“กรี๊ด…”
คุณครูผู้หญิงทั้ง 4 คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มีฝูงซอมบี้ยืนออกันอยู่เต็มหน้าประตูลิฟต์ ซงเจี่ยเหวินตะกุยผนังลิฟต์เหมือนจะหาทางออกไปให้ได้ แต่ในวินาทีแห่งความเป็ตายนี้เอง ร่างของคุณครูผู้หญิงวัยกลางคนซึ่งลูกชายเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย กลับกระเด็นออกไปจากประตูและเข้าไปอยู่กลางฝูงซอมบี้โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ
“ช่วยฉันด้วย…”
เธอส่งเสียงอย่างสติแตก ใช้มือเกาะขอบประตูลิฟต์เอาไว้และพยายามจะกลับเข้ามาในลิฟต์ แต่ทันใดนั้นใครบางคนก็ยกเท้าถีบเธอออกไป บรรดาศพเดินได้รีบเข้ามารุมเธอทันที และในครั้งนี้ ประตูลิฟต์ก็เลื่อนปิดลงอย่างราบรื่น
“กรี๊ด…”
เสียงร้องของคุณครูผู้หญิงวัยกลางคนกึกก้องจนได้ยินเข้ามาขณะลิฟต์เคลื่อนตัวลงไปที่ชั้น 1 ทุกคนต่างรู้สึกหวาดกลัว ได้แต่มองประตูลิฟต์ตาไม่กระพริบ ดูเหมือนพวกเขากลัวว่าจะเห็นเืของคุณครูผู้เคราะห์ร้ายซึมผ่านประตูเข้ามา แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ทางเดินข้างนอกก็ว่างเปล่าไม่มีซอมบี้อีกต่อไปแล้ว
“...”
คณะคุณครูและกลุ่มเด็กหนุ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจ้องมองตากันและกัน เมื่อผ่านพ้น่วิกฤตมาได้เรียบร้อยแล้ว ต้ายุ้ยโถวก็เอนกายพิงผนังลิฟต์ รู้สึกหมดแรงเหมือนจะเป็ลม
“ไม่มี...ไม่มีพวกซอมบี้แล้ว…”
ต้ายุ้ยโถวชูกำปั้นขึ้นมาด้วยความดีใจ แต่เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในวินาทีต่อมาเขาก็ถอยหนีไปอยู่มุมลิฟต์ และมองคุณครูผู้สอนคณิตศาสตร์ด้วยความสยองขวัญ
ไม่มีใครคิดเลยว่าคนที่ผลักคุณครูผู้หญิงวัยกลางคนให้เข้าไปหาพวกซอมบี้ ก็คือจ้าวหงซินที่กลุ่มเด็กหนุ่มช่วยชีวิตเอาไว้นี่เอง แต่ในขณะนี้จ้าวหงซินมีดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าแสดงความดุร้ายเหมือนปีศาจ เขาหันมาะโใส่ทุกคนว่า “ดูซิว่าผมทำอะไรลงไป ผมช่วยชีวิตพวกคุณเอาไว้นะ ถ้าเธอไม่ตาย พวกคุณนี่แหละที่จะต้องตาย”
“...”
ทุกคนตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออก แววตาที่มองจ้าวหงซินเหมือนกับเห็นปีศาจตนหนึ่ง เซี่ยปู้เอ้อร์ต้องลงมือฆ่าพวกซอมบี้ด้วยความจำเป็ แต่อย่างน้อยซอมบี้ก็ไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว เด็กหนุ่มไม่เหมือนจ้าวหงซินที่ฆ่ามนุษย์ด้วยกันได้ลงคอ มิหนำซ้ำคนที่เขาส่งไปตายก็ยังเป็เพื่อนร่วมงานของเขาอีกด้วย
“เซี่ยปู้เอ้อร์…”
ทันใดนั้น จ้าวหงซินจ้องมองมาที่เซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยสายตาดุร้าย ในมือกำมีดแน่นขณะะโเสียงดัง “ไม่ทำตัวเก่งเข้าไปล่ะ ทำไมเมื่อกี้ไม่ยอมทำอะไร ถ้าไม่ใช่ฉัน เมื่อกี้ทุกคนก็ตายกันหมดแล้ว!”
