ห้องประชุมผู้บริหารชั้นบนสุดของ AT Group เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึดอัดและกดดัน
โต๊ะประชุมยาวสีดำเงาสะท้อนแสงไฟเย็นเฉียบผู้บริหารระดับสูงหลายคนกำลังนั่งมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าที่ต่างกันออกไป
บางคนสงสัย บางคนไม่พอใจ บางคนกำลังรอดูเื่สนุก
กลางห้อง…วิทย์ในชุด รปภ.ระดับล่าง ธรรมดายืนเงียบอยู่ตรงนั้นข้างๆ คือกลุ่มบอดี้การ์ดระดับหนึ่งของบริษัทหลายคนในชุดสูทสีดำอย่างดี
พวกเขาคือทีมคุ้มกันที่ดีที่สุดของบริษัทนี้ ถูกคัดเลือกมาอย่างดี จากหลายๆที่ แต่ละคนล้วนเคยเป็ที่สุด
อดีตทหาร
อดีตตำรวจหน่วยพิเศษ
นักสู้มืออาชีพ
ค่าตัวแต่ละคนนั้นสูงมาก
และตอนนี้…
ทุกคนกำลังมอง รปภ.ระดับล่างคนหนึ่งด้วยสายตาดูถูก
“ฉันขอเสนอให้คุณวิทย์มาเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน”เสียงของวิชุดาดังขึ้นชัดเจนทันทีนั้น ทั้งห้องก็เงียบลง
ก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้นทันที“ไม่ได้”
ประธานใหญ่ของบริษัทตอบกลับเรียบๆพ่อของเธอชายวัยหกสิบต้นๆ ผู้สร้าง AT Group ขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ระดับหนึ่งในห้าสิบบริษัทชั้นนำของประเทศ
เขามองลูกสาวของเขาด้วยสายตาจริงจัง“วิชุดา เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ” “หนูไม่ได้คิดว่าเล่นๆค่ะ”เธอตอบทันที
“เขาเคยช่วยชีวิตหนูมาแล้วครั้งหนึ่ง และเมื่อคืนเขาก็จัดการสถานการณ์ได้ดีกว่าบอดี้การ์ดหลายคนของบริษัทอีก”คำพูดนั้นทำให้สีหน้าบอดี้การ์ดหลายคนเปลี่ยนสีหน้าเป็ไม่ค่อยพอใจเงียบๆทันที
และหนึ่งในนั้นบอดี้การด์ระดับหนึ่งคนหนึ่งหัวเราะเบาๆ
“แค่โชคดีมากกว่าครับคุณหนู”อีกคนพูดต่อทันที“บอดี้การ์ดสองคนที่โดนเล่นงานเป็แค่ระดับล่าง พวกนั้นมันประมาทเอง” “ใช่ครับ”
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเสริม “งานคุ้มกันจริงๆไม่ใช่แค่ต่อสู้เป็”
“ต้องวางแผน อ่านสถานการณ์ ใช้อาวุธ ขับรถหลบหนี รับมือกับนัดสู้จริง กับมือปืน ทีมลอบสังหาร…รวมถึงนักฆ่า..จากโลกด้านมืด..”เขามองวิทย์อย่างเหยียดๆ
“ไม่ใช่ รปภ.ชั้นล่างที่แค่มีทักษะการต่อยตีนิดหน่อยและเรี่ยวแรงที่มากกว่ารปภ.ระดับล่างคนอื่นๆแค่นั้น” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นบางส่วนในห้องประชุมใหญ่ วิชุดาหน้าเยียบเย็นลงทันที
“แต่เขาทำได้” “หนูเห็นทักษะการต่อสู้ของเขากับตาตัวเองแล้ว..”
