ในตำหนักจวิ้นอ๋องบรรยากาศอึมครึม ราวกับมีเมฆฝนก่อตัวอยู่ภายตำหนัก ความเงียบสงัดเช่นนี้ เป็สัญญาณเตือนว่าต่อจากนี้จะมีพายุลูกใหญ่เกิดขึ้น
“ไป ไปให้พ้น”
ยังไม่ทันไรประตูห้องหนังสือของอู๋ฮวนก็มีเสียงกระแทกดังตึง บานประตูถูกกระแทกเปิดอย่างแรง ตามมาด้วยร่างมนุษย์ผู้หนึ่งกลิ้งหลุนๆออกมา
“จวิ้นอ๋อง ได้โปรดยั้งมือด้วย”เป็เสียงเซินสี่ร้องโอดครวญ ความองอาจถูกทำลายไปจนสิ้น ผู้คุ้มกันทั้งเก้าหันมองเขาเป็ตาเดียว แต่ไหนแต่ไรเซินสี่คือคนโปรดของจวิ้นอ๋อง ไฉนวันนี้ถึงได้โดนถีบจนกระเด็นเช่นนั้นเล่า
พริบตาอู๋ฮวนที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีดำก็ก้าวมาหยุดเบื้องหน้าพวกเขาทุกคน ใบหน้าหล่อเหลาล่มเมืองไม่เ็าเหมือนแต่ก่อน ดวงตาของเขาแดงก่ำแสดงออกว่ากำลังโกรดจัด ขณะเอามือไพล่หลังกำหมัดสะกดอารมณ์และหรี่ตามองเซินสี่
“ไปสืบมาว่าเ้าหูจิงกับหลิงฉีมันเป็ใคร ทำให้งานให้ใคร ถ้าภายในสามวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ข้าจะส่งคนไปคัดเลือกองครักษ์ในวังมาทำหน้าที่แทนพวกเ้า!”
“ขอรับ”เซินสี่ลุกขึ้นและโขกหัวรับคำสั่งอย่างร้อนรน
“ยู่เฟิง เจี่ยอิน ตามแกะรอยดูว่าพวกมันพาอาหลินไปที่ใด แล้วรีบกลับมารายข้า”
“ขอรับ”พอได้โอกาสหลบพ้นจากตำหนักจวิ้นอ๋อง ยู่เฟิงกับเจี่ยอินก็รีบจากไปทันที
คนคุ้มกันทั้งหมดของอู๋ฮวนมีสิบเอ็ดคน แต่หูจิงและหลิงฉีทรยศแยกตัวออกไปแล้ว เซินสี่ถูกส่งไปสืบเื่คนทรยศ ยู่เฟิงกับเจี่ยอินถูกส่งไปตรวจสอบว่าจางหลินถงถูกพาตัวไปที่ใด จึงเหลือจื่อชิว ต้าเจิง ลี่เฉิง เฉินอี้ ถิงเฟิง อีม่าน ที่ยืนก้มหน้าสงบนิ่ง ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็เ้านายเลยด้วยซ้ำ พวกเขารู้สึกว่าการไม่ถูกเรียกใช้กลายเป็แรงกดดันอย่างใหญ่หลวง นั่นหมายถึงอู๋ฮวนกำลังหวาดแระแวง พาลทำให้ชีวิตของพวกเขาครึ่งหนึ่ง ถูกนำขึ้นไปแขวนบนตะขอในคุกใต้ดินไม่ต่างจากนักโทษที่รอการสืบสวน
“ข้าจะให้โอกาสพวกเ้าพูดความจริง นอกจากหูจิง หลิงฉี แล้วยังมีใครอีกที่กล้าแฝงตัวเข้ามาลูบจมูกข้าอีก”
สิ้นคำอู๋ฮวน ร่างหนึ่งก็ล้มลงนอนแผ่หรา ดวงตาเบิกค้างอย่างเ็ปเหมือนกับจะสิ้นใจ ที่แท้ก็เป็ต้าเจิง การล้มลงของเขาทำให้ผู้คนนึกไม่ถึง
“สกัดพิษไว้ เอานี่ให้มันกิน”อู๋ฮวนสั่งเฉียบขาดพลางโยนขวดหยกสีขาวให้ ยาแก้พิษร้อยชนิดเป็ของหายาก แต่ยามนี้เขาไม่เสียดายมันอีกแล้ว เพื่อไล่ล่าถลกหนังผู้อยู่เื้ัไส้ศึกพวกนี้ เขาจำเป็ต้องรักษาชีวิตของพวกมันไว้ก่อน ถิงเฟิงรีบพุ่งรับขวดยาและเข้าไปหาร่างนั้น ลงมือสกัดจุดบนร่างกายยับยั้งพิษไม่ให้แพร่กระจาย และกรอกยาแก้พิษร้อยชนิดลงไปหนึ่งเม็ด
ในดวงตาต้าเจิงฉายความหวาดหวั่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาทำพลาดแล้ว นอกจากจะสังหารตนเองไม่สำเร็จยังกลายเป็ผู้ต้องสงสัยอย่างเต็มตัวอีกด้วย
“ยังมีใครคิดอยากตายต่อหน้าข้าอีกหรือไม่ หากอยากตายก็รีบตายไปเสีย เพราะหลังจากนี้ต่อให้เ้าอยากตายก็จะไม่ได้ตาย”
หนนี้ทุกคนไม่ก้มหน้า แต่กลับมองดวงตาอู๋ฮวนอย่างเปิดเผย อู๋ฮวนมองผู้คุ้มกันเ่าั้ทีละคน สีหน้าสงบนิ่งลงไปมากพลางชี้นิ้วไปที่ต้าเจิง
“เอามันไปขัง ข้าจะสอบสวนมันตัวเอง”
“ขอรับ”
จากนั้นอู๋ฮวนก็จะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ผู้คุ้มกันที่เหลือพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เพียะ!
ใบหน้าเจิ้งจื่ออี้ที่ไร้หน้ากากเงินถูกตบอย่างแรง แผลจากจากไฟคลอกแม้จะหายสนิทแต่ยังคงทิ้งความเ็ปไว้ไม่คลาย เมื่อถูกตบจนหน้าหันจึงทำให้ผิวที่อ่อนไหว ถูกกระตุ้นจนเจ็บร้าวไปทั้งหน้า เจิ้งจื่ออี้เม้มริมฝีปากข่มความเ็ป และยังคงรักษาตนให้อยู่ในอาการสงบนิ่งไว้ได้
หลังจากเขาแยกย้ายกับอู๋ฮวนตามหาร่องรอยรถม้าของหูจิงและหลิงฉีอยู่พักใหญ่ก็ไม่พบร่องรอยใด เนื่องจากแต่ละวันมีรถม้าจำนวนมากที่เดินทางเข้าออกเมืองหลวง เมื่อไม่พบจึงกลับมาที่ตระกูลซ่ง เท้าเพิ่งจะเหยียบประตูเรือน คนที่โจวซื่อส่งคนมาก็ผายมือเชิญเขามาหาที่เรือนหลักทันที
การตายของหงเสียไม่ส่งผลกระทบ นางเป็แค่สาวใช้จึงไม่ได้สร้างความเสียใจให้โจวซื่อ แต่เื่ที่ส่งผลกระทบมากที่สุดคือเื่ที่เขาหักหลังซ่งซือฉีไม่ยอมสังหารจางหลินถง เื่นี้สามารถทำลายกระกูลซ่งได้ในพริบตา เมื่อโจวซื่อรู้เื่จึงโกรธบุตรชายเป็อย่างมาก พอเห็นบุตรชายมาถึง โจวซื่อสั่งให้คุกเข่าลงบนพื้นเย็นๆ กระชากหน้ากากเงินออกและตบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็เพื่อระบายโทสะ
“เดรัจฉาน ข้าปูทางให้เ้าได้อยู่สุขสบาย แต่เ้า...!” โจวซื่อโกรธบุตรชายจนตัวสั่นเทิ้ม “เหตุใดเ้าถึงได้ทำเื่โง่งมเช่นนี้ กว่าจะผลักดันเ้ามาในจุดนี้ได้ ข้าต้องลงแรงไปตั้งเท่าใดเ้าคิดบ้างหรือไม่ หากนายท่านรู้เื่นี้เข้า ชีวิตของเ้า ชีวิตของข้าจะเป็อย่างไร ไหนจะน้องสาวเ้าที่ยังเล็กอยู่อีก”
โจวซินหรูเอ่ยถึงซ่งจินเค่อ คุณหนูใหญ่วัยสามขวบครึ่ง ที่ยามนี้แม่นมได้พาออกไปเล่นข้างนอกแล้ว ซ่งจินเค่อเป็น้องสาวต่างบิดาของเขา แต่เขาไม่เคยมองหน้านางสักหน อาจเป็นางมีสายเืตระกูลซ่งที่เขาเกลียดชังทำให้เขาเกลียดซ่งจินเค่อไปด้วย
ตลอดเวลาที่สวมรอยเป็คุณชายใหญ่ซ่งตงหยาง เจิ้งจื่ออี้ไม่เคยมีชีวิตเป็คนตนเอง ด้วยฐานะคุณชายใหญ่ทำให้เขาสุขสบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่ต้องทนหนาวก็จริง แต่ความพรั่งพร้อมเหล่านี้ทำให้เขาสูญเสียใบหน้าและอิสระไปทั้งหมด เมื่อเป็เช่นนี้ เขาควรภูมิใจในความสบายที่ได้รับอีกหรือไม่
ฐานะของคุณชายซ่งตงหยางไม่เคยมีอำนาจที่แท้จริง ซ่งซือฉียังเป็นายท่านผู้กุมอำนาจทั้งหมดในตระกูลซ่ง ไม่ว่าเขาจะทำดีอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ซ่งซือฉีไว้ใจได้ ทุกครั้งที่เขาเรียกซ่งซือฉีว่าบิดา ใจเขาเกิดความเกลียดชังอย่างที่สุด คนผู้นี้เองที่วางแผนตลบหลังตระกูลจาง เจิ้งจื่ออี้้าความไว้วางใจจากซ่งซือฉี จึงไม่กล้ายื่นมือไปขัดขวาง ได้แต่แอบซ้อนแผนช่วยเหลือจางหลินถงเท่านั้น
“เื่ที่เ้าทำวันนี้ร้ายแรงเพียงใดรู้หรือไม่ หากฮ่องเต้ทราบเข้า ไม่เพียงแต่เ้า แต่ตระกูลซ่งทั้งหมดต้องตายไร้ที่กลบฝัง ข้าจะยอมให้ทุกอย่างพังพินาศเพราะความอ่อนแอของเ้าไม่ได้อีกเด็ดขาด นับจากนี้จงเก็บตัวอ่านหนังสืออยู่แต่ในจวน เื่ของนางแพศยานั่นข้าจะจัดเอง”
“มารดา ปล่อยให้นางมีชีวิตของนางเถิด หากมารดายอมปล่อยนางไป ข้าจะเชื่อฟังมารดา จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอีก”
“ปล่อยให้มันกลับมาแก้แค้นข้ารึ”
“มารดา นางจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ยามนี้แม้แต่ตัวนางเองยังเอาตัวเองไม่รอด”
“เ้ายังรู้จักสตรีน้อยไป จางหลินถงเป็โฉมสะคราญแห่งเมืองหลวง แค่เพียงรูปโฉมก็สามารถล่อลวงฮ่องเต้สั่งคนตัดหัวเ้าได้แล้ว ยามนี้มีโอกาสต้องรีบจัดการนางเสีย”
“มารดา!”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ชิวยี่ส่งคุณชายใหญ่กลับเรือน” โจวซื่อสะบัดแขนเสื้อหันหลังให้บุตรชายอย่างเด็ดขาด
“เชิญคุณชายกลับเรือนก่อนเถิดเ้าค่ะ” ชิวยี่เป็สาวใช้คู่กับหงเสีย เมื่อหงเสียไม่อยู่แล้วนางจึงเป็คนเดียวที่โจวซื่อเรียกใช้ด้วยความไว้วางใจ
เจิ่งจื่ออี้เดินตามชิวยี่ออกไป แม้ใบหน้าของเขาสงบนิ่งก็จริง ทว่าในใจกลับถูกแรงกดดันปลุกปั่นจนเกิดความแค้น นึกอาฆาตแม้นแต่โจวซื่อ หากไม่ใช่เพราะนางมักใหญ่ใฝ่สูงมีหรือเขาจะสูญเสียใบหน้า มีหรือเขาจะต้องมาครอบครอบของที่ไม่ใช่ของตนเองด้วยความหวาดระแวง มีหรือจางหลินถงจะเกลียดชังเขาถึงปานนี้
เขาเองก็อยากเป็เพียงชายหนุ่มธรรมดา ที่สามารถยืนมือจับมือคนที่เขารัก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนางโดยไม่สนใจผู้ใดทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีวันที่เขาได้รับโอกาสบ้างหรือไม่
ซ่งตงหยางใช้ผ้าปิดตาจางหลินถง ก่อนจะอุ้มนางลงจากรถม้า เขาเลือกใช้ผ้าหน้าทึบที่ไม่สามารถมองทะลุได้ จางหลินถงถูกสกัดจุดจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ นางกลายเป็ตุ๊กตาผ้าที่เขายกไปวางตรงไหนก็ได้ และไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าถูกพามาที่ใด
พลันนางรู้สึกได้ถึงความเย็น นอกจากความเย็นยังมีความชื้น และมีกลิ่นของดิน บางทีเขาอาจจะพามาขังในคุกใต้ดินเพื่อป้องกันไม่ให้นางหนี เหมือนที่เจิ้งจื่ออี้ล่ามโซ่ขังนางไว้ในเรือนเล็กหลังนั้น จางหลินถงเริ่มหวาดกลัว หัวใจนางจึงเต้นแรงมาก
ซ่งตงหยางััได้เสียงหัวใจของนาง เขายกยิ้มแล้วแนบแก้มลงบนหน้าผากของนาง พลางกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากบนรถม้าว่า“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่พาเ้าไปฆ่าไปแกงแน่ เพียงแต่พระชายาของข้า้าการพักผ่อน ข้าจึงต้องเลือกสถานที่ที่ไม่มีใครมารบกวน เพื่อให้เ้าพักรักษาตัว เมื่อเ้าแข็งแรงดีแล้ว เราค่อยออกเดินทางตามหาตราบัญชาการหน่วยพยัคฆ์ขาวกัน”
จางหลินถงน้ำตาไหล แม้แต่เปิดปากพูดนางก็ทำไม่ได้ ซ่งตงหยางผู้นี้แท้จริงแล้วคิดจะทำอะไรนางกันแน่ เขาไม่ให้นางขยับ ไม่ให้นางพูด นางทำได้แค่อยู่นิ่งๆหายใจเข้าออก และกลืนข้าวปลาอาหารที่เขาป้อนให้เท่านั้น
ต่างจากคุกใต้ดินในตำหนักจวิ้นอ๋อง ยามนี้ครึกครื่นยิ่งนัก ต้าเจิงถูกล่ามโซ่ขึงแขนขึงขาอยู่กลางลานกว้าง โซ่เหล่านี้มีกลไกคอยคุม หากกลไกลพวกนั้นทำงาน โซ่ที่ยึดตรึงกับแขนขาทั้งสี่ข้างจะถูกขึงจนตึงทีละนิดจนถึงขีดสุด และฉีกทึ้งร่างกายอย่างช้าๆ เหมือนห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ผู้คุ้มกันหลายคนกำลังยืนดูร่างของสายลับที่ถูกส่งเข้ามาสอดแนมภายในตำหนักจวิ้นอ๋อง ถูกเครื่องทรมานที่ว่านี้ฉีกแขน ฉีกขาของเขาทีละข้าง คนโชคร้ายผู้นั้นใบหน้าบวมช้ำ ร้องไห้ด้วยความเ็ปจนดวงตากลายเป็สีเื ทั้งอุจจาระ ปัสสาวะเจิ่งนองส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