“เพราะว่าฉันไม่ใช่คนเลว ฉันฆ่าเพื่อนเพื่อให้ตัวเองรอดไม่ได้หรอก…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยืดตัวขึ้น เอื้อมมือแตะมีดที่เหน็บอยู่ข้างเอว แต่จังหวะนั้นครูใหญ่สื่อก็เข้ามาห้ามเสียก่อน “ถ้าให้พูดอะไรครูใหญ่คงต้องบอกว่า ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว คุณครูจ้าวไม่ได้ทำอะไรผิด นี่คือวิธีการของเขา เขาช่วยชีวิตพวกเราทุกคนเอาไว้”
“หึ ถ้าคิดจะฝากชีวิตไว้กับเด็กพวกนี้ ทบทวนดูใหม่ให้ดีเถอะครับ...”
จ้าวหงซินพูดก่อนที่จะหันกายเดินออกไปนอกลิฟต์ ครูใหญ่สื่อถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เซี่ยปู้เอ้อร์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เฉินจิงฮัวพูดปลอบโยนเขาว่า “อย่าโมโหไปเลยนะ อยู่ให้ห่างๆ เขาไว้จะดีกว่า”
“จ้าวหงซินอำมหิตเกินไปแล้วเมื่อกี้เขาเพิ่งจะฆ่าคนไปเองนะ...”
ต้ายุ้ยโถวมองใบหน้าที่ซีดขาวของเซี่ยปู้เอ้อร์ แล้วก็เกิดความรู้สึกกลัวตามไปด้วย ในขณะนั้นอู๋เสียเดินไปที่ประตูลิฟต์และพูดว่า “เป็ฝ่ายฆ่า ก็ดีกว่าเป็ฝ่ายที่ถูกฆ่านะ คิดว่าดูแลตัวเองได้ก็ตามสบาย แต่ถ้าพวกเธอคิดว่าคุณจ้าวทำผิด อย่างนั้นก็กดลิฟต์กลับขึ้นไปใหม่สิ”
“โธ่ พอได้แล้วน่ะ ไปกันดีกว่า…”
ครูใหญ่สื่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าและรีบดันอู๋เสียให้เดินออกไปจากประตูลิฟต์ เป็จังหวะเดียวกับที่เฉินจิงฮัวดึงตัวเซี่ยปู้เอ้อร์เดินตามออกมา เด็กหนุ่มออกจากลิฟต์ด้วยใบหน้าเข้มขรึม ถึงเขาจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่ก็ต้องบอกว่าเมื่อครู่นี้เขาหวาดกลัวจ้าวหงซินขึ้นมาจริงๆ แล้ว โดยเฉพาะตอนที่อีกฝ่ายมีมีดอยู่ในมือ
“พี่เอ้อร์! ไม่น่าไปช่วยไอ้เลวนั่นเอาไว้เลย เล่นแม่งเลยดีไหม…”
โก่วเม่ยกระชับมีดที่ถืออยู่ในมือแแ่ ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้ปลอมตัวเป็หญิงสาวเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ส่ายศีรษะบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ปล่อยให้จ้าวหงซินหลงตัวเองแบบนี้ไปก่อน เขานี่แหละจะทำให้เราหาทางออกได้ พวกเราเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะใจร้ายกันบ้าง”
พูดจบ เซี่ยปู้เอ้อร์ก็เดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ด้านนอก บริเวณนี้เป็โถงทางเดินของโรงแรมชั้นล่าง แต่เนื่องจากตัวอาคารมีรูปทรงตัวแอล ทุกคนจึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่าในห้องล็อบบี้ฝั่งตรงข้ามมีสภาพเป็อย่างไรบ้าง ในขณะนี้ จ้าวหงซินกับคนอื่นๆ กำลังเกาะขอบหน้าต่างข้างประตูแอบสังเกตสถานการณ์อยู่เงียบๆ
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินเข้าไปยืนด้านหลังคนกลุ่มนั้น และเห็นว่าด้านนอกมีซอมบี้เดินวนเวียนอยู่เพียงไม่กี่ตัว และห่างออกไปแค่เพียง 10 เมตร ก็มีโรงแรม 2 ชั้นตั้งอยู่ จ้าวหงซินหันมากระซิบเสียงแ่เบาว่า “เข้าไปตั้งหลักในโรงแรมนั้นกันดีกว่า ที่นั่นน่าจะมีของกินและน้ำดื่ม เราคงมีเสบียงมากพอรอความช่วยเหลือได้อีกหลายเดือน”
“ดีเลย รอความช่วยเหลือกันดีกว่า นี่แหละสิ่งที่สมควรทำ…”
ครูใหญ่สื่อพยักหน้าสนับสนุน หลังจากนั้นจึงหันมามองเซี่ยปู้เอ้อร์ จ้าวหงซินก็กำลังมองเขาอยู่ด้วยสายตาเย้ยหยัน แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ยักไหล่พูดว่า “ไม่ต้องมองผมหรอกครับ เราคงเดินร่วมทางกันไม่ได้ อยากจะไปไหนก็ไปกันเถอะ”
“อย่าทำตัวแบบนี้เลยน่า พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว เื่เล็กๆน้อยๆก็ยอมเขาไปเถอะ”
ครูใหญ่สื่อพยายามหาทางสมานฉันท์ระหว่างคุณครูสอนคณิตศาสตร์กับอดีตเด็กนักเรียนหนุ่มอีกครั้ง คราวนี้เฉินจิงฮัวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแล้ว แต่เป็ซงเจี่ยเหวินที่ดึงแขนเขาไปพูดว่า “ปู้เอ้อร์ ครูว่าไปที่โรงแรมนั่นก็น่าจะปลอดภัยดีไหม เธอก็เห็นว่าประตูปิดล็อคแ่า ไม่เห็นมีศพอยู่แถวนั้นด้วย ตามพวกเขาไปเถอะนะ”
“น่าสนใจดีนี่ แต่เธอจะไปคุยกับไอ้เด็กนี่ทำไม ตามพี่ซินมาดีกว่า...”
อู๋เสียกำลังกอดแขนจ้าวหงซินอยู่ไม่ปล่อย เหมือนกับที่ซงเจี่ยเหวินกระทำตอนอ่อยเซี่ยปู้เอ้อร์ ไม่มีใครคิดว่าเด็กหนุ่มจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ถูกต้องครับ พี่ใหญ่ซินมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ถ้าครูจะตามเขาไปก็ไปเลย ไม่ต้องมาอยู่กับเด็กเหลือขออย่างพวกผมอีก”
“เจี่ยเหวิน มานี่เถอะ ผมจะปกป้องคุณเอง”
จ้าวหงซินยึดอกยืนตรงและส่งมือมาหาซงเจี่ยเหวิน อู๋เสียทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ ซงเจี่ยเหวินลังเลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่จะกอดแขนเซี่ยปู้เอ้อร์และพูดพร้อมกับยิ้มว่า “ขอบคุณมาก คุณจ้าว แต่ฉันขออยู่กับปู้เอ้อร์ดีกว่า เขาเป็หนุ่มน้อยของฉัน”
“น่า จะอายไปทำไม เฉินจิงฮัว มากับผมเถอะ…”
อู๋เสียยังไม่ทันละสายตาไปจากซงเจี่ยเหวินในขณะที่เฉินจิงฮัวให้คำตอบอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว เธอส่ายศีรษะและหลบไปยืนหลังเซี่ยปู้เอ้อร์ ซึ่งกำลังจ้องมองครูใหญ่สื่อกับคุณครูผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เหลืออยู่เป็คนสุดท้าย เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มว่า “ครู 2 คนไม่ต้องลังเลหรอกครับ ตามพวกเขาไปเถอะ”
“แกอย่าตามมาเชียวนะไม่อย่างนั้นฉันตีขาแกหักแน่ …”
จ้าวหงซินชี้หน้าเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยความเคียดแค้น เซี่ยปู้เอ้อร์และคุณครูผู้หญิงทั้งสองคนยืนอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง จ้าวหงซินจึงหันกลับไป “วิ่งไปที่ตึกหลังนั้นกันเถอะ เราจะปีนหน้าต่างชั้นแรกขึ้นไปที่ชั้นสอง ทุกคนเข้าใจใช่ไหม”
“เข้าใจครับ”
“เข้าใจค่ะ”
คุณครูหนึ่งหญิงสองชายพยักหน้าอย่างแข็งขัน แต่ก่อนที่จะพูดอะไรกันต่อจากนั้น บังเกิดเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ทุกคนรู้แล้วว่าพวกซอมบี้กำลังลงมา จ้าวหงซินไม่รอช้านำผู้ติดตามของเขาทั้งสามคนเปิดประตูก้าวออกไปข้างนอกทันที
“ไอ้ โง่!”
เซี่ยปู้เอ้อร์สบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ซงเจี่ยเหวินก็จูบเขาอย่างดูดดื่ม แค่ฟังจากน้ำเสียงเธอก็รู้แล้วว่าเซี่ยปู้เอ้อร์คิดหาทางออกที่ดีกว่าได้แล้ว เด็กหนุ่มรีบเปิดประตูพูดว่า “ทุกคนรีบตามผมมา เร็วเข้า”
คุณครูสาวและกลุ่มเด็กหนุ่มที่เหลืออยู่ทำตามที่เซี่ยปู้เอ้อร์สั่งโดยไม่ลังเล เขานำทุกคนมุ่งหน้าไปทางูเา ไม่ได้เหลือบมองกลับไปที่อาคารซึ่งคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งไปแม้แต่นิดเดียว ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ชั้นบน เขาเห็นว่าบนหลังคาของโรงแรมหลังนั้น มีคนงานที่กำลังซ่อมท่อน้ำประมาณ 7 - 8 คนได้กลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว พวกมันมีจำนวนมากพอที่จะฆ่าพวกเขาได้ทั้งหมด
“กรี๊ด...”
ได้ยินเสียงอู๋เสียกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เซี่ยปู้เอ้อร์หันมองกลับไปทันที ซอมบี้ที่อยู่บนหลังคารีบะโลงมาทีละตัวเมื่อเห็นว่ามีมนุษย์เข้าไปใกล้ อู๋เสียที่กำลังปีนอยู่ตรงหน้าต่างร่วงหล่นลงมาอยู่บนพื้น และวิ่งกลับไปหาพวกของจ้าวหงซินอย่างไม่คิดชีวิต
แต่แล้วก็มีซอมบี้อีกกลุ่มใหญ่ วิ่งออกมาจากตึกที่อยู่ด้านข้างโรงแรม
“ฮ่าๆ ฆ่าพวกแม่งให้หมดไปเลย…”
โก่วเม่ยร้องเชียร์ออกมาด้วยความตื่นเต้น ซงเจี่ยเหวินก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ไม่มีใครคิดเลยว่าจ้าวหงซินจะทำสิ่งเดิมอีกครั้ง เขาใช้มีดจ้วงแทงคุณครูผู้ชายที่อยู่ข้างตัว คุณครูผู้เคราะห์ร้ายล้มลงไปส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปอยู่บนพื้นในวินาทีต่อมา
“ไอ้เลวเอ๊ย!”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดือดดาลถึงขีดสุด แต่เขาก็ทำได้เพียงมองจ้าวหงซินวิ่งหนีไปโดยที่มีมีดเปื้อนเือยู่ในมือ ทิ้งให้คุณครูผู้ชายผู้าเ็นอนตัวงอด้วยความเ็ปอยู่ข้างหลัง และในพริบตาเดียวเท่านั้น เสียงร้องและกลิ่นคาวเืของเขาก็ดึงดูดความสนใจให้ซอมบี้พุ่งเข้ามาหาเป็จำนวนมาก