บทที่ 1 ขายหน้าหมดสิ้นแล้ว?
แผ่นดินเสวียนชาง
ในศาลบรรพชนอันเคร่งขรึมเย็นเยียบของจวนแม่ทัพแห่งแคว้นฮั่วหลีมีสตรีผู้หนึ่งสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบกระด้าง ทั่วร่างเต็มไปด้วยาแ ไม่รู้ว่าตายแล้วหรือยังนอนฟุบอยู่บนม้านั่งลงทัณฑ์ราวกับเศษผ้าขาดวิ่น
บรรดาบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่นอกศาลกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์นางด้วยความเคียดแค้น
“ตายหรือยัง คุณหนูใหญ่ตายแล้วหรือยัง”
“ตายก็ดีสิ! นางช่างสำส่อนนักทั้งที่มีองค์ชายสามผู้อัจฉริยะเป็คู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆแต่กลับกล้าทำเื่หน้าไม่อายเช่นนั้นก่อนวันแต่ง สมควรถูกปะาแล้วจริงๆ!”
“ใช่ นี่เ้ายังจะเรียกว่าคุณหนูใหญ่อยู่อีกหรือฮูหยินบอกแล้วว่าเซียวหลิงอวิ๋นทำให้จวนแม่ทัพขายหน้าหมดสิ้นแล้วหากสืบได้ว่าใครเป็ชายชู้ จะจับส่งไปให้ทางการพร้อมกันเสียทั้งคู่!”
หนวกหูจริง...
เ็ปเหลือเกิน...
เซียวหลิงอวิ๋นพยายามฝืนความเจ็บทั่วร่างค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างสับสน
ที่นี่ที่ไหนกันข้าไม่ตายไปแล้วหรือ อีกทั้งิญญาไม่ได้ถูกฟาดจนสลายไปแล้วหรอกหรือ
พอคิดจบความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของตนก็หลั่งไหลเข้ามาเซียวหลิงอวิ๋นปวดศีรษะจนแทบหมดสติอีกครา
ดวงตาหดแคบลงต้องใช้เวลานานกว่าจะตั้งสติได้นางถึงได้เข้าใจ...ตนเองได้กลับชาติมาเกิดในโลกใบอื่นโดยอาศัยร่างผู้อื่นแล้ว!
เ้าของร่างเดิมก็ชื่อเซียวหลิงอวิ๋นเหมือนกันเป็คุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพ มารดาผู้ให้กำเนิดถูกหย่าขับไล่ออกไปบิดาที่เป็แม่ทัพออกรบอยู่ชายแดนตลอดปีไม่เคยสนใจเื่ในจวนถูกแม่เลี้ยงกับลูกของนางกลั่นแกล้งั้แ่เล็ก แถมตัวนางยังอัปลักษณ์ไร้รากิญญา เป็เพียงสวะไร้ค่าผู้หนึ่ง
ในโลกที่ผู้ฝึกยุทธ์เป็ใหญ่สวะไร้ค่าเช่นเ้าของร่างนี้มีแต่จะถูกรังแกและดูิ่ั้แ่เยาว์วัย
กระนั้นก็นับว่านางยังโชคดีที่มีสัญญาหมั้นหมายกับองค์ชายสามผู้สูงศักดิ์เดิมทีอีกไม่กี่วันก็จะเข้าพิธีอภิเษกแล้ว
ใครจะรู้ว่ากลับมาเกิดเื่ขึ้นในเช้าวันนี้เซียวหลิงอวิ๋นถูกพบในวัดร้างในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยจากนั้นจึงถูกคนตระกูลเซียวจับตัวกลับมาสอบสวนด้วยกฎประจำตระกูลบีบบังคับให้นางสารภาพว่าชายชู้คือผู้ใด ทว่านางทนพิษาแไม่ไหวตายเสียก่อน
เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งร่างนี้ก็กลายเป็ของนาง เซียวหลิงอวิ๋น ปรมาจารย์อันดับหนึ่งแห่งวงการฮวงจุ้ยจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด!
“พี่หญิง ท่านอย่าปกป้องชายชู้นั่นอีกเลย ท่านแม่จะเฆี่ยนท่านตายอยู่แล้วรีบสารภาพผิดเถิด!”
