เวลา 4 โมงเย็นเป็เวลาเลิกเรียน นักเรียนทุกคนกลับบ้านหมด เหลือก็แค่นักเรียน 3 คนยังคงนั่งครุ่นคิดอยู่ที่ห้องพยาบาล ตอนนี้แผลของพายุเริ่มระบมจนเขาไม่สามารถขยับตัวได้ ในขณะที่พายุโทรตามต้นแล้วเเต่เขายังมารับไม่ได้เพราะรถเสีย
“เอายังไงวะยุ วันนี้ฉัน 2 คนมีเดทนะ”
“พวกแกไปเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่ต้นก็คงมาถึง ฉันโทรตามแล้ว”
“แต่ตี้ไม่อยากทิ้งพายุไว้คนเดียว ดูสิขยับตัวก็ยังไม่ได้เลย”
“งั้นเรายกเลิกปาร์ตี้คืนนี้ดีไหมล่ะ?”
“เห้ย..ไม่เป็ไร..พวกแกไปเถอะ ได้ยินว่ามีทานข้าวกับพ่อแม่ของคิตตี้ด้วยนี่ นัดแล้วอย่าทำให้เสียผู้ใหญ่ ไปเถอะฉันอยู่ได้ จริงๆ” เวลกับคิตตี้มองหน้ากันอย่างลังเล อีกคนเพื่อนสนิท ส่วนอีกคนก็ว่าที่พ่อตา
“ถ้างั้น แกมีอะไรก็โทรมานะ พวกฉันสองคนไปล่ะ”
“โอเค” ถึงแม้ว่าภายนอกพายุจะดูเหมือนไม่ได้เจ็บอะไรมากแต่ทว่าตอนนี้าแทั้งร่างกายมันเริ่มระบม จนทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนมาไหนได้ แม้แต่จะขยับตัวไปหยิบน้ำบนโต๊ะเขายังทำไม่ได้เลย
“มานี่..ฉันหยิบให้”
“คุณ!!”
“ใช่..ฉันเอง นายเป็ยังไงบ้าง?”
“คุณคิดว่าคนโดนผึ้งต่อยจนตกต้นไม้ต้องเป็ยังไงอ่ะ?”
“ปากเก่งขนาดนี้ คงไม่ได้เป็อะไรมากงั้นฉันกลับนะ”
“โอ๋ๆๆ…ไม่เอาหน่า อย่างอนดิ ผมต่างหากที่ต้องงอน…”
“งอน..เื่อะไร?”
“ก็คุณรู้จากเพื่อนสนิทผมแล้ว ว่าผมไม่สบาย ทำไมคุณไม่คิดจะโทรหาผมเลย ไม่คิดจะถามบ้างหรอว่าผมเป็ยังไงบ้าง?”
“ตอนนี้นายก็ดูปกติดีนี่ เพิ่งจะมาเจ็บก็ตอนที่นายตกต้นไม้นี่แหละ ว่าแต่นายขึ้นมาทำอะไรบนต้นไม้ แล้วทำไมไม่มาเรียน คนไม่สบายเขาขึ้นต้นไม้กันหรือไง?”
“โห ยิงคำถามเป็ชุดขนาดนี้ผมตอบไม่หมดหรอกนะ เอาเป็ว่าผมจะตอบสั้นๆ ที่ผมอยู่ตรงนี้ก็เพราะผมรักและคิดถึงคุณไง”
“แหวะ..ฉันจะอ้วก!”
“โห ไม่เจอแค่วันเดียว นี่คุณแพ้ท้องแล้วหรอ!!?”
“นี่นายจะบ้าหรือไง ทะลึ่ง!!!”
“โอ๋ๆ หยอกๆน่ะ…แต่ยังไงก็ขอบคุณนะที่กลับมาดูแลผม”
“ในฐานะลูกศิษย์ย่ะ!!”
“อ๋อหราาา”
“พูดมาก ฉันกลับละ!”
“เดี๋ยวสิคุณ อยู่เป็เพื่อนผมก่อน พี่ต้นยังไม่มาเลย อีกอย่างผมก็ขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้ เจ็บแผลอ่ะ” พายุทำน้ำเสียงเ้าเล่ห์ออดอ้อนให้ข้าวหอมเป็ห่วง เขาขอให้เขาหอมหยิบน้ำบนโต๊ะมาป้อนเขาทั้งๆที่มืออีกข้างของเขาไม่ได้เป็อะไรเลย ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่ในห้องพยาบาลนั้น ใครบางคนกำลังแอบมองการกระทำของพวกเขาทั้งคู่อยู่ ซึ่งคนๆนั้นก็ไม่ใช่ใคร
“เื่มันเป็แบบนี้นี่เอง มิน่าคุณถึงปฏิเสธผมมาโดยตลอด” ครูพลยืนมองเข้าหอมดูแลพายุผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ เขาแทบทรุดเมื่อรู้ความจริง ทว่าเขากลับไม่ยอมเชื่อในสายตาตัวเองและยังดื้อรั้นที่จะคว้าหัวใจของครูข้าวหอมต่อไป ครูพลตัดสินใจเดินถอยออกมาก่อนที่จะชนกับใครอีกคน
“ครูตันหยง!!”
“เห็นทุกอย่างชัดเจนหมดแล้วใช่ไหมคะ ทีนี้พี่พลเชื่อรึยังว่าหยงไม่ได้โกหก เขาสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษากับลูกศิษย์”
“อย่าใส่ร้ายอาจารย์ข้าวหอม สิ่งที่พี่เห็นคือเขากำลังดูแลลูกศิษย์ของเขาเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..พี่ขอตัวก่อน” ครูพลเลือกที่จะโกหกตัวเองแล้วเดินจากไป เเต่ทว่าตันหยงกลับไม่ยอม เธอกระชากเเขนของครูพลเอาไว้พร้อมกับเรียกสติด้วยคำพูดแรงๆ
“พี่เลิกหลอกตัวเองสักทีเถอะ เมื่อไหร่พี่จะรู้ตัวว่าอาจารย์ข้าวหอมเขาไม่ได้รักพี่เลย มีแต่พี่ที่รักเขาอยู่ข้างเดียว พี่จะทนไปทำไม ทำไมพี่ถึงไม่หันมามองคนที่รักพี่จริงๆบ้าง หยงรักพี่และหยงก็ยืนอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าพี่นี่ไง!!ทำไมพี่ไม่รักหยงบ้าง!!”
“พี่ขอโทษ”
“พี่พูดเป็อยู่คำเดียวรึไง!!”
“ถ้าพี่พูดมากกว่านี้ หยงจะรับได้ใช่ไหม?”
“หยงรับได้ทุกอย่างที่เป็พี่”
“ได้…งั้นหยงก็ไปชอบครูอาร์ตเถอะ”
“อะ..ไร..นะ?”
“ครูอาร์ตรักหยงมากนะ” เพรี้ย!! ตันหยงตบหน้าครูพลเต็มเเรง บัดนี้น้ำตาแห่งความเสียใจมันได้ไหลพรั่งพรูออกมา นอกจากพลจะไม่รับรักหยงแล้ว เขายังไล่ให้เธอไปชอบคนอื่นอีก
“พี่รู้ดีและรู้มาโดยตลอดว่าหยงรักพี่ เเต่พี่กลับผลักใสให้หยงไปไกลๆ พี่คิดบ้างไหมว่าหยงจะรู้สึกยังไง?”
“ใช่…หยงเคยคิดบ้างไหมว่าพี่จะรู้สึกยังไง หยงรู้ดีและรู้มาโดยตลอดว่าพี่คิดกับหยงเเค่น้องสาว เเต่ตอนนี้หยงกำลังบีบบังคับพี่ให้มาชอบหยงในฐานะแฟน ตอนนี้พี่ก็รู้สึกไม่ต่างกับหยงหรอก พี่ชอบครูข้าวหอม”
“แต่ครูข้าวหอมไม่ได้ชอบพี่ พี่จะทนต่อไปเพื่ออะไร”
“นั่นสิ..แล้วหยงทนไปเพื่ออะไรล่ะ?”
“ก็เพราะหยงรักพี่ไง!!!”
“พี่ก็เหมือนกัน พี่ก็รักอาจารย์ข้าวหอมไง ขอโทษนะหยง..พี่ให้หยงมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆเพราะพี่ไม่อยากให้หยงคิดไปไกลกว่านี้อีกแล้ว” ตันหยงถึงกับอึ้งเมื่อได้ฟังคำตอบของพลอย่างเต็มๆก่อนที่เขาจะเดินจากไป เข่าเธอทรุดลงกับพื้นตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะเดินไปต่อ เพราะเธอโดนปฏิเสธอย่างจังจากปากคนที่เธอรักมาตลอด น้ำตาแห่งความเสียใจมันไหลออกมาอย่างไม่รู้ว่าจะไปจบอยู่ตรงไหน…ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ต่อให้เธอพยายามแค่ไหน…ถ้าคนมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อยู่ดี….