ต้าเจิงได้ยินเสียงเขาอ้อนวอนขอความตายไม่หยุดหย่อน แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็น้ำร้อนจัดสาดลงไปบนร่างกาย ลวกคนทั้งเป็จนิัแดงและพองไปทั่วตัว เมื่อร่างกายเกิดตุ่มพอง ผู้โชคร้ายผู้นั้นต้องอดทนมากเพียงใดเพื่อไม่ให้ะเืถึงาแทั่วร่าง
จะนอนก็ไม่ได้นอน จะกินก็ไม่ได้กิน อยากตายก็ไม่ได้ตาย นี่คือความอมหิตของอู๋ฮวนที่ต้าเจิงเพิ่งััจนลึกถึงแก่น สำหรับคนคุ้มกัน อู๋ฮวนปฏิบัติอย่างดี เงินทอง สุรา อาหาร ที่พัก เสื้อผ้า แม้แต่สตรีก็มอบให้ แต่หากผู้ใดทรยศ อู๋ฮวนก็พร้อมจะมอบความเลวร้ายยิ่งกว่าตกนรกให้อย่างไม่ลังเล
ต้าเจิงเบิกตามองคนโชคร้ายผวาตื่นมา และอ้าปากร้องสุดเสียงราวหมูที่ถูกจับขึงแล้วเชือดคอ คนผู้นั้นสลบไปเพราะความเ็ปที่ยากจะทนได้มาหลายหน แต่ก็ถูกน้ำร้อนบ้าง น้ำเย็นจากธารน้ำแข็งบ้างสาดลงบนร่างกาย สภาพของเขาดูไม่ออกว่าเป็คนหรือศพ มีร่องรอยาแทั่วร่างกายทั้งไร้อาภรณ์ ปล่อยให้ยืนสะท้านท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นจนบาดกระดูก
“ต้าเจิง เ้าว่าคนผู้นั้นจะเป็อย่างไรต่อไป”
จื่อชิวก้าวเข้ามาหยุดข้างต้าเจิงเหมือนภูตผี คนผู้นี้ฝีเท้าเบายิ่ง ไปมาไร้เสียง เคลื่อนไหวว่องไว ต้าเจิงมองคนผู้นั้นแล้วอดที่จะตัวสั่นไม่ได้ เขาอยู่กับอู๋ฮวนมาสามปี เดินทาง กินนอนพอรู้นิสัยใจคออยู่บ้าง ก่อนจะลงมืออู๋ฮวนจะให้โอกาสคนได้พูดความจริงเสมอ
‘ข้าควรพูดความจริง ข้ายังมีโอกาส’ ต้าเจิงบอกตนเอง ไม่ใช่เพราะเขากลัวตาย แต่เพราะงานที่เขาได้รับมา ยังทำไม่สำเร็จจึงตายไม่ได้
เขาจะต้องพาทายาทแม่ทัพพยัคฆ์ขาวกลับค่ายให้จงได้ เขารู้ว่าอู๋จวิ้นอ๋อง และชินอ๋องต่างก็ตามหาทายาทแม่ทัพพยัคฆ์ขาว ก่อนจะแฝงตัวเข้ามาเป็ผู้คุ้มกัน เขาได้หยั่งเชิงชินอ๋องมาแล้ว แต่ทางนั้นไร้ความคืบหน้า ดังนั้นเขาจึงแฝงเข้ามาทางอู๋ฮวน
เมื่อได้อยู่ทางเหนือจึงได้ทราบว่าอู๋ฮวน ไม่ใช่คนเลวร้าย เมื่อเทียบกับชินอ๋อง ชินอ๋องเลวร้ายกว่ามาก เพื่อถางทางสู่อำนาจแม้แต่บุตรในอกก็ฆ่าได้ ในทางตรงกันข้ามอู๋ฮวนที่เหมือนเห็นแก่ตัว เนื้อแท้กลับไม่ใช่คนกระหายอำนาจและผลประโยชน์ ทว่ามีความจำเป็บีบคั้นทำให้อู๋ฮวนต้องทำเื่ที่เลวร้ายจนกลายเป็บุรุษที่ไร้ความจริงใจ
ต้าเจิงไต่ตรองจนรอบคอบแล้ว จึงเงยหน้ามองจื่อชิวพลางกล่าวออกไปว่า “ข้าอยากพบอู๋จวิ้นอ๋อง”
************************