ในที่สุดหยางเสวียเหวินก็ปล่อยหวางเจาหวา หวางเจาหวาเองก็สงบลงแล้วเช่นกัน เธอพูดอย่างอ่อนโยนว่า “คุณปล่อยเธอไปเถอะ”
หยางเสวียเหวินเดินไปคลายเชือกให้ฮั่วเสี่ยวเหวินแต่โดยดี จากนั้นจับมือหวางเจาหวาบอกว่า พวกเรารีบไปกันเถอะ
หวางเจาหวาพยักหน้าและเดินตามเขาออกไป แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินสังเกตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูกลัดกลุ้ม
การได้หวนกลับมาคืนดีกันน่าจะเป็นบทสรุปที่ดีมากไม่ใช่หรือ เหตุใดเธอจึงดูไม่มีความสุขนัก?
หยางเสวียเหวินเพิ่งจูงมือหวางเจาหวาเปิดประตูบ้านไปก็เห็นตำรวจจำนวนหลายนายพุ่งเข้ามา ยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถูกสวมกุญแจมือเรียบร้อยแล้ว
กุญแจมือสีขาวหนักราวกับทองพันชั่งกดทับให้มือของหยางเสวียเหวินลู่ลงตามด้วยศีรษะและร่างกาย เสมือนว่าเขาเป็นชายชราป่วยหนัก
หยางเสวียเหวินเป็นตำรวจมาครึ่งชีวิต ที่ผ่านมาเป็นคนใส่กุญแจมือให้คนอื่น แต่วันนี้กลับต้องมาโดนสวมเอง
“เหตุใดตำรวจจึงมากันทันทีที่พวกคุณออกมา?” ฮั่วเสี่ยวเหวินมีคำถามเต็มไปหมด ทุกอย่างดูจะถูกจังหวะเกินไป เริ่มจากหวางเจาหวามาเคาะประตูอย่างถูกจังหวะ และตามด้วยตำรวจมาอย่างถูกจังหวะ
หวางเจาหวายิ้มขมขื่น “เพราะฉันเป็นคนพาตำรวจมาเอง”
หลังจากรู้ว่าสามีไปทำร้ายแม่ของสวีเถียน เธอก็ได้พาตำรวจไปยังบ้านของคนที่เคยล่วงเกินหยางเสวียเหวินต่อ และเพิ่งมาบ้านของฮั่วเสี่ยวเหวินในวันที่สาม
จะว่าไปแล้วก็โชคดี นึกไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงบ้านของฮั่วเสี่ยวเหวินแล้วจะเห็นสามีบุกเข้าไปพอดี เนื่องจากกลัวเขาทำร้ายเด็กหญิง หวางเจาหวาจึงเข้าไปเคาะประตูทันที
หวางเจาหวาบอกว่ายังมีธุระ เลยแยกตัวจากไปทันทีที่เรื่องเสร็จโดยไม่เข้ามานั่งที่บ้านก่อน
ฮั่วเสี่ยวเหวินเล่าเรื่องเมื่อวานให้จางเจียหมิงฟังระหว่างทานมื้อเช้าในวันต่อมา เนื่องจากกลัวเขาเป็นห่วงเธอจึงไม่เล่าแม้แต่เรื่องที่สวีเถียนมาหาตัวเอง
“เมื่อวานคุณน้าหวางไม่ยอมเข้ามานั่งที่บ้านด้วยซ้ำ คิดว่าคงเพราะหยางซวี่แน่ๆ เธอคงยังลืมเรื่องนั้นไม่ได้” ฮั่วเสี่ยวเหวินถอนหายใจ มองว่าตัวเองเป็นฝ่ายติดค้างผู้อื่น
ตอนแรกเธอแค่พูดไปอย่างนั้น นึกไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของจางเจียหมิงจะรุนแรงมาก สีหน้าของเขาผิดปกติอย่างรุนแรง ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกถึงเรื่องที่เขาเล่าว่าชกต่อยกับหยางซวี่
เห็นเขาเป็นเช่นนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดความสงสัยขึ้นมา
บางครั้งการฉลาดเกินไปก็ทำร้ายตัวเอง เหมือนดั่งเช่นหวางเจาหวา เธอรู้จักสามีเป็นอย่างดีแต่สุดท้ายกลับต้องเป็นคนส่งเขาเข้าคุก
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองจางเจียหมิง “เมื่อวานคุณน้าหวางบอกฉันว่า เธอเห็นพี่ฆ่าหยางซวี่กับตาตัวเอง”
“เธอเห็น” จางเจียหมิงไม่เล่นลิ้นอีกต่อไป เขายอมรับแต่โดยดีว่า ถูกต้อง เขาเป็นคนทำให้หยางซวี่ตาย เธอจะส่งเขาไปสถานีตำรวจด้วยอีกคนหรือ?
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไม่ถึงว่าจะเป็นฝีมือของเขาจริงๆ ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
ในใจของเธอรู้สึกผิดหวัง เธอนึกถึงหยางเสวียเหวิน เขาใช้ชีวิตเธอเป็นตัวประกันเพื่อคืนดีกับหวางเจาหวา
แล้วการกระทำเช่นนี้ของจางเจียหมิงต่างอะไรกับหยางเสวียเหวินกัน? พวกเขาไม่เลือกวิธีการเหมือนกัน
ฮั่วเสี่ยวเหวินลุกขึ้นยืน ดวงตาจ้องมองไปที่จางเจียหมิง ยากที่จะปกปิดความอาลัยอาวรณ์ในนั้น เธอต้องบังคับให้ตัวเองมองไปทางอื่น
เธอมองผนังบ้าน พูดอย่างเลื่อนลอยว่า “ฉันควรไปแล้ว” จางเจียหมิงรีบลุกมาคว้าข้อมือเธอ เขาพูดด้วยความร้อนใจ “เธออย่าไปนะ เธอจะทิ้งพี่อีกรอบไม่ได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองจางเจียหมิง ภายในใจแน่วแน่ ตอนนี้ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด หยางซวี่ตายเพราะเขาจริงๆ เธอไม่อาจทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าชายผู้อาลัยอาวรณ์ในตัวเธอคนนี้จะเป็นฆาตกรฆ่าคนเพียงเพราะความหึงหวง
เธอแกะนิ้วของเขาออกทีละนิ้ว ท่าทีของจางเจียหมิงอ่อนลง เขาอ้อนวอนว่า “เสี่ยวเหวิน ขอร้องล่ะ อย่าไปนะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดอย่างไรอย่างนั้น เธอเดินตรงออกจากบ้านไปทันที
หิมะปกคลุมทั่วหลังคา ประหนึ่งจะทับถมให้บ้านหลังนี้หายใจไม่ออก ฮั่วเสี่ยวเหวินทอดถอนใจ ‘สุดท้ายก็ต้องไปหรือ?’ ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ก้าวเท้าออกไป
จางเจียหมิงไล่ตามออกมา แต่เธอจากไปไกลแล้วมองเห็นเพียงแผ่นหลังของฮั่วเสี่ยวเหวิน เงาร่างผอมเล็กเดินอย่างมั่นคงบนพื้นหิมะ มีผมเปียสองข้างห้อยด้านข้าง
เขาอยากไล่ตามไป แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินแข็งใจไปแล้ว สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไม่ไล่ตามไป
ในใจครุ่นคิดอย่างหงุดหงิด ‘ไม่มีเธอแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้เชียวหรือ?’
