อีกทิศทาง หลินเอ๋อร์กำลังไปทำงาน เห็นหน้าว่ายเปียวบวมช้ำ กลับลงมาจากบันไดตักน้ำพันขั้น แทบจะตาปิด มองไม่เห็นทางอยู่แล้ว “เ้าไปฟัดกับสุนัข มาหรืออย่างไร เ้าขอทาน?”
ว่ายเปียวพลางหันมองคนทัก เหม่อลอยเล็ก ๆ ที่หัวเราะ แห้งๆ แก้เขิน “อืมๆ เ้าสุนัขใหญ่ตัวนี้ อวดดี ดุร้าย และห้าวหาญ ไม่เบา ข้าไปสั่งสอนมัน เล่นเอาข้าแทบแย่เชียวล่ะ”
ขณะเขาหลอกด่าเ้าปู้หาญซาน เป็ เ้าสุนัขใหญ่
ด้านหลินเอ๋อร์ได้ยินคำตอบ ยิ้มเยาะ กับความขี้โม้ หน้าตาย ไหลลื่นของว่ายเปียว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า บทสนทนาทั้งคู่ ทำให้พวกเขา สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“เ้ามาของานข้าอีกแล้วซินะ เ้าขอทานไม่เจียมตัว” ขณะโยนป้ายงานของตนเองออกไป พร้อมหินปราณระดับต่ำหนึ่งก้อน
“แล้วอย่าไปสร้างเื่อีกล่ะ” ที่หลินเอ๋อร์กล่าวคำพูดทิ้งท้าย ประหนึ่งไม่ใส่ใจว่ายเปียวอีกต่อไป ว่าเขาจะไปตายตกที่ไหนต่อ แค่อย่าสร้างเื่ ให้นางก็เป็พอ…
ว่ายเปียว เบ้ปากน้อยๆ ที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว “รู้แล้วน่า เ้าช่วยเชื่อเื่ที่ข้าเล่า มั้ง ก็ได้ หลินเอ๋อร์”
ศิษย์หญิง มองดูอยู่รอบๆ แอบกระซิบกระซาบกันน้อยๆ “คงไม่ใช่หลินเอ๋อร์ แอบชอบขอทานตัวน้อย หรอกกระมัง?”
“ทว่าเ้าขอทานนี้ก็ทนทาน ตายยาก จริงๆ อยู่ได้มาร่วมเดือนกว่า แล้วด้วย”
หลินเอ๋อร์ สาววัยกำลังโตงดงามสะพรั่ง กระแอมไอ แก้ต่างให้ตนเอง ‘กันพวกศิษย์พี่เข้าใจผิด’ “ก็แค่เพื่อนข้างห้อง ก็เท่านั้น” ซึ่งมันก็จริง นางไม่มีความรู้สึก นึกคิด สร้างความสัมพันธ์ อะไรกับว่ายเปียว แม้แต่น้อย
‘การมาอยู่ที่นี่นางเองก็มี เป้าหมาย เหมือนกัน’ เมื่อหลินเอ๋อร์ ทอแววตาสีม่วงเป็ประกายแสง เข้าไปยังส่วนลึก ของสำนักมารบูรพา
รอบตัวหลินเอ๋อร์ ก็เหมือนมีบรรยากาศ กดดันขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ที่กระแสปราณสีม่วง ไหลแผ่ออกจากร่างหญิงสาว ประหนึ่งว่า จะพุ่งเข้าไปถึงด้านในส่วนลึกสำนักได้
สวนผักเขียวขจี ติดแปลงสวนสมุนไพรท้ายสำนักทางทิศเหนือ ว่ายเปียวกำลังยื่นป้าย เข้าทำงานแทนของหลินเอ๋อร์ ดวงตาเขาเกือบปิดสนิท พลางเหม่อลอย เล็กๆ ที่เห็นแสงปราณพลัง แปลงเพราะปลูก ที่นี่หนาแน่นเป็อย่างมาก
“ปราณพลัง ของที่นี่ ช่างสีงดงามจริงๆ ...”
