ในขณะที่เว่ยเจียอินกำลังจะเดินกลับ เขาก็นึกถึงชายหนุ่มกลางสระน้ำขึ้นมา จึงหยุดฝีเท้าลงและหันไปมองบุรุษผู้ลึกลับที่หล่อเหลาที่นั่งอยู่กลางสระน้ำ
หลังจากได้มรดกของเซียนา เขาก็รู้แล้วว่าพลังที่เขาััได้ในร่างของชายคนนั้นคือ พลังแห่งพันธนาการ
ตอนนี้เขามั่นใจว่าสามารถปลดพันธนาการนี้ได้ และยังสามารถซ่อมแซมเส้นชีพจรที่เสียหายของเขาได้อีกด้วย
"ปล่อยให้เขาตายไป หรือช่วยชีวิตเขาดี ? "
เว่ยเจียอินลังเลอยู่ชั่วครู่ จนกระทั่งสายตาเขาไปหยุดที่ใบหน้าหล่อเหลา ทันใดนั้นความลังเลทั้งหมดก็พลันหายไป
"เจอคนหล่อถูกใจขนาดนี้ทั้งที ต้องช่วยอยู่แล้ว! "
"แค่ได้มองหน้าเขา ข้าก็กินข้าวได้เพิ่มอีกสองชามแล้ว"
เว่ยเจียอินหัวเราะเบา ๆ จากนั้นเขาลูบไล้ไปที่ใบหน้าของชายผู้นั้นด้วยความหลงใหล ทันใดนั้นชายผู้นั้นก็ลืมตาขึ้น
“เ้าฟื้นแล้วหรือ ? ” เว่ยเจียอินเอยด้วยความใ
“เ้าเป็ใคร” ชายหนุ่มรูปงามเอ่ยถามด้วยสายตาว่างเปล่า พร้อมกับมองสำรวจไปรอบ ๆ
ชายผู้นั้นเมื่อเห็นเว่ยเจียอินนิ่งเงียบไปก็ทำท่าจะต่อต้าน เว่ยเจียอินจึงยิ้มกว้างออกมาแล้วเอ่ยออกไปว่า “เ้าเป็ใครข้าไม่รู้ แต่ข้าคือผู้มีพระคุณของเ้า”
“ผู้มีพระคุณ? ”
“ใช่ หากข้าไม่ช่วยเ้า เ้าก็คงไม่ฟื้น”
ชายผู้นั้นมองเว่ยเจียอินอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพราะรู้สึกปลอดภัยและคุ้นเคยบางอย่าง ร่วมไปถึงเขารู้สึกว่าร่างกายของเขาดีขึ้นมาจากการาเ็หนัก เขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
“แล้วเ้ามีนามว่าอะไร? ”
“ข้า เว่ยเจียอิน”
บุรุษผู้นั้นจ้องมองใบหน้าอ่อนหวานนั้น เขามองเว่ยเจียอินดวงตาเป็ประกายเขาไม่รู้ว่านี่เป็เื่จริงหรือไม่ แต่การอยู่ใกล้ร่างบางตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและความเ็ปบนกายก็ทุเลาลงมาก
อีกทั้งเขาััได้ว่าบนกายของเว่ยเจียอินไม่มีปราณใดๆ หมุนเวียนอยู่เลย หากร่างบางตรงหน้าโกหกเขา การข้าคนตรงหน้าก็ง่ายเพียงดีดนิ้ว
เมื่อครุ่นคิดได้เช่นนั้น เขาจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “แล้วเ้าอยากให้ข้าตอบแทนเ้าอย่างไร? ”
เว่ยเจียอินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมา
“ข้ายังคิดไม่ออก เอาไว้เราเจอกันภายภาคหน้าข้าคิดได้แล้วจะบอกเ้าก็แล้วกัน ข้าขอตัวก่อนนะพอดีต้องรีบกลับจวน เดี๋ยวท่านยายข้าจะเป็ห่วง”
เว่ยเจียอินรีบพูดตัดจบ แล้วรีบขอตัวกลับ แม้เขาจะไม่มีปรานก็ยังรับรู้ได้เลยว่าชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าอันตรายมาก
พลังของเขานั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก มากเสียจนเขาคิดว่าใต้หล้านี้ไม่มีใครเทียบเขาได้ แค่ไอพลังที่แผ่ออกมานั้นระดับเทียนอู่ยังแทบหายใจไม่ออก
ทว่าเว่ยเจียอินกลับรู้สึกว่าพลังที่แผ่ออกมาจากเว่ยหลงเฟิงนั้นเย็นสบายแล้วอบอุ่นเป็อย่างมาก ทำให้เขารู้สึกดีและสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากพูดจบเว่ยเจียอินก็หันหลังวิ่ง มุ่งหน้ากลับสู่จวนตระกูลเว่ย
...
