"อายุสั้นแล้ว! ฆ่าหลานแท้ ๆ แล้ว!"
เมื่อเห็นจ้าวฉงหย่วนถือค้อนทองคำก้าวยาว ๆ เข้ามา จ้าวชิงจานใจนขวัญหนีดีฝ่อจึงรีบะโลุกขึ้นจากพื้น และพอมองเห็นหน้าต่างของตำหนักบูรพาก็อยากจะพุ่งออกไปทันที
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะวิ่งไปถึงหน้าต่าง ก็ถูกองครักษ์หิ้วคอเสื้อลากกลับมา
"เ้าลูกเต่า เ้าวิ่งเก่งนักใช่หรือไม่?" จ้าวฉงหย่วนโกรธจนแทบะเิ
"เสด็จปู่ ท่านบอกว่าข้าเป็ลูกเต่า แล้วท่านเล่าเป็อะไร?" จ้าวชิงจานถามออกไปตามสัญชาตญาณ แต่พอพูดจบก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
หวังลี่ซื่อที่อยู่ด้านข้างเอามือปิดปาก ใบหน้าแก่ ๆ แดงก่ำเพราะกลั้นขำ
"ดี! เ้าลูกเต่า... เ้าลูกเต่า... เ้าเด็กสารเลว..."
พอพูดถึงตอนท้าย จ้าวฉงหย่วนโกรธจนเงื้อมือจะหิ้วค้อนทองคำฟาดใส่จ้าวชิงจาน แต่พอเห็นประกายคมกริบของค้อนทองคำก็โยนมันทิ้งไปด้านหนึ่ง จากนั้นจึงคว้าแส้ม้าจากมือองครักษ์มาลองกวัดแกว่งสองสามทีแล้วก็โยนทิ้งไปอีกด้าน สุดท้ายจึงหยิบไม้เรียวอันหนึ่งมาจากชั้นหนังสือ
เพียะ!
ฟาดลงบนก้นของจ้าวชิงจาน
ซี้ด!
จ้าวชิงจานสูดปากด้วยความเ็ปในทันที
เดิมทีก้นของเขาก็เพิ่งถูกเสด็จย่าตีจนบวมเป่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับโดนไม้เรียวฟาดซ้ำเข้าไปอีก ความรู้สึกปวดแปลบในพริบตานั้นทำให้จ้าวชิงจานเจ็บจนน้ำตาไหลพราก
"เสด็จปู่ ข้าเพิ่งถูกเสด็จย่าตีมา ท่านยังมาตีข้าอีก พวกท่านคิดจะตีข้าให้ตายจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวชิงจานร้องไห้
เขาร้องไห้จริง ๆ แม้ว่าเขาจะเตรียมใจโดนรุมตีทั้งชายและหญิงไว้แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าการรุมตีนี้จะมาเร็วเกินไป ก้นยังไม่ทันหายบวม ก็โดนซ้ำอีกรอบแล้ว
"เหอะ เสด็จย่าเ้าตีไปแล้วรึ"
จ้าวฉงหย่วนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกขบขัน ไม้เรียวในมือจึงหยุดชะงัก เขาโน้มตัวลงมองจ้าวชิงจานที่ร้องไห้โฮแล้วถามว่า "เสด็จย่าเ้าตีข้างไหน?"
"ข้างขวาพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวชิงจานโก่งก้นขึ้น
"มาให้ปู่ดูหน่อย" จ้าวฉงหย่วนย่อตัวลง
"อื้อ"
จ้าวชิงจานพยักหน้าอย่างน้อยใจ จากนั้นก็โก่งก้นข้างขวาให้จ้าวฉงหย่วน
เพียะ!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับก้นข้างขวาของจ้าวชิงจานบวมเป่งยิ่งกว่าเดิม
จากนั้น!
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงไม้เรียวฟาดลงมาอย่างถี่รัวดังระงมไปทั่วตำหนักบูรพา จนกระทั่งจ้าวฉงหย่วนหยุดมือ ก้นทั้งสองข้างของจ้าวชิงจานก็บวมเป่งขึ้นมาสูงลิ่ว
ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พอดีกันเป๊ะ
จ้าวชิงจานหมอบราบอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้
ไม่เห็นความเป็คนเลย ไม่เห็นความเป็คนจริง ๆ เลย มีที่ไหนกันที่ถามว่าก้นข้างไหนโดนตีแล้วก็ตั้งใจฟาดซ้ำลงไปที่ข้างนั้น พอตีเสร็จยังมานับจำนวนครั้ง เพื่อให้บวมเท่ากันทั้งสองข้างแบบนี้
"เสด็จย่าเ้าลงโทษอะไรเ้าอีก?"
หลังจากตีเสร็จ จ้าวฉงหย่วนก็มีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส เขาย่อตัวลงมองจ้าวชิงจาน
"ไม่มีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีจริง ๆ " จ้าวชิงจานสะดุ้งโหยงแล้วรีบส่ายหน้าทันที
"ปู่จะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้าย ว่าไม่มีจริง ๆ หรือว่าแกล้งบอกว่าไม่มี?" จ้าวฉงหย่วนก้มหน้ามองจ้าวชิงจาน
"ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีจริง ๆ เสด็จย่าแค่ตีข้าทีเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรแล้วพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวชิงจานตอบด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
"งั้นก็ได้ เ้าคัดพงศาวดารไท่จู่ให้ข้าสิบจบ พรุ่งนี้เช้านำไปส่งให้ข้าที่ห้องทรงพระอักษร" จ้าวฉงหย่วนลุกขึ้นยืนและสั่งการจ้าวชิงจาน
"เสด็จปู่ มีพ่ะย่ะค่ะ มีจริง ๆ ท่านดูสิว่าข้ากำลังคัดอยู่พอดี" จ้าวชิงจานลนลาน
จ้าวชิงจานรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากพื้นโดยไม่สนความเจ็บแปลบที่ก้น เขาวิ่งราวกับพายุหมุนไปยังโต๊ะหนังสือในตำหนักบูรพา คว้ากระดาษเซวียนจื่อที่คัดไปได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งลายมือยึกยือจนดูไม่ออกว่าเป็ตัวอักษรหรือหนอนคลาน ส่งให้จ้าวฉงหย่วน
"เมื่อกี้เ้าบอกว่าไม่มีไม่ใช่หรือ?" จ้าวฉงหย่วนมองจ้าวชิงจานด้วยสีหน้าขบขัน
"มี มี มีพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวชิงจานรีบพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงใจ และแสร้งทำเป็องอาจกล้าหาญมองจ้าวฉงหย่วน "เสด็จปู่ ต่อให้เสด็จย่าไม่สั่งให้หลานคัด หลานก็จะคัดพ่ะย่ะค่ะ หลานชอบคัดพงศาวดารไท่จู่ที่สุดเลย"
"งั้นก็ได้ เ้าคัดเพิ่มอีกสิบจบ" จ้าวฉงหย่วนกล่าวแล้วพยักหน้า
"เสด็จปู่ ข้า... ข้า... ข้า..." ดวงตาของจ้าวชิงจานเบิกกว้างทันที เขาร้องไห้โวยวายขึ้นมาทันที
"ชุ่ยหลวน เ้าอยู่ที่นี่เฝ้าพระราชนัดดา คอยคุมให้เขาคัด จำไว้ว่าห้ามหมอบ ให้เขานั่งคัดบนพื้น เมื่อไหร่ที่คัดเสร็จ ถึงจะอนุญาตให้ลุกขึ้นยืนได้"
จ้าวฉงหย่วนเงยหน้าสั่งการชุ่ยหลวนที่คุกเข่าอยู่ไกล ๆ ซึ่งตอนนี้หัวเราะจนตัวงอ
"เพคะ ฝ่าา" ชุ่ยหลวนพยายามกลั้นหัวเราะและตอบกลับอย่างนอบน้อม
"โอ๊ย ฆ่าข้าเถอะ"
จ้าวชิงจานล้มตึงลงไปด้านหลัง ท่าทางหมดอาลัยตายอยากในชีวิตโดยสิ้นเชิง แต่ยังไม่ทันจะได้นอนนิ่ง ๆ
ซี้ด!
