คำพูดของหลินฉางชิงแว่วเข้าสู่โสตประสาทของปีศาจจิ้งจอกเชียนเชียน ปีศาจจิ้งจอกที่เดิมทีนั่งเหม่อลอยอยู่กับที่ ในที่สุดจึงค่อย ๆ ได้สติกลับมา นางเงยหน้าขึ้นมองหลินฉางชิง ทว่าน้ำตาในดวงตาทั้งสองข้างยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลยแม้แต่น้อย
"ไม่เป็ไรหรอก นี่คือกฎของหอคอยผนึกมาร ข้าเข้าใจดี"
เชียนเชียนส่ายหน้าและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่ในน้ำเสียงของนางยังคงแหบพร่าอย่างยิ่ง
หลินฉางชิงไม่รู้ว่าใน่ครึ่งชั่วยามที่ผ่านมา นางและเหยียนเฉินได้ทำอะไรกันบ้าง แต่เขาสังเกตเห็นว่าบนร่างกายของปีศาจจิ้งจอกเชียนเชียน มีรอยแผลจากการถูกสายฟ้าเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย ซึ่งคาดว่าคงเป็สิ่งที่กรงขังแห่งนี้มอบให้
"เ้าสามารถพาร่างเขามาพบข้า ให้ข้าได้เห็นหน้าเขาเป็ครั้งสุดท้าย ข้าก็รู้สึกพอใจมากแล้ว ข้า... ยังจะกล้าปรารถนาสิ่งใดได้มากกว่านี้อีก?" เชียนเชียนกล่าวต่อ แต่ในคำพูดของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่เอ่อล้น
หลินฉางชิงมองปีศาจจิ้งจอกตรงหน้าพลางเม้มริมฝีปาก ทว่าคำปลอบโยนที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากกลับไม่สามารถเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว
"ขอแสดงความเสียใจด้วย"
ถ้อยคำนับพันหมื่นคำ ในท้ายที่สุดก็กลายเป็เพียงประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้น
ในชั่วขณะที่เชียนเชียนได้ยินคำพูดนี้ของหลินฉางชิง บนใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มขื่น ๆ ขึ้นมาทันที รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นถึงความอ้างว้างที่ไร้ก้นบึ้ง
"เ้าชื่อ... ฉางชิง?" นางเงยหน้าขึ้นมองหลินฉางชิงและเอ่ยถามทันควัน
"หลินฉางชิง" หลินฉางชิงตอบกลับ
"ข้าเคยได้ยินเขาพูดถึงเ้า แม้เหยียนเฉินจะมาที่นี่ไม่บ่อยนัก แต่ใน่ไม่กี่ครั้งหลังมานี้ เขามักจะนำข่าวคราวของเ้ามาบอกข้าเสมอ"
เชียนเชียนมองหลินฉางชิง ในดวงตามีประกายแสงประหลาดวูบผ่าน และทั้งที่กำลังโศกเศร้า ทว่าเมื่อพูดถึงเื่นี้ นางกลับสามารถเค้นรอยยิ้มออกมาได้
"ั้แ่พวกเราสองคนถูกขังอยู่ที่นี่ ข้าไม่ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขามานานมากแล้ว แต่ในปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาพูดเื่ของเ้ากับข้า เขามักจะมีรอยยิ้มเสมอ เื่นี้ทำให้ข้าประหลาดใจมาก ตอนนั้นข้าจึงรู้ว่าผู้บำเพ็ญที่ชื่อฉางชิงผู้นี้ จะต้องแตกต่างจากคนภายนอกเ่าั้อย่างแน่นอน" เชียนเชียนพูดกับตัวเอง
หลินฉางชิงที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
'หนึ่งปีหรือ?' เขาครุ่นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
'นั่นก็คือตอนที่ผู้าุโเหยียนพบว่าข้ากลับมาจากบันไดเจตจำนงกระบี่พอดี หรือว่า?!'
รูม่านตาของหลินฉางชิงหดตัวลงเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงย่อตัวลง แล้วมองไปยังปีศาจจิ้งจอกเชียนเชียนที่อยู่ด้านใน
"ผู้าุโ แม้ข้าจะรู้ว่าคำขอเช่นนี้อาจเป็การเสียมารยาท แต่ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าระหว่างท่านกับผู้าุโเหยียน เกิดเื่ราวอะไรขึ้นกันแน่?" หลินฉางชิงเอ่ยถาม
เขาเกิดความสงสัยในเื่นี้มาโดยตลอด อีกทั้งเขายังอยากรู้ว่าจุดประสงค์ที่เหยียนเฉินทำเช่นนี้คืออะไรกันแน่
เมื่อได้ยินคำขอของหลินฉางชิง ปีศาจจิ้งจอกเชียนเชียนชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าในไม่ช้า นางก็เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา
"ก็จริง มาถึงขั้นนี้แล้ว หากมีคำพูดใดที่ยังไม่ได้พูดออกไป บางทีอาจจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก"
นางมองไปยังศพของเหยียนเฉินที่อยู่ด้านข้าง พร้อมกับประกายในดวงตาที่ไหวระริกไม่หยุด
ทว่าในตอนนี้ หลินฉางชิงยังไม่ทันตระหนักถึงความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าในคำพูดของเชียนเชียน
"เื่ราวของข้ากับเขา เป็เช่นนี้..." เชียนเชียนค่อย ๆ เริ่มเล่า
เช่นเดียวกับเื่ราวความรักระหว่างมนุษย์และปีศาจทั่วไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้รับการยอมรับจากโลกใบนี้เช่นกัน
"เขาเป็ศิษย์เอกของสำนักชูซานในตอนนั้น ส่วนข้าก็เป็สตรีศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าจิ้งจอกชิงชิว การพบกันของพวกเราเริ่มต้นจากอุบัติเหตุ ในขณะที่เขาไล่ล่าปีศาจตามคำสั่งของสำนัก แต่กลับพลาดตกลงไปในกับดักของปีศาจตนนั้น เป็ข้าที่ผ่านทางนั้นพอดี จึงยื่นมือเข้าช่วยชีวิตเขาไว้ ข้าให้เขาพักรักษาตัวอยู่ในสถานที่ฝึกตนส่วนตัวของข้าเป็เวลาสามเดือน เพื่อช่วยรักษาอาการาเ็ของเขา"
เชียนเชียนค่อย ๆ เล่า แต่เมื่อถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลรินจากหางตาของนางอีกครั้ง
"ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงทำเช่นนั้น บางทีอาจเป็เพราะ ในครั้งแรกที่เห็นเขา ข้าก็ได้ตกหลุมรักเขาเข้าแล้วก็เป็ได้" เชียนเชียนกล่าว
เื่ราวหลังจากนั้น ในระหว่างกระบวนการรักษา ทั้งสองคนเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน ทว่าต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าความรู้สึกในใจนี้ ในท้ายที่สุดจะต้องถูกโลกใบนี้ตามล่า
เมื่ออาการาเ็หายดี เหยียนเฉินตั้งใจจะบอกลาเชียนเชียน ทว่าเหล่าศิษย์สำนักชูซานกลับตามรอยของเหยียนเฉินจนพบที่นี่และได้พบตัวเชียนเชียนด้วย
ในขณะที่เหยียนเฉินใช้ร่างกายของตนเองบังหน้าเชียนเชียนไว้ เพื่อถ่วงเวลาให้นางหนีไปได้ แต่สำหรับสำนักชูซานแล้ว นั่นคือการตัดสินปะาชีวิตเหยียนเฉินในทันที
