บทที่ 9
ขณะที่หว่างคิ้วอีอันแคบลง ชายหนุ่มและอัศวินก็เข้ามาในห้องโถงเรียบร้อยแล้ว ประตูปิดลงและเกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นชั่วขณะ
"ฮึ่ม! ข้าไม่ได้อยากแก้ตัวหรอกนะ แต่คิดว่าควรจะอธิบายสถานการณ์นี้หน่อย"
เ้าของโรงเตี๊ยมพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ
"ตอนแรกนึกว่าท่านอัศวินหาที่พักอยู่เลยว่าจะแนะนำให้อย่างเดียว แต่ผู้รับใช้ถามว่ามีปัญหาอะไรเป็พิเศษแถว ๆ นี้บ้างไหม ข้าเลยบอกว่ามีนักแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยมในหมู่บ้านของเรา…"
"เข้าประเด็นได้แล้ว ขอสั้น ๆ"
อีอันตัดบท เ้าของโรงเตี๊ยมกระแอมในลำคออย่างเคอะเขิน
"พวกเขา้าคุยกับท่าน ข้าปฏิเสธอย่างมีมารยาทตามกฎแล้วนะ พวกเขาสัญญาว่าจะไม่ก่อความวุ่นวาย ข้าจึงพามาที่นี่"
"อย่างนั้นรึ"
ไม่รู้เหตุผลที่มาตามหาเขาน่ะสิ
อีอันพยักหน้า เขาไม่มีความคิดที่จะตำหนิเ้าของโรงเตี๊ยม ซึ่งต่างจากที่เ้าของโรงเตี๊ยมกังวล
เพราะอัศวินในโลกนี้กลายเป็ฆาตกรถูกกฎหมายได้ทุกเมื่อ การฆาตกรรมของอัศวินถือว่าไม่ผิดหากมีเหตุผลที่เหมาะสม
ดังนั้น อัศวินส่วนใหญ่จึงหยิ่งยโสและเ็า กฎระเบียบและมารยาทที่เข้มงวดเป็เื่ที่ใช้กันทั่วไปต่อหน้าคู่ต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับ
ดังนั้น การที่เ้าของโรงเตี๊ยมแสร้งทำเป็ปฏิเสธก็เพื่อรักษาความภักดีของเขาเอง
อีกอย่าง ความสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของอัศวินยังวนเวียนอยู่ในหัวของอีอัน เหมือนเคยเห็นในเกม ตอนที่อีอันรื้อฟื้นความทรงจำอีกครั้ง
"ขอแนะนำอย่างเป็ทางการ"
ผู้รับใช้ก้าวออกมาข้างหน้า เขาพูดออกมาขณะก้มหัวและงอเข่าข้างหนึ่งลงเล็กน้อย
"ท่านนี้คือบริวารของลูโซลาร์และเป็สาวกแห่งทีร์เอ็น ทั้งยังเป็ผู้บังคับการชายแดนภาคใต้และเป็ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งอะเกลลัน เซอร์เมฟ ริอูเรล"
ผู้รับใช้ยืนตรงแนบมือทั้งสองข้างไว้ที่ลำตัวและก้มหัวลงเบา ๆ ราวกับจะทำความเคารพอัศวิน
"ข้าคือฟิลลิป ผู้รับใช้ของท่านลอร์ด ข้าขอกล่าวทักทายแทนนายท่าน ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ นักแก้ปัญหา"
มันเป็คำทักทายที่เกินจริง ซึ่งชวนให้นึกถึงละครย้อนยุค แต่อีอันไม่ตอบรับอะไรเลย เขากลับจ้องมองเมฟด้วยดวงตาที่สงบนิ่ง
‘แม่งเอ๊ย จริง ๆ ด้วย’
เขาจำได้ในที่สุดว่าเคยเห็นอัศวินคนนี้ที่ไหน
‘เมฟ ผู้ล้างแค้นกระหายเื’
บอสระดับกลางที่เล่นยากที่สุดในบทแรกของอะควิลโลเนีย
‘ไม่นึกว่าเมื่อภาพลักษณ์ปกติแล้วจะเป็สภาพนี้ ก็เลยจำไม่ได้ั้แ่แรก’
แต่เมฟที่อีอันจำได้นั้นมีภาพลักษณ์ห่างไกลจากความสง่าและมีราศีอยู่มากต่างกับตอนนี้ ชุดเกราะที่มีรอยบุบร้าวไปทั่ว ทั้งยังมีรอยเปื้อนสีแดง และมีเืไหลซึมออกมา
แต่มันก็ปกติอยู่แล้ว เพราะเขาจัดการกับกองทัพทั้งหมดของปราสาทเพียงผู้เดียว เพื่อสังหารกษัตริย์แห่งอะเกลลัน ทั้งยังไล่ต้อนพวกนั้นก่อนที่จะสังหารหมู่
