"นั่นมันท่าน 'จ้าวมู่' บุตรชายเจ้ากรมเมือง และปู่ของจ้าวมู่คือเจ้ากรมเวทย์และยันต์คนปัจจุบัน เพียงแต่เรื่องนี้ไม่น่าใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับพวกเรา นั่นเพราะ..."
เหล่าชายหนุ่มนักศึกษายุทธ์ทั้งหลายต่างมีสีหน้าเศร้าในใจคล้ายอยู่ๆ มีคนเอามีดมากรีด หากมีทำเนียบชายชั่วเรื่องการทำให้หญิงสาวขมขื่นช้ำใจ จ้าวมู่แม้ไม่ติดในอันดับแรก แต่ในสิบอันดับต้นต้องปรากฏชื่อของมันไม่อันดับใดก็อันดับหนึ่ง
ถังสือมานมองชายคนนี้อย่างเจ็บแค้น นางก็มีอดีตฝังใจกับชายคนนี้เหมือนกัน ครั้งหนึ่งนางเกือบถูกหลานชายของจ้าวมู่และเพื่อนขืนใจ
แต่ชายคนนี้กลับใช้เส้นสายและฐานะของตัวเองกลับขาวเป็นดำได้อย่างง่ายดาย เปลี่ยนนางเป็นหญิงแพศยา เปลี่ยน 'จ้าวกั๋วลี่' เป็นผู้ถูกกระทำ
ทำนางที่ได้ยินเรื่องราวหลั่งน้ำตาไม่คิดว่าในโลกจะมีชายชั่วแบบนี้
หากวันนั้นไม่ใช่เพราะแม่บุญธรรมมีฐานะเป็นศิษย์ในแห่ง 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' ไม่รู้บทสรุปสุดท้ายของนางจะเป็นเช่นไร นอกจากถูกขืนใจซ้ำ เกรงคงต้องเป็นถูกพวกมันเล่นงานจนตระกูลล่มสลายอีกรอบเป็นแน่
"อาจารย์..." ถังสือมานน้ำเสียงอ่อนนางเป็นห่วงอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งของนางมาก เธอจิตใจดีและดูบริสุทธิ์สดใส คล้ายไม่ควรเปื้อนราคีใดๆ ของโลกใบนี้
"อะไรจ๊ะ" หม่าอิ๋งอิ๋งพบว่าถังสือมานเอามือมาเกาะแขนนาง หม่าอิ๋งอิ๋งยิ้มทำดวงตาโตคล้ายไม่เข้าใจสิ่งที่ถังสือมานทำ นางจึงเพียงตบที่หลังมือของถังสือมานเบาๆ
แต่ขณะที่ถังสือมานจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อให้อาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งของนางระวังตัวมากยิ่งขึ้น
จ้าวมู่ก็คล้ายจะจำถังสือมานได้
ในอดีตเธอคือเด็กสาว
แต่ตอนนี้...
เธอคือหญิงสาวที่บุรุษใดเมื่อได้พบเห็นก็ไม่อาจจะห้ามความเสน่ห์หาได้ เพียงมองเห็นเรือนร่างของถังสือมานความกำหนัดในใจของจ้าวมู่ก็ปรากฏ พบว่าเด็กหญิงในอดีตยิ่งนางเติบโตนางก็ยิ่งงดงาม
"ไม่คิดว่าจะได้เจอหลานสาวถังสือมานที่นี่ หวังว่าเจ้าจะเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต" ขณะพูดจ้าวมู่ส่งสายตาให้ถังสือมาน คล้ายกำลังต้องการพูดอะไรเพื่อเตือนใจเธอ ให้เธอนึกถึงเรื่องราวในอดีต ซึ่งถังสือมานและครอบครัวสามารถแก้สถานการณ์วิกฤติครั้งนั้นได้อย่างชิวเฉียด
และหาตอนนี้ถังสือมานทำอะไรอีก วาจาในความนัยของจ้าวมู่คือเขาก็ไม่คิดเกรงใจเธอเช่นกัน
ต่อให้เธอมีแม่บุญธรรมเป็นศิษย์ใน 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' แล้วไง
ไม่ใช่มันก็แค่ตำแหน่งศิษย์ในหลอกเหรอ
