[ ตี๋ ]
21.40 น.
ติ้งๆๆๆๆ
Message
ตาม : ไอ้คุณชายตี๋มึงมาได้หรือยัง
ที : ต้องจุดธูปเรียกมั้ยครับเพื่อน
นิ้งค์ : พวกมึงก็เร่งมันจังมันคงยังเคลียร์งานไม่เสร็จ
ขณะที่ผมกำลังจะจอดรถก็ได้ยินเสียงเด้งรั่วๆ เดาไม่ผิดพวกมันกำลังทักตามให้ผมรีบไป พวกนัดสังสรรค์ที่ร้านเดิมที่เราชอบนัดกันทุกๆสิ้นเดือน พอจอดรถเสร็จก็ตอบแชทพวกมันก่อนจะเดินเข้าร้าน พวกมันนั่งโต๊ะเกือบติดเวที
“ไง มึงกว่าจะมาได้กุแดกนำไปหลายแก้วล่ะ”ทันใดที่ผมนั่งลงไอ้ตามก็บ่นผมทันที “เออ กูก็รีบสุดแล้วเนี่ย รถแมร่งติดมึงก็รู้” ผมตอบเพื่อนที่แสนขี้บ่นไปไอ้ทีก็ส่งแก้วเหล้าที่ชงให้ผมพอจิมเข้าไป “แมร่งชงเข้มจังว่ะไอ้ที” ผมถามเพื่อนที่ปกติมันไม่ชงเข้มแบบนี้ “ก็มึงมาช้าอ่ะ เดี๋ยวตามพวกกูไม่ทัน” พอพูดจบมันก็หัวเราะชอบใจ ผมดื่มไปสักพัก “เป็อะไรป่าวตี๋ มีเื่เครียดหรอ” นิ้งค์เพื่อนผู้หญิงคนเดียวของผมทักขึ้นมา ทำให้ไอ้สองคนนั้นหันมามองผมด้วย “คือ....เรา......’ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบไอ้ตามก็สอดขึ้นมา “มึงจะอ้ำๆอึ้งๆทำไมว่ะพูดๆมาเลยกูลุ้นเยี่ยวเหนียวหมดแล้ว” พอมันพูดจบผมก็พูดต่อ “กูจะลาออกจาก บริษัทพ่อกูว่า” พอผมจบ “ห๊ะ ลาออก” ไอ้พวกเพื่อนผมมันก็ผสานเสียงกันดังลั่นโต๊ะ จนโต๊ะอื่นหันมามอง “มึงจะลาออกแบบนี้มึงคิดว่าพ่อมึงจะยอมหรอว่ะ” ไอ้ทีพูดขึ้น “ต้องยอมดิ” ผมตอบกลับ “กูว่าไม่ยอม มึงจะลาออกไปทำอะไร ถ้ามึงคิดจะใช่เหตุผลที่ว่าจะไปตามหาความฝันเที่ยวรอบโลกของมึงนั้นนะ ไม่ยอมชัวร์ เชื่อกู” ไอ้ตามพูดขึ้นทำเอาผมหน้าหงอยไปเลยเพราะมันพูดถูกทุกคำ ผมเคยพูดเปรยๆกับพ่อครั้งนึง แต่ท่านมีท่าทีไม่สนับสนุน มันเลยทำให้ผมคิดหนัก “ทำไม ตี๋ไม่ให้พี่ตังกับพี่ต่อช่วยพูดล่ะ”นิ้งค์พูดจบ ทำให้ตาผมลุกวาว “ทำไมเราคิดไม่ได้นะ นั่งเครียดตั้งนาน ขอบคุณนิ้งค์มากนะ มีประโยชน์มากกว่าไอ้สองตัวนั้นอีก”พอผมพูดจบไอ้สองคนนั้นก็โวยวายใส่ผม เราคุยเล่นจนกันจนร้านใกล้ปิด ผมไม่ได้ดื่มเยอะเท่าไร ผมรู้ว่าต้องขับรถกลับ ขณะที่ผมกำลังออกจากร้านก็เห็นมีคนสามคนกำลังเถียงอะไรกันอยู่ ด้วยนิสัยผมแล้วจะไม่เผือกสักนิดก็ไม่ได้ ผมจึงแกล้งทำเป็รอพวกไอ้ตามกับไอ้ทีที่ไปเข้าห้องน้ำ ผมจับใจความได้เล็กน้อยว่าเค้าแย่งผู้หญิงกัน เออก็น่าแย่งอยู่แหละผู้หญิงสวยขนาดนั้น ผมมองดูอยู่ห่างๆจนไอ้เพื่อนรักสองคนออกมาจากห้องน้ำ “มึงยังไม่กลับอีกหรอวะ ไอ้ตี๋” ไอ้ตามถามผม “รอพวกมึงอ่ะ เห็นบอกไม่ได้เอารถมา” ผมตอบมัน “เป็คนดีแปลกๆนะมึง ให้เดากูว่ามึงกำลังเื่ชาวบ้านแล้วแสร้งทำเป็รอเพื่อนใช่มั้ยล่ะ” ไอ้ทีพูดขึ้น ผมยิ้มเชิงรับผิด “เออ แสนรู้สมกับเป็เพื่อนรักกูเลย” ผมว่าจบเราก็ขำพร้อมกัน แต่กลับได้ยินเสียงของแข็งกระทบกับเนื้อ จึงหันไปดู อ้าวสองคนที่เถียงกันเมื่อสักครู่ กับมาต่อยกันแทน พวกเราจึงวิ่งไปแยกพวกเขาออกจากกัน ไอ้เพื่อนผมสองคนห้ามฝั่งผู้ชายที่มากับผู้หญิง ส่วนผมดูผู้ชายที่นอนกองกับพื้น ผมจึงพยุงเค้าขึ้นมาเค้าดูมึนๆ ผมจึงถามเขาไป “คุณไหวมั้ย” “ถ้าร่างกายผมไหว แต่ถ้าเป็ใจ ไม่ไหวครับ” เขาตอบมาทำเอาผมนิ่งเลยคนอะไรเจ็บขนาดนั้นยังจะพูดอะไรแบบนี้อีก “แล้วคุณมาอย่างไง กลับไหวมั้ย ให้ผมไปส่งหรือป่าว” ผมพูดจบก็รอคำตอบของอีฝ่าย แต่กลับได้แต่ความเงียบ จนเพื่อนผมเดินมา “เฮ้ย มึงเขาเป็อะไรมากมั้ย ในรถมีกล่องปฐมพยาบาลหรือป่าว”ไอ้ทีถามผม “ไม่มีว่ะ กูเอาไว้คอนโดั้แ่วันก่อนแล้วว่ะ” ผมบอกเพื่อนที่คอยเตือนผมว่าให้พกกล่องปฐมพยาบาลติดรถไว้เผื่อฉุกเฉิน “แล้วจะเอาไงต่ออ่ะ ดูท่าไม่มิสติด้วย” ไอ้ตามพูดขึ้น “งั้นพาไปคอนโดมึงก่อนไอ้ตี๋ รอเขาดีขึ้นแล้วค่อยไปส่งเขา”ผมไปส่งเพื่อนทั้งสองที่คอนโดพวกมันแล้วขับรถพาอีกคนที่หลับอยู่เบาะหลังมาที่คอนโดนผม ผมพยายามพาเขาขึ้นคอนโด แต่ด้วยความที่ต้องเอาเอกสารขึ้นมาตรวจดูทำให้ของเยอะ ผมจึงให้พี่ รปพ ช่วยพาขึ้นไป หลังพาเขามานอนที่เตียงแล้ว ผมก็ไปเอาน้ำกับผ้ามาเช็ดตัวให้ สักพักเหมือนเขาจะรู้สึกตัว และตื่นขึ้นมา “ผมอยู่ที่ไหนครับ” เขาถามผม “อยู่คอนโดผมครับ ผมถามคุณไม่ตอบผมว่าบ้านอยู่ไหน” ผมพูดจบก็ลุกไปหยิบน้ำกับยาแก้ปวดมาให้เขา “เอ่อ…..ขอบคุณครับ รบกวนคุณมากเกินไปแล้ว ผมกลับดีกว่า”เขาว่าจบบพรางจะลุกขึ้น แต่ผมดันไหล่เขาไว้ก่อน “ไม่เป็ไรครับ ดึกแล้วนอนที่สักคืน เช้าแล้วค่อยกลับดีกว่า ถ้าคุณกลับตอนนี้ผมคงไม่สบายใจแน่ๆ” เขาเลิกคิ้วเชิงถาม “ดูสภาพคุณตอนนี้สิ ดูไม่โอเค เลยนะครับ พักที่นี้เถอะครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมชุดมาให้เปลี่ยน”จากนั้นก็ไปชุดมาให้เขาเปลี่ยน “นี่ครับ” ผมส่งชุดให้เขา เขาก็รับไป “เอ่อคุณชื่ออะไรหรอครับ ผมชื่อ นิว นะครับ” “ผมตี๋พักผ่อนเถอะครับมีอะไร เคาะห้องผมได้ อยู่ตรงข้าม”คอนโดนมีสองห้องนอนเพราะพี่ชายผมชอบมานอนด้วยตอนทะเลาะกันกับแฟนขณะที่ผมกำลังจะไปเขากลับดึงมือไว้ “นอนกลับผมได้มั้ยครับ”