พ่อของเธอส่ายหน้า
“ลูกกำลังใช้อารมณ์”
“หนูไม่ได้ใช้อารมณ์ค่ะ” “งั้นลูกก็กำลังเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินคน”
คำพูดนั้นแทงตรงใจเธอ..จนวิชุดานิ่งไปชั่วครู่ผู้บริหารบางคนเริ่มมองหน้ากัน
ทุกคนเริ่มสังเกตแล้วว่า…ทำไมรองประธานสาว ถึงสนใจ รปภ.ระดับล่าง คนนี้มากเกินปกติ
ประธานบริษัทหันไปมองวิทย์ตรงๆ เป็ครั้งแรก“นายคิดว่ายังไง” ทุกสายตาหันไปมองชายในชุด รปภ.พร้อมกัน
แต่วิทย์ยังคงยืนตรงใบหน้าเรียบเฉยไม่มีความตื่นเต้นไม่มีความกดดันไม่มีแม้แต่ความไม่พอใจ สงบจนผิดธรรมชาติ
“ผมทำงานตำแหน่งเดิมได้ครับ” คำตอบเรียบๆ ทำให้วิชุดาหันมามองทันที“แต่วิทย์..”
“ผมไม่มีปัญหาเื่ตำแหน่งงานครับ”เขาตอบโดยไม่แม้แต่เปลี่ยนน้ำเสียงบอดี้การ์ดบางคนเริ่มหมั่นไส้เขาขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะ “ชาญ” หัวหน้าทีมคุ้มกันระดับหนึ่งเขามองวิทย์ด้วยสายตาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก แต่จากการสุงเกตุพฤติกรรมของคนในสายตาของชาญ รปภ.วิทย์คนนี้ ยังทำให้ชายถึงกับอ่านเขาไม่ออกเลย..
รปภ.ระดับล่างคนนี้…
ถูกดูถูกขนาดนี้ ยังทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย
หรือไม่ก็… กำลังฝืนเก็บอาการ
“คงอับอายเลยช็อกจนพูดไม่ออกมากกว่าครับหัวหน้า”
ลูกทีมคนหนึ่งกระซิบเบาๆ
ชาญพยักหน้าเล็กน้อย
น่าจะใช่…แบบนั้นสำหรับคนธรรมดาทั่วๆไปเวลาเจอสถานะการณ์ที่เครียดและกดดันระดับนี้
ไม่มีทางที่ รปภ.ระดับล่าง ธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ขนาดนี้ในห้องประชุมระดับผู้บริหาร
คงแค่กลัวจนสมองว่างเปล่าขาวโพลนไปแล้ว
แต่ความจริงแล้ววิทย์ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ...เพราะเื่แบบนี้…ที่เขาเจอมาหนักกว่านี้มากมายหลายเท่านัก
การถูกดูถูก การถูกกดดัน การถูกเอาปืนจ่อหัวกลางวงล้อมของฝ่ายตรงข้าม เขาก็เคยผ่านมาแล้วทั้งหมด
ดังนั้นคำพูดของผู้บริหารบริษัทเอกชน…คนหนึ่ง
แทบไม่มีผลกระทบอะไรใดๆให้เขาต้องกดดันหรือรู้สึกอะไร เลยตอนนี้สิ่งเดียวที่เขา้า คือใช้ชีวิตเงียบสงบ ไปวันๆ ก็เท่านั้นเอง..
ประธานบริษัท เอนตัวพิงเก้าอี้ ก่อนพูดชัดๆ
“ฉันไม่อนุมัติ ..เื่การเลื่อนขั้นเป็บอดี้การด์ ที่เสนอโดยรองประธานบริษัท"
“รปภ.วิทย์จะยังอยู่ตำแหน่งเดิม” “และถ้าเขาไม่พอใจ…”
สายตาคมเข้มแสดงอำนาจของชายวัยหกสิบมองตรงไปยัง รปภ.วิทย์ พร้อมกับเน้นเสียงอย่างหนักแน่นชัดเจน ทรงอำนาจ
“ก็เขียนไปใบลาออกที่ฝ่ายบุคคลได้เลย..”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบวิชุดากำมือแน่นทันที “คุณพ่อ” เธอพยามจะชี้แจงเพิ่ม แต่
“พอ” เสียงนั้นเด็ดขาดจนเธอได้เพียงแค่เม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่พอใจ
แต่เธอก็รู้ตัวดีว่า…ตอนนี้เธอยังไม่มีอำนาจพอจะขัดคำสั่งของพ่อเธอได้...โดยเฉพาะต่อหน้าบอร์ดบริหารทั้งหมด
วิทย์พยักหน้าเบาๆ เท่านั้น
“รับทราบครับ”
ไม่มีการแสดงสี หน้าไม่มีความโกรธ ไม่มีความอับอายเขาค่อยๆหันหลังแล้วก้าวเดินออกจากห้องประชุมผู้บริหารไปอย่างสงบ
ก้าวเดินมั่นคงเหมือนทุกอย่างเป็เื่ธรรมดา ภาพนั้นกลับยิ่งทำให้บอดี้การ์ดระดับหนึ่งหลายคนหมั่นไส้ในตัวเขามากยิ่งขึ้น
“ดูท่าทางมันสิว่ะ…”
“ทำเป็นิ่ง”
“แค่รปภ.ระดับล่าง กระจอกๆคนหนึ่ง..ได้ขึ้นมาถึงชั้นสูง ผู้บริหารนี้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต..ก็ดีสุดๆแล้ว” บอดี้การด์ระดับหนึ่งอีกคนพูดเสริมเพราะความหมั่นไส้และไม่ชอบท่าทางที่แอ็คเกินระดับของตำแหน่งตัวเอง แค่ รปภ.ระดับล่างคนหนึ่ง แต่ สายตาของชาญกลับยังมองตามแผ่นหลังของวิทย์เงียบๆ เขาพึมพำเบาๆในใจ
อะไรบางอย่างในตัวรปภ.ระดับล่างคนนั้น…มันแปลก แปลกเกินกว่าจะเป็เพียงแค่ รปภ.ระดับล่างธรรมดาแค่นั้น
โดยเฉพาะใบหน้าไร้อารมณ์ใดๆ และ สายตาของเขา สายตาของคนที่ไม่สนใจคำดูถูกเลยแม้แต่นิดเดียวมันไม่เหมือนสายตาของคนที่ไม่มั่นใจอะไรในชีวิตและคนที่สภาวะจิตใจอ่อนแอ แต่สายตาและท่าทางของ รปภ.วิทย์ มันเหมือนกับ…สายตาและท่าทางของคนที่อยู่ระดับสูงกว่าจนไม่จำเป็ต้องรู้สึก ไม่พอใจโกรธ ความคิดนั้นทำให้ชาญขมวดคิ้ว ก่อนรีบสลัดมันทิ้ง
“บ้าไปแล้ว…”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ จะเป็ไปได้ยังไง คนระดับแบบนั้น…ไม่มีทางมาเป็ รปภ.ระดับล่าง แบบนี้หรอก
อีกด้านหนึ่งของห้อง
วิชุดายังคงนั่งนิ่ง มองประตูที่ปิดลงหลังวิทย์เดินออกไปในใจเธอรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
เป็ครั้งแรก…ที่เธออยากปกป้องใครสักคนแต่กลับทำไม่ได้และยิ่งเห็นเขาเดินออกไปเงียบๆ แบบนั้น…
หัวใจเธอก็ยิ่งรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกโดยที่ไม่รู้เลยว่า…ผู้ชายที่ทุกคนในห้องดูถูกว่าเป็แค่ “รปภ.ระดับล่าง”
เคยเป็คนที่แม้แต่มหาเศรษฐีระดับโลกยังต้องอ้อนวอนขอให้เขาช่วยเหลือครอบครัวของตัวเอง…ในโลกของธุรกิจยิ่งใหญ่ที่ระดับโลก มีโลกด้านมืด ที่น่ากลัวเสมอ และคนที่มีฝีมือ คอยปกป้องพวกเขาจากศัตรูที่มาจากโลกด้านมืดได้และทำให้พวกเขาปลอดภัย แม้ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อจ้างพวกเขามาช่วยนั้น จะมีมูลค่ามหาศาล แต่มันคุ้มค่าเสมอ กับชีวิตระดับสูงของพวกเขา ครอบครัว และ ธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล..