บทที่ 7 : คู่หมั้น
ชวนเหอไปรับรางวัลหมู่บ้านผลผลิตโดดเด่นที่ปักกิ่งกับหัวหน้าฝ่ายผลิต หมู่บ้านต้าไห่ได้หน้ากลับมาอย่างมาก ทันทีที่มาถึงหมู่บ้าน เขารีบตามหาคุณชายโจวทันที
โจวเว่ยไปล่าไก่ป่ามา ตอนนี้เขากำลังถอนขนไก่อยู่ที่หลังบ้านพัก
“คุณชาย! ได้เื่แล้วครับ” ชวนเหอมานั่งข้างๆ ก่อนจะพูดเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน “ผมไปเจอคุณหนูคนนั้นมาแล้วนะครับ ตอนนี้หล่อนสวยมาก!”
โจวเว่ยวางไก่ในมือลง แล้วหันมาสนใจเื่ที่สหายกำลังพูด “นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เื่สำคัญคือได้เื่อะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเราบ้าง?”
ชวนเหอยิ้ม “หล่อนตามมาที่นี่ด้วยครับ ตอนนี้อยู่ในอำเภอ คุณชายหาเวลาปลีกตัวไปคุยกับเธอเองนะครับ เธอบอกว่ารู้แล้วว่าครอบครัวเราอยู่ที่ไหน แต่มีรายละเอียดเยอะมาก อยากคุยกับคุณชายเอง” ชวนเหอส่งกระดาษชื่อโรงแรมที่อีกฝ่ายให้มาให้โจวเว่ย
“ได้ เดี๋ยวฉันไปเลย นายช่วยถอนขนไก่ต่อที” เขาส่งไก่ที่ยังเหลือขนอยู่อีกครึ่งตัวให้สหาย ก่อนจะเดินไปล้างมือ ไม่ลืมกลับเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดที่ดูใหม่สุด และสำรวจตัวเองหน้ากระจก โรงแรมที่เธอพักมีชื่อเสียงที่สุดในอำเภอ หากใส่ชุดเก่าสีซีด เกรงว่าพนักงานจะไม่ให้เขาเข้า
ั้แ่วันนั้น วันที่เขากับเธอจากกันที่ท่าเรือ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาจะเจอหน้าอดีตว่าที่เ้าสาว ตอนที่โจวเว่ยเดินลงมาจากบ้านพัก ชวนเหอะโถาม “ไก่นี่ทำอะไรกิน? ต้มหรือว่าย่างดี?”
โจวเว่ยตอบว่า “ไม่ได้ให้นายกิน ฉันจะเอาไปให้บ้านเซี่ย”
ชวนเหอกลืนน้ำลาย เขาอุตส่าห์ดีใจที่จะมีเนื้อกิน บ้านเซี่ยไม่เห็นจะอดอยากเลย บ้านนั้นมีเนื้อกินทุกวัน จะมาสนใจไก่ป่าตัวผอมตัวนี้หรือ?
โจวเว่ยไปแจ้งกับฝ่ายผลิตว่าจะเข้าเมืองไปซื้อยาแก้ปวด เขาอ้างว่าเกิดอุบัติเหตุตอนขึ้นเขาจนข้อมืออักเสบ หัวหน้าฝ่ายผลิตอนุญาตให้เขาไปได้
ชายหนุ่มนั่งเกวียนเข้ามาในอำเภอ จากนั้นเดินหาที่พักที่ถูกเขียนด้วยลายมืองดงามแบบฉบับผู้ดีมีการศึกษา โจวเว่ยเดินมาถึงด้านหน้าโรงแรมที่ถูกเขียนไว้ในกระดาษ ที่แห่งนี้ราคาเข้าพักต่อคืนแพงเป็อันดับต้นๆ ของตัวอำเภอ อาหารก็ขึ้นชื่อว่ารสชาติดีที่สุด ดูแล้วอดีตคู่หมั้นคงทำงานได้เงินเดือนดีไม่น้อย
ชายหนุ่มเดินเข้าไปพบกับพนักงานต้อนรับพอดี
“สวัสดีครับ ้าห้องพักหรือมาทานอาหารครับ?”
“มีนัดกับสหาย ชื่อชุยเมี่ยน” โจวเว่ยบอก
“อ้อ คุณเมี่ยน เชิญทางนี้เลยครับ คุณเมี่ยนเธอจองโต๊ะเอาไว้ให้คุณแล้ว” พนักงานได้รับคำสั่งจากลูกค้ามาก่อนแล้ว เขาพาชายหนุ่มรูปงามไปที่โต๊ะริมหน้าต่าง ซึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมสูทสีเขียวอ่อนที่คอมีผ้าผูกโบ ทั้งดูเป็ทางการและน่ารัก “คุณเมี่ยนครับ สหายของคุณมาแล้ว”
ชุยเมี่ยนผมดัดลอนแค่บ่า เป็ทรงยอมนิยมของปักกิ่งในขณะนี้ ดวงตากลมโตค่อยๆ เลื่อนขึ้นมองหน้าสหายวัยเยาว์ มุมปากบางยกยิ้ม “ไม่เจอกันนานเลยนะ อาโจว”
โจวเว่ยยิ้มยินดีเช่นกัน เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอ “ตอนนี้นับด้วยมือเดียวก็คงไม่พอ เราน่าจะแยกกันมาเกือบสิบปีแล้ว”
“เหมือนนาน แต่ก็พริบตาเดียว ยังจำตอนที่นายะโบอกฉันตอนอยู่บนเรือได้อยู่เลย นายบอกว่ารักษาตัวให้ดี วันหนึ่งจะหาฉันให้เจอ” ตอนนั้นวุ่นวายทั่วทุกแห่ง ยุวปัญญาชนถูกส่งไปยังที่ต่างๆ โดยพวกเขาไม่อาจเลือกที่เองได้ ตอนนั้นชวนเหอเองก็ถูกส่งไปอยู่อีกมณฑลหนึ่ง หาข้ออ้างอยู่นานกว่าจะย้ายมากวางตุ้งได้
โจวเว่ยก้มหน้ามองถ้วยชาตรงหน้า เขาบอกแบบนั้นกับเธอจริงๆ ตอนนั้นเขายังหนุ่ม ความคิดความอ่านเรียบง่าย คิดว่าเพียงไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลาย พวกเขาจะได้กลับไปเป็คุณหนูคุณชายกันอีกครั้ง
ชุยเมี่ยนเห็นชายหนุ่มจ้องถ้วยชา เธอคิดว่าเขากระหายน้ำจึงรินชาให้ พร้อมกับเอ่ยว่า “ที่ผ่านมาคุณคงเหนื่อยมาก”
โจวเว่ยยกจอกชาขึ้นดื่ม นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ดื่มชาชั้นดี ครั้งสุดท้ายเหมือนเป็ตอนเขากับซูฉีแต่งงานกัน ไม่รู้คุณตาเซี่ยไปหาซื้อใบชาหายากมาจากไหน คุณตาให้เขาเป็ของขวัญแต่งงาน รสชาติของมันนุ่มละมุนลิ้นกว่านี้มาก เขากินคนเดียวเกือบหมด เพราะซูฉีบอกว่าเธอไม่ชอบกิน โจวเว่ยส่ายหัวขับไล่อดีตภรรยาและครอบครัวของหล่อนออกจากความคิด ก่อนจะตอบคนตรงหน้า “ทุกคนต่างก็เหนื่อย เร็วๆ นี้มหาลัยก็จะเปิดแล้ว ความลำบากของพวกเราจบสิ้นกันเสียที”
“ค่ะ ฉันเองก็กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัว” ชุยเมี่ยนกล่าวแล้วนำหนังสือหลายเล่มที่เตรียมมาให้เขา “นี่เป็หนังสือที่ฉันพอจะหาได้ ฉันอ่านทำความเข้าใจหมดแล้ว คุณเอาไปอ่านดูนะคะ”
โจวเว่ยไม่ปฏิเสธ เพราะหนังสือเหล่านี้ล้วนเป็ของต้องห้าม ในเขตชนบทไม่มีใครกล้าเก็บหรือนำมาเปิดเผยแบ่งปันกันอ่าน “ขอบคุณนะ ผมมีเื่อยากรบกวนคุณ เห็นคุณเขียนในจดหมายว่าทำงานในหน่วยพิเศษ คุณพอจะมีเส้นสายตามหาครอบครัวของผมหรือเปล่าครับ?”
