บทที่ 10 พระเอกก็ยังคงเป็พระเอกวันยังค่ำ
ตอนที่เหลียงเฉินคุยโทรศัพท์เสร็จ แล้วเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็เพิ่งวางสปาเก็ตตี้เนื้อพริกไทยดำสองจานลงบนโต๊ะพอดี
เมื่อเห็นคุณชายเหลียงเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง เซี่ยเสี่ยวเล่ยที่รู้ตัวว่าพลาดทำเื่โง่ๆ ที่อาจทำให้พระเอกไม่พอใจ ก็รีบกล่าวขอโทษอีกครั้งอย่างรู้สึกผิด "ขอโทษค่ะคุณเหลียง คือฉันแค่จะถามว่า … คุณกินพริกหยวกไหม"
บรรยากาศกลับมาเงียบเชียบอีกครั้ง
“โฮสต์จ๋าาาาา~ ช่วยหาข้ออ้างที่มันดูฉลาดกว่านี้หน่อยได้ไหม” โอ้โห นี่ฉันเพิ่งโดน AI ปัญญาอ่อนแขวะว่าไม่มีสมองงั้นเหรอ?
"หุบปาก" ถึงแม้ข้ออ้างนี้จะดูไม่ฉลาด แต่เธอก็ต้องแสดงออกมาว่ามันคือเื่จริง!
“กิน”
เห็นไหมพระเอกตอบเธอแล้ว!
แต่ว่าก็ว่าเถอะ…เขาดูเป็มิตรแบบแปลกๆนะ! นี่มันเกิดจากปรากฏการณ์ผีเสื้อปีกหงิกของเธอ ทำให้บทพระเอกเปลี่ยนไปรึเปล่า?
เซี่ยเสี่ยวเล่ยกำลังมองเหลียงเฉิน แต่เขากลับเดินเข้ามาใกล้ๆ
“ฉันเกลียดผู้หญิงเ้าเล่ห์” เหลียงเฉินยืนอยู่ตรงหน้าเซี่ยเสี่ยวเล่ย มองลงมาจากมุมสูง พร้อมกับเอ่ยประโยคนั้นออกมา
โอเค แบบนี้แสดงว่าบทไม่ได้เปลี่ยน
ออร่ายังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม ถึงแม้เซี่ยเสี่ยวเล่ยจะผ่านโลกมามาก แต่เธอก็อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้
“ค่ะ” แต่บนใบหน้าเธอก็ยังคงทำสีหน้าเรียบเฉย เพียงพยักหน้ารับ
พระเอกก็ยังคงเป็พระเอกวันยังค่ำ เขาขี้ระแวง คิดว่าผู้หญิงทุกคนรอบตัวจ้องจะมานอนกับเขา!
“อย่าเข้าใจผิด” คุณชายเหลียง บทพูดของคุณนี่มันนิยายแนวประธานบริษัทชัดๆ!
“ไม่หรอกค่ะ” เซี่ยเสี่ยวเล่ยพูดโดยที่ในใจก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก ใครจะไปรู้ว่าระบบปัญญาอ่อนกับบริษัทหลุมดำที่เป็เ้าของ AI นี่จะให้ภารกิจอะไรกับเธออีก!
เหลียงเฉินมองเซี่ยเสี่ยวเล่ย ส่วนเซี่ยเสี่ยวเล่ยก็มองกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“คุณเหลียง ฉันกินข้าวได้หรือยังคะ”
บอกตรงๆ นะ ฉันสนใจท้องตัวเองกับสปาเก็ตตี้ของฉันมากกว่าคุณอีกค่ะคุณชาย!
เหลียงเฉินหันไปมองสปาเก็ตตี้สองจานบนโต๊ะ
พิจารณาจากสีสันและหน้าตาแล้ว ... ก็น่ากินดี
เซี่ยเสี่ยวเล่ยเห็นเขามองตาม ก็นึกถึงสายตาและคำเตือนของเขา “ถ้าอย่างนั้น…จานนี้คุณคงไม่…”
ยังไม่ทันที่คำว่า “กิน” จะหลุดจากปาก เซี่ยเสี่ยวเล่ยก็เห็นเหลียงเฉินเอื้อมมือมาหยิบจานที่ดูเหมือนจะมีปริมาณมากกว่าไป
เซี่ยเสี่ยวเล่ย: ???
เหลียงเฉิน: "พอดีฉันไม่ได้เป็ศัตรูกับอาหาร"
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างมาดมั่น ทิ้งให้เซี่ยเสี่ยวเล่ยยืนงงอยู่ที่โต๊ะ
อะไรกัน? พูดจาซะแข็งกร้าว แต่สุดท้ายก็ยังจะกินสปาเก็ตตี้ที่เธอทำ? จะหน้าด้านไปแล้ว!
“โฮสต์จ๋าาาาา ภารกิจล้มเหลวแล้วนะ” ในขณะเดียวกัน ระบบ 666 ก็รายงานความจริงอันแสนเ็ปโดยไม่ดูสถานการณ์
“เขาก็หยิบสปาเก็ตตี้ฉันไปแล้วไง!" ยังจะล้มเหลวอีก? ระบบ 666 นี่นายเออเร่อร์รึเปล่าลูก!
“แต่… เขาไม่ได้กินกับคุณนี่” ระบบ 666 เข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ผิด “ภารกิจกำหนดว่าต้องดินเนอร์ร่วมกัน”
“ดินเนอร์ร่วมกันก็คือต้องกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะแบบนี้ไง” ระบบปัญญาอ่อน กลัวว่าเซี่ยเสี่ยวเล่ยจะไม่เข้าใจ เลยอธิบายความหมายอย่างเป็ทางการ
"น่าหงุดหงิดชะมัด" เซี่ยเสี่ยวเล่ยมองตามแผ่นหลังของเหลียงเฉินที่หายลับไปตรงบันไดชั้นสองในใจรู้สึกโมโหมาก
“แต่อย่าลืมยิ้มเข้าไว้นะ” ระบบ 666 พูด “ทีนี้ก็รับบทลงโทษซะ”
“…” เซี่ยเสี่ยวเล่ย “ตัดประโยคหลังออกไปได้ไหม?”
"ไม่ได้จ้า โฮสต์จ๋าาาาา รับน้าาาา~ "
เซี่ยเสี่ยวเล่ยรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนแปลกๆ จากน้ำเสียงของ ระบบ 666
"งั้น…รอให้ฉันกินสปาเก็ตตี้เสร็จก่อนได้ไหม?" เซี่ยเสี่ยวเล่ยจ้องสปาเก็ตตี้ตรงหน้า พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันชอบกินอาหารอร่อยๆด้วยความรู้สึกมีความสุข”