ตระกูลหลี่เป็ครอบครัวที่มีขนาดใหญ่
แม้พวกเขาจะเป็ครอบครัวขนาดใหญ่ และมีบุรุษอยู่มาก แต่ความเป็อยู่ไม่ได้สุขสบายอย่างที่ควรจะเป็ ในทางกลับกันตระกูลหลี่เป็ครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน เพราะลูกสาวคนเล็กมีโรคประจำตัว เป็เหตุให้ต้องใช้เงินจำนวนมากในการดูแล ถึงจะเป็อย่างนั้นพวกเขาก็เต็มใจที่จะหาเงินมารักษาลูกสาว หลานสาวและน้องสาวสุดที่รักของพวกเขา
"เป่าเปา เ้ากลับไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าวเสร็จแล้วแม่จะยกไปให้เ้าในห้อง"
หลี่หลิงผู้เป็มารดาเอ่ยขึ้นอย่างใจดี หากไม่นับเป่าเปา นางเป็สตรีเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้ ดังนั้นหน้าที่การทำอาหารและงานบ้านจึงตกอยู่ในมือของนางทั้งหมด
เป่าเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็เดินเข้าไปนั่งอยู่บนเตียงในห้องเดิมอย่างว่าง่าย ั้แ่ฟื้นขึ้นมาจากอาการเจ็บป่วย นางกลับรู้สึกแปลกๆ และยังไม่คุ้นชินกับคนในครอบครัวของตัวเอง จึงเลือกที่จะหนีเข้าห้องมาเพื่อตั้งหลัก
เมื่อวานนี้นางออกจากห้องมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับถูกพี่ชายคนโตอุ้มกลับเข้ามาในห้องเพราะกลัวนางจะไม่สบาย ทำให้วันนั้นเป่าเปาเลือกที่จะอยู่ในห้องทั้งวัน เพราะกลัวการถูกอุ้มเข้ามาในห้องอีก นางไม่ชอบให้คนมาอุ้มนางเลยจริงๆ
---------
ณ ที่ดินตระกูลหลี่
"พี่ใหญ่ น้องเล็กไม่สบายหนักมากใช่หรือไม่ นางไม่พูดกับข้าเลยั้แ่ฟื้นขึ้นมา"
หลี่ซานน้องชายคนที่สี่เอ่ยถามขึ้น เขามีอายุแปดปี ซึ่งมากกว่ามากกว่าน้องสาวคนเล็กสี่ปี ทำให้ที่ผ่านมาเขาสนิทกับน้องสาวคนนี้มากที่สุด
"น้องเล็กไม่ได้เป็อะไรมากหรอก นางเพียงแค่อยู่ระหว่างการพักฟื้นเท่านั้น"
หลี่ต้าพี่ชายคนโตเอ่ยตอบ จริงๆ แล้วอาการป่วยก่อนหน้านี้ของเป่าเปารุนแรงมากจริงๆ เื่นี้มีเพียงเขา พ่อและแม่เท่านั้นที่รับรู้
ท่านหมอจางบอกกับพวกเขาว่าให้ทำใจเอาไว้ก่อน มีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยน้องเล็กของเขาได้ ดังนั้นตัวเขา พ่อและแม่จึงได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้น้องเล็กฟื้นกลับมาอีกครั้ง และแล้วคำขอของพวกเขาก็เป็จริง น้องเล็กฟื้นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น
แม้นางจะไม่พูดอะไรเลยหลังจากฟื้นขึ้นมา แต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาหนักหนาสาหัสอะไรสำหรับเขา ขอแค่นางมีชีวิตอยู่ก็เพียงพอแล้ว
เป่าเปาเป็น้องคนสุดท้องที่ท่านแม่คลอดออกมาด้วยความยากลำบาก นางคลอดก่อนกำหนดจึงมีร่างกายอ่อนแอั้แ่ยังเด็ก ยิ่งโตขึ้นยิ่งอ่อนแอมากขึ้น ทำให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกเป็กังวล
ในทุกๆ วันพวกเขาจะตั้งใจทำงานเพื่อจะได้มีเงินค่าอาหาร และมีเงินค่ารักษาให้เป่าเปา นางเป็นางฟ้าตัวน้อยที่คอยเป็กำลังใจให้ผู้คนภายในบ้านเสมอ
แม้ปีนี้เขาจะอายุสิบเจ็ดปีซึ่งเลยเกณฑ์แต่งงานของชาวบ้านทั่วไปมาแล้ว เพราะไม่มีเงินค่าสินสอดไปขอสะใภ้ ทำให้เขายังครองตัวโสด แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันสำคัญเลยเมื่อเทียบกับชีวิตของน้องสาว ขอเพียงเป่าเปามีชีวิตอยู่ จะให้เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็ปัญหา
"พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่ ท่านแม่ให้เอาอาหารมาส่ง"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลี่ซานน้องชายคนที่สาม หลี่ต้าพี่ชายคนโตก็หลุดจากภวังค์ เดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ
"น้องเล็กเป็อย่างไรบ้างพี่รอง"
"เมื่อเช้าน้องเล็กแอบออกมาจากห้องอีกแล้ว สงสัยว่าจะหิว โชคดีที่นางเชื่อฟังท่านแม่ เลยเดินกลับเข้าไปรอในห้อง "
"แล้วน้องเล็กพูดอะไรกับพี่บ้างหรือไม่"
หลี่เอ้อลูกชายคนรองส่ายหน้าเป็คำตอบ ทำให้ผู้คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกโดยมิได้นัดหมาย
วันนี้เป็เวรผ่าฟืนอยู่กับบ้านของหลี่เอ้อลูกชายคนรอง ทำให้เหล่าพี่น้องถึงกับมองเขาด้วยสายตาอิจฉา ยิ่งอยู่บ้านมาก ยิ่งมีโอกาสใกล้ชิดกับน้องเล็กมาก ยิ่งใกล้ชิดยิ่งมีโอกาสที่นางจะพูดด้วยมากขึ้น
สามวันมาแล้วที่เป่าเปาไม่ยอมพูดกับใครแม้แต่คำเดียว หากนางพูดกับใครเป็คนแรก ย่อมหมายความว่านางรักคนคนนั้นมากที่สุด ดังนั้นทุกคนจึงพยายามชิงคำพูดแรกของเป่าเปา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดประสบความสำเร็จเลย
"ได้ข่าวมาว่าสามวันก่อนในเมือง มีคนจากทางการจับตายนักฆ่าขณะลอบสังหารใต้เท้าอู เสียดายจริงๆ ที่ลอบฆ่าไม่สำเร็จ"
"เ้ารอง!! อย่าพูดดังไป กำแพงมีหูประตูมีช่อง หากผู้อื่นได้ยินเข้าอาจนำภัยมาสู่บ้านของเราได้"
หลี่เอ้อน้องชายคนรองลดเสียงของเขาลงแล้วเอ่ยต่อไปว่า
"ั้แ่ใต้เท้าอูมาดูแลเมืองนี้ภาษีก็มีแต่ขึ้นเอาๆ ขึ้นไม่หยุดจนพวกเราจะอดตายเพราะต้องหาเงินมาจ่ายภาษีกันอยู่แล้ว หากไม่มีใต้เท้าอูสักคน ชีวิตพวกเราอาจจะดีขึ้นก็ได้"
"จริงหรือพี่รอง"
"ก็จริงน่ะสิ"
"พอๆ พวกเ้าหยุดพูดเื่นี้ได้แล้ว รีบกินข้าวรีบไปทำงานของตัวเองต่อ"
หลี่ต้าลูกชายคนโตที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะบอกให้น้องๆ รีบกินข้าวแล้วกลับไปทำงาน แม้ในใจเขาจะคิดไม่ต่างกับหลี่เอ้อน้องชายคนรอง แต่แค่คิดจะไปช่วยอะไรได้ ไม่สู้เอาเวลาไปทำมาหากิน หาเงินมาดำรงชีวิตและเป็ค่ารักษาของเป่าเปาจะไม่ดีกว่าหรือ
ดังนั้นทั้งสี่จึงตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับอาหารตรงหน้า ก่อนจะไปทำงานของตัวเองต่อไป
ตกเย็นทุกคนกลับมาที่บ้านพร้อมกัน หลี่ชุนผู้เป็พ่อกับหลี่กังผู้เป็อา ที่ไปรับจ้างในเมืองก็กลับมาแล้วเช่นกัน ทุกคนจึงอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหาร ยกเว้นเป่าเปาลูกสาวคนเล็ก
"ท่านแม่ น้องเล็กเป็อย่างไรบ้างขอรับ"
"นางดูดีกว่าเมื่อวานนี้มากแล้วล่ะ เ้าสาม เ้าไปเรียกน้องสาวเ้าออกมากินข้าวหน่อย"
"ขอรับท่านแม่"
"ข้าไปให้เองก็ได้ เ้าไม่ต้องหรอก"
หลี่ชุนผู้เป็พ่อ หนึ่งในผู้ท้าชิงคำพูดแรกของลูกสาวคนเล็กเอ่ยขึ้น กล่าวจบเขาก็รีบลุกตัดหน้าลูกชายคนที่สามไปหาลูกสาวคนเล็กในห้องนอนทันที ปล่อยให้หลี่ซานลูกชายคนที่สามมองตามด้วยความเสียดาย หลี่ซื่อที่เห็นได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับการกระทำเหมือนเด็กของสามี
ผ่านไปไม่นาน หลี่ชุนผู้เป็พ่อก็เดินกลับออกมาด้วยหน้าตาผิดหวัง พร้อมกับลูกสาวคนเล็กที่เดินตามเข้ามา
สีหน้าของบิดาเป็เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเป่าเปาต้องยังไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอย่างแน่นอน ทำให้เหล่าบรรดาสี่พี่น้องลอบยิ้มขึ้นในใจ
"เป่าเปามาแล้วหรอลูก มานั่งกับแม่มา วันนี้มีน้ำซุปร้อนๆ ให้เ้าด้วย รีบมากินเถอะ"
"เ้าค่ะ"
"...!!"
ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นหันมองหลี่หลิงเป็สายตาเดียวกัน พวกเขาทั้งห้าคอย่ชิงคำพูดแรกกันมาตั้งนาน แต่คนที่ได้คำพูดแรกนั้นไปกลับเป็หลี่หลิงผู้เป็ใหญ่ที่สุดในบ้านแทน เฮ้อ ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างรู้ใจ อันนี้ไม่นับ ตัดหลี่หลิงออกไป พวกเราค่อยมาแข่งกันใหม่ก็แล้วกัน