ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 16 ขึ้นบัญชีดำ
หมอกพิษสีเขียวเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“อ๊าก!!!”
เสียงร้องดังลั่นแสดงถึงความเ็ป แต่หาใช่เสียงจากจินไม่
ิญญาอย่างเขาหรือจะต้องเกรงกลัวพิษที่ใช้สำหรับมนุษย์?
สำหรับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ล้วนได้รับผลจากพิษมากน้อยต่างกันไป แต่นั่นก็เป็เพราะพวกมันมีกายเนื้อ เมื่อััสารพิษ ย่อมแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
ทว่าสำหรับจินที่ก็ไม่แน่ใจว่านับเป็สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ ไม่มีกายหยาบให้หวงแหน ไม่มีหนทางให้พิษแทรกซึมเข้ามาได้ ยากยิ่งนักที่พิษธรรมดาจะส่งผลกับตัวเขา
ิญญาสีดำใช้เท้าเตะงัดร่างท้วมขึ้นไปบนอากาศ ส่วนมือก็คว้าจับเข้าที่แขนของคนตรงหน้าซึ่งก่อนหน้านี้มันใช้ยื่นออกมาขว้างขวดยาพิษ จากนั้นจึงใช้พลังจากร่างหมอกควันสีดำเหวี่ยงชายร่างท้วมทุ่มลงไปกับพื้น
ทั่วทั้งร่างของมันถูกฟาดกระแทกอย่างแรงในลักษณะหน้าคว่ำ พื้นห้องถึงกับยุบตัวลงเป็รอยแตก ร้าวไปจนขาตั้งเตาเริ่มโงนเงนจะล้มแหล่มิล้มแหล่ แขนข้างที่ถูกคว้าจับบิดงอผิดรูป!
"อั่กก..." ความเ็ปรวดร้าวแล่นไปทั่วทั้งร่าง ภายในจุกเสียดจนมันแทบร้องไม่ออก
ร่างิญญาสีดำกดมือลงไปบนคอของมัน ลงน้ำหนักพอประมาณจนหน้าของมันยู่ลงไปอยู่กับพื้น
ร่างิญญาสีดำที่ได้จากการใช้ยันต์นักเดินทางผู้ร่วงโรยช่วยเพิ่มพลังของจินในทุกด้านไปจนถึงจุดสูงสุดเมื่ออยู่ในยามราตรี
พลังของอเวกระดับที่หกข่มเหงอเวกระดับที่ห้าอย่างรุนแรง บวกกับชายร่างท้วมที่อยู่ด้านล่างไม่ได้เป็อเวกสายต่อสู้โดยตรง เมื่อพิษที่เป็จุดเด่นของตนไร้ผล ย่อมไม่อาจสู้แรงข่มนี้ได้เลยในสภาพร่างกายาเ็เช่นนี้
"ถะ...ท่านเป็ใครกัน?"
ชายร่างท้วมส่งเสียงมาผ่านลำคอที่ถูกกด แม้เสียงจะอู้อี้แต่ก็ยังพอจะฟังรู้เื่อยู่บ้าง
ร่างหมอกสีดำเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาช้าๆ
"ข้าน่ะหรือ? เป็คนที่เ้าไม่ควรจะหาเื่น่ะสิ"
"แต่สุดท้ายเ้าก็หาเื่ใส่ตัวเองเข้าจนได้ ทำไมถึงคิดว่าจะทำอะไรกับคนอื่นก็ได้ตามใจตัวเองขนาดนั้นล่ะ เ้ามีสิทธิ์อะไร?"
น้ำเสียงเย็นๆ ทำให้ชายร่างท้วมขนลุกซู่ มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนทำอะไรผิดไป
"ข้า...ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือ? บางทีอาจจะเป็เื่เข้าใจผิดกันก็ได้" ร่างท้วมพูดออกมาเสียงสั่น
“ที่เ้าพูดเมื่อครู่มันชัดเต็มสองรู้หูข้าเลยเชียวล่ะ ยังจะกล้าพูดว่าเป็เื่เข้าใจผิดอีกงั้นหรือ!” จินจับคอของมันไว้แน่น กระชากขึ้นกลางอากาศแล้วกระแทกลงกับพื้นอีกครั้ง
เืไหลออกมาตามปากและจมูก เลอะทั่วใบหน้าของมัน สภาพดูน่าอดสูยิ่งนัก และแรงสั่นะเืในครั้งนี้เองก็ทำให้ขาตั้งเตาไม่อาจจะคงสมดุลเอาไว้ได้ ค่อยๆ เอนล้มลง
เชื้อเพลิงภายในเตาหล่นออกมากองเต็มพื้น อนิจจา พื้นที่โดยรอบเรือนรับรองแห่งนี้ช่างไม่เหมาะสมกับการปรุงยาเลยแม้แต่น้อย โครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากวัตถุไวไฟแทบทั้งสิ้น เปลวเพลิงค่อยๆ ลุกลามทีละน้อย
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จินให้ความสนใจ ตอนนี้เขากำลังจ้องร่างท้วมเขม็ง กดคอมันลงกับพื้นเต็มแรง ไม่ให้โอกาสชายร่างท้วมพลิกตัวกลับขึ้นมาแม้แต่น้อย
“ถะ...ท่านมาจากตระกูลพีไรซ์?”
“ไม่ใช่! ไม่ใช่ความผิดข้า เป็พวกมัน เป็พวกตระกูลบัตส์ต่างหากที่ชี้เป้าให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้หรอก! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” แม้ชายร่างท้วมจะถูกกดหน้าลงกับพื้น แต่มันยังกระเสือกกระสนสุดชีวิต เปล่งเสียงร้องขอชีวิตต่อร่างสีดำตรงหน้า
“ข้าก็พอจะเข้าใจว่าตระกูลบัตส์คงมีส่วนรู้เห็นอยู่เหมือนกัน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเ้าจะไม่ผิด แค่การที่เ้าข่มขู่ว่าจะฆ่าสังหารคนตระกูลพีไรซ์นั่นก็เป็ความผิดใหญ่หลวงที่ทำให้เ้าสมควรตายแล้ว!”
น้ำเสียงของร่างิญญาสีดำแข็งกร้าว ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มแรงกดที่ข้อมือจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหัก
ชายร่างท้วมที่อยู่ด้านล่างได้แต่ส่งเสียงอื้ออึงอยู่ในลำคอ ไม่สามารถเปล่งเสียงออกจากปากได้ด้วยซ้ำ เวลาผ่านไปไม่นานร่างที่นอนอยู่กับพื้นก็แน่นิ่งไม่ได้สติอีกต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นร่างสีดำก็หันมองไปรอบๆ รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของผู้คนห่างออกไปจากที่นี่ น่าจะมาจากทางเรือนหลักของตระกูลบัตส์
ร่างิญญาสีดำจึงตัดสินใจเหวี่ยงร่างท้วมเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังลุกโชน ก่อนจะมองเห็นกล่องไม้สี่เหลี่ยมใบหนึ่งบนโต๊ะ
มันคือกล่องไม้ที่เป็ของชายร่างท้วมมาก่อน ดูเหมือนภายในจะเก็บรักษาสิ่งมีค่าเอาไว้ เพราะนับั้แ่เกิดเพลิงไหม้ขึ้นใน่เวลาสั้นๆ กล่องใบนี้ยังไม่ได้รับความเสียหายจากเปลวไฟแม้แต่น้อย นี่จะต้องไม่ใช่กล่องไม้ธรรมดา
จินตัดสินใจคว้ากล่องไม้ท่ามกลางเปลวเพลิง จากนั้นจึงพุ่งตัวออกจากเรือนรับรองแห่งนี้ก่อนกองกำลังหลักของตระกูลบัตส์จะมาถึง
ไม่ใช่ว่าเขาคิดว่าตนจะพ่ายแพ้ให้แก่คนตระกูลบัตส์ แต่เวลาที่เหลืออยู่ของเขามันน้อยเกินไป ไม่อาจจะจัดการผู้คนพวกนี้ได้อย่างเด็ดขาด อีกประการ เขาก็ไม่้าจะทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเื่ที่เกิดขึ้นยังคลุมเครือเกินไป เขาจำเป็ต้องเข้าใจเื่ราวให้มากกว่านี้ก่อน
หมอกสีดำทะยานร่างวูบไหวไปตามเงามืดของเมือง ทิ้งเปลวเพลิงที่ลุกท่วมอาคารไว้เป็ฉากหลัง
ในคืนนี้ ทั้งตระกูลบัตส์ก็สว่างไสวยาวนานกว่าค่อนคืนด้วยเปลวไฟที่ลุกโหมท่วมเรือนรับรอง สมาชิกในตระกูลล้วนวิ่งวุ่นไม่ได้พักผ่อน
ขณะที่ตระกูลบัตส์กำลังวุ่นวาย ห่างออกไปหลาย่ตึก ตระกูลพีไรซ์ยังนอนหลับกันอย่างมีความสุขไร้เื่รบกวนใจ
ร่างสีดำเพิ่งกลับมาถึงศาลบรรพชนของตระกูล พอดีกับที่พลังของยันต์นักเดินทางผู้โรยราค่อยๆ หมดไป
วันนี้เป็อีกวันหนึ่งที่จินจัดการเื่ราวหลายๆ เื่ที่อาจนำภัยมาสู่ตระกูล
เขากลับไปพักบริเวณหน้าป้ายบรรพชน เปิดกล่องไม้ออกมาดูด้วยความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ของระบบ แลกกับแต้มบางส่วนที่ต้องเสียไป ไม่เช่นนั้นคงเป็เื่ยากยิ่งที่ิญญาไร้กายเนื้ออย่างเขาจะหยิบจับสิ่งของได้เหมือนมนุษย์
ด้านในกล่องไม้ที่ชายร่างอ้วนหวงแหนมีหนังสืออยู่สองเล่ม เล่มหนึ่งเหมือนเป็สารานุกรมเกี่ยวกับยาพิษโดยเฉพาะ อีกเล่มเหมือนจะเป็สมุดบันทึกของชายร่างท้วม
ภายในสมุดบันทึก ส่วนใหญ่จะเป็บันทึกการทดลองยาชนิดต่างๆ ที่ตัวมันเป็คนสร้างขึ้นเอง
อีกส่วนเป็บันทึกการเดินทางที่ไม่ได้มีอะไรสลักสำคัญนัก แต่ก็พอจะทำให้รู้ว่าชายร่างท้วมไม่ใช่คนในเมืองโดยกำเนิด มันเพิ่งจะเดินทางมาถึงเมืองปากัสเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อทดลองพิษชนิดใหม่
ซึ่งพิษชนิดใหม่นี้พิสดารนัก ใช้ร่างกายของมนุษย์เป็ภาชนะบ่มพิษ มันจำเป็ต้องฝังพิษหลายชนิดเข้าไปในร่างของภาชนะเพื่อสร้างพิษชนิดใหม่ออกมาจากร่างเป้าหมาย
คนที่จะเป็ภาชนะบ่มพิษชนิดนี้ได้ จะต้องมีร่างกายที่พิเศษอันหาได้ยากยิ่ง และบังเอิญว่าสมาชิกตระกูลของเขานี่เองที่มีร่างกายที่พิเศษมากพอจะรองรับพิษเ่าั้ได้
เมื่ออ่านข้อมูลภายในสมุดบันทึก ร่างิญญาโปร่งใสก็กำหมัดแน่น 'ไอ้เวรนี่มันไม่เห็นคนในตระกูลพีไรซ์เป็มนุษย์ด้วยซ้ำ!'
ที่จินโกรธมากถึงขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เื่ที่ใช้มาดิออสเป็ภาชนะบ่มพิษ แต่หลังจากการบ่มสำเร็จ ร่างของภาชนะจะะเิออกเป็วงกว้าง สิ่งมีชีวิตรอบข้างจะต้องถูกพิษกัดกร่อนจนตาย มันรุนแรงจนถึงขนาดที่แม้แต่สิ่งปลูกสร้างก็อาจจะพังทลายได้เลย
ถ้าการทดลองนี้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่มาดิออสเพียงคนเดียว แต่อาจจะเป็ตระกูลพีไรซ์เกือบทั้งตระกูลที่ต้องตาย
จินเกร็งมือแน่นจนสมุดบันทึกยับย่นเข้าหากัน คิดแล้วก็อยากจะกลับไปสับศพของมันให้ขาดออกเป็หมื่นๆ ชิ้น ให้สาสมกับสิ่งที่มันทำลงไป
หลังจากทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ จินก็พอจะรู้ว่าตระกูลบัตส์นี่เองที่ยื่นมือเข้ามาสร้างความฉิบหายให้ตระกูลพีไรซ์
ด้วยรอยร้าวระหว่างตระกูลที่มีมาเนิ่นนาน ไม่แปลกที่เมื่อสบโอกาสมันจะหาช่องทางทำให้พวกเขาต้องทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุด
แต่ครั้งนี้มันล้ำเส้นจนเกินไป!
จินบันทึกตระกูลบัตส์ไว้ในบัญชีดำของตนเอง แต่เขายังไม่รีบร้อนลงมือ ตระกูลบัตส์มีหัวหน้าตระกูลที่เป็อเวกระดับห้า และมีอเวกระดับที่สี่อีกนับสิบคน
ตอนนี้เขายังไม่สามารถจัดการตระกูลพีไรซ์ได้อย่างหมดจด รวมถึงไม่รู้ด้วยว่าใครบ้างที่เห็นดีเห็นงามกับการลงมือในครั้งนี้ หากตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อาจจะพอหาข้อมูลหรือจัดการหลายๆ เื่ได้ไม่ยาก เขาจึงตัดสินใจจะยืดเวลาตายของพวกมันออกไปก่อน
หลังจากเสร็จสิ้นเื่ราวทั้งหมด จินก็ตรวจสอบสิ่งของที่มีอยู่ในระบบ รวมถึงดูข้อมูลอื่นๆ ต่อไปจวบจนถึงเช้า