ตอนที่ 22
ชิงเทียนตื่นขึ้นมาบนเตียง เมื่อวานเขารักษาคนไข้ไปกว่าร้อยคน ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาควานหาด้วยความงัวเงีย “ฮาโหล...."
“คุณหมอชิงเทียน วันนี้ช่วยเข้ามาหน่อยได้ไหมครับ” เป็นเสียงของผู้อำนวยการจางที่ตอบกลับมา
ชิงเทียน มองดูวันที่ในปฏิทิน“แต่วันนี้ผมต้องไปเรียน"
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ผมโทรไปแจ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนคุณแล้ว" จางเจ๋อฮ่นและผู้อำนวยการของโรงเรียนจี่หนาน รู้จักกันมานานแล้ว เรื่องแค่นี้จึงไม่เป็นปัญหา
รถแลมโบกินี่ ขับเข้ามาภายในโรงพยาบาล คนที่มารอรักษาแน่นล้นออกมาด้านนอกตึก หมอและพยาบาลต่างมาเตรียมต้อนรับเขา ชิงเทียนเดินเข้ามาพร้อมกับทีมแพทย์หลายคน คนป่วยที่รอรับการรักษาต่างกำลังซุบซิบอย่างออกรสชาติ
“นัันน่ะเหรอหมอหนุ่มที่เขาพูดถึง ยังเด็กอยู่ไม่ใช่รึไง"
“ได้ยินว่าเขารักษาเด็กที่เส้นเลือดหัวใจตีบ โดยที่ไม่ต้องผ้าตัดด้วย"
“อย่าโม้ไปหน่อยเลยน่า ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาแน่ๆ
“นายจะไปรู้อะไร ญาติฉันที่เป็นอัมพาตช่วงล่าง หลังจากที่เขารักษาให้ยังกลับมาเดินป๋อ"
ขณะที่ชิงเทียนแหละแเดินเข้ามา เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยถกเถียงกันอย่างไม่ขาดสาย ก่อนที่ชายคนหนึ่งได้มาขวางทางทีมแพทย์ไว้ “คุณหมอ แม่ของผมหายจากโรค อัลไซเมอร์ เพราะคุณ ครอบครัวของผม ทำใบประกาศยกย่อง มามอบให้คุณ ได้โปรดรับไว้ด้วยครับ" เขามอบใบประกาศยกย่องให้ชิงเทียน
หญิงสาวคนหนึ่ง เธอพาแม่มาหาหมอ และกำลังไลฟ์สดไปด้วย “สวัสดีค่า เสิ่นเย่วเองค่า......ทุกคนดูสิค่ะ คนไข้ที่มารอรักษาที่โรงพยาบาลจี่หนาน เนืองแน่นจนล้นออกไป นอกโรงพยาบาลแล้วค่ะ อ่ะ!...ดูนั่นสิค่ะ" เธอเปลี่ยนเป็นกล้องหลังแล้วถ่ายทอดสด ตอนที่ชิงเทียนเดินเข้ามาพร้อมกับทีมแพทย์ “นั่นคือหมออัฉริยะที่ทุกคนกำลังพูดถึงค่ะ" ภาพซูมเข้าไปที่หน้าของเขา ในการไลฟ์สดของเธอมีคนดูหลักแสนและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ฟ่านเสี่ยวโหรวหลังจากที่ทำงานเส็จ เธอก็เช็คความเคลื่อนไหวในโซเชียล “หืมไลฟ์สดหมออัฉริยะงั้นเหรอ เธอลองกดเข้าไปดู จากนั้นฟ่านเสี่ยวโหรว ก็ตกใจจนเกือบจะหงายหลัง
“บอส!!"
บ้านตระกูลเกา ขณะที่เกาหลงซานและเกาหลงซิง กำลังคุยธุระของตระกูลกันอยู่ ‘ตึง!!' ประตูถูกกระแทกเปิดออก “พ่อ คุณอา มาดูนี่เร็ว" เกาฟู่เฉิง เข้ามาในห้องด้วยความแตกตื่น
“มีอะไรฟู่เฉิง ไม่เห็นเหรอว่าพวกเราปรึกษาเรื่องของตระกูลกันอยู่" เกาหลงซานทำหน้าไม่พอใจ
เกาฟู่เฉิง ยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู “คุณชิงเทียนดังไปทั่วแล้วครับ!!"
เกาหลงซานรับโทรศัพท์มาดูพร้อมน้องชาย “นี่มัน....สมแล้วที่เป็นคนที่ รักษาชีพจรปราณของฉันได้" เกาหลงซานไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เขารู้ดีว่าหากชิงเทียนแสดงฝีมือ เขาจะต้องโด่งดังภายในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน
โรงเรียนเมืองจี่หนาน หลานลู่จื่อกำลังนั่งเหม่ออยู่ “ทำไมวันนี้ เจ้าเด็กนั่น ถึงไม่ถึงไม่มาเรียนนะ" ช่วงหลังมานี้ เธอมักจะคิดถึงคนคนนึงเสมอ จากคนที่เป็นที่โหล่ของห้อง กับกลายเป็นอัฉริยะระดับหัวกะทิ รูปร่างและหน้าตาของเขา ดูดีขึ้นหลังจากประสบอุบัติเหตุ
หลานลู่จื่อใช้มือสองข้างตบหน้าเบาๆ เพื่อเรียกสติ “ทำไมฉันต้องนึกถึง หมอนั่นด้วยนะ" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “หืม?....ไลฟ์สดมาแรง ‘หมออัฉริยะ' งั้นเหรอ" เธอกดเข้าไปดูก็พบกับ ใบหน้าที่เธอพึ่งนึกถึงไปก่อนหน้านี้ “อ....อะไรกันเนี้ยยยยยยยย!!!" เธอตะโกนออกมา จนครูทุกคนที่อยู่ห้องพักครู ต่างตกใจ
ชิงเทียนที่กำลังจะเดินไปห้องตรวจ แค่เดินมาได้ครึ่งทาง เขาก็ได้รับใบประกาศยกย่อง มามากกว่า 10 ใบ ชิงเทียนค่อนข้างที่จะลำบากใจ เขาไม่อยากที่จะเป็นจุดสนใจเท่าไหร่นัก
เหล่าแพทย์อาวุโสเดินตรงมาหาเขา “คุณหมอชิงเทียน"
“ครับ?" เขาค่อนข้างสับสน ทำไม่เหล่าแพทย์อาวุโสถึงได้มาหาเขาในเวลานี้
“พวกเราลงความเห็นร่วมกัน และได้อนุมัติ แต่งตั้งคุณเป็นแพทย์เทวะ คนที่สามของประเทศ" ชิงเทียนอ้าปากค้าง เขาคิดว่าการที่เขาจะกลับไปทำตัว ไม่เป็นจุดสน นั้นไม่สามารถเป็นไปได้แล้ว ทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงฮือฮา
“ทุกคนค่ะ คุณหมอชิงเทียน ถูกแต่งตั้งเป็นแพทย์เทวะแล้วค่า....." เซิ่นเย่วที่กำลังท่ายทอดสด พูดด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่เข้ามาในห้องตรวจ ชิงเทียนรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก นี่เขายังต้องตรวจคนไข้อีกนับร้อย แต่กลับอ่อนเพลียตั้งแต่ยังไม่เริ่ม อู่ปิงเหยียน ยกชามาให้เขา แล้วเดินไปนวดไหล่ให้ชิงเทียน “เจอศึกหนัก ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะค่ะคุณหมอ" ชิงเทียนกลืนน้ำลาย แม้ว่าอู่ปิงเหยียน จะไม่สวยเท่าเย่เสวี่ยโหรว แต่เธอก็ถือเป็นสาวงามคนหนึ่ง การที่มีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้ ก็ทำให้เขาประหม่าไม่น้อย
การรักษาในวันนี้ ดำเนินไปอย่างราบรื่น คนไข้ต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน ว่าชิงเทียนเป็นดั่งเทพที่ สวรรค์ส่งมาโปรด
******************************
ตะวันเริ่มลับฟ้า เย่เสวี่ยหลัน กำลังนั่งอยู่บนรถลีมูซีนสีดำ รถขับมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ มีน้ำพุงดงามและอลังการ ประดับไว้ด้านหน้าคฤหาสน์ พ่อบ้านเปิดประตูรถให้เธอ “คุณผู้ชายกำลังดูแลคุณผู้หญิงอยู้ที่ห้องนอนใหญ่ครับ" เย่เสวี่ยหลันพยักหน้าเล็กน้อย ประตูห้องนอนถูกเปิด ด้านในมีชายวัยกลางคนที่กำลังเช็ดตัวให้กับภรรยา “คุณแม่เป็นยังไงบ้างค่ะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แสนห่วงใย
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ “อาการไม่ค่อยดีนัก"
แม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็งปอด ระยะที่ 3 มาหลานเดือนและกำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 4 ทั้งเย่เสวี่ยหลันและพ่อของเธอ ต่างก็ทำใจเอาไว้แล้ว
“พ่อได้ยินมาว่าวันนี้ มีคนถูกแต่งตั้งเป็นแพทย์เทวะคนที่สาม พ่อจะลองไปขอร้องให้เขามาดูอาการ แต่คงไม่ง่ายนัก" เขารู้ดีว่าแพทย์เทวะไม่ใช่คนที่จะพบตัวได้ง่ายๆ แพทย์เทวะอีกสองคน แทบจะไม่มีใครเคยเห็นหน้า น่าจะมีเพียงผู้มีอำนาจในเมืองหลวง หรือคนที่มีอำนาจในรัฐบาลเท่านั้น ที่เคยพบ
เย่เสวี่ยหลันขมวดคิ้ว “แพทย์เทวะ?" วันนี้เธอเรียนทั่งวัน จึงไม่ได้ทราบข่าวอะไรเลย
พ่อของเธอยื่นโทรศัพท์ให้เธอดู “นี่ไง หมอหนุ่มอัฉริยะ ที่ถูกแต่งตั้งเป็นแพทย์เทวะ ดูแล้วๆเขาน่าจะอายุพอๆกับลูกเลยนะ"
เย่เสวี่ยหลันรับโทรศัพท์มาดู ในรูปมีทีมแพทย์ ยืนรายล้อมเด็กหนุ่มที่เธอรู้จักดี เพราะเธอเห็นเขาแทบทุกวัน
“ชิงเทียน!!!" เย่เสวี่ยหลันร้องออกมาด้วยความตกใจ วันนี้เธอก็ไม่เห็นเขามาเรียนหรือว่า.....