เมื่อเว่ยเจียอินกลับถึงจวนตระกูลเว่ย เวลาก็เพิ่งล่วงเลยถึง่บ่าย แสงแดดยามบ่ายส่องแสงร้อนแรงจนดินแดนดูราวกับถูกอบไอน้ำ
เขาเดินเข้าประตูเล็กของจวนกั๋วกงดูสง่างามและทรงอำนาจมีรูปปั้นสัตว์วิเศษสองตัวตั้งอยู่หน้าจวน เพื่อทำหน้าที่เป็ส่วนหนึ่งของค่ายกลป้องกันที่สำคัญ
เว่ยเจียอินมองแวบเดียวก็รู้ว่านี่คือค่ายกลป้องกันระดับสี่ แม้จะถือว่าดีในเมืองหลวงตงหลง แต่ในสายตาของเขา มันยังคงมีจุดที่ต้องปรับปรุง
'มีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องช่วยปรับปรุงมันหน่อย' เว่ยเจียอินคิดในใจ
เว่ยเจียอินครุ่นคิด และเดินมุ่งตรงไปยังเรือนของตนเอง
"เ้าไร้ค่าเพียงนี้ พวกเขากลับรักเ้ามาก"
เว่ยเจียอินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะผลักประตูเรือนเข้าไป
"คุณชายกลับมาแล้วหรือขอรับ อาหารเที่ยงยังร้อนอยู่ในหม้อ ข้าจะไปยกมาให้" เสียงที่เอ่ยขึ้นคือชายวัยกลางคนที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ลาน
"มู่ฉง" เว่ยเจียอินค้นความทรงจำ และพบว่าชายคนนี้องตรักษ์ข้างกายของเขา ถึงแม้ร่างเดิมจะไร้ปราน แต่กลับได้รับความรักจากตระกูลเว่ยมากมาย
ทว่าร่างเดิมกลับไม่ชอบมู่ฉง เพราะมู่ฉงมักเตือนให้เขาอยู่ห่างจากคนในตระกูลหวัง
ในความทรงจำของร่างเดิม มู่ฉงเป็เพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่ด้วยสายตาที่ผ่านการรับมรดกเซียนา เว่ยเจียอินกลับมองออกว่ามู่ฉงไม่ธรรมดา
"นี่มันยอดฝีมือระดับเทียนอู่! "
ในเมืองหลวงแห่งนี้ระดับเทียนอู่ถือว่ามีไม่มากนัก
เว่ยเจียอินยิ้มและเอ่ยว่า "ยกมาได้เลยข้าหิวอยู่พอดี ยกเอาไปให้ข้าในห้องนอน ทานเสร็จแล้วข้าอยากจะพักสักหน่อย"
มู่ฉงมองดูเขาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ท่าทางของคุณชายวันนี้ช่างต่างจากปกติ ราวกับว่าเป็คนละคน...
