บทนำ
หลังพ้นเทศกาลหยวนเซียว[1]
เช้าตรู่วันต่อมา ณใจกลางเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู หิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายปกคลุมอาคารบ้านเรือนทั่วทุกพื้นที่ให้แลขาวสว่างตายามแสงแดดสะท้อนลงมาช่าง…แสบตายิ่ง! อากาศเช่นนี้ควรออกมาเดินเล่นหรือ?
ทว่าเวลานั้นท่ามกลางฝูงชนบนท้องถนนปรากฏหนึ่งคุณหนูน้อยเจ็ดขวบกับหนึ่งผู้ติดตาม เดินถือร่มกระดาษเคลือบน้ำมันเคียงคู่กันมา
ผู้ใดรึ?
เป็หลี่ถิง...มาเกิดใหม่ในชื่อหลินหลานหรู หรือก็คือคุณหนูเล็กแห่งจวนสกุลหลิน
ฮะ? ฆาตกรต่อเนื่องนี่เอง!
ด้วยชาติก่อนหลี่ถิงเกิดสติคลุ้มคลั่งถูกรถชนตาย...หาเื่ตายโดยแท้ ที่เป็เช่นนี้ต้องย้อนกลับไปสักหน่อย เธอฉลาดมากแต่ดันชั่ววางแผนฆ่าคนถึงกับหมายหัวคนสิบสองคน กำหนดหมายเลขเอาไว้เสร็จสรรพด้วยจากนั้นก็ทำการจัดฉากสร้างเหตุการณ์ให้คนทั้งสิบสองเดินตามเกมที่เธอวางไว้ราวหมากสิบสองตัวบนกระดานที่ถูกกำหนดให้เดินในทิศทางที่ผู้เล่น้า
ส่วนเธอนะเหรอได้เล่นเป็พระเ้าทั้งทีแน่นอนต้องนั่งมองพวกเขาตายทีละหมายเลขอย่างไรล่ะนั่งเพลินกระทั่งหมากตัวหนึ่งแปลกไปยังไม่รู้ตัวคงคิดว่าเป็หมายเลขสุดท้ายที่ต้องอยู่ในกระดานหมากนานกว่าใครจะหลุดจากการควบคุมก็ไม่เห็นแปลก อย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาที่มันต้องเดิน
โหดสยองเหนือคำบรรยาย! เมื่อเริ่มเกมแล้วผลกระทบราวโดมิโน่เรียงต่อล้มกันระนาวเรียกได้ว่าโรคจิตเข้าขั้นอันตราย สุดท้ายก็เหลือเพียงสองคนพิเศษหน่อยเมื่อสองคนนี้เป็คู่รักกันไม่นับรวมที่ว่าฝ่ายหญิงหรือหมายเลขสิบเอ็ดที่เธอวางไว้คือเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่แข่งขันกันมาตลอดแล้วอย่างไร สุดท้ายเธอก็มองมันตายต่อหน้า ดิ้นรนเ็ปอย่างไรยังจำได้ดีไม่ต้องให้เล่าซ้ำถึงความรู้สึก คราวนี้ก็เหลือคนสุดท้ายเพียงแต่หมายเลขสุดท้ายที่เสียคนรักแบบนี้จะโเี้ขนาดไหน เธออยากรู้เป็ที่สุด
ใครจะคาดคิด ไม่คิดเลยสักนิด!
นอกจากเธอจะไม่รู้แล้วยังถูกใครบางคนดึงให้ลงมาเล่นเกมนี้ด้วย…สม!ต้องดิ้นรนทรมานอยู่หลายเดือนเพื่อสืบหาตัวคนทำ เวลายิ่งผ่านสติยิ่งเลอะเลือนจมอยู่กับความพังพินาศ ถูกวางแผนคุกคามเอาชีวิตจากที่เคยเป็หงส์ผู้สูงส่งกลับร่วงลงต่ำ ฝังลึกลงดินไปอีกสิบชั้นซ้ำร้ายยังมารับรู้ข่าวการตายของคนในครอบครัวในวันเดียวกันอีกความคลุ้มคลั่งจึงมาเยือนชั่วขณะ
ด้วยแรงกระแทกหลังถูกรถชนเรียกสติเฮือกสุดท้ายมาได้แต่กลับพบความอเนจอนาถของตน…สมควรได้สติกลับมาไหมตู!ยามนั้นกลิ่นคาวเืคลุ้งแสบจมูก รอบข้างมีดวงไฟส่องเต็ม ภายใต้สภาพกึ่งเป็กึ่งตายนี้พลันหูได้ยินเสียงกระซิบกระซาบบรรยายถึงความเลวทรามของฆาตกรต่อเนื่อง
เหอะๆ อยากลุกขึ้นหัวเราะดังๆช่างน่าสมเพชตัวเองเวลานี้ที่สุด! นี่หรือจุดจบของฆาตกร ก็ทำได้ไม่เลวที่เสียใจคือ…ไม่ทันฆ่าคนสุดท้าย
อืม… น่าเสียดายแทน
จบลงอย่างนี้ย่อมเหนือความคาดหมายเธอเพิ่งกระจ่างเอาตอนใกล้ตาย เหตุใดคนคนนี้ถึงจับมือเธอ หือ? ไม่ได้ตายคนเดียวหรอกเหรอ!ควรจะดีใจไหมนะ เป็หมายเลขสุดท้ายด้วย ไฉนมานอนจมกองเืพร้อมกันล่ะจ๊ะแล้วเป็ใครดึงเธอมาเล่นหมากกระดานนี้กัน!!
ในชาตินี้หลินหลานหรูยังเหลือความทรงจำของหลี่ถิงครบถ้วนอีกทั้งนางยังได้รับสติปัญญาพร้อมสมองที่มีความจำเป็เลิศ
ประเดี๋ยวก่อน…เข้าใจอะไรผิดหรือไม่นี่ไม่เท่ากับติดปีกให้หลี่ถิงในชาตินี้หรือ เดิมทีบินไม่ได้ก็ชั่วช้า…แค่กๆชั่วร้ายอยู่แล้ว คราวนี้มีปีกคงยากจะคาดเดาชีวิตคนใต้หล้า แล้วเหตุใดนางถึงยังไม่พอใจอยู่อีก?
ด้วยว่าความทรงจำในอดีตเด่นชัดกลับสร้างความทรมานให้
…นั่นก็สมควรแล้วไหมล่ะให้หลี่ถิงมาเกิดใหม่ทั้งที่ก่อเื่ไว้มากถึงเพียงนั้นช่างเป็เื่ที่ไม่ควรยิ่งนางควรได้รับการทรมานอยู่ในโลกหลังความตายที่ใดสักแห่งถึงจะถูก เป็เช่นนี้ไม่เท่ากับปล่อยฆาตกรผู้หนึ่งออกมาเดินเล่นหรือสุดท้ายนางไม่ชอบหน้าผู้ใดก็…ฆ่าทิ้งซะ!
เห็นทีต้องลากคอตาเฒ่าเคราเงินใกล้ตายผู้นั้นมาเค้นถามพร้ะโกนเสียงดังๆ ใส่หน้า 'เ้าคิดเล่นสนุกใดกัน!
ส่งข้ามาเกิดใหม่? …ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า 'ห้ามฆ่าผู้ใด' คงยาก 'เฉกเช่นนิสัยเดิมเมื่อชาติก่อนให้ใช้ความสามารถช่วยเหลือผู้คน' ฝันไปเถอะ!
จะบ้ารึ! ความทรงจำกลับไม่ลบให้นางเช่นนี้จะให้นางเปลี่ยนนิสัยเดิมได้อย่างไรเล่า
ตาเฒ่าผู้นี้ไม่มีหัวคิดหรือไรใช่ว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยน นิสัยคนจะเปลี่ยนง่ายดายถึงเพียงนั้นให้นางเลิกฆ่าคนไฉนไม่ทุบหัวนางให้ตายอีกรอบเล่าเดิมทีนางก็เป็คนหยิ่งยโสเข้ากระดูกอยู่แล้ว อีกทั้งยังละโมบในความสามารถทุกด้านเกลียดความพ่ายแพ้เป็ที่สุด ถึงขั้นอิจฉาผู้อื่นแต่ไม่ยอมรับภายหลังยังรู้สึกเบื่อหน่ายแล้วหันมาควบคุมชีวิตและความเป็ความตายของผู้อื่นเล่น
เป็เช่นนี้จะให้นางทำอย่างไรได้หรือหากเป็ ข้าช่วยผู้อื่นฆ่าคนก็ไม่ผิดใช่หรือไม่ไม่รู้หรือ…ยิ่งฆ่ายิ่งรู้สึกมีอำนาจ ยิ่งฆ่ายิ่งเหมือนได้เรียนรู้ชีวิต นับวันตรรกะเช่นนี้ยิ่งฝังรากลึกในหัวของนาง
นางยังจำได้ว่าก่อนตายเ้าหมายเลขสุดท้ายผู้นั้นจับมือนางคิดเอ่ยบางอย่าง ทว่าได้ยินเพียงแค่ '...เธอ...ไม่ควร...' ไม่ควรอะไร? เขาก็กระอักเืร่างกระตุกแล้วก็…แล้วก็ตาย นางที่ขยับร่างกายไม่ได้เห็นเพียงมือขวาของตนถูกเขาจับกำไว้แน่นแม้ตายก็ไม่ยอมปล่อย จะแค้นอะไรกันขนาดนั้น ถึงตอนนี้ยังรู้สึกฝังใจในคำพูดนั้นไม่หายอย่างไรซะหมากกระดานนั้นก็ไม่เหลือหมากให้เดินต่ออยู่แล้วกระทั่งผู้เล่นเช่นนางยังตาย ถือว่าพ่ายแพ้กันทั้งคู่ ยอมรับได้…
ตลอดทางที่เดินมีเสียงผู้คนเอะอะจอแจแต่กลับไม่รบกวนความคิดในหัวเล็กๆ ของหลินหลานหรูแม้แต่น้อยนางเดินจูงมือผู้ติดตามมาหยุดอยู่อีกฟากของถนน ฝั่งตรงข้ามคือร้านยาว่ากันว่าท่านหมอที่นี่มีชื่อเสียงนัก
ภายในร้านหลงจู๊ผู้ดูแลร้านยากำลังใช้ไม้กวาดไล่ตีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าออกมาั้แ่กลางโถงลากยาวออกมาจนพ้นหน้าประตู พลางตวาดไล่ซ้ำไปอีกหลายประโยค
"เ้านี่ฟังภาษาจีนไม่ออกรึไม่มีเงินก็ไม่รักษา เข้าใจยากที่ใดกัน หากไม่พอใจก็ไปหาร้านอื่นโน่นไป!"
"ท่านอา ท่าน... ท่านช่วยข้าเถอะให้ข้าพบท่านหมอ แม่ข้ารอต่ออีกไม่ไหวแล้ว" ชายหนุ่มผู้นี้แต่งกายซอมซ่อยิ่งสวมเพียงเสื้อผ้าป่านเก่าขาด ยากจะให้ความอบอุ่นใดได้ "ได้โปรด...ท่านช่วยข้าให้พบท่านหมอเถิด แม่ข้าจะตายอยู่แล้ว ข้ายอมทำทุกอย่างให้ท่านเป็ผ้าเช็ดมือเช็ดเท้าก็ยอม แลกด้วยชีวิตข้ายังได้เช่นนี้แล้วท่านช่วยข้าได้หรือไม่"
หลงจู๊ร้านยาก้มมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหนักใจเหตุใดจึงเปลี่ยนมากอดขาของเขาแล้ว ยังมีสายตาอ้อนวอนเช่นนั้นอีก มารดามัน!ไม้กวาดในมือที่ยกค้างจะหวดตีอีกรอบก็รู้สึกละอาย แต่จะให้ใจอ่อนย่อมทำไม่ได้อย่างไรก็ไม่ได้! นับจำนวนดูแล้วแต่ละวันต้องพบต้องเจอคนประเภทนี้ให้ใจอ่อนไปเสียทุกคน ร้านยาของเขามิขาดทุนย่อยยับหรอกหรือ
ชายหนุ่มเห็นหลงจู๊ลอบถอนหายใจหรือจะคิดบางอย่างตกแล้วกระมัง อีกทั้งยังลดไม้กวาดในมือลงจึงรู้สึกมีความหวังน้ำตารื้นเต็มเบ้า เพียงแต่ไม่ทันตื้นตันใจได้นานก็ถูกหลงจู๊สะบัดขาสุดกำลังกระทั่งเขาหงายหลังล้มหน้าคะมำพื้น ทั้งหน้าทั้งปากเต็มไปด้วยหิมะสกปรก
หลินหลานหรูเห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทนชีวิตอะไรจะน่ารันทดขนาดนั้น
"เ้าคิดว่าวันหนึ่งวันข้าเจอคนเช่นเ้าคนเดียวหรือถ้าไม่มีเงินข้าก็ช่วยเ้าไม่ได้ ตัวเ้าที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้รับไว้คอยเช็ดมือเช็ดเท้าให้ข้ายังมากไปด้วยซ้ำ รีบกลับไปดูใจแม่เ้าที่บ้านเถอะ!"
โหดร้าย…หลินหลานหรูเห็นหลงจู๊เดินถือไม้กวาดกลับเข้าไปแล้วส่วนชายหนุ่มผู้นั้นเมื่อเงยหน้าตั้งหลักได้ก็รีบปัดหิมะออกด้วยสีหน้าอับอาย
สำหรับชายหนุ่มผู้นี้เงยหน้าขึ้นมาก็ปะทะสายตากับเด็กหญิงอายุประมาณเจ็ดขวบ อีกฝ่ายมองมาด้วยความสนใจตัวนางยืนห่างจากเขาออกไปหลายจั้ง[2] ชุดผ้าไหมที่นางใส่ดูอย่างไรก็มีราคาทั้งสวมทับอีกชั้นด้วยเสื้อคลุมกันลมสีม่วงกุ๊นขอบด้วยขนจิ้งจอกสีขาวมือข้างหนึ่งถือถังหูลู่[3]ครึ่งไม้
ข้างกายนางยังมีผู้ติดตามชายคาดผ้าสีดำปิดดวงตาทั้งสองท่าทางคนผู้นี้เคร่งขรึมผิดกับดวงตาที่มองไม่เห็นนัก อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆจากการแต่งกายคงไม่พ้นเป็ผู้ฝึกยุทธ์ เฮอะ! ในใจเขามีแต่จะยิ่งรู้สึกเกลียดชังหากวันใดตนมีอำนาจย่อมไม่ปล่อยคนพวกนี้ไว้ขวางหูขวางตา ที่เป็เช่นนี้จะโทษใครได้เขาทำการค้าทว่าขาดทุนั้แ่ก้าวเท้าออกจากบ้าน เงินอีแปะเดียวยังไม่มียิ่งกว่านั้นยังพ่วงหนี้สินตามติดมาอีกเป็กระบุง
หลินหลานหรูกดมุมปากเผยยิ้มเล็กน้อยนางกระตุกมือผู้ติดตามข้างกายเบาๆ จากนั้นค่อยขยับเท้าก้าวข้ามถนนหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มแล้วข่มอีกฝ่ายไม่ให้ลุกขึ้นยืนได้ไม่เช่นนั้นคนที่ต้องก้มมองอาจไม่ใช่นาง ถึงตอนนี้เขาคิดจะลุกก็ไม่ทันแล้วมิหนำซ้ำถังหูลู่ในมือนางยังกดลงบนไหล่เขา
นึกดูแล้วคงจะกินต่อไม่ได้กระมังฮึ่ย…สกปรกยิ่ง!
ช่างถังหูลู่เถิด…
หลินหลานหรูมองสบดวงตาชายผู้นี้นิ่งเอ่ยถามไปประโยคหนึ่ง "ให้ข้าฆ่าหลงจู๊ผู้นั้นกับหมอในร้านให้ตายทั้งหมดดีหรือไม่"
พลันคนฟังถึงกับสะอึก
ชะ…เช่นนั้นไม่ดีกระมังที่นางควรถามคือ 'ให้ข้าช่วยเรียกท่านหมอไปรักษาแม่เ้าที่บ้านให้ดีหรือไม่' คำถามทำคนสะอึกเช่นนี้จะให้เขาตอบว่าอย่างไร ได้แต่เค้นเสียงฮึอย่างเย้ยหยันในใจ นางคิดทำสิ่งใดกันซ้ำเติมผู้อื่นหรือ ล้อข้าเล่นเช่นนี้มีจุดประสงค์ใดแฝงหรือนี่คือการละเล่นยามว่างของพวกเ้า ดีแท้!
แล้วจะอยู่ให้ผู้อื่นข่มไปไยพอคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงปัดไม้ปัดมือเตรียมลุกเดินหนี ทว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บปลาบยังขาซ้าย
"เ้า อ๊าก!"เป็ผู้ติดตามข้างกายของนาง เท้าหนักยิ่งกว่าหิน "้าสิ่งใดว่ามา!"
ยามนั้นสายลมหอบหนึ่งพัดเอาปุยหิมะขาวผ่องหมุนวนเป็เกลียวคลื่นเล็กๆกลางอากาศ หลินหลานหรูเล่นสนุกพอแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสแฝงอำนาจในที"ข้าช่วยแม่เ้าได้ เ้ายังอยากได้ความช่วยเหลือจากข้าหรือไม่"
"ไม่!" ตอบไม่คิด? สุดท้ายเป็อย่างไร"พะ…พวกเ้าคิดล้อข้าเล่นรึ ชีวิตคนใช่เอามาล้อเล่นได้ที่ไหนกัน"
อืม…เขาจะเอาอย่างไรกันแน่"เฉิงอิ้น" นางเรียกผู้ติดตาม พลันชายผู้นี้สะดุ้งโหยง …ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดกระมัง
เ้าของชื่อได้ยินเสียงเรียกก็เข้าใจเจตนาของคุณหนูใช้มือที่ว่างจากการถือร่มล้วงเข้ากระเป๋าอกเสื้อควักเงินหนึ่งตำลึงแล้วโยนให้ชายผู้นี้ไป
หลินหลานหรูเอ่ยเสียงเนิบช้าแต่เด็ดขาดขณะเดียวกันก็ไม่แยแสสิ่งใด "เงินก็ตกลงบนพื้นแล้วเ้าจะรับไปหรือไม่ข้าไม่ว่าจะทิ้งไว้ตรงนี้ให้ขอทานหัวมุมถนนเ่าั้เก็บไปข้าก็ไม่เสียหายใด จะปล่อยให้แม่เ้าป่วยตายยิ่งไม่เกี่ยวกับข้าใหญ่เ้าคิดอย่างไรก็เป็เื่ของเ้าแล้ว"
ยามยากเห็นเงินใครบ้างไม่อยากเก็บแต่ชายผู้นี้เกรงว่าเด็กน้อยจะเล่นหัว มีเจตนาแอบแฝงเป็แน่แท้ครั้นเห็นขอทานตรงมุมถนนจ้องมาตาเป็มัน จึงคิดไปว่าขอทานอดโซพวกนั้นเป็ตัวอะไรเงินตำลึงนี้เป็ของเขา พวกมันยังจะมีสิทธิ์ใดมาเก็บไปอีกเมื่อหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้เช่นนี้ ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นหน่อยสุดท้ายจึงยื่นมือไปเก็บพร้อมยัดเข้าอกเสื้อดิบดี ทั้งยังตบๆ ไปอีกหลายรอบคงไม่มีทางหายอย่างแน่นอน
"เดี๋ยว..."นางลากเสียงเอ่ยอย่างใจเย็น สีหน้าและแววตาไหวระริกเจือความสนุกเฉกเช่นเด็กน้อย"เงินตำลึงนี้จำนวนไม่น้อย ใช่ว่าคนยากไร้เช่นเ้าทั้งปีจะหาได้อีกอย่างข้าไม่ใช่คนที่ช่วยเหลือผู้ใดแล้วไม่หวังผลประโยชน์ยิ่งไม่ใช่คนดีที่เ้าเทิดทูนแล้วจะจบ"
ฉิบหาย!! เขาตกหลุมพรางนางเข้าแล้วเงินนั่นไม่รู้ตกไปอยู่ยังส่วนใดของเสื้อ คิดจะส่งคืนไม่ต้องแก้ผ้ารึจึงรีบร้อนกล่าวออกไป "ข้าจะหามาคืนในภายหลัง อ๊าก!"