ตระกูลจ้าวเป็นถึงอาวุโสใน 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' คราวก่อนเพราะต้องการรักษาชื่อเสียงตระกูลจ้าว นอกจากนั้นไอ้หลานชายตัวแสบยังไร้ประสบการณ์ทำชั่ว ทำอะไรโฉ่งฉ่างเกินไป คนตระกูลจ้าวจึงยอมถอยให้เรื่องจบลงไปง่ายๆ
แต่จ้าวมู่ไม่เหมือนหลานชาย เขาคือเสือแก่ที่มากประสบการณ์แล้ว ปัจจุบันอายุเกือบ 50 ปี แต่ด้วยความที่เป็นผู้บ่มเพาะใบหน้าและร่างกายเขาจึงไม่ต่างจากหนุ่มๆ อายุ 20 ถึง 24 ปีมากนัก ดังนั้น หากเขาคิดจะทำความชั่วอะไร เขาย่อมซ่อนคมเขี้ยวได้อย่างดีเพราะประสบการณ์ได้เขี้ยวกรำเขาแล้ว
แม้ยามจ้าวมู่แสดงกรงเล็บออกมา ศัตรูก็อาจจะตายไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
แต่ถังซือมานก็ไม่ใช่คนประเภทยอมคน นางดูกร้านโลก แต่นางก็ไม่ได้ใจไร้คุณธรรม
"อาจารย์ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร อาจารย์ต้องระวังเขาให้มากนะคะ" ได้ยินคำพูดแบบนี้ของถังสือมาน ดวงตาหม่าอิ๋งอิ๋งคล้ายปรากฏประกายอะไรบางอย่าง
ส่วนจ้าวมู่เขาแค่ยิ้ม เพียงแต่ในดวงตาของจ้าวมู่นั้นตอนนี้ปรากฏประกายความคิดบางอย่าง
แต่ในไม่ช้าเขาก็หัวเราะออกมา ที่นี่มีคนมากเกินไปเขา และเขาไม่โง่ที่จะแสดงออกตัวตนด้านชั่วร้ายของตัวเอง
"ฮะฮาฮา เด็กสาวในอดีตเติบโตแล้ว แถมยังเติบโตอย่างดีซะด้วย ช่างเถอะ ช่างเถอะ เจ้ายังไร้เดียงสาจึงไม่เข้าใจโลก แต่อาจารย์หม่าน่าจะรู้ว่าข้าจ้าวมู่เป็นคนแบบไหน ข่าวเสียหายส่วนใหญ่ที่หลานถังสือมานได้ยินล้วนจอมปลอม" พูดจบจ้าวมู่ยกแขน เขากระตุ้นแหวนมิติ ขวดโอสถหยกขาวปรากฏในมือ "อาจารย์หม่านี่คือโอสถเหมันต์ทลายลักษณ์ ว่ากันว่าผู้บ่มเพาะเวทย์เมื่อจะสร้างทารกวิญญาณในกายต้องสะสมปราณวิญญาณฟ้าดิน แต่โดยทั่วไปปราณฟ้าดินสามส่วนเป็นพิษ มันมีมลทินก่อให้เกิดจิตร้ายเป็นภัยแอบแฝง สร้างอาการทางจิตเภทให้กับผู้บ่มเพาะเวทย์ได้ โอสถเหมันต์ทลายลลักษณ์นี้ นอกจากบำรุงทารกวิญญาณในกายได้ยังช่วยในการคงสติสัมปชัญญะ ลดการก่อเกิดของอาการทางจิตเภทหรือภัยแฝงจากลักษณะแปลกปลอมทางจิต มันมีราคา 15 ล้านเหรียญหมิง ขออาจารย์หม่ารับไว้"
"ขอบคุณคุณชายจ้าวมู่" ดวงตาหม่าอิ๋งอิ๋งเป็นประกายยิ่ง
แต่นางก็ช่างแสนดีรู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด แม้กับศิษย์รัก ทักษะการเข้าสังคมของนางหม่าอิ๋งอิ๋งยังนับว่าชั้นสูง "สือมานอาจารย์ขอบคุณน้ำใจเจ้า อาจารย์จะระวังตัวนะเจ้าอย่าได้เป็นห่วง"
หม่าอิ๋งอิ๋งก้าวเดินไปหาจ้าวมู่ ก่อนใช้มือสอดไปในแขนของจ้าวมู่ นางยิ้มหันมองศิษย์หญิงแสนน่ารักทั้งสองก่อนจะเดินจากไป
ส่วนจ้าวมู่ก่อนเดินจากไป เขาแอบจ้องมองมาทางถังสือมานและเฉินรุ่ยฟาง เขามีความคิดอะไรบางอย่างของตัวเอง จ้าวมู่แสยะยิ้ม ก่อนจะหันหน้ากลับไปและไม่มองทั้งสองอีก
ในใจจ้าวมู่คิดอะไรอยู่...
"สือมานอาจารย์ของพวกเราจะเป็นอะไรไหม" เฉินรุ่ยฟางเป็นห่วงอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งมาก หม่าอิ๋งอิ๋งเธอคืออาจารย์ในสำนึกศึกษาที่จิตใจดีมากที่สุด โดยเฉพาะในใจของเฉินรุ่ยฟางและถังสือมาน เพราะทั้งสองอยู่ที่สำนักศึกษาแห่งนี้ คนหนึ่งยากไร้แถมประวัติมีมารดาเป็นนางโลมผู้คนจึงดูแคลนนาง
ส่วนอีกถังสือมานก็เคยมีข่าวฉาวโฉ่และภายนอกดูเป็นหญิงสาวไร้ยางอายเพราะเสน่ห์ของเธอกดข่มหญิงสาวทุกคน ดังนั้นทั้งเฉินรุ่ยฟางและถังสือมานทั้งสองแทบจะไม่มีเพื่อนชายหญิง ณ สำนักศึกษาแห่งนี้
เพราะพอคบหากับเพื่อนชาย พวกเขาก็คิดกับพวกเธอในเรื่องไม่ดีที่เสียหาย
แต่พอจะคบกับเพื่อนสาวก็พบว่าพวกเธอรังเกียจเดียดฉันท์ทั้งเฉินรุ่ยฟางและถังสือมาน กล่าวหาว่าพวกเธอสองคนใช้หน้าตาและรูปร่างยั่วยวนผู้ชาย ทำให้ชีวิตในสำนักศึกษาของทั้งเฉินรุ่ยฟางและถังสือมานมีเพื่อนและคนที่ยอมรับในสำนักศึกษาแห่งนี้น้อยเต็มที
ศิษย์ศึกษาเป็นแบบนี้ คณาจารย์สั่งสอนก็มีสภาพแทบไม่ต่างกัน
แต่ไม่ใช่กับอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งที่ยอมรับพวกเธอทั้งสองโดยไม่ดูพวกเธอที่เปลือกนอกและภูมิหลัง อาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งสั่งสอนพวกเธอทั้งสองคนด้วยความรัก เธอเป็นทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ที่สำคัญ ณ สำนักศึกษาแห่งนี้
คนแบบอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งไม่สมควรถูกรังแกด้วยคนไม่ดี
"พวกเราแอบตามอาจารย์ไปเถอะ"
"อืม" เฉินรุ่ยฟางได้ยินถังสือมานพูดเธอรีบพยักหน้า
ทั้งสองติดตามหม่าอิ๋งอิ๋งและจ้าวมู่จนไปถึงโรงแรมหรูซึ่งมีทั้งในส่วนของภัตตาคารอาหารและส่วนสถานบันเทิงขนาดใหญ่
"แพงมาก" เฉินรุ่ยฟางตกใจกับค่าเครื่องดื่มที่ราคาสูงปรี๊ด จนราคาเครื่องดื่มหนึ่งแก้วที่ถูกที่สุดปาไป 18,750 เหรียญหมิง
แต่ถังซือมานค่อนข้างชินกับราคาอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมหรูชั้นสูง ปกติเธอเห็นพวกมัน ณ สถานที่ที่เธอทำงานพิเศษร้องเพลง ราคามันก็เช่นนี้ แต่แน่นอนว่าถังสือมานไม่เคยซื้อมันดื่มเองแม้สักครั้ง แต่มีคนเลี้ยงเครื่องดื่มเธอ
แต่พอเป็นตอนนี้... ต่อหน้าบริกรหนุ่ม
แม้ทั้งสองไม่อยากจะสั่งอะไรเลย แต่ก็จำเป็นต้องซื้อเครื่องดื่มบ้าง เพื่อที่พวกเธอจะนั่งอยู่ที่นี่ต่อได้
ถังสือมานนั่งไขว้ขา เธอมีเสน่ห์ของราชินี เธอกรีดกรายนิ้วและเลือกเครื่องดื่มอย่างมีชั้นเชิง พร้อมแอบเหยียบเท้าเพื่อนสาวไม่ให้กระโตกกระตากเสียงดังทำสีหน้าปั้นยากเพราะเห็นแค่เครื่องดื่มกับรายการอาหารราคาแพง เธอรู้ว่าเพื่อสาวของเธอเฉินรุ่ยฟางตกใจกับราคาเครื่องดื่มที่นี่มาก ดังนั้นเธอต้องเป็นคนจัดการเรื่องซื้อเครื่องดื่มแทนเพื่อนสาวของเธอโดยด่วน
"ขอเป็นท้องทะเลแห่งราตรีหนึ่งแก้ว และแสงลมหวนอีกหนึ่งแก้ว ส่วนอาหารเราจะรอเพื่อนชายของพวกเรามาก่อนแล้วค่อยสั่งอีกทีค่ะ" ด้วยรอยยิ้มของนางพญา
บริกรหนุ่มมองเฉินรุ่ยฟางและถังสือมานเขาก็ยิ้ม ทั้งสองดูมีสง่าราศี บริกรย่อมคิดว่าทุกอย่างที่หญิงสาวพูดเป็นความจริง
มุมไกลๆ ทั้งสองเห็นอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มกับจ้าวหม่าด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่ว่าชั่วขณะหนึ่ง จ้าวมู่คล้ายพลาดเขาทำเครื่องดื่มหกเลอะใส่ชุดของอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋ง แต่ในมุมมองของเฉินรุ่ยฟางและถังสือมาน พวกเธอแอบเห็นจ้าวโม่เทผงยาสีขาวลงในเครื่องดื่มของอาจารย์หม่าอิ๋งอิ๋งอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองรับรู้ได้เลยว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับอาจารย์ของพวกเธอแล้ว
"พวกเราต้องไปหยุดจ้าวมู่..." เฉินรุ่ยฟางพูดน้ำเสียงร้อนใจ และถังสือมานก็รีบลุกขึ้น
เพียงแต่ว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้ทำอะไร
มีกลุ่มชายชุดดำสวมสูทยืนล้อมเธอทั้งสองคน
"ที่นี่คือโรงแรมในเครือตระกูลจ้าว คุณจ้าวมู่บอกกับพวกเราว่าพวกคุณเห็นเรื่องสนุกมากพอแล้ว ดังนั้นได้เวลากลับบ้านไปได้แล้วสาวสาว โดยก่อนที่พวกเราจะส่งคุณหนูทั้งสองกลับไป คุณชายจ้าวมู่มีบางอย่างอยากจะย้ำเตือนกับคุณหนูถังสือมานอยู่บ้าง"
"โดยนี่คือคำพูดของคุณชายจ้าวมู่... ถังยูลี่อีกไม่นานเธอต้องเข้าไปยังดินแดนรกร้างในประตูนรกเขต 49 ที่นั่นโดยทั่วไปตระกูลจ้าวเป็นผู้ดูแลการขนส่งสายแร่และสมุนไพรจากประตูนรกแห่งนั้น แน่นอนพวกเราเป็นคนดูแลเขตปลอดภัยในประตูนรกแห่งนั้นด้วย มันคงจะไม่ดี แต่ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไร หากจะมีใครสักคนเข้าไปที่นั่นและหายตัวไป เด็กน้อยอย่าทำอะไรโง่ๆ"
ถังสือมานร่างสั่น จ้าวมู่กำลังใช้น้องสาวของเธอมาขู่ตัวเธอ