ยามเช้าวันใหม่มาเยือน เสียงวิหคกู่ร้องนอกหน้าต่าง แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องทั่วผืนพิภพ กรุ่นกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด ซึ่งยามนี้บานสะพรั่งทั่วหุบเขาจนส่งกลิ่นกรุ่นกำจายไปทั่วบริเวณสำนักพิภพดารา หยวนอิงในยามนี้หลับใหลอย่างเป็สุขอยู่บนเตียงได้เริ่มขยับตัวเปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งขึ้นมาก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ
‘เฮ้อข้าฝันอีกแล้วหรือนี่ ทำไมข้าถึงชอบฝันเช่นนี้นักนะ’ หยวนอิงบ่นพึมพำกับตนเองก่อนจะลุกขึ้นนั่ง และสำรวจรอบด้าน ในยามนี้มีเพียงตัวเขาคนเดียวอยู่บนเตียง หาได้มีผู้อื่นนอนเคียงข้างกันดั่งเช่นในความฝันไม่
‘ช่างเป็ความฝันที่อบอุ่นและมีความสุขเสียจริง พี่หลี่ข้าขอโทษที่ฝันถึงท่านเช่นนั้นอีกแล้ว ทั้งๆ ที่พวกเราเป็สหายรักข้ามันช่างแย่จริงๆ’ หยวนอิงบ่นพึมพำ นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเข้าไปชำระล้างร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
หากเมื่อมองสำรวจร่างกายตัวเอง ยามแรกนั้นต้องแปลกใจเพราะตามร่างกายล้วนเต็มไปด้วยสีแดงเป็จุดๆ
นี่ข้าเป็อะไร หยวนอิงนึกใคร่ครวญมีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือ…. ข้าคงจะแพ้สุราที่ศิษย์น้องเล็กหมักบ่มส่งมาให้ ฟังจากที่น้องเล็กเล่าสุราไหนี้หมักบ่มด้วยสมุนไพรชั้นดีหลากหลายชนิด ข้าอาจจะแพ้ตัวยาชนิดใดชนิดหนึ่งก็เป็ได้ หยวนอิงพยักหน้ากับตัวเองหลังจากคิดวิเคราะห์เสร็จสิ้น จากนั้นก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปยังห้องนั่งเล่นบริเวณชั้นล่าง ซึ่งยามนี้ไม่มีผู้ใดแต่บนโต๊ะมีอาหาถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย
หยวนอิงรีบก้าวเดินไปนั่งบนโต๊ะอาหารทันที เนื่องจากเวลานี้เลยอาหารเช้าไปนานแล้ว เขาค่อนข้างหิว เมื่อกวาดสายตาสำรวจมองดูอาหารบนโต๊ะหยวนอิงก็อดเผยยิ้มออกมามิได้ เนื่องจากอาหารทุกอย่างที่ถูกจัดวางไว้ล้วนเป็อาหารที่เขาชื่นชอบทั้งสิ้น
‘พี่หลี่ ท่านช่างรู้ใจข้าเสียจริง’ หยวนอิงคิดขณะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปาก
‘ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะต้องพยายามทำให้ท่านหันมาชอบข้าให้ได้’
‘ยั่วยวนก็ยั่วยวนสิ ข้าคือใคร ข้าคือองค์ชายหยวนอิง หากเื่แค่นี้ยังทำให้สำเร็จลุล่วงไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงการแก้แค้น’ หยวนอิงคีบอาหารเข้าปากไปด้วยขณะครุ่นคิดตัดสินใจด้วยใบหน้าแน่วแน่ สายตาฉายความดื้อรั้นและจริงจัง
“พี่หลี่ข้าขอโทษ แต่ท่านต้องเป็ของข้าเท่านั้น” หยวนอิงพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายด้วยความมุ่งหวัง
เมื่อตกลงกับตนเองได้หยวนอิงก็ยกยิ้มชั่วร้าย และนั่งกินอาหารอย่างมีความสุข ขณะรออีกคนที่ตนเฝ้าหวนคำนึงถึงซึ่งยามนี้น่าจะกำลังสะสางงานและเตรียมการสำหรับการออกรบกับคนจากราชสำนัก
ตลอด่เช้าถังหลี่ต้องนั่งคุยกับคนหลายๆ ฝ่าย เพื่อประเมินสถานการณ์และสั่งงาน แต่ความคิดจิตใจของเขายามนี้มักจะล่องลอยออกไปหาคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น
‘ยามนี้หยวนอิง ตื่นหรือยังนะ ข้าอยากจะนอนกอดเ้า รอจนเ้าตื่นแต่เพราะด้วยติดข้อราชการจึงไม่สามารถทำได้’
‘ยามนี้เ้าได้ทานอาหารหรือยังนะ อาหารที่จัดเตรียมไว้ให้เ้าชื่นชอบหรือเปล่า’ สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับหยวนอิงวนเข้ามาในความคิดของถังหลี่เป็ระยะ จวบจนเวลาบ่ายคล้อยในที่สุดก็หาข้อสรุปทุกอย่างได้ ทุกคนจึงได้แยกย้ายกันไปพัก
ถังหลี่รีบเร่งรุดกลับมายังบ้านหลังน้อยที่หยวนอิงพักอยู่ในทันใด ่เวลาที่เขาเปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วสบตากับหยวนอิงซึ่งนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังจ้องมองมาเช่นกัน มันช่างเป็ความรู้สึกที่ดียิ่งนัก
‘ในที่สุดวันนี้ข้าจะได้กล่าวคำสาบานพร้อมกันกับเ้า นับจากนี้ไปเ้าก็จะเป็ของข้าอย่างแท้จริง’ ถังหลี่ครุ่นคิดอย่างมีความสุข
แต่แล้วในเวลาต่อมา ความสุขเล็กๆ นั้นก็พังทลายลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เพราะคำกล่าวของหยวนอิงที่เอื้อนเอ่ยในประโยคถัดมา
“กลับมาแล้วหรือ พี่หลี่ท่านเหนื่อยหรือไม่ ข้าจะรินชาให้ท่าน”
“พี่หลี่ ข้าคิดว่า ข้าอาจจะแพ้สุราที่น้องเล็กนำมาให้จึงมีรอยแดงเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วตัว ท่านเล่าเป็เช่นไรบ้าง” หยวนอิงกล่าวขณะจ้องมองสำรวจไปยังถังหลี่ เมื่อสายตาของเขามาถึงบริเวณลำคอของคนตรงหน้า ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะพบว่าบริเวณลำคอของถังหลี่ก็มีรอยจุดแดงๆ เช่นกัน
“ท่านก็แพ้สุราด้วยรึ” หยวนอิงจ้องมอง ดวงตาเบิกกว้างขณะเอ่ยถาม
“นอกจากรอยแดงท่านมีอาการอย่างอื่นอีกหรือไม่” หยวนอิงเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง