ตอนที่ 1 รัชทายาทแห่งละโว้
เสียงดาบตัดสายน้ำ ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆไม่ว่าจะฟันทางซ้ายหรือขวา สายน้ำตกที่ไหลรินลงมา จะมีรอยห่างกันอย่างเห็นได้ชัด! โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว ขยับจากซ้ายไปขวา กระโดดไป ทางหน้า หรือ กระโดดถอยมาข้างหลัง ความเร็วขนาดที่ว่า คนทั่วไปมองเห็นแต่ภาพเลือนลางเคลื่อนไหว ชายหนุ่มผิวขาว แต่มีรอยคล้ำแดด สูงโปร่ง ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยมัดกล้าม แต่ผิวกายมีรอยแผลเป็นจำนวนไม่น้อย ด้วยวัย 25 ปี คงต้องผ่านการสู้รบมานับไม่ถ้วน เขาใช้เวลาฝึกวิชาดาบเดียว มา 1 ชั่วยามแล้ว เขาฝึกทุกวันตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้ดาบเดียวของเขาได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว ทุกวันหากไม่มีราชการที่ไหนเขาก็จะมาที่น้ำตกแห่งนี้ตลอด ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพลงดาบตัดสายน้ำ นี่คือเพลงดาบ ที่เขาฝึก“ องค์ชาย องค์ชาย ราชันทรงสวรรคตแล้ว รีบเสด็จกลับเถอะ พะยะค่ะ” มหาดเล็กนามว่า ทิน พูดอย่างเร่งรีบ “ เป็นไปได้ยังไง แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเสด็จพ่อ ” องค์ชายวรเชษฐ์ รัชทายาทแห่งละโว้ ถามด้วยความตกใจ“ กรหม่อมไม่ทราบ พระองค์รีบกลับวังไปดูเองเถอะพะยะค่ะ” มหาดเล็กทินไม่ตอบ แต่เร่งให้กลับวังองค์ชายวรเชษฐ์ รีบใส่เสื้อแล้ว กระโดดขึ้นม้าควบกลับวังด้วยความรวดเร็วทันที มาถึงวังองค์ชายกระโดดจากหลังม้าแล้วรีบเข้าไปห้องบรรทมเสด็จพ่อในทันที แต่ว่าหน้าห้องบรรทม ทำไมมีทหารถือดาบเฝ้าอยู่หลายคนจนผิดปกติ“หรือว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น?” องค์ชายคิดในใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ ก่อนที่จะคิดอะไร ก็มี มีดสั้น จ้วงแทงเข้าข้าง หลังขององค์ชายวรเชษฐ์ ฉึก มีดสั้นยาว 6 นิ้วเสียบเข้าข้างหลังเลือดทะลักออกมาพร้อมกับมีดที่ถอนออกทันที พอหันหลังกลับไปดู เห็นมหาดเล็กทิน ถือมีดอยู่ “ทำไม “ องค์ชายวรเชษฐ์ ถาม“กระหม่อมต้องทำ ไม่อย่างนั้นครอบครัวหม่อมฉันก็ต้องตายหมดทั้งโคตร ” มหาดเล็กทินเอ่ยเสียงสั่น พร้อมมือที่ถือมีดที่เต็มไปด้วยเลือดแดงฉานเต็มไปหมด“บัดซบ” องค์ชายวรเชษฐ์ ใช้เท้าถีบเข้าหน้าอก ได้ยินเสียงกระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ มหาดเล็กทินร้อยโอ้ย คำเดียวก็ลอยลิ่วสลบไป มีทหารวิ่งกรูกันเข้ามาอีกนักสิบคนดักด้านหน้า และด้านหลังเอาไว้ องค์ชายรีบหลบออกทางด้านข้างเข้าไปที่สวนดอกไม้ รอยเลือดกระจัดกระจาย