หญิงสาวในชุดสีขาวปรากฏกายขึ้นตรงหน้าใบหน้าเปื้อนรอยน้ำตาประหนึ่งดอกสาลี่ต้องฝน เห็นแล้วชวนปวดใจยิ่งทว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลับเห็นแววดูแคลนและความลำพองฉายชัดในดวงตาคู่นั้น
นางก้มลงกระซิบเยาะเย้ยข้างหูเซียวหลิงอวิ๋นด้วยเสียงที่มีเพียงนางสองคนเท่านั้นได้ยินว่า
“เ้ายังจะปากแข็งไปไย ร่างกายของเ้าไม่สะอาดแล้วพี่เทียนเหยียนไม่มีทางแต่งกับเ้าอีก ข้าเตือนให้เ้ารีบสารภาพผิดเสียเถิดอย่างน้อยจะได้ทรมานน้อยลงหน่อย”
หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนางคือคุณหนูรองแห่งจวนสกุลเซียว เซียวเย่ว์หยา
บ่าวไพร่ที่ยืนอยู่ด้านนอกไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกนางแต่ก็พากันกล่าวชมด้วยความยกย่อง
“คุณหนูรองของพวกเราช่างจิตใจดีนักแม้เซียวหลิงอวิ๋นจะทำเื่อัปยศเพียงนี้ นางก็ยังอุตส่าห์วิงวอนแทน”
“คุณหนูรองมีพี่สาวเช่นเซียวหลิงอวิ๋น นับว่าซวยถึงแปดชาติ!”
เซียวหลิงอวิ๋นได้ยินถ้อยคำเ่าั้ก็แค่นหัวเราะเย็นในใจที่นางตกต่ำถึงเพียงนี้เื้ัล้วนเป็ฝีมือของคุณหนูรองเซียวเย่ว์หยาผู้นี้ทั้งสิ้น!
“เย่ว์หยา กลับมาเถิด ดูท่าแล้วคุณหนูใหญ่จะยังไม่สำนึกผิด เด็กๆเฆี่ยนต่อ! เฆี่ยนจนกว่านางจะยอมรับ!”
เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นแม้น้ำเสียงของนางจะนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอำนาจแห่งผู้สูงศักดิ์
เซียวหลิงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นสตรีวัยประมาณสามสิบผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานนางแต่งกายหรูหรา ท่วงท่าสง่างาม นางก็คือฮูหยินแห่งจวนสกุลเซียว ซ่างกวนหลิวมารดาเลี้ยงของเ้าของร่างเดิม บิดาของเ้าของร่างออกศึกอยู่ชายแดน บัดนี้จวนสกุลเซียวจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง
“น้องเย่ว์หยาหญิงต่ำช้าเช่นเซียวหลิงอวิ๋นไม่คู่ควรให้เ้าวิงวอนแทนนางหรอก กลับมานั่งเถิด”
เสียงชายหนุ่มอ่อนโยนราวกับหยาดน้ำค้างดังกังวานขึ้นมาอีกเซียวหลิงอวิ๋นหันไปตามเสียงก็พบกับบุรุษหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งอยู่ด้านล่างถัดจากซ่างกวนหลิวสีหน้าของเขายามมองนางเต็มไปด้วยความรังเกียจบุรุษผู้นี้คือคู่หมั้นของเ้าของร่างเดิม องค์ชายสามหลีเทียนเหยียนนั่นเอง
เซียวเย่ว์หยาเผยสีหน้าโศกเศร้าขณะลุกขึ้นยืนดวงตาคู่โตรื้นน้ำ น้ำตาคลออยู่ราวจะไหลรินออกมาได้ทุกเมื่อแววตาเต็มไปด้วยความอาทร งามละมุนละไมราวดอกสาลี่นางเอ่ยเรียกเขาด้วยเสียงอ่อนหวานจับใจ
“พี่เทียนเหยียน...”
หลีเทียนเหยียนมองนางด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเมตตาเอื้อนเอ่ยอย่างอ่อนโยนพลางชี้ไปยังที่ว่างข้างกาย
“มา มานั่งตรงนี้เถิด”
ดวงตาสองคู่ประสานสบกันบรรยากาศคลุมเครือบางอย่างก็แผ่กระจายอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
เซียวฮูหยินมองความสนิทสนมที่คลุมเครือระหว่างเซียวเย่ว์หยากับองค์ชายสามด้วยความพึงใจยิ่งนัก
ทว่าพอหันมามองเซียวหลิงอวิ๋นที่ฟุบอยู่บนม้านั่งลงทัณฑ์ดวงตาของนางก็ฉายชัดถึงความเคียดแค้น ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเย็น
“ยังจะยืนเซ่ออยู่ทำไม เฆี่ยนให้หนักเข้า!”
บ่าวชายสองคนรับคำต่างยกไม้ขึ้นเตรียมจะหวดลงบนร่างเซียวหลิงอวิ๋นตามคำสั่ง
เซียวหลิงอวิ๋นเผยสีหน้าเยียบเย็นเสียงของนางแม้แหบพร่าและอ่อนแรงทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดันอย่างไม่อาจมองข้าม
“ซ่างกวนหลิว เ้าช่างอุกอาจนัก ถึงกับกล้ารังแกคุณหนูใหญ่ทายาทของจวนแม่ทัพเซียวเชียวหรือ!”
มือของบ่าวชายทั้งสองชะงักกลางอากาศเซียวหลิงอวิ๋นอาศัย่จังหวะนี้ฝืนทนความเจ็บ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าทีละน้อย
แววตาของซ่างกวนหลิววาวโรจน์ขึ้นมาในบัดดลนางตวาดด้วยโทสะ
“เซียวหลิงอวิ๋น เ้าหมายความว่าอย่างไร!”
เซียวหลิงอวิ๋นจ้องมองซ่างกวนหลิวด้วยแววตาคมกริบพลางหัวเราะเย้ยหยัน
“หึ! ข้าหมายความว่าอย่างไร เ้ายังแสร้งไม่เข้าใจอีกหรือเ้ามีหลักฐานใดมาพิสูจน์ว่าข้าไม่บริสุทธิ์และมีอำนาจใดถึงกล้าสั่งลงโทษรุนแรงถึงชีวิตกับคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพโดยไม่รายงานให้เ้าตระกูลทราบซ่างกวนหลิว เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร กล้าดีอย่างไรถึงบังอาจเช่นนี้?!”
เ้าของร่างเดิมเป็คุณหนูใหญ่สายตรงที่เกิดจากภรรยาเอกแม้มารดาจะถูกหย่าและขับไล่ออกไป แต่ภรรยาที่แต่งเข้ามาใหม่อย่างซ่างกวนหลิวก็ยังไม่มีสิทธิ์ลงทัณฑ์นางโดยพลการอยู่ดี
สีหน้าของซ่างกวนหลิวเปลี่ยนไปทันที...เหตุใดเซียวหลิงอวิ๋นจึงดูเปลี่ยนไปเช่นนี้
นางมิใช่เคยอ่อนแอขี้ขลาดนักหรือไยถึงได้ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับตนเช่นนี้ได้ กระทั่งไม่หลบสายตาอีกต่อไป!
“พี่หญิง ท่านทำกับท่านแม่เช่นนี้ได้อย่างไร...”
เซียวเย่ว์หยาเอ่ยเสียงแ่ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาขณะจ้องมองเซียวหลิงอวิ๋นอย่างน่าสงสารราวกับลูกนกพลัดรัง
องค์ชายสามหลีเทียนเหยียนเห็นภาพเช่นนี้แล้วปวดใจยิ่งนักจากนั้นจึงมองเซียวหลิงอวิ๋นด้วยแววตารังเกียจมากยิ่งกว่าเดิมก่อนจะตวาดขึ้นด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
“เซียวหลิงอวิ๋น เ้าเงียบไปเสีย!ข้าเป็คนมอบสิทธิ์นั้นให้เซียวฮูหยินเอง!”
“พี่เทียนเหยียน...”
เซียวเย่ว์หยาเงยหน้าขึ้นมองหลีเทียนเหยียนใบหน้าประดับรอยยิ้มยินดี ดวงตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งในขณะที่หลีเทียนเหยียนเองก็มองนางอย่างรักใคร่ แววตาอ่อนโยนราวกำลังปลอบประโลมพลางชี้ไปยังที่นั่งข้างกาย
เซียวหลิงอวิ๋นแค่นหัวเราะเย็นในใจ
คนคู่นี้...บุรุษสุนัขกับสตรีแพศยาช่างสมกันราวกับนรกลิขิตไว้
ที่แท้ก็สมรู้ร่วมคิดกันมานานเพียงแต่เ้าของร่างเดิมนั้นโง่งมเกินไป มองไม่ออกแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่หลีเทียนเหยียนมาเยือนจวนสกุลเซียวไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยกับเ้าของร่างเดิมสักคำหนึ่ง มาถึงจวนสกุลเซียวก็ตรงไปพบหน้าเซียวเย่ว์หยาบุตรีของซ่างกวนหลิวทันที
ดูแล้วแผนการในวันนี้ทั้งหมดคงเป็การจัดฉากของพวกเขาทั้งสามคน!
เมื่อเห็นว่าใกล้วันอภิเษกเข้ามาทุกทีหลีเทียนเหยียนผู้รังเกียจเ้าของร่างเดิมย่อมไม่ยอมให้พิธีอภิเษกเกิดขึ้นดังนั้นจึงร่วมมือกับสองแม่ลูกคู่นี้วางแผนโสมม
เมื่อคืนพวกเขาวางยาให้นางหมดสติก่อนพาไปยังวัดร้าง แล้วจ้างชายต่ำช้ามาข่มเหงนางหวังว่าเช้าวันถัดมาจะได้ทำทีจับชู้ได้คาหนังคาเขาแล้วนำเหตุผลนี้มายกเลิกการหมั้นหมาย จากนั้นค่อยกำจัดนางออกไป จวนสกุลเซียวก็จะตกอยู่ในมือพวกนางโดยสมบูรณ์
ทว่าเื่กลับผิดแผนชายชั่วที่พวกมันจัดหามา เห็นเ้าของร่างเดิมหน้าตาหมองคล้ำ ผอมแห้งเหมือนถั่วงอกแถมยังมีสิวเขรอะเต็มใบหน้าก็เกิดความรังเกียจเกินทนรับเงินแล้ววิ่งหนีหายไปั้แ่เมื่อคืน
เมื่อไม่สามารถจับชู้ได้จริงซ่างกวนหลิวจึงหันมาใช้วิธีทรมาน บีบบังคับให้เ้าของร่างเดิมรับสารภาพเสียเอง
เซียวหลิงอวิ๋นมองหลีเทียนเหยียนด้วยสายตาเย้ยหยันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
“องค์ชายสาม ช่างมีอำนาจเหลือล้นยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจวนสกุลเซียวตกอยู่ภายใต้คำสั่งของท่านั้แ่เมื่อใดเช่นนั้นข้าจะไปทูลถามฝ่าาเองว่า องค์ชายสามเปลี่ยนแซ่มาเป็เซียวเสียแล้วหรือถึงได้มีสิทธิ์สั่งให้ลงมือกับคุณหนูใหญ่แห่งจวนนี้ตามอำเภอใจได้!”
สีหน้าของซ่างกวนหลิวพลันมืดครึ้มเซียวหลิงอวิ๋นถึงกับเปรียบนางว่าเป็บ่าวรับใช้!
แววตาของหลีเทียนเหยียนก็ฉายแววขุ่นมัวเซียวหลิงอวิ๋นกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ได้อย่างไร!
นางเมื่อก่อนเพียงแค่เขาเข้าใกล้ก็ตะกุกตะกักพูดอะไรไม่ออกสักคำ แล้วเหตุใดตอนนี้กลับพูดจาฉะฉานราวกับคนละคนหรือว่านี่...คือธาตุแท้ของเซียวหลิงอวิ๋นกันแน่?
หลีเทียนเหยียนย่อมไม่อาจยอมรับว่าจวนสกุลเซียวเป็ของตนหากเอ่ยคำนี้ออกไป เท่ากับเขาหมดสิทธิ์ชิงตำแหน่งรัชทายาทโดยสิ้นเชิง
เขากล่าวอย่างเดือดดาลว่า
“เซียวหลิงอวิ๋น เ้านี่มันไร้ยางอายสิ้นดีถูกพบในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ยังจะกล้าเถียงอีกเ้าไม่บริสุทธิ์อีกแล้ว ตามกฎหมายของแคว้นฮั่วหลีสตรีเช่นนี้สมควรถูกปะาด้วยการแขวนคอเช่นนั้นข้ายังไม่มีสิทธิ์จัดการเ้าอีกหรือ!”
ทว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลับหัวเราะอย่างเย้ยหยันก่อนเอ่ยว่า
“ที่แท้เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยก็เท่ากับไม่บริสุทธิ์สินะ เช่นนั้น...”
นางลากเสียงยาวเว้นจังหวะทันใดนั้นก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัวเซียวหลิงอวิ๋นพลันยกมือกระชากเสื้อนอกของเซียวเย่ว์หยาที่อยู่ข้างกายออกทันที
“อ๊า! เสื้อผ้าของข้า!!”
เซียวเย่ว์หยารู้สึกถึงความเย็นวาบบนร่างเมื่อก้มลงก็เห็นว่าไหล่อันเปลือยเปล่าของตนโผล่พ้นชุดออกมาปรากฏสู่สายตาของคนโดยรอบ
เซียวเย่ว์หยากรีดร้องเสียงหลงรีบโอบแขนกอดตนเองไว้พลางร้องไห้อย่างใ
“น้องเย่ว์หยา!”
หลีเทียนเหยียนเบิกตากว้างรีบพุ่งตัวเข้าไปโอบร่างของเซียวเย่ว์หยาไว้แน่นไม่ให้เรือนร่างเปลือยเปล่าของนางเผยออกต่อหน้าใคร ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยโทสะ
“เซียวหลิงอวิ๋น เ้าเสียสติไปแล้วหรือ!”
เซียวหลิงอวิ๋นจ้องเขาด้วยสายตาคมกริบแสยะยิ้มเย็นเยียบแล้วกล่าวว่า
“ตอนนี้น้องรองของข้าก็เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ไม่บริสุทธิ์เสียแล้วเช่นนั้นองค์ชายสามกอดรัดน้องสาวข้าต่อหน้าผู้อื่นดูท่าศีลธรรมในโลกนี้จะตกต่ำถึงขีดสุดแล้วกระมัง”