“ข้าเข้าใจเ้าค่ะ” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาก่อนที่บิดาจะกล่าวอันใดออกมาอีก นางรู้ว่าบิดารักน้องชายมากเพียงใด
เข้าใจว่าบิดาเช่นนี้ มิควรเป็บิดาต่อไปนะสิ หาบิดาข้ายังคิดมิได้เช่นนี้ ข้าคงนำท่านแม่หนีไปแล้ว หึหึ
“ไป๋ฮวาเป็อย่างไรบ้างลูก” ไป๋ฮูหยินเมื่อเดินมาถึงเห็นสภาพของบุตรสาวแล้วก็ให้รู้สึกเป็ห่วงขึ้นมา แต่แล้วอย่างไรเล่าในเมื่อสายตาของนาง มิได้จดจ่อลงบนร่างกายของไป๋ฮวาแม้แต่น้อย แต่สายตากลับเลยไปยังหลังประตูบานนั้น
“ท่านแม่ลูกมิเป็อันใดเ้าคะ” น้ำเสียงของบุตรสาวที่เอ่ยออกมานั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้เป็มารดาหายห่วง แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามารดามิได้ถามด้วยความห่วงใยนางจริงๆ
“ไป๋หยวนเล่า ตะกี้แม่ได้ยินเสียงน้องชายเ้าร้อง เดี๋ยวแม่ขอไปดูไป๋หยวนก่อนนะลูก” ว่าจบก็สะบัดมือของไป๋ฮวาออกทันที
นางมิได้สะบัดแรง แต่เพียงแค่คลายมือออก โดยมิได้มองไปยังใบหน้าของบุตรสาวที่กำลังปวดร้าวจากความเสียใจ
หากนางมองหน้าบุตรสาวสักนิดในครั้งนี้ นางจักไม่เสียใจในวันข้างหน้า หากบุตรสาวของนางจำเป็ต้องเลือกหนทางใดขึ้นมา
“ท่านแม่…” ข้าเป็บุตรสาวของพวกท่านจริงๆ ใช่หรือไม่เ้าคะ… ไป๋ฮวาทำได้เพียงเอ่ยออกมาเพียงในใจ “อึก อือ เป่ยจิน”
“เข้มแข็งไว้สหาย” เป่ยจินทำได้เพียงปลอบสหายของนาง
‘หยางคง: ครอบครัวใดเล่าจะมิรักลูก’
‘จินหลง: ก็หลายครอบครัวอยู่’
‘….’
หลังจากที่แก้พิษให้แก่ไป๋หยวนได้แล้ว นายท่านไป๋ได้จัดการสืบปัญหาเื่ของหนอนภายในตระกูลของตนเองต่อทันที ได้ความว่าท่านหมอประจำตระกูลได้โดนซื้อตัวไปจากคนภายนอกตระกูล โดยมิรู้ว่าผู้ว่าจ้างคือผู้ใด
แต่ด้วยจำนวนเงินที่มหาศาลที่สามารถซื้อจวนและเปิดสำนักหมอให้แก่ตนเองได้ จึงยอมร่วมมือด้วย สิ่งที่ท่านหมอรู้มีเพียงอย่างเดียวคือ คนร้าย้าให้ท่านหมอกำจัดทายาทประจำตระกูล เพื่อมิให้ตระกูลไป๋มีทายาทได้และล่มสลายไปเสีย
คาดว่าขณะนี้ นายท่านไป๋คงมีผู้ต้องสงสัยบ้างแล้วภายในใจ อำนาจของตระกูลไป๋ที่มีมากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อคนภายในวังหลวงเป็ที่แน่นอน เื่นี้มีผู้เสียผลประโยชน์และได้รับผลประโยชน์มากมาย
“เพล้ง งงง งง”
เสียงเขวี้ยงแจกันไปกระทบกับฝาผนังดังขึ้นมา เหล่านางกำนันที่สามารถขยับได้แค่ศีรษะ ต่างตื่นตระหนกและผวาอย่างยิ่ง กับอารมณ์ที่ขุ่นมัวและร้ายกาจของเ้าของตำหนักแห่งนี้
“เหตุใด เหตุใดกัน สิ่งที่ข้า้ามันถึงยากเย็นเช่นนี้ ไหนเ้าลองบอกข้ามาเถิดแม่นม”