ถูกดอกกไม้สีขาวที่ปลูกไว้กลายเป็นดอกสีขาวปนแดงดูแปลกตาไป องค์ชายรีบก้มไปกับพื้นรีบถอดผ้าคาดเอว เอามาม้วนพันแผล เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมากเกินไป จากนั้นก็รีบไปทางด้านหน้าเพื่อที่จะหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน ข้างหน้ามีม้าขององค์ชายวรเชษฐ์รออยู่ จึงรีบกระโดดขึ้นม้า และควบออกทันที แต่ว่าไม่ทัน เสียแล้ว ประตูวังถูกปิด ออกไปทางประตูไม่ได้ ขณะจะวกม้ากลับไป ประตูทางออกอื่นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ เสด็จพี่ ยอมเสียเถอะ ยังไงก็หนีไม่พ้นแล้ว” ชายหนุ่มวัย 20 ปี กล่าวเสียงดัง “ เจ้าไชยเชษฐ์ เกิดอะไรขึ้นกับเสด็จพ่อ” องค์ชายวรเชษฐ์ถามด้วยเสียงที่ ขมกรามแน่น“ เสด็จพ่อสวรรคต ไปแล้ว แล้วหม่อมฉันคิดว่า เสด็จพี่ควรจะตามไปดูแลเสด็จพ่อนะ “ พูดเสร็จ ก็ยกมือขวาสั่งให้ลูกน้องจัดการกับองค์ชายวรเชษฐ์ มีนักฆ่าชุดดำออกมา สิบกว่าคนพุ่งเข้าใส่องค์ชายวรเชษฐ์ทันที “ นักฆ่าจากขอมหรือ” องค์ชายวรเชษฐ์ ตกใจ รีบ กระโดดลงจากหลังม้า คว้าดาบคู่ใจที่ติดกับอานม้า ลุยเข้าฟาดใส่ นักฆ่าชุดแรก ที่พุ่งเข้ามา ฉัวะ ๆ 2 คนเข้าปะทะครั้งแรก คอขาดทันที องค์ชายวรเชษฐ์ ไม่หยุดเคลื่อนไหว รีบพุ่งออกด้านข้าง เพื่อหลอกล่อ แต่กลับย้อนถอยกลับอย่างรวดเร็ว ฟันไปที่คอนักฆ่า อีก 3 คนที่รอจังหวะอยู่ ฉัวะ ๆ ๆ หัวสามคนกระเด็นลอยไปบนท้องฟ้า เลือดสาดกระเด็นไปทั่วตอนนี้องค์ชายวรเชษฐ์ ใช้วิชาเคลื่อนไหว แบบสายน้ำ ด้วยความรวดเร็ว นักฆ่าทั้งหมดไม่สามารถหลบคมดาบที่ว่องไวได้ สุดท้ายก็นอนตายกันเกลื่อน เลือดไหลนองท่วมพื้นหน้าประตูพระราชวังเต็มไปหมด ทหารที่คอยคุมอยู่ ไม่กล้าเข้าใกล้ปล่อยให้เพราะนักฆ่า เข้าไปจัดการเอง ซึ่งนักฆ่าชุดแรกที่มี สิบกว่าคน บัดนี้ล้วนคอขาดเกลื่อนพื้น ตายจนหมดสิ้น ทหารที่เหลือต่างหวาดกลัวไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้อีก มีทหารใจกล้าทำท่าจะเข้าไป แต่ก็ถูกองค์ชายกลิ้งตัวฟันขาของทหารแถวหน้าอีก 5 คน ฉัวะ !!! ขาขาดกระจาย พื้นบริเวณนี้เต็มไปด้วยเลือด ใครเห็นแล้วต้องอดสยองไม่ได้ ทหารที่เหลือรีบถอยห่างจากองค์ชายวรเชษฐ์ทันที องค์ชายไชยเชษฐ์ผู้เป็นพระอนุชา แค้นใจยิ่งนักตะโกนสั่งออกไปด้วยเสียงอันดัง“ พลธนู จัดการ” ได้ยินเสียงองค์ชายไชยเชษฐ์ สั่งการพลธนู 50 คน ออกมาตั้งแถว แล้วยิงเข้าใส่องค์ชายวรเชษฐ์ ทันที ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกธนู50ดอกไม่มีแม้แต่ ดอกเดียวที่โดนองค์ชายวรเชษฐ์ “ ยอมแพ้เถอะเสด็จพี่” องค์ชายผู้เป็นน้องกล่าว“ นี่เจ้ากล้าร่วมกับพวกขอม เพียงเพื่อ บัลลังก์แค่นี้นะรึ?”