ก๊อก...
เสียงเคาะดังขึ้นจากด้านในประตูหิน
ทุกคนหยุดนิ่ง
ไม่มีใครพูดอะไร
นัทกำดาบในมือขวาแน่นขึ้น
ปืนในมือซ้ายยังเล็งตรงไปข้างหน้า
มาร์โกยืนอยู่ข้าง ๆ
ด้านหลังของทั้งสองคือสมาชิกทีมสำรวจของกิลด์ทั้งห้าคน และนักล่าอีกสามคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้
คนเจ็บหลายคนยังต้องพยุงกัน
ไม่มีใครอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้เต็มที่
ก๊อก...
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
หนึ่งในนักล่ากลืนน้ำลาย
“มันเคาะอีกแล้ว...”
นัทไม่ละสายตาจากประตู
“ได้ยิน”
“แล้วมันต้องการอะไร?”
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
“ไม่รู้”
มาร์โกเสริม
“แต่ถ้ามันอยากให้เราเปิด ฉันไม่เปิด”
นัทหันไปมอง
“ถ้ามันเปิดเองล่ะ?”
มาร์โกนิ่ง
“ก็...”
เขามองประตู
“ค่อยคิดตอนมันเปิด”
นัทพยักหน้า
“สมเหตุสมผล”
นักล่าคนหนึ่งมองสองพี่น้อง
“นี่พวกนายคุยกันแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
นัทตอบทันที
“ส่วนใหญ่”
มาร์โกพยักหน้า
“ใช่”
ชายคนนั้นถอนหายใจ
“แปลกจริง ๆ”
ทันใดนั้น
ครืดดดด...
ประตูหินเริ่มขยับ
ทุกคนถอยหลังพร้อมกัน
นักล่าโล่ยกโล่ขึ้น
นักล่าหมัดปราณไฟกำหมัด
เปลวไฟสีแดงส้มลุกขึ้นบนมือ
นัทเล็งปืน
มาร์โกก้าวออกไปด้านข้าง
เตรียมใช้เงา
แต่ประตูไม่ได้เปิดออกอย่างรุนแรง
มันค่อย ๆ เลื่อนออก
ช้า ๆ
จนเกิดช่องว่างพอให้คนหนึ่งคนเดินผ่าน
ด้านหลังประตู...
มืดสนิท
ไม่มีแสง
ไม่มีเสียง
ไม่มีสิ่งมีชีวิตให้เห็น
นัทมองเข้าไป
“มองไม่เห็นอะไรเลย”
มาร์โกพยักหน้า
“ฉันก็เหมือนกัน”
หนึ่งในทีมสำรวจพูดขึ้น
“นี่เป็นทางใหม่”
มาร์โกหันกลับ
“แน่ใจ?”
“แน่”
“ทำไม?”
ชายคนนั้นตอบ
“ตอนที่พวกเราหลง พวกเราไม่เคยเห็นประตูนี้”
นักล่าที่เข้ามาก่อนอีกคนพูด
“พวกเราก็ไม่เคย”
นัทมองประตู
“งั้นก็แปลว่า...”
เขาหยุด
มาร์โกพูดต่อ
“มันไม่ได้อยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก”
ทุกคนเงียบ
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศหนักขึ้นทันที
เพราะถ้าประตูนี้เพิ่งปรากฏขึ้น...
แล้วสิ่งที่อยู่ด้านหลังมันล่ะ?
มาร์โกหันกลับไปมองทางที่พวกเขาเดินมา
“ก่อนเข้า เราลองกลับก่อน”
หนึ่งในนักล่าขมวดคิ้ว
“กลับ?”
“ใช่”
“แต่ทางที่เรามาก็อยู่ตรงนั้น”
มาร์โกพยักหน้า
“นั่นแหละที่ต้องตรวจ”
นัทเห็นด้วย
“ถ้ากลับได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องเข้า”
ทุกคนเห็นด้วย
พวกเขาจึงหันหลังให้ประตู
เดินกลับไปตามทางเดิม
สิบคนเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ
คนเจ็บอยู่ตรงกลาง
นักล่าโล่คอยอยู่ด้านหน้า
นัทกับมาร์โกคอยตรวจด้านข้าง
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นทางเดิม
กำแพงหินเดิม
พื้นหินเดิม
รอยแตกเดิม
แม้แต่รอยเลือดสีดำจากตัวที่มองไม่เห็นก็ยังมีอยู่บางส่วน
นัทมองพื้น
“ทางนี้”
มาร์โกพยักหน้า
“จำได้”
เดินไปอีกพักหนึ่ง
เลี้ยวซ้าย
จากนั้นเดินตรง
แล้วเลี้ยวขวา
ไม่นาน...