"ขอรับ ข้าจะยกไปให้"
หลังจากทานข้าวเสร็จ เว่ยเจียอินคิดจะนอนพักเสียงหน่อย แต่กลับได้ยินเสียงของมู่ฉง บอกว่ามีบ่าวรับใช้มาเชิญเขาไปที่ห้องโถงใหญ่
ในขณะนี้ ผู้นำตระกูลเว่ยและบรรดาผู้าุโ กำลังนักเจรจากับท่านยายของเขาเื่การถอนหมั้น
ซึ่งเว่ยเจียอินและมู่ฉง มาถึงใน่ที่ผู้นำตระกูลหวังกำลังลากแม่น้ำทั้งห้ามาพูดกับท่านยายของเขาอยู่
ผู้นำตระกูลหวังเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่แววตากลับแข็งกร้าว
"ข้าไม่ได้เมินเฉยต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล แต่เว่ยเจียอินไม่อาจบำเพ็ญได้ อีกทั้งตระกูลหวังก็้าหมั้นกับบุตรชายข้า เราจึงมาขอถอนหมั้น หวังว่าท่านจะยินยอม"
ท่านยายของเขาไม่ได้แสดงอารมร์อะไรออกมา เพียงพูดเสียงเรียบ "การหมั้นเกิดจากคำขอของตระกูลหวังเอง อีกทั้งเราก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เว่ยเจียอินเท่านั้นที่จะตัดสินใจเื่นี้ "
ในขณะที่ทั้งสองตระกูลกำลังตอบโต้กันไปมา บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียด
ตอนนั้นเองเว่ยเจียอินและมู่ฉงก็ปรากฏตัวขึ้น…
ชายหนุ่มร่างบางเดินเข้ามา สวมชุดม่วงสีอ่อนปลิวไปตามการเดิน ใบหน้าขาวกระจ่างใส งดงามยิ่งกว่าสตรีเสียอีก
"พวกท่านจะพูดถึงเื่การถอนหมั้นใช่หรือไม่ ? " เว่ยเจียอินพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องโถงทันที
ทว่าเขาไม่ได้ใส่ใจท่าทีของผู้คนรอบข้างเลย เขามองไปที่หวังจื่ออีด้วยสายตาเ็า ก่อนจะพูดกับผู้นำตระกูลหวังว่า "ก่อนจะพูดเื่การถอนหมั้น ข้ามีบัญชีที่ต้องสะสางกับคุณหนูรองหวังเสียก่อน"
ผู้นำตระกูลหวังฟังแล้วขมวดคิ้วและหันไปถามหวังจื่ออี "เ้าเคยติดหนี้อะไรเขาหรือ ? "
ใบหน้าของหวังจื่ออีซีดเผือด นางไม่คิดว่าเว่ยเจียอินที่เคยขี้ขลาดจะกล้ากล่าวผิดนางต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ?
ผู้นำตระกูลหวังดุหลานสาวเสร็จก็หันไปพูดกับเว่ยเจียอิน "ไม่ต้องห่วง หากหวังจื่ออีติดหนี้อะไรเ้า เราจะชดใช้ให้เต็มจำนวน ไม่มีการหลบหลีก"
"ดี" เว่ยเจียอินปรบมือเบา ๆ และยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ข้าชอบท่าทีเช่นนี้ของผู้นำตระกูลหวังจริง ๆ "
เว่ยเจียอินกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม "วันนี้คุณหนูรองหวังเชิญข้าไปที่สวนชานเมือง ข้าก็ไปแต่ไม่รู้ทำไม? แทนที่จะเจอคุณหนูรองหวัง แต่กลับเจอพวกนักฆ่าเสียได้"
เสียงอุทานของคนข้าง ๆ ดังขึ้นในทันที
"จริงหรือ ? "
ขณะที่ทุกคนตกตะลึง เว่ยเจียอินก็ยังคงกดดันหวังจื่ออี "ไม่ทราบว่าคุณหนูรองหวังจะอธิบายเื่นี้อย่างไร ? "
หวังจื่ออีกำมือแน่นร่างกายสั่นเล็กน้อย พยายามฝืนพูดออกมาว่า "ข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังพูดเื่อันใด! "
เดิมทีนางไม่ได้อยากให้เว่ยเจียอินตาย เพราะแม้ตระกูลเว่ยจะเสื่อมอำนาจลง แต่ก็ยังคงตำแหน่งกั๋วกงเอาไว้ จึงสั่งให้หม่าเป่าบ่าวรับใช้ไปทำลายความบริสุทธิ์ของเว่ยเจียอิน เพื่อใช้ข่มขู่ให้เขาถอนหมั้น
แต่ไม่คิดว่าจะได้รับรายงานว่าหม่าเป่าจะตาย และเว่ยเจียอินหายตัวไป
ตอนแรกนางคิดว่าเว่ยเจียอินคงตายแล้ว แต่เมื่อนางเห็นเว่ยเจียอิน หวังจื่ออีจึงใจนไม่รู้จะทำอะไร
"ฮึ เ้าจะปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปหรือ ? "
ขณะที่หวังจื่ออีกำลังจะเถียงกลับมีเสียงกระดิ่งดัง "ติ้งหลิง~ ติ้งหลิง~" ขึ้นอย่างฉับพลัน