ในคาบกายวิภาควันนั้น...ศพตรงหน้ากลับเป็แฟนเก่าของผม...
ผมยังจำได้ดี วันนั้นเป็ชั่วโมงเรียนกายวิภาคครั้งสุดท้ายในปีสามกลิ่นฟอร์มาลินฉุนจัดฟุ้งกระจายไปทั่วห้องเรียน
อาจารย์ให้ผมเป็คนผ่าศพหลักในฐานะนักศึกษาแพทย์ ผมตอบตกลงโดยไม่ลังเล
แต่เมื่อผมเปิดผ้าขาวที่คลุมศพออกและเห็นชัดเจนว่าร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าคือใคร ผมถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่แฟนเก่าของผม...เธอนอนอยู่บนเตียงชันสูตรอย่างสงบ...
เธอชื่อไป๋เสี่ยวอวี่เราสองคนพบกันครั้งแรกที่ป้ายรถบัส วันนั้นฝนตกเธอเห็นว่าผมไม่ได้พกร่มจึงยื่นร่มมาบังให้ เธอทั้งสวยและมีจิตใจดี ผมเลยขอ WeChat[1] ของเธอ หลังจากนั้นเราก็คุยกันจนสนิทและนัดเจอกันหลายครั้ง จนในที่สุดก็กลายเป็แฟนกัน
่ที่คบกันใหม่ๆ สุขภาพของเธอไม่ค่อยดีใบหน้าดูซีดเซียว ริมฝีปากขาวเผือด แต่เธอเป็คนที่นิสัยดีมาก อ่อนโยนและใจเย็น
พวกเราไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งแต่ก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่เกินเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่อยาก แต่เธอเป็คนปฏิเสธทุกครั้งเธอมักจะบอกว่าเธอยังไม่พร้อม และขอให้ผมรอ
เห็นท่าทางระมัดระวังของเธอแล้วผมก็ไม่อยากเร่งรัดอะไรอีก แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสงสัยคือทุกครั้งที่เราเจอกันจะต้องเป็เวลากลางคืน และหลังสี่ทุ่มเสมอ
เื่นี้ทำให้ผมถามเธออยู่ครั้งหนึ่ง
เธอบอกกับผมว่ากลางวันต้องไปทำงานในสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งเธองานยุ่งมาก และในเวลางานห้ามใช้โทรศัพท์โดยเด็ดขาด อีกทั้งแทบไม่มีวันหยุดจึงมีเวลาออกมาเจอผมในตอนกลางคืนเท่านั้น
ต้องยอมรับว่าแฟนเก่าของผมนั้นเก่งมากจริงๆอายุเพียงยี่สิบต้นๆ เธอก็ได้เข้าทำงานในสถาบันวิจัยแล้วในขณะที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลย
ผมเคยคิดว่าต้องรักษาความสัมพันธ์กับเธอไว้ให้ดีผู้หญิงที่ทั้งนิสัยดีและเก่งขนาดนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ
แต่แฟนเก่าของผมก็มีนิสัยเฉพาะตัวที่ค่อนข้างแปลกอยู่เหมือนกันเธอไม่ชอบการถ่ายรูปอย่างมาก ทุกครั้งที่ผมอยากถ่ายรูปกับเธอ เธอจะปฏิเสธทันทีแถมยังแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวอย่างผิดปกติ อีกอย่าง เธอกลัวการเข้าสังคมมากตอนเราออกเดตกัน เราไม่เคยไปเดินห้างหรือดูหนังเหมือนคู่อื่นๆแต่เธอจะพาผมไปเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือเดินเล่นตามถนนแทน
เธอยังไม่ชอบสัตว์เลี้ยงอย่างหมาหรือแมวเลยสักนิดและที่แปลกคือเธอเป็คนที่มักจะถูกหมาไล่กัดบ่อยๆ หลายครั้งที่เราออกเดตกันสุนัขจรจัดหรือสุนัขเลี้ยงที่เดินผ่านมักจะเห่าใส่เธออย่างบ้าคลั่งมันเป็การเห่าแบบเกรี้ยวกราดราวกับเป็ศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้
มีครั้งหนึ่งผมพยายามไล่หมาจรจัดที่เห่าไม่หยุดแต่กลับถูกหมาตัวหนึ่งกัดเข้าที่มือจนได้รับาเ็
ไป๋เสี่ยวอวี่เห็นเข้าก็รู้สึกเสียใจและเป็ห่วงผมมาก
พอเห็นท่าทางที่เธอเป็กังวลผมกอดเธอไว้แน่นเพื่อปลอบใจ แต่ตอนนั้นผมสังเกตว่า ร่างกายของเธอเย็นมากแถมยังมีกลิ่นแปลกๆ จางๆ กลิ่นนั้นคล้ายกับกลิ่นในห้องเก็บศพของมหาวิทยาลัย
ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แค่พูดปลอบเธอว่า “ไม่เป็ไรอย่ากังวลไปเลย”
เธอไม่ฟังผมเลยยืนยันว่าจะพาผมไปโรงพยาบาลให้ได้
แต่พอไปถึงโรงพยาบาลก็พบว่าหมอเลิกงานไปแล้ว หาก้ารักษา ต้องไปที่ศูนย์ควบคุมโรคแทน
ผมดูเวลาเห็นว่ามันล่วงเลยมาถึงตีหนึ่งกว่าแล้ว เธอเองยังต้องไปทำงานในวันรุ่งขึ้นผมจึงบอกให้เธอกลับไปก่อน
ผมบอกว่า พรุ่งนี้จะไปโรงพยาบาลเอง ขอแค่ฉีดวัคซีนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ไม่มีปัญหาอะไร
เสี่ยวอวี่ได้ฟังก็ยอมกลับไปหลังจากให้ผมสัญญาซ้ำไปซ้ำมาว่าจะไปแน่นอน
แต่แล้วในเช้าวันต่อมาขณะที่ผมออกไปฉีดวัคซีนกลับเห็นว่าข้างถนนมีรถเข็นที่บรรทุกซากสุนัขจรจัดเต็มคัน
ป้าพนักงานเก็บกวาดที่อยู่แถวนั้นเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนมีคนวางยาเบื่อสุนัขทั้งถนนเสวียฝู่และย่านใกล้เคียงที่ผมเห็นเป็เพียงส่วนเล็กๆ ของทั้งหมดเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์นั้นผมกับเสี่ยวอวี่ไม่เคยเจอสุนัขจรจัดอีกเลยแม้แต่หมาจรจัดแถวมหาวิทยาลัยก็ถูกวางยาไปจนหมด
หลังจากนั้นเสี่ยวอวี่ก็เริ่มขอเงินจากผมแต่เธอไม่ได้ขอเยอะอะไร แต่ละครั้งก็แค่หนึ่งหรือสองเหรียญซึ่งยังไม่พอซื้อชานมสักแก้วด้วยซ้ำ
ผมไม่ได้คิดอะไรมาก บอกว่าโอนให้ทาง WeChat ได้ แต่เธอกลับไม่เอา บอกว่า้าแค่เหรียญเท่านั้นแถมยังต้องเป็เหรียญที่ผลิตในปีสองพันสิบแปดอีกด้วย ปีอื่นเธอไม่รับ
ผมเลยถามเธอว่า ทำไมถึงต้องเป็เหรียญปีสองพันสิบแปด ทำไมถึงต้องเข้มงวดขนาดนี้ แต่เธอก็แค่พูดอ้ำอึ้ง ไม่ยอมบอกเหตุผล
ผมถามเซ้าซี้เธออยู่พักใหญ่ สุดท้ายเธอก็ตอบมาสั้นๆแค่สามคำ ‘ซื้อชีวิต’
ผมนึกในใจว่า เหรียญเก่าๆแค่นี้มันจะซื้อชีวิตอะไรได้กัน แม้แต่ปลาทองตัวเล็กๆที่ขายหน้ามหาวิทยาลัยยังต้องใช้เงินตั้งห้าหยวนสิบหยวนเลย
ผมเห็นว่าเธอไม่อยากพูดจริงๆ ก็เลยไม่ถามต่อ
และหลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีคำขอแปลกๆ
ทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำเธอจะต้องนัดเจอผมเสมอ และทุกครั้งที่เจอกันเธอจะย้ำว่าผมห้ามใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้าสีแดง แม้แต่กางเกงในก็ไม่ได้ เวลาเจอกันเธอยังต้องตรวจดูเสื้อผ้าของผม ซึ่งมันน่าอายมาก
นอกจากนี้เสี่ยวอวี่ยังคืนเหรียญที่ผมเคยให้เธอครั้งก่อนกลับมา แล้วเธอยังย้ำว่าผมต้องใช้เหรียญนั้นให้หมดภายในหนึ่งวันเธอบอกว่า เหรียญที่ผ่านการขอพรจะไร้ซึ่งโชคลาภใดๆ ควรรีบใช้ให้หมด
ที่แปลกกว่านั้นคือเธอยังขอให้ผมถ่ายวิดีโอตอนใช้เหรียญส่งให้เธอดูด้วย
ผมเคยได้ยินมานานแล้วว่าคนที่ทำงานวิจัยมักมีนิสัยประหลาดดูเหมือนว่าแฟนเก่าของผมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ความสัมพันธ์ของเรายังคงหวานชื่นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งปี
ใน่เวลานั้น ทุกครั้งที่เจอกันผมจะให้เหรียญปีสองพันสิบแปดกับเธอหนึ่งถึงสองเหรียญและเธอก็จะคืนเหรียญจากครั้งก่อนมาให้ผมใช้จ่ายตามที่เธอบอก
มันเป็อย่างนี้ทุกเดือนตลอดทั้งปี จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในวันนั้น เรานัดเดตกันเหมือนปกติ พอจบเดตผมก็รับเหรียญจากเธอมาเพื่อเอาไปใช้ แต่เพราะวันถัดมาตารางเรียนผมแน่นมากจึงลืมเื่นี้ไปเสียสนิท...
[1]WeChat คือแอปสื่อสารหลักของประเทศจีนคล้าย Line ในประเทศไทย