องค์ชายผู้พี่กล่าวด้วยความเศร้าใจ“ ผู้ใดใช้ให้เสด็จพี่เก่งไปกว่าหม่อมฉันทุกอย่างกันเล่า ลาก่อน ยิง” องค์ชายผู้น้องกล่าวจบลูกธนูพุ่งเข้ามาใส่ราวดังห่าฝน พุ่งเข้าหาร่างขององค์ชายวรเชษฐ์“เฮอะ ลูกธนูแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” องค์ชายฝึกฝนมานานรู้ว่าความเร็วของธนู ทั้งหมดยากที่ทำอะไรพระองค์ได้ องค์ชายจึง รีบกระโดดขึ้นไปกำแพง แต่เอ๊ะ เหมือนมีใครมาดึงขา ทั้งที่ไม่มีใคร องค์ชายจึงไม่สามารถกระโดดข้ามกำแพงได้ จึงทำให้ถูก ลูกธนูปักไปทั่วร่างกาย “ บ้าเอ๋ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ผีห่าตนใดมันจับขาของข้า" คิดได้แค่นี้ สำนึกของการมีชีวิต ก็หายไป! .. องค์ชายวรเชษฐ์ รัชทายาทแห่งละโว้ สิ้นชื่อทันที วี๊ง.......วิญญานลอยออกจากร่างในขณะที่มีจิตที่ยังเคียดแค้นอยู่ .....“นี่ข้าตายแล้วหรือนี่ ทำไม...ข้ายังไม่อยากตาย ทำไม....นี่ข้าอยู่ที่ไหนนี่”องค์ชายวรเชษฐ์ เริ่มพูดเสียงดังอยู่คนเดียว“ ทำยังไงดี ท่านสุวรรณ เขายังไม่ถึงคราวตาย ท่านให้ข้าจับเขามาซะแล้ว” ยมฑูตเอ่ยด้วยความกังวล“ ข้าดูบัญชีผิดเอง เขาต้องมีอายุ 80 ปี นี่ข้านำอายุเขาออกไปถึง 55 ปี โอ้ยท่านยมบาลรู้เอาข้าตายแน่เลย” ท่านสุวรรณเอ่ย “ ท่านลองเจรจากับเขาหน่อยไหม หากเมื่อถึงเวลาเจอท่านยมบาลจะได้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ “ ยมฑูตแนะนำ“ บัญชีชีวิตของเขานั้น ถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง จะได้เป็นถึงปฐมกษัตริย์ โอ้ นี่ข้าบ้าไปแล้ว ที่ข้าทำอะไรลงไป คิดบัญชี ของผู้มีบุญพลาดขนาดนี้ ได้อย่างไร กันนี่” ท่านสุวรรณอ่านบัญชีชีวิตขององค์ชายวรเชษฐ์ แล้ว แทบจะบ้าตาย “ เป็นถึงปฐมกษัตริย์ เลยรึ?” ยมฑูตร้องเสียงหลง“ ตายแล้ว รีบไปเชิญเขามา ไม่ต้องรอเวลา 10 วันแล้วรีบเลย” ท่านสุวรรณเอ่ยเสียงเครียด(ปกติคนตายไปแล้วตามกฏ ครบ 10 วัน ถึงจะจับมาลงนรกได้)พรึบ ท่านยมฑูตได้พา องค์ชายวรเชษฐ์ เข้ามาเพื่อเจรจากับ ท่านสุวรรณ “ สวัสดี องค์ชายวรเชษฐ์ “ ท่านสุวรรณกล่าวทักทาย“ พวกท่านเป็นใคร นี่ข้าตายแล้วหรือ” องค์ชายย้อนถาม“ ใช่ ใช่ ตอนนี้ท่านตายแล้ว แต่....” ท่านสุวรรณยังไม่รู้จะพูดอะไรต่อ“ แต่ท่านยังไม่หมดอายุขัย ท่านยังต้องมีชีวิตต่อไปอีก 55 ปี ท่านสุวรรณดูบัญชีผิดข้าเลยพาท่านมา” ท่านยมฑูตกล่าวแทนท่านสุวรรณโดยไม่ได้มองหน้าท่านสุวรรณแม้แต่นิดเดียว ท่านสุวรรณหน้าเขียวปัดมองยมฑูต ด้วยหางตา“ อะไรนะ นี่ท่านทำผิดพลาดทำให้ข้าต้องตาย แล้วยังงี้จะทำอย่างไรกันเล่าส่งข้าข้ากลับไปเดี๋ยวนี้เลย" องค์ชายวรเชษฐ์โมโหยิ่งนักเมื่อรู้ความจริง“ ไม่ได้ร่างนั้นถูกเผาทำลายไปแล้ว ไม่สามารถคืนให้ท่านได้จริงๆ แต่ข้ามีข้อเสนอ” ท่านสุวรรณรีบเสนอ“ ว่ามา “ องค์ชายวรเชษฐ์ทำหน้าแค้นสุดสุด“ ข้าให้ท่านไปเกิดใหม่ จะเป็นชาย หรือหญิงก็ได้ เลือกเอา และจะให้เขียนพรวิเศษ ให้ท่าน 3 ข้อ ข้าจะได้เขียนลงในสมุดทองของข้าให้ ดีไหม" ท่านสุวรรณยื่นข้อเสนอที่คิดว่าดีที่สุดองค์ชายวรเชษฐ์เริ่มมองไปที่ท่านสุวรรณ รู้สึกสงสัยทำไม ถึงยื่นข้อเสนอให้หรือว่าเขาจะกลัวอะไรบางอย่าง “ ถ้าข้ารับปากแล้วท่านจะให้ข้าทำอะไรหรือเปล่า “ องค์ชายถามไว้ก่อนที่จะสาย“ ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าหวังว่าเวลาท่านเจอกับท่านพญายม ท่านอย่าได้พูดเรื่องที่ข้าทำผิดก็พอ " ท่านสุวรรณกล่าวเสร็จก็ยิ้มแบบรู้สึกผิด “ เป็นแบบนี้นี่เอง เอาล่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอเกิดเป็นผู้ชายเหมือนเดิมนี่แหละส่วนพรวิเศษ นั้น ข้อแรก ข้าขอให้เวลาข้าเกิดใหม่ ข้าขอให้ข้าอ่านใจคนได้ จะได้ไม่ต้องถูกฆ่าตาย เพราะหลงเชื่อ คนหน้าเนื้อใจเสือ อีก ข้อสอง ข้าอยากล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าข้อสาม ข้าอยากมีความจำที่ดีเลิศ โดยเฉพาะชาตินี้ถึงเกิดใหม่ข้าก็จะไม่ลืม"องค์ชายวรเชษฐ์เสนอไป“ อืม ก็พอได้ แต่ข้อ 3 ความจำในอดีตชาติ ข้าเกรงว่าจะให้ไม่ได้ มันผิดกฏ” ท่านสุวรรณกล่าว“ หากข้าลืมเรื่องชาติก่อนข้าก็ลืมเรื่องที่ท่านทำให้ฆ่าต้องตายก่อนกำหนดนะซิ” องค์ชายย้อนไป“ เจ้านี่ ....เอาล่ะ ได้แต่ว่าเจ้ามีอายุได้แค่ 55 ปีเท่านั้น เพราะตามอายุขัยเจ้าเหลือเท่านี้ ข้าไม่สามารถยืดอายุให้เจ้าได้ส่วนเรื่อง พลังวิเศษนั้น มันต้องมีข้อแม้บางเรื่องอย่างข้อ แรก เจ้าสามารถรับรู้จิตใจของคนที่คิดร้ายต่อเจ้าได้เท่านั้น ส่วนคนที่จิตใจดี มีเมตตากับเจ้า หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง นั้นไม่ได้ ข้อ สอง เจ้ารู้จะรู้แต่เหตุการณ์ล่วงหน้าเฉพาะเมื่อจะเกิดเรื่องร้ายกับเจ้าเองเท่านั้น เจ้าจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าของคนอื่น นั้นไม่ได้ข้อ สาม เจ้าจะได้เป็นผู้ที่มีความทรงจำเป็นเลิศ ไม่ว่าเจ้าอยากจะเรียนรู้สิ่งใดก็จำสิ่งนั้นโดยไม่ต้องกลับมาทบทวนใหม่อีก และ เรื่องในอดีตของเจ้า เจ้าสามารถจำได้ทั้งหมดทุกอย่าง แต่ขอเตือนเอาไว้ การแก้แค้น จองเวรต่อกันนั้น มันไม่ทำให้เจ้ามีความสุข การปล่อยวางให้อภัยต่างหากที่จะทำให้เจ้าพบกับสุขที่แท้จริง ท่านยมฑูต พาเขาไปเกิดได้” ท่านสุวรรณกล่าวออกมาแล้ว ก็สบายใจ