นัทหยุด
“เดี๋ยว”
ทุกคนหยุดตาม
นัทมองตรงหน้า
มีรอยขีดอยู่บนกำแพง
สามเส้น
เขาจำได้
“รอยนี้เราเป็นคนทำ”
หนึ่งในนักล่าถาม
“แล้ว?”
นัทชี้ไปด้านหน้า
“เราเคยผ่านตรงนี้แล้ว”
มาร์โกเดินเข้ามาดู
“ใช่”
ชายจากทีมสำรวจมองซ้ายขวา
“เป็นไปไม่ได้”
“ทำไม?”
“เพราะเรากำลังเดินกลับ”
นัทพยักหน้า
“ใช่”
เขาหันไปมองด้านหลัง
ทางที่พวกเขาเดินมา
จากนั้นมองด้านหน้า
“แต่เรากลับมาอยู่ตรงเดิม”
ความเงียบเข้าปกคลุม
นักล่าคนหนึ่งเดินไปที่ผนัง
ใช้นิ้วแตะรอยขีด
“นี่รอยที่พวกเราทำไว้ตอนหลงครั้งแรก”
มาร์โกหันมา
“แน่ใจ?”
“แน่”
“งั้นลองเดินต่อ”
ทุกคนเดินต่อ
ไม่ถึงสิบนาที...
พวกเขากลับมาเจอรอยเดิมอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีใครพูด
นัทมองมาร์โก
มาร์โกมองนัท
นัทพูดขึ้น
“เราเดินเป็นวงกลม”
มาร์โกพยักหน้า
“ใช่”
นักล่าคนหนึ่งพูด
“แต่เราไม่ได้เลี้ยวกลับ”
“ฉันรู้”
“แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง?”
มาร์โกมองทางเดิน
“ไม่รู้”
นัทก้มมองพื้น
“ที่นี่ไม่ปกติ”
ชายจากทีมสำรวจถอนหายใจ
“เพิ่งรู้เหรอ?”
นัทเงยหน้า
“ผมรู้ตั้งแต่เจอประตู”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ดี”
“อย่างน้อยเราก็เข้าใจตรงกัน”
พวกเขาลองอีกครั้ง
คราวนี้ใช้วิธีทำเครื่องหมายทุกจุด
ตรงทางแยกแรก
ขีดหนึ่งเส้น
ทางแยกที่สอง
ขีดสองเส้น
ทางแยกที่สาม
ขีดสามเส้น
มาร์โกยังผูกเชือกไว้กับก้อนหินเพื่อใช้เป็นจุดสังเกต
“คราวนี้ไม่น่าหลง”
นัทมองเชือก
“ถ้ากำแพงไม่ย้าย”
มาร์โกหันมอง
“อย่าพูดอะไรน่ากลัว”
“ผมแค่พูดความจริง”
“ความจริงบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องพูด”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
พวกเขาเดินต่อ
ครั้งนี้ไม่มีใครพูดเล่น
ทุกคนตั้งใจจำทาง
ซ้าย
ขวา
ตรง
ซ้าย
ลงทางลาด
เลี้ยวขวา
ขึ้นบันไดหิน
จากนั้น...
พวกเขาเห็นแสงคบไฟ
นักล่าคนหนึ่งดีใจ
“เจอแล้ว!”
ทุกคนเร่งฝีเท้า
เดินออกจากทางแคบ
แล้ว...
ทุกคนหยุด
ตรงหน้าไม่ใช่ทางออก
ไม่ใช่ปากถ้ำ
ไม่ใช่พื้นที่ใหม่
แต่เป็น...
ห้องประตูเดิม
ประตูหินยังเปิดอยู่
และตรงพื้นด้านหน้าประตู...
มีรอยเชือกที่มาร์โกผูกไว้กับก้อนหิน
นัทมอง
“เราไม่ได้กลับมาห้องนี้ใช่ไหม?”
มาร์โกมองเชือก
“ใช่”
“แต่เราอยู่ที่นี่”
“ใช่”
นัทเงียบไป
นักล่าคนหนึ่งยกมือขึ้น
“ผมมีคำถาม”
มาร์โกหันไป
“ว่า?”
“เราจะออกยังไง?”
มาร์โกเงียบ
“ยังไม่รู้”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ดี”
“อย่างน้อยก็ยังไม่โกหก”
นัทมองพี่ชาย
“พี่”
“อะไร?”
“ผมเริ่มคิดถึงเตียงแล้ว”
มาร์โกถอนหายใจ
“ฉันก็คิดถึง”
นักล่าโล่เดินไปยังทางที่พวกเขาเพิ่งออกมา
เขามองพื้น
จากนั้นมองผนัง
“ลองดูนี่”
ทุกคนเดินเข้าไป
ตรงพื้นมีรอยลากของเชือก
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจคือ...
เชือกที่พวกเขาผูกไว้กับก้อนหิน
ไม่ได้อยู่ตรงจุดเดิม
มันถูกลากออกมาจากทางเดิน
แล้วม้วนอยู่ตรงหน้าประตู
นัทมองเชือก
“มีใครแตะมัน?”
ทุกคนส่ายหน้า
มาร์โกก้มลงตรวจ
“ไม่มีใคร”
นักล่าหมัดปราณไฟกำหมัดแน่น
เปลวไฟสว่างขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นมันลากมาเอง?”
มาร์โกไม่ตอบ
นัทมองไปในความมืดหลังประตู
“หรือมีบางอย่างลากมัน”
ไม่มีใครพูดต่อ
พวกเขาตัดสินใจทดลองอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช้ทางเดิน
นัทหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ออกมา
วางไว้ตรงพื้น
“เราจะทิ้งมันไว้ตรงนี้”
มาร์โกพยักหน้า
“แล้วเดินไปทางอื่น”
“ถ้าเรากลับมาที่นี่อีก ก้อนหินต้องอยู่”
ทุกคนเดินไปอีกทาง
แต่ผ่านไปไม่นาน...
กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
กึง...
ทุกคนหันกลับ
ไม่มีอะไร
กึง...
เสียงใกล้ขึ้น
นักล่าโล่ยกโล่
นัทเล็งปืน
มาร์โกหรี่ตา
แต่ไม่มีสิ่งใดปรากฏ
จนกระทั่ง...
กึง!
ก้อนหินที่นัทวางไว้
กลิ้งออกมาจากความมืด
หยุดอยู่ตรงเท้าของเขา
ทุกคนเงียบ
นัทก้มลงมอง
หยิบมันขึ้นมา
“มันกลับมา”
มาร์โกมองทางเดิน
“แปลว่าทางที่เราเดิน...”
นัทพูดต่อ
“สุดท้ายก็วนกลับมา”
ชายจากทีมสำรวจหน้าซีด
“เราออกไม่ได้”
ไม่มีใครเถียง
เพราะตอนนี้ทุกคนเห็นตรงกันแล้ว
พวกเขาไม่ได้กำลังเดินอยู่ในถ้ำธรรมดา
แต่กำลังอยู่ใน...
เขาวงกต
นัทหันไปมองประตูหินอีกครั้ง
มันยังเปิดอยู่
เหมือนกำลังรอ
มาร์โกเดินเข้ามาข้าง ๆ
“นายคิดอะไร?”
นัทตอบ
“ถ้าเราย้อนกลับไม่ได้...”
เขามองทางเดินด้านหลัง
“แปลว่าทางออกไม่ได้อยู่ด้านหลังเรา”
มาร์โกพยักหน้า
“แล้วอยู่ไหน?”
นัทหันกลับไปมองประตู
“ข้างหน้า”
ทุกคนเงียบ
นักล่าโล่ถาม
“หมายความว่าเราต้องเข้าไป?”
มาร์โกตอบ
“ยังไม่แน่”
เขามองคนเจ็บทั้งหลาย
“แต่ตอนนี้เรามีทางเลือกไม่มาก”
หนึ่งในสมาชิกกิลด์ถาม
“แล้วตัวที่มองไม่เห็น?”
นัทมองพื้น
เลือดสีดำยังคงอยู่ตรงจุดเดิม
แต่ไม่มีร่องรอยของมันแล้ว
“มันหายไป”
มาร์โกพยักหน้า
“และฉันไม่คิดว่ามันหายไปโดยบังเอิญ”
นักล่าหมัดไฟมองประตู
“มันอาจกำลังรอเราอยู่ข้างใน”
นัทตอบ
“หรือมันกำลังกลัวสิ่งที่อยู่ข้างใน”
ทุกคนเงียบ
คำพูดนั้นทำให้สถานการณ์น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
เพราะถ้าสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นและสามารถเล่นงานพวกเขาได้...
ยังไม่อยากเข้าไปในประตูนี้
แล้วสิ่งที่อยู่ด้านใน...
จะเป็นอะไร?
มาร์โกหันไปหาทุกคน
“ฟังนะ”
ทุกคนหันมอง
“ตอนนี้เรารู้สามอย่าง”
เขายกนิ้วขึ้น
“หนึ่ง เรากลับทางเดิมไม่ได้”
นิ้วที่สอง
“สอง เส้นทางในพื้นที่นี้เปลี่ยนหรือทำให้เราวนกลับ”
นิ้วที่สาม
“สาม ประตูนี้เป็นทางเดียวที่เรายังไม่ได้สำรวจ”
เขามองประตู
“ดังนั้นเรายังไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร”
นัทพยักหน้า
“แต่ถ้าเราเข้า...”
มาร์โกมองน้องชาย
“ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
นัทเก็บปืนไว้ระดับอก
มือขวายังคงถือดาบ
“ถ้าพื้นที่แคบ ผมใช้ดาบ”
“รู้”
“ถ้าเจอพื้นที่กว้าง ผมจะใช้ง้าว”
“รู้”
“ถ้าต้องใช้สองมือ...”
มาร์โกยิ้ม
“ก็เอาปืนเหน็บเอว”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
มาร์โกมองเขา
“นายเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วสินะ”
“ครับ”
“ดี”
มาร์โกหันกลับไปทางประตู
“เพราะดูเหมือนว่าเราคงต้องเดินต่อ”
พวกเขาเริ่มจัดขบวนใหม่
คนเจ็บอยู่ตรงกลาง
คนที่ยังสู้ได้อยู่รอบนอก
นักล่าโล่เป็นแนวหน้า
นักล่าหมัดปราณไฟอยู่ด้านข้าง
นัทกับมาร์โกนำทาง
สมาชิกกิลด์ที่ยังพอช่วยได้คอยดูแลผู้บาดเจ็บ
ไม่มีใครพูดถึงการกลับออกไปอีก
เพราะตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่า...
กลับไม่ได้
นัทเดินเข้าใกล้ประตู
ก่อนหยุดตรงขอบ
มาร์โกอยู่ข้าง ๆ
ทั้งสองมองเข้าไปในความมืด
ด้านในมีทางเดินทอดยาวลงไป
ไม่มีแสง
ไม่มีเสียง
ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว
แต่ลึกเข้าไป...
เหมือนมีเสียงลมเบา ๆ พัดออกมา
นัทสูดลมหายใจ
“ไปกันเถอะ”
มาร์โกพยักหน้า
“ไป”
ทั้งสิบคนเริ่มก้าวผ่านประตู
ทีละคน
ทีละคน
จนคนสุดท้ายเดินผ่านเข้าไป
ครืดดด...
ประตูด้านหลังเริ่มปิดเอง
นัทหันกลับ
“พี่”
มาร์โกหันตาม
ประตูหินกำลังเลื่อนปิดช้า ๆ
นักล่าคนหนึ่งรีบวิ่งกลับไป
“เดี๋ยว!”
แต่ไม่ทัน
ครืดดดด!
ประตูปิดสนิท
ความมืดเข้าปกคลุม
ทุกคนเงียบ
นัทมองประตู
ลองผลัก
ไม่ขยับ
นักล่าโล่ใช้โล่กระแทก
ตึง!
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มาร์โกวางมือบนประตู
จากนั้นส่ายหน้า
“เปิดไม่ได้”
นัทถอนหายใจ
“งั้นก็ชัดแล้ว”
“อะไร?”
นัทหันกลับไปมองทางเดินด้านหน้า
“เราต้องหาทางออกจากข้างใน”
มาร์โกพยักหน้า
“ใช่”
ทั้งสิบคนหันไปพร้อมกัน
เบื้องหน้าคือทางเดินยาว
และตรงสุดทาง...
มีแสงสีแดงสลัว ๆ
เหมือนมีบางสิ่งกำลังจุดไฟอยู่ในความมืด
นัทกำดาบแน่น
มาร์โกมองแสงนั้น
นักล่าหมัดปราณไฟขยับหมัด
นักล่าโล่ยกโล่ขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าแสงนั้นคืออะไร
แต่ทุกคนรู้เรื่องหนึ่งแล้ว
พวกเขาไม่ได้กำลังตามหาทางเข้าอีกต่อไป
พวกเขากำลังตามหา...
ทางออก
และถ้าสิ่งที่ควบคุมเขาวงกตแห่งนี้ยังไม่ถูกจัดการ
บางที...
ทางออกอาจไม่มีวันปรากฏ