“เื่นี้ฉันเองก็กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันพยายามอย่างมากจนรู้แล้วว่าครอบครัวของฉันขึ้นเรือไปที่ประเทศอังกฤษเมืองบริตันค่ะ แต่ยังหาทางติดต่อไม่ได้ ฉันพยายามหาว่าครอบครัวของคุณลงเรือกันที่ไหน สุดท้ายก็รู้ว่าไปลงที่ประเทศสยาม ฉันมีข้อมูลแค่นี้ เงินที่สะสมมาหลายปีก็ใช้ไปหมดแล้วค่ะ” ชุยเมี่ยนแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
“ทำให้คุณลำบากแล้ว เื่ค่าใช้จ่ายผมจะหาให้เอง แค่รู้ว่าทุกคนไปถึงอย่างปลอดภัยผมก็โล่งใจมากแล้วครับ” โจวเว่ยรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาเบาโล่งสบาย ไม่ใช่เรือทุกลำจะไปถึงฝั่ง มีหลายครอบครัวเรือล่มระหว่างทาง เพราะเส้นทางที่ยาวไกล ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเจอพายุรุนแรงหรือสัตว์ทะเลอันตรายอะไรบ้าง
“ไม่ลำบากค่ะ ฉันเองก็เป็ห่วงคุณลุงกับคุณป้าโจวเหมือนกัน พอรู้ว่าทุกคนปลอดภัยฉันเลยรีบส่งจดหมายหาคุณ” เธอใช้นิ้วทัดผมที่หู ก่อนจะช้อนตามองเขา
โจวเว่ยรู้สึกประหลาดในใจ มันไม่ใช่ความเขินอาย ไม่ใช่ความรักความหลง ทว่ามันคือความรู้สึกผิด
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอกใจภรรยา ทั้งที่หย่ากันมาได้เกือบสองเดือนแล้ว!
บทสนทนาหลังจากนั้นเป็เื่วัยเด็กที่ชุยเมี่ยนหยิบยกขึ้นมาพูดไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาเกินไป โจวเว่ยพูดคุยกับสหายเก่าพักใหญ่ เมื่อเห็นว่าออกมาจากหมู่บ้านนานแล้ว เขาบอกลาเธอ
ชุยเมี่ยนเดินมาส่งชายหนุ่มที่ทางเข้าออกโรงเตี๊ยม ด้านหน้าโรงเตี๊ยมมียายแก่กับหญิงสาวหน้าตาสวยมากๆ กำลังจับมือเดินสวนมา ทีแรกชุยเมี่ยนมองเพราะความสวยสะดุดตา ต่อมาเธอพบว่าคนที่เดินข้างกันหยุดฝีเท้าทักทายสองยายหลานคู่นั้นแล้ว
“คุณยายไม่ได้ออกเรือหรือครับ? วันก่อนผมไปช่วยคุณตาซ่อมสมอเรือมา” ชายหนุ่มไม่รู้เื่ที่คุณยายลาออกจากฝ่ายผลิตมาขายของ
คุณยายมองสำรวจผู้หญิงแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ ก่อนจะตอบเสียงเรียบเฉย “ลาออกแล้ว ตอนนี้ยายช่วยฉีฉีขายของที่ตลาด”
ซูฉียืนไร้ตัวตนอยู่ข้างผู้เป็ยาย เธอไม่มีเื่จะพูดกับอดีตสามี
“ขายของก็ดีครับ งานน่าจะเบากว่าออกเรือ” โจวเว่ยกล่าว
คุณยายคุยโวว่า “สบายอะไรกัน ต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมของขาย ตอนนี้ไม่ได้ขายแค่ลูกชิ้นปลาอย่างเดียวแล้วนะ ฉีฉีทำซุปไก่บำรุงร่างกายออกมาได้รสชาติดี ทั้งยังบำรุงพวกผู้สูงอายุ ขายดีเป็เททิ้งเลยล่ะ นี่ก็ตั้งใจจะเปิดโต๊ะกินฉลองกันสองคนให้ตาเฒ่าอิจฉาไปเลย!” คุณยายยืดอกพูด คนที่อิจฉาต้องไม่ได้มีแค่ตาเฒ่าแน่ หล่อนจงใจพูดให้โจวเว่ยรู้ แม้ซูฉีจะหย่าแล้ว แต่ชีวิตมีความสุขมาก
ชุยเมี่ยนไม่อาจยอมให้ตัวเองหลุดออกจากวงสนทนาได้ เธอเขยิบมายืนใกล้เขา ก่อนจะพูดเสียงหวาน “อาโจว สองคนนี้ใครเหรอ? พวกแม่ค้าที่ตลาดเหรอคะ?”