พ่อของเธอทำหน้าสงสัย “ลูกรู้จักเขาเหรอ?"
“เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของหนู และเขาก็ยังนั่งโต๊ะข้างหนูด้วย" เธอเขินอายเล็กน้อย ที่ต้องเล่าเรื่องของชิงเทียนให้พ่อเธอฟัง
พ่อของเธอเบิกตาโพลง “ว่าไงนะ แพทย์เทวะคนนั้น....อยู่โรงเรียนเดียวกับลูกเหรอ!?" เขาเดินมาจับมือลูกสาว “ำได้โปรดทำเพื่อพ่อ ลูกช่วยเชิญเขา มารักษาแม่ที่บ้านได้ไหม?" การจะพาภรรยาของเขาไปที่โรงพยาบาลค่อนข้างลำบาก อีกทั้งไม่รู้ว่าจะถึงคิวตอนไหน หากอาการกำเริบขึ้นมา ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี
“หนูจะเชิญเขามาให้ได้ค่ะ" หลังจากออกจากห้อง เย่เสวี่ยหลุนก็รีบคลิปของชิงเทียนมาดู เธอไม่คิดว่า คนที่ชอบหาวและเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง จะมีความสามารถมากขนาดนี้ อีกทั้งเธอก็แอบชอบเขาอยู่เหมือนกัน
เย่เสวี่ยหลันเตรียมตัวที่จะเข้านอน หลังจากที่เธอหลับไป ก็พบกับความฝันที่มักตามหลอกหลอนมาตั้งแต่เด็ก เป็นภาพของตัวเธอที่สวมชุดงดงามดั่งจักรพรรดินี ของอาณาจักรหนึ่ง ที่กำลังเล่นบรรเลงเพลง ให้ชายที่อยู่ในชุดคลุมมังกรฟัง
“สามี.....ถึงแม้ว่าท่านจะสังหารเซียนไปมากมาย แต่ชีวิตที่ท่านช่วยไว้นั้น มีมากกว่าพันเท่า" เย่เสวร่ยหลันเล่นดนตรี พรางกล่าวชมชายในชุดคลุมลายมังกร
“เสวี่ยหลัน ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้ามานานแล้ว หากว่าวันหนึ่งข้าไม่สามารถพิชิตแดนเซียนสำเร็จ หรือตายไปก่อน..."ชายในชุดคลุมมังกรยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ใช้นิ้วอันเรียวงามแตะที่ปากชายคนดังกล่าว
“ได้โปรดอย่าพูดเช่นนั้นอีก...หากท่านตาย ข้าจะตายตามพื่อไปอยู่เคียงข้างท่าน
ชายในชุดคลุมลายมังกร ดึงเธอมากอดแล้วลูบไล้ผมของเธออย่างอ่อนโยน “ที่ข้ากำลังจะบอกคือ ข้ามีวิชาลับ ที่สามารถไปจุติใหม่ได้ หากข้าตาย เจ้าจงค้นหาร่องรอยวิญญานของข้า และจงมองหาเปลวเพลิงอัสนีฟ้า" เปลวเพลิงลุกโชนบนฝ่ามือของเขา
หญิงสาวพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้ว หากวันใดที่ข้าได้ยินข่าวการตายของท่าน ข้าจะตามหาร่างจุติใหม่ของท่านให้พบ แล้วเราจะครองคู่กันไปจนนิรันดร์"
เย่เสวี่ยหลันตกใจตื่น! เหงื่อชุ่มไปทั่วร่างกายของเธอ ฝันในครั้งนี้ชัดเจนยิ่งกว่าทุกครั้ง ที่ผ่านมานั้นเป็นดั่งภาพหลอน แต่ครั้งนี้ มันเสมือนว่าเธออยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ภาพของสถานที่ในความฝันนั้นสวยงามมาก มันดูไม่เหมือนสถานที่ใดในโลกมนุษย์ เธอทิ้งความคิดเกี่ยวกับฝันไป แล้วรีบแต่งตัวไปโรงเรียน เธอต้องรีบไปพบชิงเทียน
-----------------------------------