คนที่ขวางเขาไว้ก่อนที่จะพยายามลอบสังหารสำเร็จคืออีอัน ซึ่งกลายมาเป็ตัวละครในเกมจนถึงตอนนั้น
เมฟแข็งแกร่งมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็บอสั้แ่บทแรก
หากไม่พึ่งพาดาบ แม้จะไม่สามารถยืนได้อย่างเที่ยงตรง แต่การโจมตีแต่ละครั้งร้ายแรงถึงชีวิตและมีรูปแบบการโจมตีที่หลากหลาย
เหตุผลที่อีอันสามารถชนะได้ก็เพราะเวลาอยู่ข้างเขา
อย่างที่บอกไป เมฟอยู่ในสภาพปางตาย พลังชีวิตของเขาซึ่งต่ำกว่าครึ่งั้แ่เริ่มต้นลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอีอันจะไม่ได้โจมตี
ตอนที่แกว่งดาบให้เร็วขึ้น อีอันโฟกัสไปที่การหลบหลีกการโจมตีของเขา และในที่สุดเมฟก็ล้มลง เหลือแค่เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ฟังไม่ค่อยได้ยิน
แต่เมฟที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้อยู่ในสภาพที่ดูดีและไม่ทรุดโทรมหรือได้รับาเ็สาหัสเหมือนตอนนั้น ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาได้เจอกันแล้ว
‘สถานการณ์มันต่างไปจากเกมเหรอ? แบบนั้นก็ไม่ดีน่ะสิ’
แต่อีอันไม่กังวลหรือใอะไร
ในตอนนั้น เขาไม่ใช่นักเวทระดับต่ำ และคู่ต่อสู้ก็ไม่รู้ความจริงที่ว่าเขาเป็นักเวทด้วยซ้ำ
หากได้ต่อสู้กัน ก็มั่นใจว่าจะไม่แพ้
ยังไม่สายเกินไปที่จะต่อสู้หลังจากรู้เจตนาของคู่ต่อสู้แล้ว
และแล้วอีอันก็มองไปที่ฟิลลิป
"ข้าคืออีอัน โฮป อย่างที่เห็น ข้าเป็ทหารรับจ้าง"
"เซอร์โฮปนี่เอง"
ฟิลลิปพยักหน้าด้วยท่าทางชื่นชมเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะตกตะลึงกับการกระทำของอีอันที่ไม่แม้แต่กะพริบตา
เพราะค่าจิตสูง ทำให้จัดการสีหน้าและคิดอย่างสุขุมเยือกเย็นได้ในเวลาเดียวกัน แม้จะอยู่ใน่เวลาแบบนี้
"แล้วมีธุระอะไรกับข้างั้นรึ?" อีอันถามอย่างไม่อ้อมค้อม
"คือว่า…"
ฟิลลิปทอดสายตาไปทางเ้าของโรงเตี๊ยมและสาวใช้อย่างนิ่ง ๆ
อีอันหันไปสบตาพวกเขาและพยักหน้าลงเล็กน้อย
"ขึ้นไปรอข้างบนก่อน"
จากนั้นเ้าของโรงเตี๊ยมจึงพาสาวใช้ขึ้นบันไดไป
อีอันมองปราดเดียวก็ดูออกว่ากระวนกระวาย
ทันทีที่เสียงฝีเท้าหายไป ฟิลลิปก็พูดขึ้นมาว่า
"ขอบคุณสำหรับความเอาใจใส่ขอรับ"
"เข้าใจแล้ว บอกมาว่ามีธุระอะไร"
"พวกเรามาหาเพราะว่านายท่านมีเื่ที่จะถามขอรับ" ฟิลลิปก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว
"ได้ยินมาว่าท่านจัดการพวกโคบอลด์เพียงผู้เดียว เป็เื่จริงหรือขอรับ"
อีอันยกมือขึ้นและชี้ไปที่ด้านหนึ่งของผนังโรงเตี๊ยมแทนคำตอบ มีหัว ชุดเกราะ และขวานของหัวหน้าเผ่าโคบอลที่ถูกสตัฟฟ์แขวนไว้อยู่
"จะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ มันคืออิสระของเ้า"
"ท่านน่าทึ่งมาก แม้แต่ทหารที่เก่งที่สุดในชายแดนก็ไม่อยากเข้าไปเหยียบที่ซ่องสุมนั่นเพียงคนเดียวเลย"
ฟิลลิปแสดงสีหน้าชื่นชมอย่างจริงใจอีกครั้ง
เป็คนที่ประจบได้ธรรมชาติดีนี่ อีอันเลียริมฝีปากและพูดว่า
"นั่นคือคำถามที่้าถามรึ? ว่าข้าได้กวาดล้างที่ซ่องสุมโคโบลด์จริง ๆ ไหมน่ะเหรอ?"
"แน่นอนว่าไม่ใช่ขอรับ แค่้าให้แน่ใจว่าถามคำถามถูกคน จะข้ามไปที่ประเด็นหลักเลยนะขอรับ ไม่ทราบว่า…" เสียงของฟิลลิปเบาลง
"ท่านพบอะไรเป็พิเศษในที่ซ่องสุมโคบอลด์หรือเปล่า"
"อะไรที่เป็พิเศษ?"
"บางอย่างที่ไม่สามารถเห็นในโคโบลด์ได้ปกติ เช่น เค้าลางของมนต์ดำหรือความรู้สึกปั่นป่วนอะไรแบบนั้น"
คิ้วข้างหนึ่งของอีอันขมวดเข้า เมฟกำลังตามหานักเวทดำอยู่งั้นเหรอ เป็เื่ที่คาดไม่ถึงอีกแล้ว เพราะในเกมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย
'สถานการณ์ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่มีเควสต์ย่อยที่เขาพลาดไปหรือเปล่านะ?'’
ท่ามกลางความสงสัย ข้อเท็จจริงอีกอย่างก็ชัดเจนขึ้น
"ไม่รู้สิ"
เขากุมกุญแจของการสนทนาอยู่
อีอันตอบอย่างสงบนิ่ง
"ถึงจะมีอะไรก็ตาม แต่ข้าก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องบอกข้อมูลนั่นด้วย"
ฟิลลิปฉีกยิ้มเป็ครั้งแรก
"นี่เป็ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความผาสุกของอาณาจักร โปรดให้ความร่วมมือด้วยขอรับ"
"ข้าไม่ใช่ชาวอะเกลลัน ข้าเป็ทหารรับจ้าง ทหารรับจ้างไม่รับคำขอร้องของใครหากไม่ได้รับค่าตอบแทนหรอกนะ"
หว่างคิ้วของฟิลลิปแคบลง
"นี่ท่านกำลังต่อรองโดยเดิมพันกับความผาสุกของอาณาจักรหรือ?"
"ข้าแค่เสนอข้อต่อรองกับสิ่งที่ข้ามีอยู่ ไหน ๆ เ้าก็พูดขึ้นมาแล้ว"
อีอันตอบอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะหันมองเมฟ
"การสัญญาต่อรองกับท่านอัศวินผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจและผู้รับใช้โดยตรง ไม่รับประกันอะไรหรอกนะ"
"ไร้มารยาทอะไรเช่นนี้…!"
ขณะที่ฟิลลิปกำลังโมโห เมฟยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเพื่อหยุดเขา มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาจากหมวกเหล็ก
"เขาก็พูดถูกนะ ฟิลลิป"
คิ้วของอีอันขมวดเข้าอีกครั้ง
'เสียงนี่คือ... ?'
"ข้าขอโทษสำหรับความหยาบคายของคนรับใช้นะ ท่านทหารรับจ้าง"
เมฟก้าวออกมาข้างหน้าและถอดหมวกเหล็กที่ใส่อยู่ออก ผมสีแดงหลุดลงมาประบ่า ดวงตาสีเขียวสบตาอีอัน
"ข้าเป็คนที่ค่อนข้างสงวนคำพูดต่อหน้าคนที่เจอเป็ครั้งแรก ดังนั้นฟิลลิปจึงได้พูดแทนข้า ไม่มีเจตนาอื่นใดเลย"
"เป็อย่างนั้นเอง เข้าใจแล้ว"
อีอันพยักหน้าลงอย่างช้า ๆ เขาตอบกลับอย่างเฉยชา แต่ในความเป็จริงค่อนข้างประหลาดใจ
‘เป็ผู้หญิงจริง ๆ เหรอเนี่ย’
ไม่เคยคิดว่าเมฟจะเป็ผู้หญิงจนกระทั่งได้ยินเสียงของเธอ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความงามที่ทำให้รู้สึกบาดใจเหมือนมีดที่คมกริบ
แม้แต่แผลเป็ที่คางก็ยังดูดี แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าไม่มีอัศวินหญิงในเกม พวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะหนักที่ไม่เปิดเผยส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเลย
เมื่อย้อนไปคิดดูแล้ว เขาไม่เคยได้ยินเสียงของเมฟอย่างจริงจังเลย ทั้งหมดที่จำได้คือเสียงลมหายใจอันเหนื่อยล้าและเสียงกระซิบสุดท้าย
และหลังจากนั้น...
"ถ้างั้นก็เข้าเื่กันเลย"
เมฟวางหมวกเหล็กลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้ามไปพร้อม ๆ กับขัดจินตการของอีอัน
"เมื่อเ้าเสนอข้อต่อรองมา จะถือว่าเ้าได้รู้อะไรบางอย่างมาได้ใช่ไหม" เมฟถามขณะจ้องหน้ากับอีอันด้วยสายตาที่จริงจัง
อีอันพยักหน้าอย่างช้า ๆ
"ใช่แล้ว ข้ายังมีหลักฐานอีกด้วย ไม่ได้มีแค่ข้อมูล"
"หลักฐาน...?"