จ้าวชิงจานสูดปากดังซี้ด เอามือกุมก้นแล้วะโตัวลอยขึ้นจากพื้นราวกับถูกสายฟ้าฟาด
จ้าวฉงหย่วนเห็นดังนั้นก็เกือบจะกลั้นขำไม่อยู่ แต่เขากระแอมไอและทำสีหน้าเคร่งขรึมกล่าวว่า "ตอนนี้รู้ซึ้งถึงความเจ็บแล้วรึ? เมื่อก่อนหายไปไหนมา ข้าให้เ้าดูแลบ้านเมืองแทน แต่เ้ากลับทำอะไรลงไป? ครั้งนี้โดนตีถือว่าเบา หากมีครั้งหน้า ข้าจะจับเ้าแขวนคอไว้กับขื่อของตำหนักบูรพาแล้วตีให้เหมือนกับอาแปดของเ้า ให้เ้ารู้ซึ้งว่าอย่าได้กล้าก่อเื่วุ่นวายต่อหน้าข้าอีก!"
พูดจบจ้าวฉงหย่วนก็สะบัดแขนเสื้อ ทิ้งให้จ้าวชิงจานร้องไห้โวยวายอยู่ข้างใน แล้วหมุนตัวเดินออกจากตำหนักบูรพาไป
พอพ้นเขตตำหนักบูรพา จ้าวฉงหย่วนก็กลั้นไม่อยู่ะเิหัวเราะออกมาพร้อมเอ่ยว่า "เ้าเด็กนี่มันน่าโดนตีจริง ๆ !"
จากนั้นเขามองไปยังหวังลี่ซื่อและสั่งว่า "จริงด้วย เ้าไปหาคนส่งพระราชเสาวนีย์ไปที่กรมพระคลัง ให้เฝิงเม่าหยวนและผู้ช่วยขุนนางกรมพระคลังที่ดูแลภาษีของโยวโจวมาพบข้า ข้าอยากจะถามผู้ช่วยขุนนางคนนั้นว่ามีกี่หัว ถึงกล้าร่วมมือกับจ้าวติ้งไม่รายงานเื่ภาษีอากรตามความเป็จริง และจะถามเฝิงเม่าหยวนด้วยว่าบริหารลูกน้องอย่างไร"
พอนึกถึงว่าโยวโจวร่ำรวยขนาดนั้นแต่กลับไม่ส่งภาษีให้เขา จ้าวฉงหย่วนก็โกรธจนกัดฟัน
ไม่รู้หรือไงว่าบิดาของเ้าน่ะจน!
ไม่นานหลังจากนั้น ภายในตำหนักหยางซิน
ผู้ช่วยขุนนางกรมพระคลังที่ดูแลภาษีของโยวโจวถูกนำตัวมา เขาเป็ชายวัยกลางคนในชุดขุนนาง แต่สีหน้ากลับซีดเผือดราวกับคนตาย
ั้แ่จ้าวฉงหย่วนส่งคนมาเรียกเขาซึ่งเป็เพียงผู้ช่วยขุนนางตัวเล็ก ๆ ที่ดูแลภาษีโยวโจวให้ไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักหยางซิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรียกเฝิงเม่าหยวนซึ่งเป็หัวหน้าโดยตรงของเขาไปด้วย
ซุนปิงก็รู้ทันทีว่าการไปครั้งนี้ เขาคงไม่รอดแน่ เื่ของโยวโจวปิดไม่อยู่แล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตำหนักหยางซินและเห็นจ้าวฉงหย่วนประทับอยู่ที่โต๊ะทรงงาน ซุนปิงก็กัดฟันแล้วคิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องตาย สู้สารภาพไปเลยดีกว่า เผื่อจะได้รับความเมตตาให้ลดโทษลง
ดังนั้นก่อนที่จ้าวฉงหย่วนจะได้เอ่ยปาก ซุนปิงก็ร้องไห้โวยวายขึ้นมาว่า "ฝ่าา กระหม่อมสมควรตาย! แต่กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีเื่จะกราบทูล มิใช่ว่ากระหม่อมคิดจะหลอกลวงเบื้องสูง แต่เป็เพราะเยียนอ๋องผู้นั้นไม่เห็นความเป็คนเลยพ่ะย่ะค่ะ!"