บทที่ 13 ข้อตกลงที่สอง ร่องรอยของผู้เยียวยา
ที่มุมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสุสาน มีแท่งหินแท่งหนึ่งตั้งอยู่
บนแท่งหินสลักอักษรตามแนวตั้งว่า ‘หลุมศพของซางกวนหรง’
ซางกวนหรงเคยเป็ตำนานของสำนักเสวียนชิง และเป็อาจารย์ของเฉินชิงหยวน ั้แ่เฉินชิงหยวนจำความได้ เขาไม่เคยพบซางกวนหรงมาก่อน เพียงแต่รู้ว่าตนเองถูกซางกวนหรงเก็บกลับมา
“ท่านอาจารย์ ศิษย์มาจุดธูปให้ท่านแล้ว”
แม้เฉินชิงหยวนจะไม่เคยพบหน้าอาจารย์ แต่ก็เคารพอาจารย์อย่างยิ่ง เขาโค้งคำนับหนึ่งครั้ง ก่อนทำพิธีจุดธูป
“ท่านอาจารย์าุโ"
หลินฉางเซิงและตงเหวินจวินก็โค้งคำนับ สายตาเต็มไปด้วยความเคารพ หากไม่ได้คำชี้แนะจากซางกวนหรง พวกเขาไม่ต้องพูดถึงการเป็ประมุขและผู้าุโปกปัก คงตายอยู่ตามมุมไหนสักมุมไปนานแล้ว
ทั้งสามกวาดฝุ่นที่สุสานเล็กน้อย ทำพิธีง่าย ๆ บางอย่าง แล้วก็ออกจากสุสานไป
ตงเหวินจวินถูกลงโทษให้ไปยืนหันหน้าเข้ากำแพงสำนึกผิด ส่วนหลินฉางเซิงอยู่กับเฉินชิงหยวนในถ้ำฝึกตน พูดถึงเื่สำคัญ
“ศิษย์น้องเล็ก ่นี้ข้าตามหาข่าวเกี่ยวกับการวางรากฐานิญญาใหม่อยู่ตลอด พอได้ความคืบหน้ามาบ้างแล้ว”
“ศิษย์พี่ใหญ่ จริง ๆ แล้วท่านไม่จำเป็ต้องลำบากขนาดนั้น ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยและโชคชะตากำหนดไว้แล้ว”
เฉินชิงหยวนพบว่าใบหน้าของหลินฉางเซิงดูซูบผอมลงเล็กน้อย ่นี้คงกังวลใจเื่ของตนไม่น้อย โลกแห่งการบำเพ็ญนั้นอันตรายยิ่งนัก จิตใจมนุษย์ซับซ้อนที่สุด มิใช่ว่าเฉินชิงหยวนไม่ยอมบอกเื่การสร้างรากฐานิญญา แต่เป็เพราะบอกไม่ได้ต่างหาก
หากข่าวรั่วไหลออกไป ไม่เพียงแต่เฉินชิงหยวนจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย แต่ยังจะลากทั้งสำนักเสวียนชิงลงน้ำไปด้วย การอยู่รอดในแดนต้องห้ามนับร้อยปี แล้วยังสร้างรากฐานการบำเพ็ญที่ไร้ตำหนิขึ้นมาใหม่ได้ หากข่าวนี้เข้าหูผู้ยิ่งใหญ่บางคน ย่อมก่อให้เกิดความสั่นะเืที่ยากจะจินตนาการได้
“นี่เป็สิ่งที่พี่ชายควรทำ” หลินฉางเซิงส่ายหน้าเบา ๆ “ข้าได้ยินมาว่ามีผู้เยียวยาอยู่ที่ไหนสักแห่งในดินแดนอวิ้นไห่ซิง ว่ากันว่าเขาเป็หมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในเป่ยหวง รักษาโรคที่ยากและแปลก ๆ หายไปมากมาย แม้กระทั่งมีข่าวลือว่าเขามีความสามารถในการชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพ”
“ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของพวกผู้เยียวยามาก่อน ที่ปรากฏตัวและหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาที่แท้จริง”
เฉินชิงหยวนรู้จักชื่อเสียงของผู้เยียวยามาั้แ่ยังเด็ก คนพวกนี้เป็หมอที่เก่งที่สุดในเป่ยหวง ได้ยินว่าแม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับสูงยังต้องให้ความเคารพท่าน ไม่กล้าขาดมารยาท
“ได้ยินว่ามีร่องรอยของผู้เยียวยาปรากฏในดินแดนอวิ้นไห่ซิง ข้าจะไปเสี่ยงโชคกับเ้า”
หลินฉางเซิงคงใช้ความพยายามและเงินทองไม่น้อยเพื่อสืบหาข่าวนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาเฉินชิงหยวนให้หาย ทุกอย่างที่ทำไปนั้นคุ้มค่า
“ศิษย์พี่ หากข้ารักษาไม่หาย ท่านจะผิดหวังไหม?”
เฉินชิงหยวนเงยหน้าสบตากับหลินฉางเซิง สีหน้าดูจริงจังขึ้นมาหน่อย
“เหลวไหล! เ้าเป็คนดี คนดีย่อมมี์คุ้มครอง ไม่มีทางรักษาไม่หายหรอก” หลินฉางเซิงกลัวเฉินชิงหยวนจะสิ้นหวัง รีบปลอบใจ
“ทุกอย่างมีข้อยกเว้นเสมอ”
เฉินชิงหยวนอยากฟังความคิดในใจของหลินฉางเซิง จึงถามอย่างจริงจัง
เห็นเฉินชิงหยวนทำท่าทางเคร่งขรึมเช่นนี้ หลินฉางเซิงเงียบไปนาน
สักพักหลินฉางเซิงก็พูดด้วยสายตามุ่งมั่น “หากเ้ารักษาไม่หายจริง ๆ ศิษย์พี่จะทำให้เ้าใช้ชีวิต่หลังได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล จะหาคู่ครองที่เหมาะสมให้เ้า เหลือไว้ซึ่งลูกหลาน รอจนเ้าจากไป ท่านพี่จะฝังเ้าไว้ข้างหลุมศพของท่านอาจารย์ แล้วไปกวาดสุสานเป็ระยะ เล่าเื่สนุก ๆ ในสำนักให้เ้าฟัง”
เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด ที่จริงหลินฉางเซิงก็คิดไว้ในใจหลายรอบแล้ว นั่นก็คือการได้เห็นเฉินชิงหยวนแก่ตายไปด้วยร่างกายของคนธรรมดากับตาตัวเอง และไม่ว่าอย่างไร ตราบใดที่เฉินชิงหยวนยังมีชีวิตอยู่ หลินฉางเซิงจะไม่ปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์ ไม่ใช่แค่หลินฉางเซิงที่คิดแบบนี้ แม้แต่ผู้าุโของสำนักเสวียนชิงก็คิดเช่นกัน
“พอแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว” เฉินชิงหยวนหัวเราะออกมากะทันหัน ทำลายบรรยากาศอึมครึมในบริเวณนั้นให้สลายไป “ข้ายังไม่ถึงขั้นต้องตายสักหน่อย อย่าทำให้มันดูจริงจังขนาดนั้นสิ”
“ก็เ้าเป็ฝ่ายพูดเื่นี้ออกมาก่อนไม่ใช่หรือ แล้วยังจะมาโยนความผิดใส่ข้าอีก” หลินฉางเซิงกล่าวแววตาคมกริบ
“เป็ความผิดของข้า พวกเราไม่พูดถึงเื่นี้แล้วกัน”
ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของหลินฉางเซิง เฉินชิงหยวนรู้สึกอบอุ่นในใจ สำนักเสวียนชิงไม่เหมือนสำนักอื่น ๆ ที่เน้นผลประโยชน์เป็หลัก แต่กลับมีความผูกพันทางใจที่ลึกซึ้ง นี่ก็เป็เหตุผลที่ทำให้เฉินชิงหยวนพึ่งพาสำนักเสวียนชิงอย่างมาก
“การติดตามร่องรอยของผู้เยียวยานั้นยากมาก พรุ่งนี้เช้าตรู่! พวกเราจะออกเดินทางไปยังดินแดนอวิ้นไห่ซิง" หลินฉางเซิงกล่าว
“รีบร้อนขนาดนั้นเชียวหรือ ?” เฉินชิงหยวนประหลาดใจ
“หากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป อาจจะยากที่จะตามหาผู้เยียวยาได้อีกภายในร้อยปี”
นัยว่า เฉินชิงหยวนมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในการฟื้นฟูรากฐานิญญา ท้ายที่สุดแล้ว หากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ด้วยร่างกายของมนุษย์ธรรมดา ก็มีเวลาเพียงร้อยปีเท่านั้น
“ท่านพี่ หากท่านจะไปกับข้า แล้วที่สำนักจะทำอย่างไร?”