คิ้วของโจวเว่ยขมวดติดกัน ชุยเมี่ยนพูดแบบนั้นไม่ให้เกียรติคุณยายและซูฉีเลย เธอควรรอให้เขาแนะนำก่อน
คุณยายเซี่ยรู้สึกเหมือนถูกรองเท้าเก่าๆ ตบหน้า ยุคนี้งานค้าขายไม่ใช่งานมีเกียรติ ผู้หญิงคนนี้้าดูถูกเธอกับหลานสาว คุณยายไม่รอช้า โจวเว่ยอ้าปากเสียงยังไม่ทันออก คุณยายก็ชิงตอบไปเสียก่อน “โจวเว่ยเป็อดีตหลานเขยของฉันเองแม่หนู! ว่าแต่แต่งองค์ทรงเครื่องเสียเต็มยศ แถวนี้เขาเปิดโรงงิ้วแล้วเหรอ?”
ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด มีหรือคุณยายจะยอมให้ถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว!
ชุยเมี่ยนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเข้าใจความหมายของยายแก่ปากเสีย เธอก้มลงมองการแต่งตัวของตัวเอง นี่เป็แบบใหม่ล่าสุดจากปักกิ่งเลยนะ คนบ้านป่านี่ถือดีอย่างไรเอาไปเปรียบกับงิ้ว!
ซูฉีเหลือบมองผู้หญิงคนนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดในใจ ดูเป็ผู้ดีมีการศึกษาแบบที่อดีตสามีเธอชอบ ก็ดีแล้ว ต่างคนต่างเริ่มต้นใหม่ พบเจอสิ่งที่ตนเองรอ ได้เจอแต่สิ่งดีๆ
ชุยเมี่ยนมัวแต่สนใจคำว่างิ้ว จนลืมคำว่าหลานเขย พอนึกได้เธอก็หน้าเจื่อนลงทันตา นี่หมายความว่าอาโจวเคยแต่งงานแล้ว!?
โจวเว่ยเอ่ยเพื่อไขความกระจ่าง “คนนี้คือคุณยายเซี่ย และคนนี้คือซูฉี เราเคยแต่งงานกันมาแล้ว ก่อนจะหย่ากันเมื่อสองเดือนก่อน แล้วนี่คือชุยเมี่ยนครับ เป็…” ชายหนุ่มยังพูดไม่จบ ชุยเมี่ยนก็เอ่ยแทรกขึ้นมาว่า
“สวัสดีค่ะ ฉันชุยเมี่ยน เป็คู่หมั้นของอาโจว!” เมื่อตั้งสติได้จากคำว่าอดีตหลานเขยแล้ว ชุยเมี่ยนก็รีบเอ่ยตอบกลับอย่างมั่นอกมั่นใจอีกครั้ง
………………………………………………https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzIyMjc3Ijt9