เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 71 พูดกันดีๆ อย่าโจมตีสติปัญญา

            วันศุกร์ลู่เป๋าเหยียนเลิกงานตรงเวลา นานๆ ทีคนในออฟฟิศผอ.ลู่จะไม่ต้องทำโอทีเสิ่นเยว่ชวนเองก็กำลังคิดว่าคืนนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดีแต่อีกใจก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมือง G

            ซูเจี่ยนอันเห็นข้อความที่เขาตั้งใจจะส่งให้ลู่เป๋าเหยียนนั่นทำให้ความลับอันยิ่งใหญ่ของลู่เป๋าเหยียนถูกเปิดเผยแต่ซูเจี่ยนอันก็ดันไม่ยอมให้เขารายงานเรื่องนี้

            ถ้าวันไหนลู่เป๋าเหยียนจับได้ขึ้นมาว่าเขาปิดบังเรื่องดังกล่าว เขาคงต้องถูกส่งไปเนปาลอีกแน่

            “เอ่อ ผอ.ลู่”เขาถามลองเชิง “นายเคยคิดจะบอกเรื่องทุกอย่างให้เจี่ยนอันรู้บ้างหรือเปล่าทั้งเรื่องเมื่อหลายปีก่อน และเรื่องที่นายกำลังทำอยู่ในตอนนี้ ฉันว่าถ้านายปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีโดยเฉพาะที่บอกกับเธอว่าอีกสองปีจะหย่า เจี่ยนอันอาจดูเหมือนไม่ใส่ใจก็จริงแต่ฉันว่าจริงๆ แล้วในใจเธอคงคิดมากบ้างแหละดีไม่ดีเธออาจจะคอยย้ำเตือนตัวเองเรื่องนี้ตลอดเวลาจนทำให้เธอปิดกั้นและรักษาระยะห่างกับนายก็ได้นะ”

            หลังนิ่งไปสักพักเสิ่นเยว่ชวนก็พูดต่อ “แต่อย่างว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆพวกนายสองคนก็เหมาะสมกันชะมัดเพราะนายเองก็ใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการบังคับใจตัวเองเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้สนใจสิ่งที่เสิ่นเยว่ชวนพล่ามมาแม้แต่น้อยเขาหันไปมองด้วยสายตาอันตราย

            “นายไปทำเรื่องอะไรมาหรือเปล่า”

            เสิ่นเยว่ชวนเสียวสันหลังวาบและรีบปฏิเสธทันควัน

            “ฉันก็แค่หวังดีกับพวกนายเลยแนะนำออกไปผู้หญิงอย่างเจี่ยนอัน ถ้ารู้เรื่องทั้งหมดที่นายทำคงซึ้งใจมากดีไม่ดีถ้าเธอซึ้งกับสิ่งที่นายทำสุดๆอาจถึงขั้นหลงรักนายจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยก็ได้นะ”

            “ยังไม่ถึงเวลา...”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่อยากใช้ความซาบซึ้งหรือคำขอบคุณมาผูกมัดซูเจี่ยนอันให้อยู่ข้างกายเขาความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อกันต่างหากที่ยืนยาว ไม่อย่างนั้นยิ่งเขาทำเพื่อเธอมากเท่าไร มันอาจจะกลายเป็นภาระและแรงกดดันสำหรับเธอก็ได้

            หากเขาพาเธอเข้ามาในโลกของเขาแล้วแต่เธอยังคงชอบผู้ชายคนนั้นอยู่ สู้เขายอมปกปิดเรื่องนี้ต่อไป เพื่อให้เธออยู่กับเขาได้อย่างสบายใจเสียยังดีกว่า

            เสิ่นเยว่ชวนถอนหายใจและยื่นกุญแจรถส่งให้ลู่เป๋าเหยียน

            “ไม่รู้ว่าพวกนายสองคนใครกันแน่ที่ซื่อบื่อ”

            ลู่เป๋าเหยียนส่งสายตาเย็นยะเยือกไปให้เสิ่นเยว่ชวนรีบวิ่งจู๊ดหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นลู่เป๋าเหยียนคงได้บดขยี้เขาจนเป็นผุยผงแน่นอน

            ขณะที่ลู่เป๋าเหยียนกำลังเดินไปยังที่จอดรถมือถือเขาก็ดังขึ้น ‘เจี่ยนอัน’ ชื่อนี้ขึ้นอยู่ที่หน้าจอ

            “นายเลิกงานหรือยัง”ซูเจี่ยนอันถาม

            “อืม” ลู่เป๋าเหยียนตอบกลับไป“กำลังจะกลับบ้าน มีอะไรหรือเปล่า”

            “ฉันอยู่ที่บ้านแม่นายจะมาหรือเปล่า” ซูเจี่ยนอันถามเสียงสดใส “ฉันทำกับข้าวเอาไว้รอนายแล้วนะ”

            ในฤดูร้อนที่ช่วงกลางวันมักจะยาวนานเป็นพิเศษห้าโมงกว่าแล้วแสงแดดยังคงร้อนแรงแสบตา มันสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกรถและสะท้อนรอยยิ้มกว้างหายากบนใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนอย่างชัดเจน

            เขาพาดมือลงบนพวงมาลัยส่วนอีกมือถือโทรศัพท์อย่างผ่อนคลาย

            ไม่เคยนึกเลยว่าวันหนึ่งเขาจะได้รับโทรศัพท์แบบนี้ เสียงของซูเจี่ยนอันที่เข้ามาตามสายเธอถามเขาว่าเลิกงานหรือยังเธอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่าเธอเตรียมมื้อเย็นไว้ให้เขาแล้วและตอนนี้กำลังรอเขากลับไปหา

            เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้แต่เพราะคนพูดเป็นเธอ มันจึงดูเป็นเรื่องสวยงามเหนือสิ่งอื่นใด

            “แล้วฉันจะรีบไปน่าจะถึงในอีกสี่สิบนาที รอฉัน”

            เขาวางสายและเหยียบคันเร่งเพื่อมุ่งหน้าไปยัง Zijing Palace Garden ทันทีด้วยหัวใจที่อยากจะกลับถึงบ้านให้เร็วที่สุด

            เขาไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วซูเจี่ยนอันลังเลอยู่นานกว่าจะกดโทรศัพท์ไปหาเขาตั้งแต่เริ่มหาเบอร์เขา หัวใจเธอก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ

            เธอกลัวว่าลู่เป๋าเหยียนจะไม่รับสายเธอกลัวจะไปรบกวนเขาระหว่างประชุม เธอกลัวเขาจะเย็นชาใส่เธอ

            แต่เมื่อลู่เป๋าเหยียนบอกให้เธอรอเขา

            โลกทั้งใบก็ดูสดใสขึ้นเพียงเพราะคำพูดนี้

            “ตอนแม่สาวๆเวลาโทรหาพ่อของเป๋าเหยียนก็เป็นแบบนี้แหละ” ถังอวี้หลันเดินเข้ามาพลางพูดยิ้มๆ“เวลาจะกดเบอร์หรือคุยกับเขา แม่ตื่นเต้นจนหัวใจจะวาย พอหลังวางสายกลับรู้สึกหัวใจได้รับความหวานมากเกินไปจนแทบเป็นลม ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีคำพูดสวีทหวานอะไร”

            ซูเจี่ยนอันไม่นึกว่าถังอวี้หลันจะโผล่มาจากข้างหลังตอนนี้เธอจึงทำหน้าไม่ถูก

            “แม่คะ คือหนู...”

            “แม่เข้าใจ”ถังอวี้หลันตบไหล่ซูเจี่ยนอันเบาๆ “ปกติคนทั่วไปมักคบกันก่อนแล้วค่อยแต่งงานแต่หนูกับเป๋าเหยียนดันกลับตาลปัตร แต่ก็ดูน่าสนุกดีไม่ใช่เหรอมีเรื่องอะไรน่าสนใจอย่าลืมมาเล่าให้แม่ฟังบ้างนะจ๊ะ”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มหน้าแดง

            “หนูไปยกกับข้าวก่อนนะคะ”

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนมาถึงซูเจี่ยนอันยังคงหน้าแดงไม่หาย เขาจับมือซูเจี่ยนอันพลางถาม

            “เป็นอะไรไปหรือเปล่า”

            “ไม่มีอะไร”ซูเจี่ยนอันยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง “แค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย”

            ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกวันแต่เธอยังคงสวมเสื้อไหมพรมสำหรับฤดูใบไม้ผลิ ลู่เป๋าเหยียนจึงไม่ติดใจอะไรและรับอาหารที่อยู่ในมือเธอ เพื่อช่วยเอาไปวางไว้ที่โต๊ะอาหาร

            คนรับใช้ที่เห็นภาพนี้พูดเสียงเบากับถังอวี้หลันด้วยรอยยิ้ม

            “คุณชายกับคุณผู้หญิงดูรักกันดีนะคะดิฉันว่าอีกไม่นานคุณนายคงได้อุ้มหลานแล้วล่ะค่ะ”

            “เรื่องหลานฉันไม่รีบหรอกข้าวใหม่ปลามันแบบนี้ ให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันลำพังไปอีกสักสองปีกำลังดี อีกอย่างเจี่ยนอันเองก็ยังสาว”ถังอวี้หลันยิ้มกว้าง “ขอแค่พวกเขารักกันดีและอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขฉันก็พอใจแล้ว”

            หลังกินข้าวเสร็จถังอวี้หลันได้ถามลู่เป๋าเหยียนว่าจะค้างที่นี่สักคืนหรือเปล่า

            ซูเจี่ยนอันนึกไปถึงประสบการณ์ค้างคืนในคราวที่แล้วเธอเคยให้สัญญากับตัวเองไว้ว่า จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีกจึงพยายามส่งสายตาให้สัญญาณกับลู่เป๋าเหยียนอย่างเต็มที่พลางภาวนาในใจขอให้เขาช่วยปฏิเสธออกไป

            “พอดีพรุ่งนี้ผมจะพาเจี่ยนอันไปที่ที่หนึ่งน่ะครับ”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ไว้คราวหน้านะครับแม่”

            ถึงแม้ถังอวี้หลันจะผิดหวังอยู่บ้างแต่เธอก็ไม่ตื๊อลูกชายต่อ

            “ก็ได้จ้ะงั้นพวกลูกรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”

            หลังขึ้นรถซูเจี่ยนอันจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “ขอบคุณนะ”

            “ไม่เป็นไร”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ถึงเธอจะยอมค้างคืน ฉันก็ปฏิเสธอยู่ดี”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าคำพูดเขามีอะไรแปลกๆเมื่อลองคิดดูดีๆ หรือเขาจะหมายความว่า เขาไม่อยากอยู่กับเธอ?

            เธอเบะปากเล็กน้อยแล้วเอียงหน้าหันออกไปมองนอกหน้าต่าง

            “ไม่ต้องลำบากนายช่วยปฏิเสธหรอกฉันก็ไม่คิดจะค้างคืนอยู่แล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนเริ่มรู้สึกว่าน้ำเสียงของคนข้างกายดูผิดปกติเมื่อหันไปมองจึงเห็นแก้มแดงๆของเธอ ดูท่าคงจะโกรธเข้าให้แล้ว

            เมื่อเดาได้ว่าเธอกำลังโมโหเรื่องอะไรลู่เป๋าเหยียนก็นิ่งไป และถามขึ้น

            “เจี่ยนอันเธอชอบทำอะไร”

            ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปหากผู้ชายที่ตนชอบถามคำถามนี้ ก็คงตอบไปว่า ชอบอ่านหนังสือไม่ก็ท่องเที่ยวอะไรทำนองนั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง

            แต่ไม่ใช่สำหรับซูเจี่ยนอัน

            “กิน!”เธอตอบโดยไม่แคร์ว่าลู่เป๋าเหยียนจะรังเกียจหรือไม่ เพราะอย่างไรเขาก็รังเกียจเธออยู่แล้วนี่

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“งั้นเธอลองนึกดู ถ้าฉันเอาอาหารที่เธอชอบกินที่สุดมาวางลงตรงหน้าแต่ห้ามไม่ให้เธอกิน เธอจะรู้สึกยังไง”

            ใจร้ายทำแบบนั้นมันจงใจแกล้งกันชัดๆ ใครจะไปอดใจไหว!

            ซูเจี่ยนอันหันหน้ากลับมาถลึงตาใส่

            “งั้นสู้นายอย่ายกมาเลยดีกว่า!”

            “อืม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

            เพราะฉะนั้นพวกเราควรนอนแยกห้องกันไม่งั้นจะเป็นการใจร้ายกับเขามากเกินไป

            ในเมื่อแตะไม่ได้ก็สู้อย่าเข้าใกล้เลยดีกว่า ทำได้แค่มอง แต่กินไม่ได้ คนปกติที่ไหนจะไปทนไหว

            เขาหวังว่าซูเจี่ยนอันจะเข้าใจ

            “เพราะฉะนั้นนายหมายความว่า...” ซูเจี่ยนอันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่แน่ใจ

            “อีกหน่อยนายจะไม่ให้ฉันกินข้าวแล้วงั้นเหรอ?”

            “...”

            ดูท่าเขาคงคาดหวังมากเกินไปที่จะให้ซูเจี่ยนอันเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขากำลังบอกใบ้

            “ซูเจี่ยนอัน”อีกนิดเขาจะกัดฟันพูดอยู่แล้ว “เธอนี่มันซื่อบื้อยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีก”

            “มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิ”ซูเจี่ยนอันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง

            “ทำไมต้องโจมตีระดับสติปัญญาฉันด้วย”

            ลู่เป๋าเหยียนหัวเราะฮึเสียงเย็นออกมาหนึ่งที

            เขาก็อยากให้เธอมีสติปัญญาพอที่เขาจะโจมตีได้เหมือนกัน

            ไม่นานรถก็จอดลงหน้าประตูบ้านซูเจี่ยนอันเปิดประตูรถและวิ่งขึ้นห้องของตนทันทีวันนี้เธอไม่อยากเจอหน้าลู่เป๋าเหยียนอีกแล้ว

            ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ใส่ใจขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าบ้าน อาเฉียนคนขับรถก็เดินเข้ามาหา

            “คุณชายครับเมื่อช่วงเที่ยงที่คุณผู้หญิงออกไปทานข้าวเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นผมคิดว่าควรจะแจ้งคุณชายไว้ก่อนครับ”

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

            “เจี๋ยงเสวี่ยลี่และซูหยวนหยวนอยู่ที่ร้านอาหารเดียวกันพอดีครับ”อาเฉียนรายงาน

            “หลังจากที่คุณชายซูกลับออกไปพวกเธอจึงเดินเข้าไปหาคุณผู้หญิง และพูดอะไรบางอย่างที่ไม่น่าฟังครับ”

            คิ้วของลู่เป๋าเหยียนขมวดยุ่งในทันที

            “พวกเธอพูดอะไร”

            อาเฉียนรายงานทุกอย่างที่ซูหยวนหยวนพูดให้กับลู่เป๋าเหยียนฟังโดยเฉพาะเรื่องที่ซูหยวนหยวนเยาะเย้ยซูเจี่ยนอันเรื่องแหวนแต่งงาน

            เรื่องพวกนี้ซูเจี่ยนอันไม่ได้บอกกับลู่เป๋าเหยียน แถมดูท่าเธอคงไม่คิดจะบอกเขาอีกด้วย

            เมื่อเดินผ่านห้องซูเจี่ยนอันฝีเท้าของลู่เป๋าเหยียนก็หยุดลง เขายกมือเหมือนจะเคาะประตูห้องของเธอแต่เมื่อนึกไปถึงภาพของเธอที่กำลังโกรธตอนอยู่บนรถ เขาก็ยิ้มบางและลดมือลง

            จนกว่าจะเช้าซูเจี่ยนอันคงไม่คิดจะเจอหน้าเขาอีกแล้วแน่ๆเรื่องคำพูดของซูหยวนหยวนและเรื่องแหวนแต่งงาน เธอเองก็คงไม่คิดจะใส่ใจ

            เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะถึงอย่างไรเขาก็มีแผนการไว้อยู่แล้ว

            ซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงฝีเท้าของลู่เป๋าเหยียนที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องของตนทว่าผ่านไปสักพักแล้วก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรขณะที่เธอกำลังสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่าเสียงฝีเท้าของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง และเริ่มไกลออกไป

            เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ

            ซูเจี่ยนอันหาคำตอบในข้อสงสัยของตนไม่ได้จึงลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน

            หลังจากหลับไปหนึ่งตื่นเช้าวันใหม่ก็มาถึง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซูเจี่ยนอันได้ลืมไปหมดแล้วเธอเดินลงจากห้องอย่างสดใส

            ทว่ากลับไม่พบลู่เป๋าเหยียน

            เขาเป็นคนตื่นนอนตรงเวลาและไม่มีนิสัยนอนตื่นสายในวันหยุดแต่ไม่ว่าจะในห้องรับแขกหรือห้องอาหารเธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา

            “คุณชายอยู่ที่ห้องฟิตเนสครับ”

            จู่ๆ ลุงสวีก็โผล่เข้ามาจากข้างหลังซูเจี่ยนอันเขาพูดพลางชี้นิ้ว

            “ห้องฟิตเนสอยู่ทางนู้นครับ”

            ซูเจี่ยนอันเดินตามทางที่ลุงสวีบอกด้วยความอยากรู้อยากเห็นและได้พบกับโลกใหม่ที่ตัวเองไม่เคยเจอมาก่อน

            ห้องฟิตเนสที่นี่ขนาดใหญ่กว่าห้องรับแขกของบ้านคนทั่วไปเสียอีกในห้องเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายทุกชนิด ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกที่สามารถชมวิวของสวนดอกไม้และสามารถเปิดประตูจากอีกฝั่งเพื่อออกไปยังสระว่ายน้ำด้านนอกได้โดยตรงทั้งอุปกรณ์และการออกแบบของที่นี่เป็นสวรรค์ของคนชอบออกกำลังกายโดยแท้

            ลู่เป๋าเหยียนกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง

            เธอเคยเจอเขาในชุดสูทและชุดลำลองแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาในชุดออกกำลังกาย

            ชุดออกกำลังซึ่งไม่ได้มีดีไซน์อะไรพิเศษแต่เมื่ออยู่บนเรือนร่างของเขากลับดูน่ามองหยดเหงื่อที่ไหลลงมาตามแนวกล้ามเนื้อแข็งแรงของเขา ช่างเซ็กซี่เหลือเกิน

            ซูเจี่ยนอันลอบกลืนน้ำลายเบาๆ

            ลู่เป๋าเหยียนสังเกตเห็นซูเจี่ยนอันตั้งแต่เธอเดินเข้ามาจึงปิดเครื่องวิ่งและพูดว่า

            “เจี่ยนอันช่วยหยิบผ้าขนหนูให้ฉันหน่อย”

            ซูเจี่ยนอันยังคงยืนนิ่งเหมือนไม่รับรู้อะไรลู่เป๋าเหยียนมองเธออย่างสงสัย

            ตอนนั้นเองซูเจี่ยนอันก็เริ่มได้สติ เธอหันไปมองผ้าขนหนูที่วางอยู่ใกล้ๆ มือเธอและหยิบมันส่งให้กับลู่เป๋าเหยียน

            ลู่เป๋าเหยียนพูดพลางเช็ดเหงื่อ

            “ฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วเดี๋ยวไปกินข้าวพร้อมกัน”

            จนเขาเดินออกจากห้องไปแล้วซูเจี่ยนอันถึงส่งเสียงตอบรับออกไป เธอเห็นเงาของตัวเองในกระจกที่ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย

            นั่นก็เพราะ...ท่าทางตอนเขาเช็ดเหงื่อหล่อกระชากใจเธอชะมัดเลย...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505