เฉินชิงหยวนกังวลว่าสำนักเสวียนชิงจะเกิดความวุ่นวาย ไม่อยากให้สำนักต้องเดือดร้อนเพราะตนเอง
“ให้ศิษย์น้องตงประจำการอยู่ย่อมไม่มีปัญหาอะไร เ้าอย่าไปใส่ใจเื่พวกนี้เลย”
หลินฉางเซิงจัดการเื่ต่าง ๆ เหล่านี้เรียบร้อยแล้ว จึงมีเวลาออกจากสำนักเสวียนชิงได้ สำหรับเขาแล้ว การฟื้นฟูรากฐานิญญาให้เฉินชิงหยวนเป็เื่สำคัญมาก จะทำอย่างลวก ๆ ไม่ได้
“ได้เลย!” เฉินชิงหยวนไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ จึงได้แต่พยักหน้าตกลง
หลินฉางเซิงส่งเฉินชิงหยวนไปยังถ้ำฝึกตน แล้วหมุนตัวจากไป
ยามค่ำคืนเงียบสงัด เฉินชิงหยวนนั่งอยู่ข้างเตียง หยิบกำไลหยกนั้นออกมา พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อเฉินชิงหยวนส่งจิตสำนึกเข้าไปอีกครั้ง ก็รู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ห่อหุ้มิญญา ความรู้สึกอึดอัดหนักอึ้ง หัวใจจมลงเล็กน้อย
“ข้อตกลงแรกเสร็จสิ้นอย่างยากลำบาก” เสียงเย็นเยียบดังมาถึงหูของเฉินชิงหยวน
กำไลหยกนี้มีพลังลึกลับซ่อนเร้น ราวกับสามารถเชื่อมต่อ์และนรก สนทนากับหญิงชุดแดงผู้นั้นได้
“ตอนนี้เ้าต้องไปทำข้อตกลงที่สองแล้ว” หญิงชุดแดงกล่าวอีกครั้ง
“ทำอะไรหรือ?” เฉินชิงหยวนถาม
“ไปที่ดินแดนเป่ยฉางซิง มีของขวัญรอเ้าอยู่” ถ้อยคำเ็ากังวานอยู่ในทุกมุมของพื้นที่กำไลหยก
“ของขวัญ?” เฉินชิงหยวนอยากรู้มาก
“รอให้เ้าไปถึงก่อน แล้วจะรู้เอง” พูดจบ จิตสำนึกของเฉินชิงหยวนก็ถูกผลักออกจากกำไลหยก
“ดินแดนเป่ยฉางซิง…”
เฉินชิงหยวนตกอยู่ในห้วงความคิด เขามีทั้งความคาดหวังและความกังวลเล็กน้อยต่อของขวัญที่หญิงชุดแดงกล่าวถึง
ทุกครั้งที่นึกถึงชีวิตหนึ่งร้อยปีในแดนต้องห้ามเทียนหยวน เฉินชิงหยวนรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนก
วันรุ่งขึ้น หลินฉางเซิงมาถึงหน้าประตูของเฉินชิงหยวนแต่เช้าตรู่ เตรียมพาเฉินชิงหยวนไปยังดินแดนอวิ้นไห่ซิง
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกเดินทาง ผู้าุโคนหนึ่งของสำนักก็รีบร้อนวิ่งมา “ท่านประมุข นี่คือจดหมายเชิญจากสิบแปดสำนักแห่งดินแดนฝูหลิวซิง ขอเชิญท่านไปร่วมประชุมหารือเื่ถ้ำปีศาจ”
ดินแดนฝูหลิวซิงมีทั้งหมดสิบเก้าสำนักชั้นนำ รวมถึงสำนักเสวียนชิงด้วย
จดหมายเชิญร่วมจากสิบแปดสำนัก น้ำหนักของมันชวนให้คิด
เมื่อเห็นถ้ำปีศาจใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจำเป็ต้องคิดหาวิธีแก้ไข
“ข้าไม่ว่าง ให้ผู้าุโใหญ่ไปแทนเถอะ!”
หลินฉางเซิงขมวดคิ้ว ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือการปฏิเสธคำเชิญครั้งนี้ ท่านี้เีไปโต้วาทีกับผู้นำของแต่ละสำนัก
“ท่านประมุข เื่ครั้งนี้ร้ายแรงมาก ถ้าท่านไม่ไป เกรงว่าจะไม่เหมาะสม” ผู้าุโคนนั้นยิ้มแห้งก่อนจะพูดว่า
“เื่วุ่นวายที่สำนักหยก์ก่อขึ้น ทำไมข้าต้องไปหารือเื่วิธีแก้ไขด้วย”หลินฉางเซิงหัวเราะเ็า เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ซ้ำเติมพวกนั้นก็ถือว่าดีแล้ว
“เื่ถ้ำปีศาจเกิดขึ้นแล้ว สำนักเสวียนชิงของพวกเราก็ต้องได้รับผลไปด้วยแน่ ท่านประมุข! ท่านไปดูสักหน่อยเถิด ใครจะรู้… บางทีอาจจะได้แย่งชิงทรัพยากรจากสำนักหยก์มาไม่น้อยเลยนะ”
ผู้าุโคนนี้รับผิดชอบกิจการภายในและภายนอกของสำนัก มีอำนาจในการกำกับดูแลประมุขสำนักบางส่วน
“ศิษย์พี่ ท่านไปทำธุระเถิด!” เฉินชิงหยวนเข้าใจถึงความร้ายแรงของเื่นี้ และเข้าใจว่าหลินฉางเซิง้าไปตามหาผู้เยียวยาไปกับข้า แต่ในฐานะประมุขของสำนัก เขาก็ไม่อาจขาดงานสำคัญได้ “ให้คนอื่นไปเป็เพื่อนข้าเถิด!”
หลินฉางเซิงหันไปมองเฉินชิงหยวน สีหน้าเคร่งเครียด ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “อื้อ!”