Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 159 สตัดคอล !!

    ตอนที่ 159            หลังจากรถฉุกเฉินพาผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโอซาก้าดนัยก็ยังคงตามผู้ป่วยเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วย           “ขอโทษนะคะคนนอกเข้ามาไม่ได้ค่ะ” พยาบาลที่เห็นดนัยก็รีบไล่ให้ดนัยออกไป           โอ้...สำเนียงโอซาก้าล่ะฟังแล้วดูมีเอกลักษณ์มากเหมือนกับสำเนียงคนสุพรรณบ้านเราเลย ดนัยคิดในใจ           “โทษทีครับผมเป็นหมอและก็เป็นคนปฐมพยาบาลผู้ป่วยครับ” ดนัยพูดก่อนจะโชว์บัตรหมอประจำโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวของเขาให้พยาบาลดู           “หมอเหรอคะทำไมไม่ใส่เสื้อกาวน์ล่ะคะ ??” พยาบาลขมวดคิ้วก่อนจะหยิบบัตรนั่นมาดูและก็เห็นว่าเป็นบัตรหมอประจำโรงพยาบาลทาเคนากะจริงแต่ทว่าเธอไม่ได้อ่านด้านหลังที่เขียนเอาไว้ว่าสาขาโตเกียวจึงเข้าใจผิดว่านี่เป็นบัตรหมอประจำโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโอซาก้า           หรือจะเป็นหมอคนใหม่ช่วงนี้เห็นว่ากำลังรับสมัครหมอประจำห้องฉุกเฉินด้วยสิเพราะเป็นหมอใหม่สินะเลยยังไม่ได้เสื้อกาวน์แต่ที่มาอยู่ที่นี่คงเป็นเพราะตามผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามา พยาบาลคิดในใจเพราะช่วงนี้หมอประจำแผนกห้องฉุกเฉินกำลังขาดแคลนและทางโรงพยาบาลก็กำลังรับสมัครอยู่           หลังจากดูบัตรแล้วพยาบาลก็คืนบัตรให้ดนัยและเลิกไล่ดนัยออกจากห้องฉุกเฉิน           “ว่าแต่หมอประจำห้องฉุกเฉินล่ะครับผู้ป่วยคนนี้มีอากาศค้างในช่องอกถึงผมจะเจาะออกมาแล้วแต่ด้วยอุปกรณ์มันมีโอกาสติดเชื้อได้ต้องรีบฉีดยาฆ่าเชื้อและเย็บแผลในช่องอกโดยด่วน” ดนัยมองหาหมอประจำห้องฉุกเฉินแต่ทว่าเขากลับไม่เห็นเลยซึ่งในห้องฉุกเฉินนี้มีแต่พวกพยาบาลเท่านั้นที่คอยทำหน้าที่ปฐมพยาบาล           “ติดผ่าตัดผู้ป่วยโดนแทงที่เข้ามาเมื่อยี่สิบนาทีก่อนอยู่ค่ะอีกราวสิบนาทีถึงจะเสร็จ” พยาบาลบอก           “สิบนาทีงั้นเหรอปล่อยไว้นานขนาดนั้นไม่ได้เดี๋ยวถ้าเชื้อโรคเข้าไปในแผลจะพาลติดเชื้อในกระแสเลือดเอาถ้าเป็นแบบนั้นผู้ป่วยคนนี้จะอาการหนักแน่” ดนัยบอกก่อนจะเดินไปหยิบถุงมือมา           “นั่นหมอจะทำอะไรคะ ??” พยาบาลทำหน้าสงสัยเมื่อเห็นดนัยกำลังใส่ถุงมือ           “ผมจะเย็บแผลน่ะสิขอยาชาด้วยครับแล้วก็ขอยาฆ่าเชื้อ” ดนัยรีบขอยาชากับยาฆ่าเชื้อจากพยาบาล           “อ๊ะได้ค่ะ” พยาบาลได้ยินแบบนั้นก็รีบไปจัดการให้ทันทีเพราะหน้าที่ของพยาบาลนั้นก็คือทำตามคำสั่งหมอและเธอก็เข้าใจผิดคิดว่าดนัยเป็นหมอใหม่ที่พึ่งจะเข้ามาทำงานวันนี้           จากนั้นพยาบาลก็นำยาชาและยาฆ่าเชื้อมาให้ดนัยซึ่งดนัยจัดการฉีดยาชาบริเวณรอบบาดแผลตรงหน้าอกที่เขาให้เด็กมอปลายนั่นเจาะส่วนยาฆ่าเชื้อก็ฉีดป้องกันผู้ป่วยติดเชื้อ           ดนัยนั่งรอให้ยาชาออกฤทธิ์ก่อนจะเริ่มลงมือเย็บแผล           “ขอไหมเย็บแผลด้วยครับ” ดนัยขอไหมเย็บแผลจากพยาบาล           “นี่ค่ะคุณหมอ” พยาบาลหยิบไหมเย็บแผลมาให้ดนัย           ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! หลังจากได้ไหมเย็บแผลดนัยก็เริ่มลงมือเย็บอย่างรวดเร็วจนพยาบาลถึงกับตกตะลึง           “ระ...เร็วมาก” พยาบาลอุทานอย่างตกใจกับฝีมือการเย็บแผลของดนัยที่ไม่เหมือนหมอมือใหม่เลย           “เอาล่ะครับเสร็จแล้ว” ดนัยยิ้มออกมาเมื่อเย็บแผลเสร็จซึ่งเขาใช้เวลาไปไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ           “สุดยอดไปเลยค่ะหมอเย็บแผลได้เร็วมากเล...อ๊ะหัวหน้าแผนกผ่าตัดผู้ป่วยถูกแทงเสร็จแล้วเหรอคะ” พยาบาลกำลังชื่นชมฝีมือดนัยอยู่ตอนนั้นเองเธอก็เห็นหมอประจำแผนกหัวหน้าฉุกเฉินเดินเข้ามาเธอจึงเดินเข้าไปหาเขา           “ก็เสร็จแล้วล่ะว่าแต่ไหนล่ะผู้ป่วยที่มีอากาศค้างในช่องอกที่พึ่งถูกส่งมาเห็นว่าปฐมพยาบาลด้วยการเจาะระบายอากาศแล้วนี่ถึงจะทำให้รอดตายจากการหายใจไม่ออกมาได้แต่กรณีนี้ถ้าไม่รีบเย็บแผลและฉีดยาฆ่าเชื้อล่ะถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโอซาก้าถามพยาบาลที่อยู่ภายในห้องฉุกเฉินซึ่งเป็นพยาบาลคนเดียวกันกับที่อยู่กับดนัย           “อ๋ออยู่ทางนั้นค่ะหัวหน้าแผนกแต่คงไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะหมอคนใหม่ของแผนกเราจัดการเรียบร้อยแล้ว” พยาบาลพูดก่อนจะชี้ไปที่ดนัยที่กำลังถอดถุงมือทิ้งอยู่           “หือหมอคนใหม่ของแผนกเรา ??” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินทำหน้างงเพราะเขานั้นเป็นหัวหน้าแผนกเขายังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีหมอคนใหม่เข้ามาทำงานในแผนกเขาเลยถึงแม้จะยื่นเรื่องขอบุคลากรเพิ่มไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครมาสมัครในแผนกฉุกเฉินเลยสักคน           “อ่าวไม่ใช่เหรอคะ” พยาบาลหน้าซีดเพราะจากที่หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูดและทำหน้างงนั้นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่รู้เรื่องหมอคนใหม่ของแผนกเลยสักนิดนั่นหมายความว่าเธอเป็นคนให้คนที่ไม่ใช่หมอมารักษาผู้ป่วยและถ้าผู้ป่วยเป็นอะไรขึ้นมาจนมีเรื่องราวถึงขั้นฟ้องร้องเธอก็จะโดนไปด้วยนั่นเอง           “ก็ไม่ใช่น่ะสิแผนกเรายังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีหมอใหม่เข้ามาเลยนะฉันเองก็ทวงถามไปรอบแล้วเพราะทุกวันนี้ฉันที่เป็นหัวหน้าแผนกยังต้องควบกะเลยถ้าเร็วๆนี้ยังไม่หมอใหม่เข้ามาประจำแผนกเราล่ะก็แผนกเรามีหวังไม่ไหวกันแน่” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูด           “อะไรกันก็เมื่อครู่เขายังยื่นบัตรหมอประจำโรงพยาบาลของเราให้ฉันดูอยู่เลยนะคะ” พยาบาลบอก           “ล้อเล่นน่ามีบัตรหมอประจำโรงพยาบาลเราด้วยเหรอ !!” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินเบิกตากว้างก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาดนัยที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของแผลอยู่           “โทษนะนี่พ่อหนุ่มเป็นคนเย็บใช่มั้ย” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินเดินเข้าไปถามดนัยพร้อมทั้งดูแผลบนหน้าอกของผู้ป่วยที่ถูกเย็บอย่างเรียบร้อยและสวยงาม           เขาเป็นหมอจริงด้วย หัวหน้าแผนกฉุกเฉินคิดในใจเพราะถ้าเขาไม่ได้เป็นหมอแล้วล่ะก็คงเย็บแผลได้สวยขนาดนี้ไม่ได้           “อ๊ะใช่ครับ” ดนัยได้ยินเสียงคนเรียกจึงหันไปและก็เห็นชายวัยกลางคนในชุดกาวน์ของโรงพยาบาล           “งั้นเหรอฉันโอโนเดระ อาโอกิหัวหน้าแผนกฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลทาเคนากะฉันต้องขอบใจมากนะที่ช่วยเย็บแผลให้น่ะแต่ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มเป็นหมอแผนกไหนเหรอทำไมฉันไม่เคยเห็นพ่อหนุ่มในแผนกฉันเลยล่ะ” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินถามดนัย           “หัวหน้าแผนกฉุกเฉินเหรอครับผมนายหมอดนัยครับจากแผนกศัลยแพทย์ขอโทษด้วยนะครับที่ถือวิสาสะใช้ห้องฉุกเฉินของคุณรักษาผู้ป่วยแต่ว่าในตอนนั้นผมจำเป็นต้องเย็บแผลและฆ่าเชื้อให้เร็วที่สุดจะให้มารอคุณที่ติดผ่าตัดอยู่ก็...” ดนัยพูดขอโทษหัวหน้าแผนกฉุกเฉินไปเพราะเขานั้นเสียมารยาทมาใช้ห้องฉุกเฉินโดยไม่ได้ขออนุญาต           “ไม่เป็นไรฉันไม่เรื่องมากหรอกต้องขอบคุณด้วยซ้ำแต่หมอดานาอิ...จากแผนกศัลยแพทย์เหรอชื่อไม่คุ้นเลยนะแถมสำเนียงนั่นไม่ใช่คนในแถบคันไซนี่” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูด           “ผมชื่อดนัยครับเป็นชื่อคนไทยน่ะออกเสียงยากหน่อยแล้วก็ผมไม่ใช่คนภูมิภาคคันไซหรอกครับแล้วก็จะไม่คุ้นชื่อผมก็ไม่แปลกเพราะผมไม่ได้อยู่โรงพยาบาลนี้นี่นา” ดนัยบอก           “เอ๋...แต่ก่อนหน้านี้พยาบาลของฉันบอกว่าเธอโชว์บัตรโรงพยาบาลทาเคนากะให้ดูนี่นา” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูดอ้างไปถึงพยาบาลของเขา           “อืม...ผมทำงานอยู่โรงพยาบาลทาเคนากะครับแต่ไม่ใช่สาขานี้” ดนัยพูด           “หือยังไงกันแน่ไม่ใช่สาขานี้เหรอแล้วมาจากสาขาไหนกัน...ไม่สิเธอมาทำอะไรที่นี่” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินแสดงสีหน้าตกใจ           “ผมมาจากสาขาโตเกียวน่ะครับส่วนที่ผมมาที่นี่ก็เพราะตามผู้ป่วยมาด้วยน่ะครับจริงสิครับหัวหน้าแผนกอาโอกิ อีกเดี๋ยวอาจจะมีตำรวจมาคุยกับคุณก็ได้นะครับ” ดนัยพูดซึ่งเขานั้นลืมเป้าหมายตัวเองไปแล้วว่ามาโอซาก้าทำไม           “ตำรวจเหรอ !!” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินขมวดคิ้ว           “ใช่ครับเพราะเดี๋ยวคงต้องมาสอบปากคำเพราะดูเหมือนผู้ป่วยของเราจะถูกทำร้ายมาเงินในกระเป๋าก็หายเกลี้ยงคงโดนทำร้ายแล้วขู่กรรโชกทรัพย์ไปนั่นแหละครับ” ดนัยบอก           “แบบนี้นี่เองเข้าใจแล้ว” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพยักหน้าเข้าใจทันใดนั้นเองก็มีเสียงประกาศผ่านลำโพงกระจายเสียง           คุณหมอมิยานากะ...คุณหมอมิยานากะ...ช่วยนำเสาน้ำเกลือไปที่ห้องฉุกเฉินด้วยค่ะ !! เสียงประกาศผ่านลำโพงกระจายเสียงของโรงพยาบาลแน่นอนดนัยตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นเสียงประกาศธรรมดาแต่ทว่าเมื่อมองหน้าของหัวหน้าแผนกฉุกเฉินและพยาบาลที่อยู่ในห้องเขาก็เห็นถึงความผิดปกติเพราะใบหน้าทุกคนดูเครียดกันไปหมด           “เกิดอะไรขึ้นครับอย่าบอกนะว่า...”           “โรงพยาบาลเราไม่มีหมอชื่อมิยานะกา !!” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินบอก           “สตัดคอล !!” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนถึงดูตกใจและเครียดไปหมด           (ไรท์ : สตัดคอลคือรหัสลับที่ใช้สำหรับเรียกหมอทุกคนที่ว่างอยู่ให้ไปรวมตัวกันในกรณีนี้จะใช้ต่อเมื่อมีอุบัติเหตุฉุกเฉินและมีผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกส่งมา)           “บ้าจริงดันมาเกิดในเวลาแบบนี้ซะได้หวังว่าจะมีหมอว่างมากพอมาช่วยแผนกฉุกเฉินเรานะ” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูดเสียงเครียด           “ที่นี่ประสบปัญหาบุคลากรไม่เพียงพองั้นเหรอครับ” ดนัยถาม           “ใช่ครับตอนนี้บุคลากรของเราขาดแคลนเป็นอย่างมากยังไงผมขอตัวไปเตรียมตัวก่อน” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูดพร้อมทั้งกำลังจะเดินออกไปเพื่อไปเตรียมตัว           เพราะแบบนี้สินะตอนที่พาผู้ป่วยเข้ามาถึงไม่มีหมออยู่เลยเป็นเพราะบุคลากรไม่เพียงพอนี่เอง ดนัยคิดในใจทันใดนั้นเองดนัยก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง           “หมออาโอกิครับให้ผมช่วยด้วยเถอะครับ” ดนัยลุกขึ้นยืน           “หือ...จะช่วยแผนกฉุกเฉินเหรอครับแต่ว่าคุณเป็นหมอจากสาขาอื่น” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินทำหน้าแปลกใจ           “ถึงจะสาขาอื่นแต่ผมก็เป็นหมอครับและที่ผมมาเป็นหมอนี่ก็เพื่อช่วยผู้ป่วยและตอนนี้ก็กำลังจะมีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ามาจะให้ผมอยู่เฉยได้ไงกันล่ะครับ” ดนัยพูดก่อนจะจ้องมองหัวหน้าแผนกฉุกเฉินด้วยสายตาที่แน่วแน่           “นี่คุณ....” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอคำพูดที่แสนหนักแน่นของดนัย           และเมื่อเขาเห็นว่าดนัยตั้งใจจะช่วยจริงๆจึงหันไปหาพยาบาล           “คุณโคโนเอะเข้าไปในห้องผมแล้วหยิบเสื้อกานว์ในตู้มาให้หมอดนัยที !!” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินสั่งพยาบาล           “ค่ะหัวหน้าแผนก” พยาบาลพยักหน้าเธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องของหัวหน้าแผนกเพื่อหยิบเสื้อกาวน์มาให้ดนัย           “หมอดนัยครับผมฝากด้วยนะครับ” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินหันกลับมาคุยกับดนัย           “ไว้ใจผมได้เลยครับหัวหน้าแผนกโอโนเดระ” ดนัยยิ้มออกมา           “เรียกผมหมออาโอกิเถอะครับ” หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูด อีกด้านหนึ่ง           “เอ่อ...คือคุณลูกค้าจะสั่งอีกแก้วเหรอคะ” พนักงานถามอย่างไม่แน่ใจก่อนจะมองแก้วกาแฟบนโต๊ะทั้งสามแก้วที่ลูกค้าท่านนี้ดื่มไปก่อนหน้า           “ใช่แล้วเอามาอีกแก้วพอดีฉันรอคนอยู่น่ะ” หมออิจิโนเสะพูดเพราะเขานั้นไม่กล้าที่จะนั่งรอในร้านเฉยๆโดยไม่สั่งอะไรดื่มต่อเพราะมันดูน่าเกลียด           “ได้ค่ะเป็นกาแฟร้อนไม่ใส่น้ำตาลเหมือนเดิมนะคะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปชงกาแฟให้หมออิจิโนเสะ           “เฮ้อ...นี่หมอดนัยท้องเสียหรือไงกันนะจะชั่วโมงอยู่แล้ว” หมออิจิโนเสะเริ่มเป็นกังวลเพราะนี่ก็เกือบชั่วโมงแล้วที่ดนัยไปเข้าห้องน้ำ จบ...