ตอนที่ 2
กนกนุช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ แล้วมองไปรอบๆ เห็นแต่ต้นไม้เต็มไปหมดเลย แม้จะสงสัยว่าทำไมต้นไม้ถึงได้อุดมสมบูรณ์กว่าที่เห็น แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บบริเวณหัวเป็อย่างมาก เกิดอะไรขึ้นกันนะ พยายามที่จะนึกถึงว่าทำไมถึงได้เจ็บหัว จึงได้นึกออกทันที
"เราลื่นตกเขานี่นา แล้วทุกคนไปไหนกันหมด ทำไมถึงไม่ลงมาดูเธออีก"
คิดด้วยความสงสัย เนื่องจากจำได้ตัวเองลื่นตกเขาและกลิ้งลงมา จนมาชนก้อนหินก้อนใหญ่จนสลบไป แต่ตอนที่ได้สติอยู่เธอจำได้ว่าร้องเสียงดังมากนี่นา ทั้งอาจารย์หรือเพื่อนของเธอต้องได้ยินเสียงของเธอสิ แต่แล้วพวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันนะ เธอจึงไม่รอช้าที่จะส่งเสียงเรียกทันที
"อาจารย์ นา อยู่แถวนี้กันหรือเปล่า ฉันอยู่ตรงนี้ค่ะ"
ร้องเรียกออกไปเสียงดัง เพื่อที่จะให้พวกเขาได้ยินเสียงเธอ แต่กลับไร้เสียงตอบรับ มีแต่ความเงียบและวังเวงของป่าเท่านั้น ทำให้ความกลัวเริ่มค่อยๆ แผ่ออกมาเรื่อยๆ และมองซ้ายและมองขวาด้วยความกลัว ทำไมไม่มีใครตอบเธอเลยสักคนเดียว จะว่าถูกทิ้งเอาไว้ในป่าก้ไม่น่าที่จะเป็ไปได้
"อาจารย์ นา ฉันอยู่ตรงนี้ อย่าเงียบกันอย่างนี้สิ ฉันกลัวมากนะรู้ไหม"
เมื่อยังคงไร้เสียงตอบรับ มีแต่ความเงียบเท่านั้น กนกนุช ที่เปลี่ยนจากการนอนมาเป็นั่งพิงหินก้อนใหญ่ และนั่งมองรอยเขียวช้ำ ทั้งแขนและขา แต่ก่อนที่จะคิดอะไรต่อจากนี้ เธอเพิ่งสังเกตว่าชุดที่ใส่ ไม่ใช่ชุดที่เธอใส่อยู่อย่างแน่นอน เพราะเธอใส่กางเกงยีนขายาว และเสื้อยืด และมีเสื้อแขนยาวใส่คลุมทับอีกทีหนึ่ง
"นี้มันชุดของใครกัน ไม่ใช่ของเราอย่างแน่นอนเลย"
จะเป็ชุดของเธอไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อชุดที่ใส่อยู่ในตอนนี้เป็ชุดที่แปลกมาก มันเหมือนชุดชาวบ้านในซีรีส์จีนเลย มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน แล้วใครเป็คนเปลี่ยนให้เธอ ในเมื่อไม่มีใครอยู่ตรงนี้สักคนเดียว ยิ่งคิดก็ไม่มีทางเป็ไปได้
"แล้วทำไมมือเราถึงได้ผอมและขาวอย่างนี้กัน มันไม่เหมือนตัวเราเลย"
เื่ชุดก็สงสัยมากแล้ว ยังมีเื่ร่างกายของตัวเองที่แปลกไปอีก มันเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ตัวเธอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อเธอออกมาหาสมุนไพร เพื่อทำการศึกษา แล้วลื่นตกเขาไม่ใช่หรือ ตื่นขึ้นมา กลับไม่เจอใครเลยสักคนเดียว และยังมาอยู่ในชุดที่แปลกและร่างกายที่ไม่เหมือนเดิมอีก
"ชีวิต มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันนะ"
พูดกับตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป และที่ไม่รู้ก็คือเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองนี่สิ แต่เอ๊ะ เมื่อสักครู่เราทำไมถึงได้พูดออกมาเป็ภาษาจีนกัน แค่แต่งตัวด้วยชุดจีนไม่พอใช่ไหม ทำไมต้องพูดภาษาจีนด้วย
"โอ๊ย มันเื่บ้าอะไรกัน ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที"
กนกนุช คิดไม่ตกกับเื่ที่เกิดขึ้น แต่ก่อนที่เื่ต่างๆ จะตีกันวุ่นวายมากไปกว่านี้ กลับมีเหมือนเื่ราวต่างๆ มากมาย ไหลเข้ามาในหัวที่าเ็ของเธอ อย่างไม่หยุดลงง่ายๆ โดยเธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ มันเื่อะไรกัน ทำไมถึงได้มีความทรงจำของคนที่ชื่อ รั่วเหลียนฮวา เข้ามาในหัวของเธอกันนะ
"เื่ที่เข้ามาในหัว มันเป็เื่จริง หรือเื่อะไรกันนะ"
หลังจากเื่ที่เข้ามาในหัวจบลง ก็กลับมานั่งคิดอย่างคนโง่งม เพราะไม่รู้ว่ามันเป็เื่อะไรเหมือนกัน หรือว่ามันเป็เื่ทะลุมิติ เหมือนที่เพื่อนของเธอชอบอ่านกันนะ แต่ว่านั้นมันเป็เพียงเื่ที่แต่งขึ้นมาเองไม่ใช่หรือ ไม่มีทางที่จะเป็เื่จริงอย่างแน่นอน เธอคงจะเพ้อเจ้อเหมือนเพื่อนของเธอไปแล้ว คิดเพื่อพยายามปลอบใจตัวเอง ทั้งๆ ที่ตอนนี้เริ่มมีใจเอนเอียงมาทางทะลุมิติแล้วก็ตามที แต่อีกใจหนึ่งยังคิดว่ามันไม่สามารถที่จะเป็ไปได้ เธอแค่ตกเขาและกำลังมึนงงเท่านั้นเอง
"คิดอะไรเพ้อเจ้อจริงๆ เลย ถ้ายัยนา มารู้เื่ที่เธอคิดต้องหัวเราะเยาะเธอแน่นอน ต้องไม่ให้รู้เด็ดขาด เราคงต้องหาทางปีขึ้นไป้าให้ได้สินะ แต่จะปีนขึ้นทางไหนดี"
เธอยังคงคิดอย่างคนที่มีความหวังว่าแค่ลื่นตกเขามาเท่านั้นเอง และเพื่อนกับอาจารย์กำลังตามหาเธออยู่ และความทรงจำแปลกประหลาดนั้น เป็เื่เพ้อเจ้อไปเองเท่านั้น
เมื่อลองลุกขึ้นยืนและสำรวจตัวเอง มีเพียงร่างกายที่ฟกช้ำและเจ็บที่หัวตรงที่กระแทกก้อนหินเท่านั้น จึงค่อยสบายใจหน่อย และมองสำรวจไปรอบๆ แถวๆ นี้เจอสมุนไพรหลายชนิด และมีตะกร้าสะพายหลังตกอยู่ด้วย มันไม่ใช่ของเธอเลยสักนิด หรือว่าเธอจะเป็ผู้หญิงที่ชื่อ รั่วเหลียนฮวา จริงๆ ใช่ไหม
เธอจำได้ว่าในความทรงจำนั้น รั่วเหลียนฮวา เป็พี่สาวคนโต แต่งงานแล้วกับ หยางเฟยอวี่ มีน้องชายฝาแฝดสองคน คือ รั่วิเฟยกับรั่วิซาน ครอบครัวยากจนมาก เนื่องจากบ้านของเธอปู่ให้แยกบ้านออกมา เพราะว่าที่บ้านของเธอคนเยอะ และต้องใช้อาหารในการเลี้ยงดูมาก แต่มีแรงงานหลักในการทำงานหาเงินแค่เพียงคนเดียวคือพ่อรั่วหลิงเฟย ส่วนแม่ไม่ค่อยแข็งแรงจึงช่วยงานไม่ค่อยได้ ทำให้ทุกคนแยกบ้านมาและอดอยากไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครท้อถอยเลยสักนิด ต่างช่วยกันทำงานและหาอาหารเท่าที่จะสามารถทำได้
ปู่อยู่กับครอบครัวของอา ไม่ได้อยู่กับครอบครัวของลูกชายคนโตอย่างพ่อของเธอ เพราะย่านั้นไม่ใช่ย่าของรั่วเหลียนฮวา เพราะย่าจริงๆ นั้นตายไปแล้ว แต่คนที่เป็ย่าเล็กนี้เป็น้องสาวแท้ๆ ของย่า และแต่งงานกับปู่ เพื่อที่จะได้ดูแลพ่อของเธอ แต่กลับไม่ได้เป็อย่างนั้นเลย มีเพียงตอนแรกเท่านั้นที่สนใจ แต่เมื่อมีลูกเป็ของตัวเองแล้ว ความใส่ใจกลับหายไปในทันที และชีวิตของพ่อจึงได้ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ต้องแยกออกมา โดยที่ปู่ของเธอไม่ได้สนใจอะไร และปู่ยังมีลูกสาวที่แต่งงานไปแล้วอีกคนหนึ่งด้วยอีกคน
"อืม ชีวิตไม่ง่ายเลย ถ้าเธอเข้ามาอยู่ในร่างของ รั่วเหลียนฮวาจริงๆ นะแต่เื่อื่นเอาไว้ก่อนดีกว่า ขอเก็บสมุนไพรพวกนี้กลับบ้านไปด้วยดีกว่า มีหลายชนิดเลย เผื่อจะเอาไปขาย หาเงินเข้าบ้านได้บ้าง ดูแล้วครอบครัวของเธอเองก็ลำบากไม่น้อยเลย"
หลังจากนั้น จึงเดินไปเก็บสมุนไพร และมองหาสมุนไพรแก้ไข้และแก้อักเสบเป็หลักไปก่อน เพราะหัวที่ได้รับาเ็ เธอคิดว่าน่าจะทำให้ไข้ขึ้นแน่ๆ เื่ปีนขึ้นไป้าเอาไว้ก่อน ค่อยคิดอีกทีหลังจากที่เก็บสมุนไพรเสร็จแล้วกัน
หลังจากเก็บได้มากแล้ว ตอนนี้รู้สึกหิวเหลือเกิน เหมือนกับว่าไม่ได้กินอะไรมาเลย เพราะเหมือนกับท้องจะว่างมาก จึงได้เดินหา เพื่อที่จะมีอะไรกินรองท้องได้บ้าง และเหมือนเธอจะโชคดีไม่น้อย เพราะเดินไปอีกทาง เห็นกล้วยที่กำลังสุกเหลืองพอดี จึงได้บิดกล้วยที่สุกออกมากิน จนอิ่ม และยังเหลือ ลูกที่สุกอีกมาก แต่เธอไม่มีมีด จึงได้ใช้มือบิดออกมาจนหมด อย่างน้อยมีของกินก็ทำให้อุ่นใจ
หลังจากนั้นจึงเดินหาทางเพื่อที่จะปีนขึ้นไป เมื่อมองดูแล้ว มันเป็ทางลาดชันมากเหมือนกัน แต่สามารถที่จะปีนกลับขึ้นไปได้ เธอจึงไม่รอช้า ค่อยๆ ปีนขึ้นไปตามหินที่พอจะเหยียบขึ้นไปได้ ตอนนี้เธอต้องคอยระวัง และไม่ประมาทอีก ไม่อย่างนั้น คงจะได้กลิ้งตกลงไปอีกรอบอย่างแน่นอนเลย
เธอค่อยๆ ปีน จนในที่สุดก็เกือบที่จะถึง้าแล้ว แต่กลับได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องเรียก รั่วเหลียนฮวา ด้วยความเป็ห่วง ถ้าจากความทรงจำแล้ว เหมือนจะเป็สามีของรั่วเหลียนฮวา
"เหลียนฮวา เหลียนฮวา น้องอยู่แถวนี้หรือเปล่า พี่เฟยอวี่เอง อยู่แถวนี้ให้ส่งเสียงหน่อย"
เธอต้องยอมรับแล้วสินะว่าตอนนี้เธอทะลุมิติเข้ามาในร่างของรั่วเหลียนฮวาแล้วจริงๆ
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )