การที่พญามารลงมือไปอย่างรวดเร็วนั้น กลับสร้างผลเสียให้กับเขา เขาไม่ได้้าชายหนุ่ม เขา้าเพียงมารดาของเขา แต่นี่...ชายหนุ่มกลับมารับเคาระห์กรรมนี้แทน
“นี่เ้า เ้าทำไมถึงเร็วเช่นนี้” พญามารใ ความจริงร่างกายของมนุษย์ทั่วไป ไม่สามารถเคลือ่นที่ไพด้รวดเร็วปานนี้ อาจเป็เพราะพลังของปีศาจที่แฝงอยู่ในร่างกายชายหนุ่มนั่นเอง
“ลูกแม่ ทำไมเ้าถึงไม่ฟังที่แม่พูด เ้าเป็อะไรมากใหม?” มารดาใเช่นกัน เืไหลออกจากร่างของลูกชายนางอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มมีอาการชักเกร็งเ็นบาง่
หญิงสาวยืนรอชายหนุ่มอยู่นอกบ้าน ได้ยินเสียงร้องของมารดาของชายหนุ่ม และอีกอย่าง เธอเองก็เห็นว่าเขาเข้ามานานแล้วจึงคิดจะเข้ามาตาม แต่เธอเข้ามาข้างใน
ภาพที่เห็น
เธอยืนตะลึงอยู่ตรู่เดียวจึงได้สติ รีบวิ่งมาประคองร่างของเขาไว้ในอ้อมกอดของตน
“พี่พี่เป็อะไร ทำไมถึงเป็เช่นนี้ ใครทำอะไรพี่กันแน่?” หญิงสาวฟูมฟาย น้ำตาไหลหลั่งมิยอมหยุด ชายหนุ่มคนนี้ เธอแอบรัก แอบชอบเขามานานแล้ว ความจริงอยากจะบอกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่กล้าสักที
“ไม่เป็ไร ข้าไม่เป็ไร น้องพี่...ฝากแม่พี่ด้วย ดูแลนางแทนพี่ด้วย รับปากพี่สิ” เขาละล่ำละลักบอกหญิงสาวทั้ง ๆ ที่มีเืเต็มปาก
“ไม่ ไม่ ข้าไม่รับปาก พี่ต้องไม่เป็อะไร นี่เป็ฝีมือพญาปีศาจใช่มั้ย? ตอบข้ามา” นางไม่ยอมรับปากเขา
“ไม่ใช่ ข้าเดินไม่ดีเอง มันมืด ข้าเลยสะดุดล้มถึงได้เป็อย่างนี้ เ้ารับปากข้าสิ เ้ารับปากข้าสิ” เขาไม่ยอมรับเื่ของพญามารเนื่องด้วยเกรงว่าจะเป็ที่เกรงกลัวของชาวบ้านไปเปล่า ๆ
เขายังกุมมือเธอเอาไว้แน่น ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างอ้อนวอน
"รับปากข้า เ้าต้องดูแลนางนะ" เขายังรอฟังคำที่นางจะยืนยันกับเขา
“ได้ ๆ ข้ารับปาก แต่เวลานี้ พี่ต้องรักษาาแก่อนนะ ข้ามียาดี ท่านต้องกินยานี้ก่อน” นางบอกเขา
เขามีอาการกระตุกสองสามครั้งและพ่นเืออกจากปาก ไหลเต็มไปหมด
เธอเห็นภาพนั้นเต็มสองตา หัวใจแทบแตกสลาย การที่เราได้มาเห็นคนที่เรารักต้องมาตายต่อหน้านี่ มันช่างทรมานนัก สุดที่เธอจะทนได้เช่นกัน เธอะโเรียกเขา แต่ก็สายไปแล้ว ร่างนั้นแน่นิ่งไปแล้ว ไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ ไม่มีสัญญาณชีพอื่น ๆ เลย เขาจากไปแล้วจริง ๆ น้ำตาไหลอาบแก้มเธออย่างไม่หยุด เธอเองก็กำพร้าพ่อกับแม่ มีเพียงเขาที่ช่วยเหลือเธอทุกครั้ง แล้วนี่ เขาต้องมาตายจากไปอีก ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอจะเป็เช่นไร เธอเ็ปรวดร้าวนัก
มารดาของเขาก็เช่นกัน ร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด ปากก็ร้องเรียกหาลูกชาย สายตาก็มองมาทางพญามารอย่างเคียดแค้น ซึ่งทางพญามารเองก็เสียใจกับเหตุการณ์เช่นกัน ถึงเขาจะเป็มารผู้มีบาป แต่ก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในชีวิตคน
วันนั้นที่พญามารรับปากช่วยลูกชายของนางเพียงเพราะอยากได้นางมาเป็บริวาร เมื่อพญามารยื่นข้อเสนอ มารดาของชายหนุ่มตกลง ก็ถือว่าเขาไม่ได้มีความผิดแต่ประการใด
เหตุการณ์วันนี้ก็เช่นกัน พญามารเองก็ไม่ได้คิดผิดสัญญาแต่อย่างใด แต่ชายหนุ่มเองนั่นแหละ ที่ทำให้ทุกอย่างเป็แบบนี้
“ข้าไม่เกี่ยวนะ ข้าไปแล้ว” พญามารรีบตัดบทและจากไปในทันที ทำให้กลุ่มควันดำที่ครอบคลุมหมู่บ้านได้หายไปในทันที เหลือไว้แต่ความทรงจำอันเ็ปของหนึ่งหญิงชราและหนึ่งหญิงสาวสวยที่เธอหลงรักเขามาเนิ่นนานแล้ว
การจากไปของเขาในครั้งนี้ สร้างความโศกเศร้าให้กับคนในหมู่บ้านอย่างมากมาย หลังจากงานศพเขาที่ได้จัดอย่างเรียบง่ายแล้ว ทุกคนในหมู่บ้านได้ตกลงให้หญิงสาวเป็ผู้นำหมู่บ้านแทนชายหนุ่มซึ่งเธอเองก็เต็มใจยอมรับ และได้ดูแลมารดาของชายหนุ่มที่ล่วงลับไปแล้วอย่างดี
-------------------------------------------------------
ณ วิมานสวัตตีรังสรรค์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ช่างวิจิตรนัก เทพเทวะทุกองค์ล้วนมากด้วยบารมีหาที่เปรียบมิได้ ความพิเศษคือ องค์เทพทั้งหลายนั้น สิ่งที้าหรืออยากได้นั้น เทพบุตรตนนั้นมิต้องเนรมิตรเอง จะมีเทวะหรือนางฟ้านาง์บันดาลให้ทันที เพียงแค่ท่านนั้นนึกว่า้าสิ่งใด สิ่งนั้นจะพลันบังเกิดด้วยฤทธิ์ของเหล่าเทวะผู้เป็บริวารทันที
มาเพลานี้ ท่านพระยามาราธิราชเ้ามิได้มีความสุขเฉกเช่นทุกวัน ท่านได้ประทับนั่งลงที่พื้นของวังอย่างน่าสงสาร ในตาแดงดร่ำ บ่งบอกถึงคามผิดหวังและเสียใจเป็อย่างมาก ท่านได้เผลอพลั้งมือสังหารชายหนุ่มจนตายไปและเมื่อมารู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นได้มาอุบัติเป็เทพองค์ใหม่ เขายิ่งเศร้าใจหนักมากขึ้น ทุกอย่างเป็ความลับ ยากที่ใครจะล่วงรู้ได้
ท่านปุญญเทพบุตร เขาเป็เทวะองค์หนึ่งซึ่งปกติจะคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของวิมานนี้ ฐานะเป็ถึงรององค์เทพองค์นี้ ได้เห็นพระองค์ทรงโศกาอาวัย จึงได้เข้าไปไตร่ถาม