ที่ผ่านมาเขาไม่อยากคิดเรื่องของหยางซวี่ ทว่าตอนนี้มันกลับปรากฏในสมองอย่างชัดเจน
วันนั้นเขาไปแอบมองฮั่วเสี่ยวเหวินจากไกลๆ เหมือนเดิม พูดให้ถูกคือแอบมองสองคนนั้น
ตอนที่เขาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งไปแอบ และเห็นหยางซวี่ที่วิ่งหาแบบไม่พัก ทำให้เขาเกิดความคิดที่ใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จางเจียหมิงวิ่งไปบอกหยางซวี่ “ฉันรู้ว่าฮั่วเสี่ยวเหวินแอบอยู่ตรงไหน จะตามมาไหม”
อีกฝ่ายตอบ “นายรู้ได้ยังไงว่าเธอแอบอยู่ตรงไหน? สุดยอดจริงๆ ฉันหาตั้งนานแต่หาไม่เจอ” น้ำเสียงของหยางซวี่ใสซื่อไร้เดียงสา จางเจียหมิงจึงเพิ่งรู้ว่าเขาไม่สมประกอบ
ความเดือดดาลบรรเทาลงไม่น้อย แต่หยางซวี่กลับพูดขึ้นมาว่า “นายรีบพาฉันไปหาเธอ ถ้าคุณพ่อรู้ว่าฉันทำภรรยาหาย คุณพ่อต้องด่าฉันแน่”
“ภรรยา?” จางเจียหมิงโมโหจนหน้าแดงก่ำ ที่แท้เธอก็ตอบตกลงที่จะเป็นเจ้าสาวเด็กของบ้านหยางเสวียเหวิน เขาเลยตัดสินใจหลอกหยางซวี่ขึ้นไปบนภูเขา
เดินบนภูเขาอยู่นาน หยางซวี่ถามขึ้นว่า “ต้องไปอีกนานแค่ไหน ภรรยาฉันหนีมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?”
จางเจียหมิงหันไปต่อยเขา “ภรรยาแกหรือ? ต่อให้ตายก็อย่าฝัน”
จากนั้นทั้งสองก็ตะลุมบอนกัน หยางซวี่ตอบโต้ไม่ค่อยเป็นจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ ร่างกายถูกต่อยจนช้ำไปหมด
จางเจียหมิงกลัวว่าหยางซวี่กลับไปแล้วจะถูกคนที่บ้านเห็นจึงจงใจหลีกเลี่ยงใบหน้า และต่อยเฉพาะจุดที่มองไม่เห็น
หลังจากต่อยจนพอใจจางเจียหมิงก็เดินตรงไปข้างหน้า เห็นว่าด้านหน้ามีหน้าผาอยู่ บริเวณหน้าผามีก้อนหินอยู่กระจัดกระจาย
จางเจียหมิงปีนไปบนหน้าผาอย่างใจกล้าด้วยความระมัดระวัง ทว่าหยางซวี่กลับตามมาด้วย “นายยังไม่บอกเลยว่าภรรยาฉันอยู่ไหน ยังไปไม่ได้”
หยางซวี่เอาแต่พูดคำว่าภรรยาซ้ำไปมาจนจางเจียหมิงรู้สึกซับซ้อน เธอบอกว่าจะแต่งงานกับเขาแต่กลับไปเป็นภรรยาของคนอื่นได้อย่างไร
จางเจียหมิงมีความคิดอันโหดร้ายขึ้นมา เขาพูดกับหยางซวี่ว่า “ผ่านตรงนี้มาก่อนฉันถึงจะบอก”
เขาชี้ไปที่ขอบหน้าผา คิดในใจว่าตกลงไปคงได้เป็นอัมพาตแน่ ดูซิว่าเสี่ยวเหวินยังจะเป็นภรรยาของเขาอีกหรือไม่?
หยางซวี่เดินไปทางนั้นอย่างเชื่อฟัง จางเจียหมิงไม่แน่ใจนักว่าเขาตกลงไปได้อย่างไร ตอนที่หยางซวี่ตกลงไป เขาหวาดกลัวมากจริงๆ
เขาคลำทางปีนลงจากหน้าผา จากนั้นวิ่งไปทางถนนใหญ่และกลับบ้านไป ไม่กล้าออกจากบ้านหลายวัน
ความทรงจำค่อยๆ จางหายไป เบื้องหน้าเขาเหลือเพียงหิมะขาวโพลน บนพื้นมีรอยเท้าบางๆ
เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นมาเห็นกับตาได้อย่างไร? และในเมื่อเห็นแล้ว เหตุใดไม่มาจับเขาเข้าคุก
ต่อมาจางเจียหมิงจึงตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เห็น หล่อนเพียงแต่พูดแบบนี้เพื่อหลอกถามข้อมูลเขา