ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยไว้แนบอกเดินฝ่าความวุ่นวายของผู้คนและข้ารับใช้ที่เดินกันขวักไขว่ในจวนกั๋วกงด้วยความสงสัย
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปรอบๆ ด้วยความไม่เข้าใจเหตุใดวันนี้จวนถึงดูวุ่นวายผิดปกติ
"เอ่อ... คือว่า..."ฮวาเสี่ยวซีหันไปถามสาวใช้ที่เดินตามมาอย่างใกล้ชิดแต่ด้วยความที่ความทรงจำของนางยังไม่กลับมา
ทั้งหมดนางจึงจำชื่อของสาวใช้คนนี้ไม่ได้ "...เจ้า... มีอะไรเกิดขึ้นหรือ? เหตุใดวันนี้ในจวนถึงดูวุ่นวายนัก?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสุภาพแต่แฝงความไม่แน่ใจ
สาวใช้สังเกตเห็นความสับสนในแววตาของคุณหนูของตนเองนางจึงรีบแนะนำตัวด้วยความเคารพ
"เรียนคุณหนูเจ้าคะ บ่าวชื่อ เสี่ยวหลิน เจ้าค่ะ"นางกล่าวเสียงนุ่มนวล ก่อนจะอธิบายถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในจวน
"ที่จวนวุ่นวายเช่นนี้ก็เพราะเจ้าหน้าที่จากกรมวังได้เข้ามาจัดเตรียมงานสมรสพระราชทานให้กับคุณหนูและท่านจิ้นอ๋องที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ"
เสี่ยวหลินมองฮวาเสี่ยวซีด้วยความสงสัยเล็กน้อยนางแปลกใจที่คุณหนูของตนเองดูเหมือนจะไม่ทราบเรื่องสำคัญเช่นนี้แต่ก็ไม่ได้แสดงความสงสัยออกมาทางสีหน้า
ฮวาเสี่ยวซีตบหน้าผากตัวเองดัง "ป้าบ"พร้อมกับอุทานออกมาด้วยความลืมเลือน "อ่า... ข้าลืมไปเสียสนิทพรุ่งนี้แล้วหรือนี่ เร็วจริงๆ"
เจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของมารดาเมื่อเห็นมือเรียวสวยตบลงบนหน้าผากของฮวาเสี่ยวซีดังนั้น เขาก็รีบยื่นมือป้อมน้อยๆของตนเองมาจับไปยังหน้าผากของมารดาอย่างเป็นห่วงเป็นใยดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่าง
ตำหนิ ส่งเสียง “แอ้ๆ ๆ” ราวกับจะบอกว่า
"ทีหลังห้ามทำร้ายตัวเองแบบนี้อีกนะ เข้าใจไหม!"
ฮวาเสี่ยวซีมองดวงตาใสซื่อที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของลูกน้อยแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้นางยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของเจ้าอ้วนน้อยอย่างอ่อนโยน
"โอ๋ๆ ข้าขอโทษนะเจ้าคะ ข้าแค่ตกใจนิดหน่อย ไม่เจ็บหรอก"นางกระซิบข้างหูลูกน้อยด้วยความรักใคร่ พลางหอมแก้มยุ้ยๆ ของเขาเบาๆ
เสี่ยวหลินที่ยืนอยู่ข้างๆมองภาพความรักความผูกพันระหว่างคุณหนูและทารกน้อยด้วยรอยยิ้มเอ็นดูนางรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้เห็นคุณหนูของตนเองกลับมามีความสุขอีกครั้งแม้ว่าความทรงจำบางส่วนจะยังไม่กลับมาก็ตาม
เจ้าอ้วนน้อยส่งเสียง "แอ้ๆ" ตอบรับมารดา ราวกับจะบอกว่า
"คราวหน้าอย่าทำอีกนะแม่คนสวย"ดวงตากลมโตยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่างไม่วางตาราวกับต้องการให้มั่นใจว่ามารดาจะไม่ทำร้ายตัวเองอีก
ฮวาเสี่ยวซีหัวเราะเบาๆ กับท่าทีที่แสนจะจริงจังของลูกน้อยนางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแล้วหอมแก้มเจ้าอ้วนน้อยอีกครั้งด้วยความรักท่วมท้น
"จ้ะๆ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้วนะ เจ้าตัวเล็ก" นางกระซิบด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปพูดกับเสี่ยวหลินด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น "ไปกันเถอะเสี่ยวหลินท่านย่าคงกำลังรอพวกเราอยู่"
ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินนำหน้าไปโดยมีเสี่ยวหลินเดินตามหลังอย่างใกล้ชิดความวุ่นวายของการเตรียมงานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไปแต่ในอ้อมกอดของฮวาเสี่ยวซีนั้นกลับอบอวลไปด้วยความรักและความผูกพันกับลูกน้อย...ความผูกพันที่แข็งแกร่งจนแม้แต่ความทรงจำที่ขาดหายก็ไม่อาจลบเลือนไปได้