“นี่ท่าน ท่านมิได้ไปชื่นชมท่านเทพบุตรองค์ใหม่รึท่านพญามาร” พญามารได้ยินเสียงทัก จึงหันพระพักตร์มามอง พอเห็นหน้าท่านก็ยิ้ม เชื้อเชิญให้มาดื่มน้ำจัณฑ์ด้วยกัน
"นี่ท่านเองรึ ปุญญะ มาสิ มาดื่มด้วยกัน ข้าดื่มคนเดียว ไม่มีความสุขเลยสักนิด เ้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยดื่มเป็เพื่อนข้าหน่อยสิ มา ๆ มานั่งข้าง ๆข้านี่" พญามารรู้จักกับทเวดาองค์นี้มานาน สนิทสนมดั่งพี่น้อง
"ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ ข้ามิกล้า แต่ขอแค่สนทนาด้วยก็เพียงพอแล้วพะย่ะค่ะ" เขาตอบพญามารไป
"ก็ดี ก็ได้ มาสิมานั่ง เราจะได้คุยกัน" พญามารทำตัวเป็กันเองกับเขา เขามานั่งใกล้ ๆ มองหน้าองค์มาร
"วันนี้ เทพอุบัติ ได้ข่าวว่ามีบุญญาธิการมากมายนัก ท่านรู้หรือไม่?" ปุญญะ ถามองค์เทพตรง ๆ
“เรามิชอบ ชังหน้าพวกนี้นัก ข้าขออยู่ผู้เดียว จะดียิ่งกว่า” ท่านพระยามาราธิราชเ้า เอ่ยตอบเขาจบก็ยกพระหัตถ์ซดน้ำจัณฑ์เข้าไปอีก เพิ่มความึนงงเข้าไปอีกนิด
“เป็เช่นนั้นรึ ข้าว่าท่านมิกล้าสู้บุญบารมีเขามากกว่า” ท้าวปุญญเทพบุตรมารพูดทำนองเย้ยหยันและสร้างบรรยากาศขุ่นเคือง
“ทำไมท่านกล่าววาจาเช่นนี้”ท้าววสวัตตีตรัสพร้อมทอดพระเนตรไปยังใบหน้าของรอง์ที่อยู่ด้วยกันมานาน
“ข้าบำเพ็ญมานานจวนจะได้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ เบื้องหน้าจักได้เป็ศาสดาเอกของโลกแน่นอน” ท่านจ้าวยังคงกล่าวต่อไป
“ท่านเป็อย่างไร ทำไมข้าจะมิรู้”ลูกน้องซึ่งเป็บริวารที่สนิทที่สุด กล่าวอย่างรู้ทัน คำกล่าวนี้ทำเอาพญามารหันมาเพ่งที่ใบหน้าลูกน้อง
ท้าวเธอยืนขึ้นขณะถามสหายของเขา ในพระหัตถ์ยังคงมีน้ำจัณฑ์อยู่ตลอด ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่พร่องสักครา
คู่สนทนากับท่าน ยืนขึ้นเช่นกัน กล่าวอย่างรู้ใจเ้านาย
“ท่านปรารถนาพุทธภูมิมานาน แต่กว่าจะถึงเพลานั้น คงไม่มีคนเหลือไว้ให้ท่านสั่งสอนแล้ว เทพบุตรองค์ใหม่คงทำหน้าที่นี้แทนท่านไปแล้ว” เขาพูดอย่างเป็ห่วงองค์เทพจริงๆ
“คงไม่เป็เช่นนั้น ข้าจะตรัสรู้เป็ลำดับที่สี่นับจากนี้ไป ต้องเหลือมาถึงข้าบ้าง ไม่มากก็น้อย”องค์เทพแห่งพญามารตรัสตอบสมุนคู่ใจ
“แต่ข้าไม่เห็นจะจริงดั่งท่านตรัส” เขาเองก็หวั่นใจเื่นี้เช่นกัน
พญามารถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำกล่าวของคนสนิท ความรู้สึกนี่ ทำไมเขาเองจะไม่รู้ ่เวลาอีกยาวนานมากกว่าเขาจะได้ตรัสรู้ แต่คนสิ จะมีปริมาณสักเท่าไหร่กัน มันจะเหลือมาถึงท่านไหม?
คำถามนี้เป็นสิ่งที่ค้างคาใจท่านมานานแล้ว