จู่ ๆ ศิษย์พี่สายในนักปรุงยา ที่มาพร้อมกลุ่มศิษย์สายนอก คอยอำนวยความสะดวก จะกระแทกไหล่ว่ายเปียว ให้ถอยฉากออกไปทันที ปึก! “เ้านี่ มัวเหม่อ อะไร ยังไม่ถอยให้ ศิษย์พี่ จวิ่นว่านซง อีก”
“ขออภัย ขอรับ” ว่ายเปียวรีบประสานฝ่ามือตอบ ทว่าเมื่อมองศิษย์พี่ในชุดอาภรณ์ศิษย์สายใน อย่างจวิ่นว่านซง มีระลอกพลังในร่าง ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
อีกฝ่ายพลางโบกพัดน้อยๆ ขณะปรายตา มองว่ายเปียว ด้วยปลายหางตา “พวกศิษย์สายนอก นี่ เล่นกันแรง จริงๆ แฮะ”
เมื่อเห็นรอยฟกช้ำบนตัวว่ายเปียว เขาส่ายหัว ค้านจะใส่ใจ ที่เตรียมเข้าไปยังแปลงสมุนไพร ล้ำค่าของสำนัก
ผู้าุโผู้ดูแล ไม่เว้นแม้แต่ศิษย์ ยังเข้าไปทักทาย จวิ่นว่านซง ราวกับเป็คนสำคัญ หากพวกเขาได้ผูกมิตรไมตรี กับนักปรุงยารุ่นเยาว์ ย่อมสร้างผลประโยชน์ ใหญ่ไม่น้อย
ครั้นหลายคนรู้พวกเม็ดยาลูกกลอนที่พวกเขาใช้ ก็มาจากนักปรุงโอสถ มีไม่มากเหล่านี้ ภายในสำนักศิษย์สายใน
“นี่เป็รายการ สมุนไพรที่อาจารย์้า” ขณะยื่นรายการสมุนไพร ต่างๆ ้าเก็บเกี่ยวออกไปหาผู้ดูแล
จวิ่นว่านซง จะกล่าวต่อ “ข้าขอยืมใช้ที่นี่ฝึก ปรุงยาแบบใหม่ จะได้หรือไม่?”
ผู้าุโผู้ดูแลรีบกล่าว “เช่นนั้น เชิญด้านในเรือนไม้ ศาลาผู้ดูแลของข้าเถอะ”
จวิ่นว่านซง ในแววตามีความหยิ่งยโส เก็บพัดในมือลง ทว่ามองแต่ไกลอย่างไร เขาก็แค่แสดงท่า วางมาดใหญ่โตมากกว่า
“ไม่จำเป็ผู้ดูแล… ที่ข้าจะปรุงยาเป็ศาสตร์การปรุงยาขั้นสูง วัตถุดิบเองก็อยู่เบื้องหน้าแล้ว”
ชายวัยกลางคนผู้ดูแล กล่าวด้วยความกังวล “แบบนี้การปรุงยา ของคุณชาย จะไม่แพร่งพราย ออกไปด้านนอกหรือ?”
จวิ่นว่านซง โบกมือคล้ายไม่เป็เื่ใส่ใจ ซึ่งจะได้แสดงฝีมือของตน ให้ผู้คนได้เห็นเป็ประจักษ์พยาน ยิงนกนัดเดียว แถมได้ความชื่นชมจากผู้คนด้วย ‘ที่นี่มีแต่พวกโง่งม อย่างไรก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบ การปรุงยาที่ลึกล้ำ ของข้าได้หรอก ฮ่าๆ’
ก่อนเสียงสั่งผู้ดูแลดังขึ้น “ยังไม่รีบไปเอาเบาะมาให้ จวิ่นว่านซง นั่งอีก” …ซึ่งว่ายเปียว ที่อยู่แปลงสมุนไพรฝั่งตรงข้าม กำลังพรวนดิน ดูแลแปลงผัก เด็ดหนอน หญ้าออกจากแปลงผัก ยังมองอีกด้านอยู่ตลอด
“ข้าจะแสดงให้ เห็นการควบคุมที่ลึกล้ำ ชนิดพวกเ้าจะต้องตะลึงลานกันแน่” จวิ่นว่านซง คลี่ยิ้ม จองหองได้กล่าวเสียงดัง ที่ตั้งท่าฝ่ามือ ปรุงยาไร้เตา “เม็ดยาอัดอากาศ”
ทันใดก็คล้ายปราณพลังหนาแน่น รอบๆ ถูกชักนำเข้ามาหาตัวจวิ่นว่านซง เป็สายธาร ที่อากาศ รอบๆ สั่นผ้าว
ซึ่งเป็แบบนั้นไปครึ่งชั่วยาม ที่ในมืออีกฝ่ายปรากฏ เม็ดยาอัดอากาศ เท่าเมล็ดถั่ว ก่อรูปร่างขึ้นมาให้ผู้คนตกตะลึง การปรุงยาระดับสูงไร้เตา
ว่ายเปียวทำงาน ไปพลางขบคิดไปกับปราณพลัง ไหลเป็สายพลังสีเขียวปั่นป่วนตอนนี้ จู่ ๆ เขาก็พูดพึมพำกับตนเองขึ้นมา “หืม! มันช่างคล้ายวิชาหัตถ์ศูนย์ ของข้าเลยไม่ใช่หรือ?”
ซึ่งมีส่วนคล้าย มากถึง5ส่วน ที่ว่ายเปียวคิดในใจกับตนเอง ‘บางทีมันอาจจะเป็วิชา สำหรับนักปรุงยาก็เป็ได้’
“ลองเรียนแบบอีกฝ่ายดูหน่อยแล้วกัน” ทันใดที่ฝ่ามือว่ายเปียว แอบลอบหมุนมือ เป็วงกลม ไม่ออกจากศูนย์กลางมือที่มันเป็อยู่ ด้วยความรวดเร็วเหมือน มือปั้นปราณ ท่าทางขอทานแปลกๆ ที่หลินเอ๋อร์กล่าวแซวก่อนหน้านี้
ก็คล้ายเกิดคลื่นแรงดึงดูด ชักนำปราณพลัง เข้าหาว่ายเปียว เกิดคลื่นพายุปราณพลังเป็ริ้วสายมองไม่เห็นทันใด
ซึ่งเขาจะใช้ฝ่ามือ ห่อหุ้มเป็เตาหลอมชีวิต ใช้ปราณพลังฟ้าดิน เหนี่ยวนำเป็ตัวหล่อเลี้ยง ก่อนจะประสานควบแน่น คงรูปด้วยอากาศรอบตัว
จู่ๆ เกิดเมฆครึ้ม จวิ่นว่านซง ยังรู้สึกแปลกใจ ประหนึ่งว่ามีใครกำลังแทรกแซง การปรุงยาของเขาอยู่ก็มิปาน ที่กวาดตามองออกไปรอบๆ ‘มันจะเป็ไปได้อย่างไร ที่ ข้าควบคุมปราณพลังไม่อยู่’
ขณะผ่านไปหลายชั่วยาม เกิดเหงื่อเม็ดเป้ง ผุดขึ้นจากบนใบหน้าของจวิ่นว่านซง หยด ติ๋งๆ ไม่ขาด ครั้นเริ่มควบคุม การควบแน่นเม็ดยาไม่ได้
แต่ไม่ใช่สำหรับว่ายเปียว รับรู้การไหลเวียนของปราณ ในเม็ดยาลูกกลอน แผ่นปลายนิ้วมือควบแน่นแจ่มชัด
ปัง! จวิ่นว่านซง จะบีบฝ่ามือบดขยี้ จบการควบแน่นยาลูกกลอน ทันที “เฮ้อ! วันนี้ช่างฟ้าไม่เป็ใจ ปราณพลัง รอบๆ ช่าง ควบคุมยากเสียจริง!”
จวิ่นว่านซง กล่าวเสร็จ พลางลุกขึ้นพรวด หยิบตะกร้าใส่สมุนไพรตามใบสั่ง เขาก็รีบเดินจากไปจากสวนสมุนไพรทันที
ถึงจะมีความไม่พอใจ ปรากฏบนใบหน้าอยู่บ้างก็ตาม
ขนาดทุกคนเผยสายตาเลื่อมใสศรัทธาอย่างสุดซึ้ง แม้อีกฝ่าย จะทำไม่สำเร็จก็ตาม ก็ทำให้พวกศิษย์สายนอก เห็นการควบคุมปราณพลัง ที่ ลึกล้ำของจวิ่นว่านซง น่าหวาดกลัวแค่ไหน
ส่วนว่ายเปียว อยู่อีกด้านของสวนผัก ที่ผู้ดูแล อ้วนฉุ ไม่ค่อยเคร่งกฎระเบียบเท่าไหร่นะ
เขารีบทำหน้าเลิ่กลั่ก ที่ต้องเก็บเม็ดยาอัดอากาศ ลงขวดหยก วิเศษ กากๆ ห้อยติดตัวเป็เหมือนเครื่องรางไปพลางก่อน ‘เกือบซวยแล้วไง’
เมื่อเสียงตวาด เดินดุ่มๆ ดังเข้ามาหาว่ายเปียว “เ้าหนู ข้าเห็นเ้านั่งนิ่ง อยู่ตรงนั้นนานแล้วนะ หนอนแทะผักตรงนั้นของข้า คงจะตัวใหญ่น่าดูซิท่า ถึงได้อืดอาดแบบนั้น”
มาพร้อมหลายคนอดลอบขำจวนท้องแข็ง แล้วยิ่งเห็นความยากลำบาก ว่ายเปียว น่าจะไม่ได้นอนในคืนนี้แน่ “เ้าทำงานไปอีก สองชั่วยาม ข้อหาอู้งานแล้วกัน”
ว่ายเปียว ประสานฝ่ามือ แต่กลับยิ้มเบิกบานใจ อย่างน่าประหลาด “ขอรับ” ที่จับจอบพรวนดิน รอบๆ ต่อ
จวิ่นว่านซง พลางลอบหันกลับมามอง ว่ายเปียวเล็กๆ ที่เห็นความยุ่งวุ่นวายของขอทานหน้าปูดนูน
ก่อนเขาพึมพำ กับตนเอง ชนิดไม่ได้ใส่ใจ ว่ายเปียว “หากปราณพลังที่นี่ จู่ๆ ไม่ปั่นป่วน ข้าน่าจะผสานยาลูกกลอนอัดอากาศ ระดับ 2 สำเร็จ เฮ้อ!”
แม้วิธีการลึกล้ำ จวิ่นว่านซง ใช้ฝึกปรุงยาอัดอากาศ มีความสำเร็จอยู่แค่สามส่วน แต่ก็มีความมั่นใจไม่น้อย ว่าจะทำสำเร็จ หากปราณพลัง รอบๆ ไม่ปั่นป่วนเสียก่อน
ทว่าอีกฝ่ายหารู้ไม่ ว่ายเปียว ฝึกปรุงยาด้วยท่าทาง ลึกล้ำ ท่าหัตถ์ศูนย์ ที่เขาหยั่งรู้ ก็สามารถสร้างยาลูกกลอนอัดอากาศระดับสอง ออกมาได้
ซึ่งคิดเป็ความสำเร็จ ั้แ่ครั้งแรกเริ่ม ราวกับเป็อัจฉริยะนักปรุงยาตัวน้อย
แม้เม็ดยาลูกกลอน อัดอากาศ จะเป็ระดับต่ำ ไม่สมบูรณ์ ไม่อาจเทียบกับผู้ถูกเรียกนักปรุงโอสถได้แน่นอนก็ตาม
แต่หากเอาเื่นี้ไปเล่า โม้ ให้ใครฟัง คงจะมีคนบอกว่าขอทานตัวน้อย อย่างว่ายเปียว สติต้องเลอะเลือน กินยาลืมเขย่าขวดแล้ว เป็แน่แท้…