“พระสนม ทำพระทัยให้เย็นก่อนเถิดเพคะ ส่วนพวกเ้าออกไปข้างนอกเสียให้หมด”
“เ้าคะ กูกู” เหล่านางกำนัลต่างกุลีกุจอคลานออกไปจากห้องด้วยสีหน้าโล่งอกแตกต่างกันไป ด้วยหากอยู่นานกว่านี้ ความโหดร้ายของพระสนมจะยิ่งทวีคูณมากกว่าเดิม
แม่นมหรือหลี่กูกู ข้ารับใช้คนสนิทที่ติดตามพระสนมซูกุ้ยเฟยมาั้แ่ยังอยู่ตระกูลเดิมและเลือกที่จะติดตามคุณหนูของตนเองออกมาเอ่ยไล่ข้ารับใช้ออกไป
ซูกุ้ยเฟยแต่งเข้ามาสู่ราชวงศ์เพื่ออำนาจของเสนาบดีฝ่ายขวาซูเหวินหยง
ซูกุ้ยเฟยคาดหวังว่า เมื่อแต่งเข้ามาแล้วจะสามารถไต่เต้าสู่ตำแหน่งฮองเฮาอย่างใจหวัง แต่ผ่านไปเพียงหนึ่งวันถัดมา ฮ่องเต้กลับทำร้ายน้ำใจของนางด้วยการแต่งสตรีตระกูลไป๋ ไป๋กุ้ยเฟยเข้ามาพร้อมกันกับนาง เท่านั้นมิพอยังแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดียวกับนางหลังจากเข้าหอได้เพียงหนึ่งคืนผ่านไป
ฮ่องเต้ยังหยามตระกูลนางด้วยการแต่งสตรีตระกูลไป๋ ที่เป็เพียงสตรีจากตระกูลพ่อค้าเข้ามา เพียงเพื่อ้าคานอำนาจกับตระกูลของนาง
เื่ดังกล่าวสร้างความมิพอใจให้กับซูกุ้ยเฟยเป็อย่างมาก แม้แต่บุตรัสักคนพระองค์ยังมิมอบให้นาง
ในพระราชวังแห่งนี้ มีฮองเฮาเท่านั้นที่มีบุตรชายอันได้แก่องค์รัชทายาท ที่มีพระชนม์มายุ 15 ชันษา พร้อมที่จะมีนางสนมหรือคู่หมาย ซึ่งนั้นจะมิมีความหายใดเลยหาก ฮองเฮามิเลือกสตรีจากตระกูลไป๋อีกคนเพื่อเข้ามาเป็หนึ่งในผู้เข้ารับการคัดเลือก มิใช่สตรีจากตระกูลของนาง
“หม่อมชั้นว่าหลังจากนี้ปล่อยให้เสนาบดีซูเป็คนจัดการเถิดเพคะ มิเช่นนั้นจะมีการสืบสาวมาถึงพระองค์ได้”
“แล้วมิใช่เพราะบิดาข้าเช่นนั้นหรือ ข้าถึงต้องมาเป็สนมของคนที่ข้ามิได้รัก แถมยังทำให้ข้าอับอายเช่นนี้ หลี่กูกู”
“พระสนม โถ่ พระสนมของหม่อมชั้น อย่าเสียพระทัยไปเลยนะเพคะ”
“เช่นนั้นส่งคนไปรายงานบิดาข้าเถิด ว่าให้หาทางจัดการสตรีตระกูลไป๋ทุกคนให้ได้ ข้ามิ้าให้สตรีตระกูลพ่อค้า มาเชิดหน้าชูตาแข่งขันกับข้า มิเช่นนั้นข้าจะจัดการเอง”
“เพคะ หม่อมชั้นจะส่งข่าวให้แก่ตระกูลซู”
ทางด้านของเป่ยจินที่ตอนนี้ตนเองได้ทำหน้าที่ ที่สหายใหม่ของตนร้องขอมาได้สำเร็จแล้ว ก็มองไปยังรอบๆ ก็รู้สึกว่าตนเองควรจะกลับออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้เสียที ยิ่งอยู่นานนางยิ่งรู้สึกอึดอัดเสียเหลือเกิน คร้านจะปั้นหน้าไปมาให้กับสหายที ครอบครัวของสหายที เหลือเกิน หากนางมีครอบครัวเช่นนี้ ก็หนีออกจากบ้านไปเสียแล้ว
แต่อย่างว่านั้นแหละ ข้าตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้ด้วยความทรงจำของโลกใบเก่า แต่สหายอย่างไป๋ฮวานั้น ตื่นขึ้นมาด้วยความคิดความอ่านและการสั่งสอนจากโลกใบนี้อย่างแท้จริง จะให้มีความคิดเช่นข้าคงมิใช่
อีกทั้งข้าก็มีทั้งจินหลงและมิติ รวมไปถึงของวิเศษต่างๆ ที่ติดตัวมา ฉะนั้นมิแปลกเลยที่ข้าจะมาได้ถึงจุดนี้ แต่ก็นั้นอีกแหละ ในเมื่อข้ามีเหตุผลในการมาที่นี่ และมีเหตุผลในการเติบโต เหตุใดไป๋ฮวาถึงจะไม่มีกันเล่า
‘ข้านี่แหละ จะเป็คนที่พร้อมสนับสนุนนางเอง เพียงแค่เ้าเอ่ยออกมาสหายข้า หึหึ’
“ไป๋ฮวา เช่นนั้นพวกข้าคงต้องกลับโรงเตี๊ยมได้แล้วกระมัง” เป่ยจินเอ่ยออกมา เพื่อเปิดบทสนทนาในระหว่างที่สถานการณ์กำลังเงียบงัน
ไป๋ฮวาที่คล้ายจะรู้สึกตัวจึงรีบเอ่ยออกมาอย่างเลิ่กลั่ก ด้วยสถานการณ์อันอึดอัดและความรู้สึกผิดที่ทำให้ทั้งสามต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ทั้งๆ ที่ทั้งสามเข้ามาช่วยครอบครัวของตนเองทั้งนั้น
“จริงด้วยสิ ข้าขอโทษที่ยื้อตัวเ้าและพี่ๆ ไว้เสียนานเลยจินเออร์ ท่านพี่ทั้งสองข้าขออภัยนะเ้าคะ”
“อืม มิเป็ไรหรอก” หยางคงเอ่ยออกมา ส่วนทางด้านจินหลงนั้นทำเพียงหันไปมองไป๋ฮวาด้วยหางตาชั่วครู่เพื่อบ่งบอกว่ารับรู้และมิได้ติดใจอันใดในปัญหาที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้
‘เื่ของมนุษย์ก็มักจะเริ่มต้นและลงเอยเช่นนี้เสมอมานั้นแล’
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ เช่นนั้น ท่านแม่เ้าคะ ลูกขอคงต้องขอตัวออกไปส่งจินเออร์และพี่ๆ กลับโรงเตี๊ยมก่อนนะเ้าคะ”
“ได้ เช่นนั้นเย็นนี้แม่จะรอเ้าทานข้าว”
“ขอท่านแม่โปรดอภัย ลูกคล้ายจะมิสบาย คงต้องให้ท่านหมอจัดยาและพักผ่อนด้านในเรือนเป็แน่ ลูกมิอยากให้ท่านพ่อและท่านแม่ติดไข้จากลูก ท่านแม่…โปรดอภัยให้ลูกด้วยเ้าคะ”
“ฮวาเออร์ ลูกยังโกรธอยู่ใช่หรือไม่” ไป๋ฮูหยินที่หัยมามองบุตรสาวตนเองเอ่ยออกมาทันที
“ท่านแม่ ลูกมิสบายจริงๆ เ้าค่ะ ขอตัวก่อนนะเ้าคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยลามารดาตนเอง และหันไปยังแขกทั้งสาม
"ไปกันเถิดเ้าคะท่านพี่จินหลง ท่านพี่หยางคง จินเออร์”
“อืม ไหวหรือไม่” เป่ยจินรับรู้ได้ว่าสบายของตนเองมิได้ป่วย และที่เอ่ยถามออกมามิได้ถามถึงเื่ร่างกาย แต่ถามไปถึงเื่จิตใจต่างหาก และเหมือนไป๋ฮวาจะรับรู้ได้ถึงสายตาทั้งสามคู่ที่ส่งมา นางมิได้ตอบออกไป เพียงแต่หันไปแล้วขยิบตาข้างหนึ่งให้แก่ทั้งสามได้เห็นตามที่เป่ยจินเคยสอนไว้ เมื่อครั้งก่อน ว่าหาก้าส่งสัญญาณหรือตอบสิ่งใดสามารถขยิบตาได้
***มาต่อครับ