ตอนที่ 18 จิงเจ๋อกับผู้ประสบภัยที่นุ่ม
เช้าวันใหม่หมู่นกน้อยใหญ่ต่างส่งเสียงแข่งกันบ่งบอกว่ากำลังเข้าสู่ฤดูใหม่อากาศที่เคยขมุกขมัวกลับหลายเป็แสงแดดสดใสฤดูกาลจิงเจ๋อแห่งการเกษตรเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เหมยลี่ตื่นก่อนเฉินกวงอีกวันหนึ่งเธอรีบจัดแจงตัวเองแล้วให้อาหารบรรดาไก่เช่นเคย
เวลาไม่คอยถ้าหากวันนี้ไม่ได้ลงมือทำอะไรอีกคงจะเสียเวลาจนเกินไปเหมยลี่สูดอากาศสดใสเข้าจนเต็มปอด วันนี้ต้องได้ระบายน้ำในนาออก!
เหมยลี่เอาจักรยานออกมาคันหนึ่งแล้วปั่นไปสำรวจจนสุดพื้นที่ก่อนจะพบว่าที่ท้ายนามีร่องน้ำเล็กๆ อยู่ ต้องวางระบบระบายน้ำให้ดีเสียก่อนไม่เช่นนั้นหากหน้าน้ำมาถึงข้าว มันหรือผลไม้ที่ปลูกได้จะเสียหายไปด้วย
เฉินกวงตื่นขึ้นหันซ้ายขวาก็พบว่าเขาตื่นสายซ้ำเดิมอีกแล้วต้องเป็เพราะหมอนกับที่นอนที่สบายจนเกินไปของบุตรสาวของตนเป็แน่วันนี้เขาจะต้องพูดกับนางให้รู้ความ
เขาลงจากเรือนเห็นร่องรอยคล้ายล้อบางอย่างทอดไปตามคันนาจึงเดินตามไปก่อนจะพบกับร่างเล็กที่นั่งอยู่กับพื้นอย่างไม่กลัวเปื้อนข้างกันมีรถสองล้อที่ดูแล้วไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่จอดอยู่ข้างกัน
“เ้าไม่เรียกพ่อด้วยเล่า?”เฉินกวงถามพลางทิ้งตัวลงนั่งข้าง
“เห็นท่านพ่อหลับสบายดีนี่เ้าคะ”ริมฝีปากเล็กฉีกให้เฉินกวงจนแก้มกลมห่อคล้ายหมั่นโถวลูกเล็ก
เฉินกวงส่ายหวงให้กับคำตอบที่ได้“เป็เช่นนี้เสียได้ พ่อจะไม่นอนกับเ้าอีกแล้ว ไม่ได้ทำการทำงานพอดี”
เด็กน้อยเบิกตากว้างเลิกคิ้วขึ้น“ไม่นะเ้าคะ ท่านพ่อจื้งข้าแล้วหรือ” ปลายเสียงอ่อนลงหลุบตาลงต่ำจนคยฟังอ่อนใจ
เฉินกวงหลุดขำเด็กคนนี้หลากหลายอารมณ์เสียจริง
“ที่ดินผืนนี้ท่านพ่ออยากทำอะไรหรือไม่เ้าคะ?”เหมลลี่ถามลองเชิงเผื่อว่าท่านพ่ออยากจะเก็บไว้ทำอะไรที่เธอไม่รู้
“พ่อมีความคิดจะปลูกข้าวนี่ก็เข้า่ทำนาแล้วพอหน้าฝนเราจะได้มีข้าวกินกันยามนั้นข้าวปลาแพงกว่าตอนนี้โขนัก” เขาทอดมองผืนนากว้างกว่าสิบหมู่ตรงหน้าคิดหาหนทางขยับขยายหากเขาไม่ลงมือทำอะไรเสียบ้างคงจะละอายแก่ฟ้าเสียแล้ว
ั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่เขาพึ่งพาบุตรของเขาตลอดแม้รู้ว่านางจะไม่ได้คิดว่าเป็เื่ใหญ่อะไรแต่เขาก็ควรทำตัวให้สมบุรุษเดิมเขามีความรู้ติดต่อค้าขายจนสกุลเฉินใหญ่โตรู้จักคนในรั้วในวังทำให้ที่สกุลเดิมมีฐานะและเกียรติยศมากมายมีที่นาในหลายผืนเพียงพอที่จะแบ่งให้ลูก ๆ อยู่ได้โดยไม่อดตาย
ไหนเลยจึงกลับกลายเป็เช่นนี้ไปเสียได้
“ท่านพ่อเราต้องเสียภาษีหรือมีกฎอะไรห้ามบ้างไหมเ้าคะ?”เหมยลี่อยากรู้ หากเป็โลกที่เธอจากมาในสมัยก่อนจะมีการเก็บภาษีที่ดินภาษีข้าวมากมายเธอจำได้ว่าทั่วโลกก็ลำบากเช่นเดียวกันโดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่มีการเก็บภาษีเข้าส่วนกลางเกือบทุกราชวงศ์ที่นี่แม้จะต่างมิติกันเธอก็คาดว่าไม่น่าจะต่างกันเสียเท่าไร
“ไม่มีภาษีที่ดินหรอกเขาปล่อยให้จัดสรรที่ดินกันเองแต่ต้องรายงานไปยังหัวหน้าหมู่บ้านแล้วเขาจะจัดหมวดหมู่กันอีกที” เฉินกวงอธิบาย “เพียงแต่ต้องเสียภาษีข้าวมีของบางอย่างที่ห้ามซื้อขายกันเองต้องผ่านกรมกอง ยิ่งอยู่ใกล้ท่าเรือก็ห้ามซื้อขายกับพวกตาฟ้าโดยไม่รายงานก่อน”
เหมยลี่ครุ่นคิดคำของท่านพ่อก่อนจะพยักหน้าตามดูท่าแล้วก็คงจะคล้ายระบบจักรพรรดิสมัยก่อนที่เธอเรียนอยู่เื่นี้ค่อยเก็บไปค้นทีหลัง
“ข้ามีเื่ติดใจอีกเื่เ้าค่ะเหตุใดท่านพ่อจึงไม่คิดว่าคนที่สกุลใหญ่จะรู้ว่าท่านพ่อมีที่แห่งนี้อยู่เล่าเ้าคะ?”ั้แ่มาอยู่ที่นี้ก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะไม่ได้ห่วงเท่าไหร่นักว่าจะมีปัญหาตามมาด้วยเธอคิดเื่นี้อยู่หลายครั้งแต่ก็จนปัญญา
“เดิมทีผืนนาตรงนี้เป็ของลูกหนี้ที่พ่อรู้จักดีเขาเอามาจำนำไว้แน่นอนว่าคนทั้งสกุลรู้ว่ามีที่ผืนนี้อยู่ เขาก็ไม่มีปัญญามาไถ่ถอนพ่อสงสารคนผู้นี้จึงออกอุบายว่าเขาเอาเบี้ยมาจ่ายหมดแล้วจึงคืนที่ไปแล้วพ่อก็มาตกลงซื้อที่มาทีหลังหักลบกับส่วนที่เป็หนี้จ่ายส่วนเกินไปด้วยเงินส่วนตัวฉะนั้นพวกเขาไม่รู้หรอก ถึงรู้ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อีกอย่างผืนนาตรงนี้น้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งราคาจึงไม่แพงนักไม่มีใครมาสนใจหรอกเ้า”เขาอธิบายโชคดีเหลือเกินที่คราวนั้นเขาตั้งใจปกปิดทุกคนไม่เช่นนั้นวันนี้ต้องลำบากกว่านี้เป็แน่
เหมยลี่พยักหน้ารับแล้วเอาผังนาที่วาดไว้ให้เฉินกวงดู“ท่านพ่อหากเราแบ่งนาทำเยี่ยงนี้ได้หรือไม่เ้าคะ?”
เธอค่อยๆ อธิบายผังแต่ละส่วนเธอตั้งใจทำแบบผสมทั้งอ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ปลูกผักกินได้ขายง่ายแม้เงินที่มีเทียบกับค่าเงินสมัยนี้แล้วคงจะก่อตั้งสกุลใหม่ได้แต่หากไม่สร้างเงินที่มีขยายอำนาจก็อาจนำภัยมาสู่ตนได้และไม่แน่ว่าหากต้องอยู่ที่นี่ทั้งชีวิตของในมิติของเธออาจจะหดหายเหลือไว้ไม่พอใช้ก็เป็ได้
เฉินกวงพิจารณาผังอยู่พักใหญ่ก่อนจะพบกับความผิดปกติบางอย่าง“นี่มันเหมือนที่นี่ก็จริง แต่เ้าจะยกคันนาใหม่อย่างไร ไหนจะขุดบ่อปลานี่อีกเรายังไม่รู้จักใครที่นี่ถึงจะมีเบี้ยเราจะไปจ้างเขาอย่างไร อีกอย่างหากไม่เร่งทำเสียก่อนเ้าได้ปลูกข้าวหน้าน้ำเป็แน่ตรงนี้ใกล้ปากแม่น้ำมากเสียด้วยนะเ้า”
เขาวาดมือหลังชายป่าให้เหมยลี่ได้รับรู้เธอเพิ่งมาจึงไม่รู้จักพื้นที่แห่งนี้
เหมยลี่เบิกตากว้างหากตรงนี้ใกล้ปากแม่น้ำก็หมายความว่าใกล้ ๆ มีทะเลเป็แน่ “ท่านพ่อ แถวนี้มีทะเลหรือเ้าคะ”น้ำเสียงของเด็กน้อยตื่นเต้นเสียเต็มประดา
“ใช่สิเ้าไม่เช่นนั้นที่นี่จะยากจนกันถึงเพียงนี้รึ” เหมลลี่ได้แต่ประหลาดใจคนเป็พ่อ
“เหตุใดจึงเป็เช่นนั้นเล่าเ้าคะติดทะเลก็ดีแล้วนี่เ้าคะค้าขายคล่องมีชาวตาฟ้าอยู่มากรวยไม่รู้เื่เลยนะเ้าคะ”เหมยลี่พูดอย่างลืมตัวว่าเธออยู่ในอดีตของประเทศอื่น
เฉินกวงส่ายหัวให้กับความคิดแปลกของบุตรแล้วอธิบาย“แผ่นดินนี้ไม่ได้เปิดการค้ากับพวกนั่นไม่หากทางการรู้จะโดนตัดหัวเอาอย่าคิดเช่นนั้นอีก” เสียงคนเป็พ่อเข้มขึ้น
เหมยลี่ได้ฟังเช่นนั้นก็ได้เปิดหูเปิดตาหากเป็เช่นนั้นก็คล้ายกับ่ที่มีาของโลกที่จากมาอีกไม่นานผู้คนจะต้องตกต่ำกว่านี้าจากต่างทวีปเช่นยุโรปจะเข้ามาถึงเวลานั้นต้องพาท่านพ่อและน้องสามหนีไปจะทะเลเพลิงเสียก่อน
“ท่านพ่อหากเป็เช่นนั้นเราจะต้องรีบยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเสียแล้วเ้าค่ะ”เหมยลี่พูดจริงจังจนคนเป็พ่อหลุดขำกับท่าทางนั้น
“อย่างไรเล่าเ้าตัวบอบบางเพียงนี้จะทำอย่างไรต่อไป?” น้ำเสียงขบขันทำให้คนร่าเริงชะงักงันนี่ท่านพ่อไม่เชื่อหรือไงกันนะ?
“ท่านพ่อจะต้องเรียนรู้เสียแล้วเ้าค่ะฮิฮิ” แล้วแผนการสุดพิสดารก็บังเกิดขึ้นในหัวน้อย ๆ
วันนั้นหลังจากจัดการกินข้าวเสร็จเหมยลี่ก็เอาชุดโซ-ล่าร์เซลล์ขนาดเล็กออกมาจัดการวางระบบให้ทั่วพื้นที่โดยที่เฉินกวงคอยช่วยถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เหมยลี่ก็บอกกับเขาว่าพอจัดการเสร็จแล้วจะอธิบายให้ฟังภายหลัง
วิศวกรตัวน้อยจัดแจงระบบไฟฟ้าขนาดย่อมให้เกิดขึ้นจนรอบบริเวณสายไฟขนาดเล็กลากล้อมพื้นที่เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดโลกนี้ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตจึงยังไม่สามารถวางระบบไร้สายได้ดังนั้นจึงต้องเอาสายรับส่งสัญญาณลากเสียก่อนตรงจุดไหนที่สังเกตได้ง่ายก็เอาท่อสวมแล้วเอาไม้ไผ่กลวงสวมทับอีกทีเพื่อพรางตา
แบตก้อนใหญ่หลายก่อนต่อเข้ากับโซล่าร์เซลล์เพื่อใช้งานตอนกลางคืนโชคดีที่เธอได้เรียนเกี่ยวกับไฟฟ้าพื้นฐานมาจึงไม่ยากเท่าไหร่
การทำไร่นาครั้งนี้ต้องพึ่งพาเครื่องจักรใหญ่ดังนั้นต้องไม่มีใครเห็นเป็เด็ดขาด