เมื่อฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยมาถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ากั๋วกงบรรยากาศโดยรอบดูเงียบสงบกว่าส่วนอื่นๆของจวนที่กำลังเตรียมงานสมรสพระราชทานอย่างคึกคักแม้แต่เสียงกระซิบกระซาบของข้ารับใช้ก็แผ่วเบาลงเมื่อเข้าใกล้เรือนหลังนี้ราวกับเกรงใจผู้ป่วยที่กำลังพักผ่อนอยู่ภายใน
ฮวาเสี่ยวซีชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยมองไปยังประตูไม้แกะสลักลายมงคลด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเคารพ ความคิดถึงและความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านย่าเจ้าอ้วนน้อยในอ้อมกอดของนางส่งเสียงอ้อแอ้เบาๆราวกับรับรู้ถึงความเงียบสงบผิดปกติ
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้านในพร้อมกับเจ้าอ้วนน้อยในอ้อมแขน และเสี่ยวหลินที่เดินตามมาอย่างใกล้ชิดความเงียบสงบภายนอกนั้นแตกต่างจากความวุ่นวายในใจของฮวาเสี่ยวซีอย่างสิ้นเชิง...ความทรงจำที่ขาดหายไป และความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาดกับเด็กน้อยในอ้อมกอดกำลังก่อกวนจิตใจของนางอย่างเงียบๆ
เมื่อฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไปภายในเรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่ากั๋วกงความเงียบสงบที่ปกคลุมอยู่ก่อนหน้าก็ยิ่งชัดเจนขึ้นแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างเพียงเล็กน้อยสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอึดอัด
มารดานั่งเอนตัวอยู่ที่ข้างเตียงของท่านย่า ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนร้องไห้มาสีหน้าของนางดูไม่สู้ดีนักจนฮวาเสี่ยวซีอดเป็นห่วงไม่ได้ "เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่กันนะ?"
ทางด้านท่านย่าร่างกายซูบผอมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของหญิงชราใจดีที่ฮวาเสี่ยวซีเคยได้รับความรักและความเอ็นดูในวัยเด็กผิวหนังเหี่ยวย่นและดวงตาที่เคยสดใสกลับดูหม่นแสงลงอย่างน่าใจหาย
พี่สะใภ้ทั้งสองนั่งอยู่บนเก้าอี้ ตาปรือเหมือนคนง่วงจัดพยายามถ่างตาเอาไว้แต่หนังตาก็แทบจะปิดลงมาทุกขณะ ด้านพี่ไป๋หลิน... โอ้ะ!ฮวาเสี่ยวซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไป๋หลินเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ปากก็อ้าเล็กน้อย เหมือนคนหลับลึกจน
ไปเฝ้าเงี้ยกเซียนเสียแล้ว! "แม่เจ้า!พวกนางไปทำอะไรกันมา?"
และอนุของท่านปู่ที่ยืนอยู่ข้างเสาก็โอนเอนไปมาจนฮวาเสี่ยวซีหวาดเสียวว่าจะล้มลงไปกองกับพื้นเมื่อไหร่
ฮวาเสี่ยวซีส่ายหน้าอย่างระอาใจ "ไม่ไหวๆต้องรีบไล่พวกนางไปนอนพักผ่อน ช่างน่าสงสารนัก" นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงท่านย่าที่รู้สึกถึงการมาของหลานสาวก็เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง
"เสี่ยวซีเออร์... หลานย่ามาแล้วหรือ"เสียงแหบแห้งแต่ยังคงอบอุ่นดังขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่ากวักมือเรียกฮวาเสี่ยวซีเบาๆแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงยกแขนขึ้นแต่ดวงตาที่มองมายังหลานสาวกลับเต็มไปด้วย
ความรักและความคิดถึง
"ซีเออร์... หลานรักของย่า... เข้ามาให้ย่ากอดหน่อย"เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกด้วยความโหยหา
ฮวาเสี่ยวซี แล้วรีบเข้าไปใกล้เตียง ทรุดตัวลงข้างๆแล้วโอบกอดร่างผอมบางของผู้เป็นย่าอย่างอ่อนโยนความอบอุ่นคุ้นเคยจากอ้อมกอดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ความรู้สึกหลากหลายในใจของนางสงบลงชั่วขณะเจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฮวาเสี่ยวซีส่งเสียงอ้อแอ้ราวกับจะทักทายผู้สูงวัย
"ท่านย่าเจ้าคะ เสี่ยวซีเออร์คิดถึงท่านย่าเหลือเกิน"ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ฮูหยินผู้เฒ่าลูบศีรษะหลานสาวเบาๆ ด้วยมือที่เหี่ยวย่น
"ย่าก็คิดถึงเจ้า... กลับมาทั้งทีก็พาหลานชายมาให้ย่าชื่นใจด้วยช่างน่ารักน่าชังเสียจริง"นางละสายตาจากฮวาเสี่ยวซีไปมองเจ้าอ้วนน้อยด้วยความเมตตามารดาของฮวาเสี่ยวซีมองบุตรสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแต่ในดวงตากลับยังคงมีความกังวลเจืออยู่
"ซีเออร์... หลับสบายหรือเปล่าลูก? อีกแค่วันเดียวก็จะถึงวันแต่งงานของเจ้าแล้วแม่ยังไม่ได้จัดเตรียมสินเดิมให้เจ้าเลย เกรงว่าเจ้าจะไม่มีหน้ามีตา...เสียแล้ว"
ทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินคำว่า "สินเดิมยังไม่ได้จัดเตรียม"ดวงตาที่เคยอ่อนล้าก็กลับมามีประกาย นางโบกมือให้ทุกคนที่อยู่ในห้องด้วยน้ำเสียงที่แม้จะแผ่วเบาแต่ก็เด็ดขาด
"พวกเจ้า... ออกไปก่อน! ไปช่วยกันจัดเตรียมสินเดิมให้หลานสาวข้าเดี๋ยวนี้!จะปล่อยให้ถึงวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร!"
หลิวฮูหยินและพี่สะใภ้ทั้งสอง รวมถึงอนุของท่านปู่ที่ยังคงยืนโอนเอนอยู่ต่างก็รีบรับคำและพากันออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความงุนงงให้กับฮวาเสี่ยวซี
มารดาของนางเองก็ลุกตามออกไป แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับเอ่ยเรียกไว้เสียงดัง
"ซีเออร์... เจ้าไม่ต้องไป อยู่คุยกับย่าก่อน"
ฮวาเสี่ยวซีมองหน้ามารดา หลิวฮูหยินพยักหน้าให้บุตรสาว“เจ้าอยู่คุยกับท่านย่าก่อน แม่จะรีบไปเตรียมสินเดิมให้เจ้าก่อน”
ฮวาเสี่ยวซียิ้มแล้วตอบรับ “เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองหน้าฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เจ้าเด็กซน... เจ้ารู้ไหมว่าถ้าเจ้ากลับมาช้ากว่านี้อีกนิดย่าของเจ้าคนนี้อาจจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว..."นางเอ่ยด้วยน้ำ
เสียงที่อ่อนแรง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความตำหนิเล็กน้อย"แต่ถึงอย่างนั้น... ข้าก็ดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นหน้าหลานทั้งสองคนของข้า"นางทอดสายตาไปยังเจ้าอ้วนน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของฮวาเสี่ยวซีด้วยความเมตตา
ฮวาเสี่ยวซีได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจหายวาบนางกระชับอ้อมกอดเจ้าอ้วนน้อยแน่นขึ้นมองใบหน้าซีดเซียวของผู้เป็นย่าด้วยความรู้สึกผิดและความรักใคร่
"ท่านย่า..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เสี่ยวซีเออร์ขอโทษเจ้าค่ะที่กลับมาช้า ท่านย่าต้องหายป่วยในเร็ววันนะเจ้าคะพวกเราทุกคนยังอยากอยู่กับท่านย่านานๆ"
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มบางๆ ให้หลานสาว "ย่ารู้... ย่ารู้ว่าพวกเจ้ารักย่าแต่สังขารย่อมเป็นไปตามกาลเวลา... สิ่งที่ย่าห่วงที่สุดก็คือเจ้า..."นางเว้นคำพูดไปเล็กน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่ามองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่อบอุ่นและเข้าใจก่อนจะหันไปสั่งบ่าวคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีอำนาจ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่อบอุ่นและเข้าใจ ก่อนจะหันไปสั่งแม่นมคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีอำนาจ
"แม่นมจาง... ไปยกหีบของข้ามาหีบสมบัติที่ข้าเก็บสะสมส่วนตัวเอาไว้นั่นแหละ"
แม่นมจาง ที่ยืนอยู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมรีบรับคำและเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วครู่หนึ่งนางก็กลับมาพร้อมกับหีบไม้เนื้อดีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ดูเก่าแก่และมีค่าหีบถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองหีบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำก่อนจะหันกลับมามองฮวาเสี่ยวซี
"ซีเออร์... เจ้ารู้ไหมว่าในหีบนี้มีอะไร?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยบางอย่าง