ยังไม่ยกเท้ากลับอีกหรือเหยียบมาได้
"ใช่ว่าข้า้าให้เ้าคืนเงินหนึ่งตำลึงนั้นบังเอิญข้าหูดี เป็เ้ากล่าวกับหลงจู๊ร้านยาผู้นั้นว่าอย่างไรนะ อา...แลกด้วยชีวิตเ้าก็ยอม? ถ้าอย่างนั้นเวลานี้ข้าขอสิ่งตอบแทนเป็ชีวิตเ้าเ้ายังจะให้ข้านับคำพูดเพื่อครู่นั้นอยู่หรือไม่"
"จะฆ่าข้า?"
"นั่นเ้าคิดเอง"นางสวนตอบไม่จริงจัง
"แล้วมันต่างกันที่ใด… อ๊าก! เลิกเหยียบข้าสักที!"
"หุบปาก" เฉิงอิ้น
หลินหลานหรูแหงนมองผู้ติดตามในใจไพล่คิดไม่ได้ว่า บอกเขาหรือข้า?
"ได้ๆ ข้าตกลงรับปากเ้าจะอยากฆ่าก็เชิญ" ชายหนุ่มท้า
เอ๋...ไยเป็นางที่ต้องเป็ฝ่ายตัดสินใจแล้ว
เฉิงอิ้นเหมือนรับรู้ความในใจคุณหนูลงน้ำหนักฝ่าเท้าไปอีกรอบ คนถูกเหยียบแหกปากร้องลั่นกระทั่งไอโขลกๆ ติดต่อกัน
ยามนี้นับว่านางบรรลุเป้าหมายไปกว่าครึ่งรอแค่เหยื่อติดเบ็ดตามแผนที่วางไว้ ก็นับว่าอำนาจทางการเงินของนางสำเร็จไปอีกหนึ่ง"ข้าให้เวลาเ้า จากนี้เช้าวันที่ยี่สิบห้าเดือนหนึ่งพบชายตกปลานอกเมืองทิศตะวันตก สิบวันคงเพียงพอสำหรับชีวิตไร้ค่าของเ้าแต่หากคิดจะหนีก็จงรีบไปให้ไกล เพราะเมื่อไรที่ข้าตามล่าเ้าวันนั้นคงเป็วันที่ข้าสนุกที่สุด"
จะอย่างไรหลินหลานหรูคำนวณดูแล้วมารดาของชายผู้นี้ไม่มีทางรอดถึงสิบวัน อืม…โเี้น้อยไปไหมนะ
"ข้าถือสัจจะ ไม่คิดหนีให้อับอายวงศ์สกุลเช่นนั้นจะให้ข้าลุกได้หรือยัง อ๊าก! จะฆ่าให้ตายวันนี้หรือไร"
หลินหลานหรูลอบเบี่ยงหน้าไปอีกทางสองแก้มป่องขึ้นด้วยว่าพยายามกลั้นขำถึงที่สุด
เฉิงอิ้นยกเท้ากลับมาแล้วไม่รอให้มีใครพูดสิ่งใดชายหนุ่มผู้นี้หมุนตัวหันหลังลากขาซ้ายสุดเจ็บเดินกะเผลกกลับเข้าร้าน
หลินหลานหรูมองตามจนลับสายตาเขาไม่คิดจะเปลี่ยนร้านเลยหรือ อา…ท่านหมอที่นี่ดีนัก"ชายขลาดเขลาผู้นี้ชื่ออะไร"
…เพิ่งจะมาถามเอาตอนท้าย? "เขาชื่ออาจวูขอรับ"
" จวู ที่แปลว่า หมู นะหรือ"
เฉิงอิ้นพยักหน้า
หมูตัวอ้วนของนางจากนี้คงต้องขัดเกลาให้ดีหน่อยแล้ว
"เหตุใดคุณหนูไม่ช่วยรักษาหญิงแก่ผู้นั้นเองนี่ไม่ยิ่งทำให้อาจวูจงรักภักดีต่อคุณหนูขึ้นไปอีกหรือขอรับไม่ว่าอย่างไรโรคของหญิงแก่ผู้นั้นท่านก็รักษาหายได้อย่างสบาย"
"ข้ารักษาแต่โรคยากๆที่อยากรักษาเท่านั้น ในเมื่อข้าไม่เห็นประโยชน์ใดจากตัวนาง แล้วจะปล่อยหญิงแก่ใกล้ตายให้มีชีวิตต่อไปอีกวันทำไมยิ่งอยู่ต่อหนึ่งวันเขาก็ยิ่งมีจุดอ่อนต่ออีกวันเช่นกันนิสัยอ่อนแอขี้ขลาดเช่นนี้จำเป็ต้องมีสิ่งกระตุ้น"
หลินหลานหรูมองไปยังร้านยาเป็ครั้งสุดท้ายเดิมทีนางเพียงใช้อุบายเล็กน้อย แค่วางหมากล่อไปหนึ่งตัว อีกฝ่ายก็พ่ายแพ้ให้นางทั้งกระดานเล่นกับคำเล่าลือคนเพียงไม่นานราคาสินค้าในตลาดก็ผันผวน มีการค้าใดไม่ขาดทุนเ้ายังต้องเรียนรู้จากข้าอีกมาก
"ไปกันเถอะ"ก่อนไปนางยื่นถังหูลู่ให้เด็กน้อยหน้าตามอมแมมผู้หนึ่ง แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธ
กระทั่งเ้ายังไม่เอา คิดเช่นนั้นจึงทิ้งลงพื้นตามด้วยฝ่าเท้าบดขยี้จนแหลกจมหิมะ พลันเด็กน้อยแหกปากร้องไห้น้ำตาร่วง เฮ่ย!หลินหลานหรูะโคว้าจับมือเฉิงอิ้นแทบไม่ทัน ลากเขาเดินจากไปทันทีทว่าผู้ติดตามนางช่างเท้าหนักเสียจริง
"เ้าเดินเร็วหน่อย!"
เฉิงอิ้นอยากถามมาก คุณหนูกลัวหรือ?
ทั้งสองเดินจากไปแล้วมุ่งหน้าสู่ร้านน้ำชาเหมาเฟิง คงไว้เพียงเสียงแหกปากร้องไห้ของบุตรผู้ใดไม่รู้ถูกหลินหลานหรูแกล้งเข้าแล้ว ผู้ใดก็ได้ช่วยปลอบเด็กน้อยน่าสงสารที...
ถึงอย่างนั้น"เหตุใดคุณหนูทำเด็กร้องไห้"
"ข้าเปล่า!"
"แล้วร้องไห้ได้อย่างไร"
"ข้าเปล่าอย่างไรเล่า!!"
____________________________
[1] เทศกาลหยวนเซียว ตรงกับวันที่ 15 เดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติจีนเป็วันที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีคนในครอบครัวจึงมาร่วมชมจันทร์กันพร้อมหน้ารับประทานขนมบัวลอยที่แสดงถึงความกลมเกลียว ภายหลังมีการจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่มีประเพณีประดับโคมไฟ จึงเรียกอีกย่างว่า เทศกาลโคมไฟ
[2] จั้ง เป็หน่วยมาตรวัดของจีนเทียบได้กับระยะประมาณ 3.33 เมตร
[3] ถังหูลู่เป็ชื่อขนมหวานเคลือบน้ำตาลชนิดหนึ่งแต่เดิมใช้ผลพุทราป่าเสียบไม้เหมือนลูกชิ้นแล้วจุ่มลงในน้ำเชื่อมรสชาติเปรี้ยวอมหวาน