"เดิมทีข้ามีโอกาสที่จะหนีไปได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าปีศาจที่ข้าโจมตีจนถอยไปในวันนั้น กลับไม่ได้จากไปไหน แต่มันกลับเฝ้ารอซุ่มโจมตีข้าอย่างเงียบ ๆ !"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของเชียนเชียนก็พลันเย็นเยียบ ความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตหลั่งไหลกลับมาในใจอีกครั้ง
"ถึงพลังของมันจะด้อยกว่าข้ามาก แต่เพราะเป็การลอบโจมตี ประกอบกับข้ามีอาการาเ็สาหัสจากศิษย์สำนักชูซาน แม้จะสังหารมันได้ แต่ไอปีศาจของมันกลับแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของข้า ไอปีศาจนั้นกลายเป็คำสาป ที่เพียงชั่วครู่ก็ฉีกกระชากอวัยวะภายในของข้าจนย่อยยับ"
"กว่าเหยียนเฉินจะสลัดพ้นจากสหายร่วมสำนักและตามหาข้าพบ ร่างกายของข้าก็เกือบจะถูกไอปีศาจของปีศาจตนนั้นกัดกินจนหมดสิ้น" ขณะที่พูด ร่างกายของเชียนเชียนเริ่มสั่นเทาอีกครั้ง
"เขาใช้ร่างกายของตนเอง รับคำสาปของปีศาจตนนั้นแทนข้า แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่ข้าเคยประสบกับคำสาปนั้นด้วยตนเอง จึงรู้ดีว่ามันเ็ปเพียงใด ทุกคืน เขาต้องทนทุกข์กับการทรมานที่น่าสะพรึงกลัวของไอปีศาจที่กัดกินกระดูก..." น้ำเสียงของเชียนเชียนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ หลินฉางชิงก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเหยียนเฉินถึงมีไอปีศาจเกิดขึ้น และทำไมทุกครั้งที่ถึงเวลากลางคืน จึงไม่เคยเห็นเงาร่างของเหยียนเฉินเลย
การพบกันครั้งก่อน บางทีอาจเป็เพราะหลังจากเหยียนเฉินหลุดพ้นจากการทรมาน แล้วอยากจะไปหาเชียนเชียน แต่กลับบังเอิญมาเจอกับหลินฉางชิงเข้าพอดี
เื่ราวหลังจากนั้น เป็ตอนที่เหยียนเฉินถูกคำสาปพันธนาการจนไม่มีกำลังจะหลบหนี จึงได้ถูกศิษย์สำนักชูซานจับกุมตัวไปพร้อมกับเชียนเชียน
การที่เชียนเชียนถูกขังในหอคอยผนึกมารเป็จุดจบที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แม้จะไม่ได้ทำความผิดแต่ความรักต้องห้ามของพวกเขาก็ถูกกำหนดไว้ว่าไม่มีทางจบลงด้วยดี
ส่วนเหยียนเฉิน ตามกฎของสำนักชูซานแล้ว เขาควรจะถูกทำลายรากปราณและขับออกจากสำนักเช่นเดียวกับหลินฉางชิง ทว่าเ้าสำนักในตอนนั้นซึ่งก็คืออาจารย์ของเหยียนเฉิน เมื่อเห็นศิษย์รักถูกคำสาปพันธนาการ
หากทำลายรากปราณแล้วขับไล่ออกไป เกรงว่าคงต้องตายอย่างอนาถที่หน้าประตูสำนักในวันเดียวกัน ทำให้สุดท้ายเขาก็ไม่ใจแข็งพอ จึงคุมขังเหยียนเฉินไว้ทีู่เาด้านหลัง เพื่อเฝ้าหอคอยผนึกมาร
เวลาผ่านไปเพียงพริบตาเดียว ห้าสิบปีก็ล่วงเลย
"ดังนั้นเหตุผลที่ผู้าุโเหยียนแก่ตัวลงอย่างรวดเร็ว ก็เป็เพราะคำสาปไอปีศาจนั่นหรือ?" หลินฉางชิงเอ่ยถาม
เชียนเชียนพยักหน้า
"คำสาปนั้นจะคอยกัดกินพลังชีวิตของผู้ถูกสาปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้ายึดครองร่างกายของผู้ถูกสาปได้อย่างสมบูรณ์"