สิบวันให้หลัง
“เห็นป่าอยู่ด้านหน้าแล้วลูกพี่!”
ลูซกระโจนขึ้นนำหน้าแล้วะโออกมาด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน เพราะตลอดการเดินทางของพวกเขามันไม่มีอะไรเลย ว่าง่ายๆคือน่าเบื่อ เพราะการรักษาเวลาในการเดินทางมันจึงมีแค่การพักกับแวะหาเสบียง
“เห้ยเดี๋ยว! เหมือนเห็นอะไรคุ้นๆ… แย่แล้วคุณเดเวน!”
ทูซสังเกตเห็นกลุ่มมนุษย์ที่ห่างจากพวกเขาไปหลายร้อยเมตร พวกเขามีรูปร่างลักษณะที่ดูคุ้นตาเธอเป็อย่างมาก เมื่อแน่ใจจึงหันไปหาเดเวนที่กำลังเพ่งสายตามองคนกลุ่มนั้นอยู่
“อ่า… ซวยแล้วพวกฟรอสต์เบลด…”
เสียงแหบพร่าของเดเวนดังขึ้นข้างหลังของดอนหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าพวกนั้นเป็ใคร
“แล้ว พวกนั้นมันเป็ใครอะ? พวกเราไปเกี่ยวอะไรด้วย?”
ดอนถามแบบงงๆเพราะเขาไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับฟรอสต์เบลดอะไรพวกนั้นเลย
“พวกนั้นมันเป็ทหารรับจ้างระดับแนวหน้า รับแค่งานของจักรวรรดิ ถึงจะเป็แค่มนุษย์แต่เพราะอาร์ติแฟกต์ที่พวกมันถือครองทำให้มันมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับหน่วยอัศวินของจักรวรรดิ พวกมันไม่ชอบหน้าพวกข้ามาตั้งนานแล้ว แต่พวกมันไม่มีข้ออ้างที่ดีพอในการสู้กับพวกข้า แต่ตอนนี้พวกมันมีแล้ว”
เดเวนอธิบายให้ดอนฟังว่าพวกมันเป็ใคร ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่ชอบพวกมันเช่นกัน แค่มีเงินเพราะมีการว่าจ้างมากจนสามารถหาซื้ออาร์ติแฟกต์ได้มากตามไปด้วย มันก็ยิ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้นและมีการว่าจ้างมากขึ้น ถ้าหากเป็พวกเขาที่ได้งานมากขนาดนั้น พวกเขาคงเป็ทหารรับจ้างระดับแนวหน้าไปแล้ว
“เก่งมะ?”
เปล้ง! ฟุ่ม!
แม่ว่าปากจะถามถึงความสามารถของคนที่อยู่ด้านหน้าไกลลิบ แต่มือทั้งสองข้างได้สวมสนับมือพร้อมไฟที่ลุกท่วมแล้วพุ่งตัวออกไปจากกลุ่มแล้ว
“ไม่ขนาดนั้นหรอก! แต่ระวังหน่อยก็ดี!”
เสียงมาช่าะโไล่หลังมาแต่ตัวของพวกเขายังคงเดินต่อไปอย่างไม่รีบร้อน เพราะความเร็วขนาดนั้นพวกเขาตามไปไม่ทันหรอก
“เดี๋ยวฉันคอยดูแลเขาเองค่ะ”
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่สามารถตามความเร็วนั้นได้ เพราะพละกำลังและความไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจึงทำให้แซนนี่รักษาระยะห่างจากดอนเอาไว้ได้ ถ้าหยุดวิ่งเมื่อไหร่เธอก็จะถึงตัวเขาในไม่ช้า
“ลิซาร์ดแมนงั้นหรอ? มีเื่อะไรถึงวิ่งมาหาพวกฉัน หืม~ หน้าตาคล้ายพวกไอ้เดเวนเลย จะว่าไปหน้าตามันก็เหมือนกันหมดนี่หว่า ฮ่าๆๆ”
เมื่อร่างั์มาหยุดอยู่ตรงกลุ่มมนุษย์แล้วไม่พูดอะไรเอาแต่ยืนนิ่งขวางทางพวกเขา ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากถามออกมา แต่เพราะลักษณะของเผ่าพันธ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน เขาจึงพูดจาล้อเลียนแล้วหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
“ฟรอสต์เบลดใช่มั้ย? ดูอวดดีกว่าที่คิดนะ ดูจากท่าทางคงพึ่งแต่อาร์ติแฟกต์สิ่ท่า”
ดอนพูดออกมาหลังจากกว้างสายตาไปตามร่างกายของพวกเขาทั้งห้าคน ตามตัวของพวกเขามีแต่อาร์ติแฟกต์เต็มไปหมดแม้ว่าพวกมันจะเป็เพียงแค่อาร์ติแฟกต์ระดับต่ำก็ตาม แต่ดาบของชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มมันเป็อาร์ติแฟกต์ระดับกลาง ทำให้ดอนไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพวกเดเรนถึงคอยระวังไอ้พวกนี้ ถ้าหากมีเพียงแค่อาร์ติแฟกต์ระดับต่ำจำนวนมากเฉยๆพวกมันคงไม่อยู่ในสายตาหรอก
“นั้นมันกูลนี่ ไอ้กิ้งก่านั้นมันอยู่ฝ่ายปีศาจ”
เมื่อเห็นหญิงสาวผิวสีขาวซีดปรากฏตัวขึ้นมาข้างๆดอน เสียงหวานใสของร่างเล็กได้ดังขึ้นมา เธอเป็นักเวทย์ตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ยิ่งสวมแว่นตาวงกลมยิ่งดูน่ารักขึ้นไปอีก แต่การกระทำของพวกเขาไม่น่ารักเลยสักนิดเมื่อพวกเขาเห็นกูลสาวที่อยู่ฝ่ายเดียวกับลิซาร์ดแมนที่ขวางทางพวกเขาอยู่
“ถ่วงเวลาไอ้อันเดดนั่นเอาไว้ ฉันจัดการไอ้กิ้งก่าเสร็จเดี๋ยวไปช่วย”
“รับทราบ”×3
หัวหน้ากลุ่มที่มีฉายาว่าฟรอสต์เบลดที่เป็ชื่อของกลุ่มด้วยได้ออกคำสั่งสมาชิกในทีม ทำให้ลูกทีมทั้งสามตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับแซนนี่แล้ว ซึ่งมีอยู่คนหนึ่งที่รีบไปหลบอยู่ด้านหลังสุด แต่เพราะความซุ่มซ่ามจึงทำให้นกที่เอาไปแจ้งข่าวเื่ัหลุดมือไป แถมยังมีข้อความที่ยืนยันการมีอยู่ของมันติดไปด้วยแม้จะยังไม่พบตัวมันเลยก็ตาม
“แหมๆ หันอาวุธใส่ผู้หญิงตัวคนเดียวแบบนี้มันไม่งามเลยนะคะ”
แซนนี่พูดออกมาด้วยเลยยิ้มที่สดใส แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเธอจะกลายเป็อันเดดไปแล้ว แต่จิตใจของเธอยังคงเป็มนุษย์อยู่อย่างสมบูรณ์ ไม่ได้มีความรู้สึกเชิงลบใดๆจนต้องทำร้ายพวกเขาอย่างไร้เหตุผล ทำให้ทั้งสามคนได้แต่ทำหน้าตึงใส่ไม่เข้าปะทะสักที ต่างจากอีกสองคนที่กำลังซัดกันอยู่
ตุ้ม!
“แรงดีนี่หว่าไอ้กิ้งก่า”
“แกเองก็เร็วเป็แมลงเหมือนกันนั่นแหละ”
กำปั้นที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุถูกซัดใส่ฟรอสต์เบลด แต่ด้วยอาร์ติแฟกต์ประเภทเสริมความเร็วและความคล่องตัวจึงทำให้หลบหมัดนั่นได้อย่างฉิวเฉียด พื้นดินที่รองรับแรงกระแทกะเิออกมาราวกับมีะเิถูกฝังอยู่ใต้ดิน
“ขอบใจที่ชมนะไอ้กิ้งก่า”
ฟรอสต์เบลดพูดออกมาพร้อมกับรวบรวมความเย็นเข้าไปที่ใบดาบ จนเกิดสายลมเย็นะเืที่พัดเข้าหาตัวเขาจากรอบทาง
หืม?
เปลวเพลิงที่ลุกท่วมสนับมือค่อยๆดับลงอย่างช้าๆเพราะแรงลมและอุณหภูมิที่ลดต่ำลง แต่มันก็ถูกจุดขึ้นใหม่ในทันทีราวกันที่ดับไปเมื่อก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
คลื่นดาบที่หนาวเย็นถูกฟาดฟันออกมาจากดาบของฟรอสต์เบลดพุ่งตรงไปที่ดอน
เปลวเพลิงที่พุ่งออกมาจากหมัดถูกปล่อยเข้าปะทะคลื่นดาบจนเกิดเสียงะเิดังสนั่นพร้อมกับไอน้ำที่ลอยไปทั่วบริเวณ
“ไม่โดนหรอกไอ้โง่- อัก!”
ดอนง้างหมัดเข้าไปซัดใส่ฟรอสต์เบลดจากหมอกหนา ด้วยผลของอาร์ติแฟกต์จึงทำให้เขาสามารถะโถอยหลบออกมาได้ทัน แต่หมัดนั่นเป็เพียงแค่ตัวหลอก ดอนหมุนตัวตามแรงเหวี่ยงของหมัดแล้วออกท่าเตะกลับหลังใส่ฟรอสต์เบลดเข้าอย่างจังจนตัวเขาลอยไปตามแรงเตะมากกว่าระยะะโเสียอีก
“ไปดูอาการเขาก่อนน่าจะดีกว่ามายืนจ้องหน้าฉันนะคะ”
แซนนี่พูดออกมาเมื่อเห็นร่างของมนุษย์หนุ่มกระเด็นออกมาจากม่านหมอกพร้อมกับร่างของลิซาร์ดแมนที่เดินตามออกมาอย่างเชื่องช้า เธอตามมาเพียงแต่ป้องกันการโจมตีด้านหลังใส่ดอนเพียงเท่านั้น เธอถึงให้พวกเขารีบไปดูอาการฟรอสต์เบลดก่อน ตัวเธอเองก็ต้องไปหยุดดอนด้วยเช่นกัน
“กระดูกซี่โครงหักไปน่าจะหลายซี่ พวกเราต้องรีบพาเขาไปรักษา”
ชายถือโล่ถอดเกราะของเขาทำให้เห็นรอยยุบบนร่างกายจากการเตะเพียงแค่ครั้งเดียว
“รีบไปนะคะ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ”
แซนนี่โบกมือลาพวกเขาพร้อมกับดอนที่ยืนอยู่ด้านหลังพวกเธอ
อาเร๊ะ!?
เธอร้องออกมาด้วยควรความแปลกใจที่จู่ๆดอนก็จับเธอพาดบ่าแล้วมุ่งหน้าไปยังป่าอิคเคเซียที่อยู่ไม่ไกล และรอจนกว่าเดเวนจ
ะมาถึงเพราะนี่มันก็ใกล้ค่ำแล้ว การเดินทางในป่าที่มีัตอนมืดๆนั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก