สำนักเทียนสุ่ยทำงานได้รวดเร็วมาก หลังจากเจียงอีเฉินส่งข่าวเื่แดนิญญาปีศาจกลับไป ไม่นานนักก็มีศิษย์นำของวิเศษฟ้าดินที่เขา้ามาให้ เพื่อใช้แทนที่กระบี่คู่กายของเจียงอีเฉินที่กดทับอยู่บนจุดศูนย์กลางค่ายกล
ในคลังสมบัติของสำนักเทียนสุ่ยมีของล้ำค่าอยู่มากมาย ครั้งนี้สิ่งที่ส่งมาคือพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะ
พู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะมีขนาดเท่ากับพู่กันทั่วไป แต่ทั่วทั้งด้ามเป็สีขาวราวหิมะ บนด้ามพู่กันสลักอักขระยันต์สำหรับรวบรวมพลังปราณ เล่ากันว่านี่คือของวิเศษที่มหาเทพเซียนิเฉินเคยใช้ การที่ยินยอมนำของวิเศษชิ้นนี้ออกมาใช้กดค่ายกล จึงแสดงให้เห็นว่าสำนักเทียนสุ่ยให้ความสำคัญกับเื่นี้เพียงใด
เจียงอีเฉินให้ฉีหลานชิงดูแลบุตรสาวอยู่ในค่ายพัก แล้วจึงมุ่งหน้าเข้าสู่แดนิญญาปีศาจอีกครั้ง เพราะทุกวินาทีที่ผ่านไป กระบี่คู่กายของเขาจะถูกไอปีศาจกัดกร่อนมากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง หากเกินจุดวิกฤต ความเสียหายของกระบี่จะส่งผลสะท้อนกลับมายังร่างของเขาโดยตรง
เจียงอีเฉินเดินทางไปยังแดนิญญาปีศาจพร้อมกับจินกวางช่าน เ้าสำนักจินเซิ่ง ซึ่งเป็หนึ่งในหกสำนักเซียนผู้ยิ่งใหญ่เช่นกัน ที่จุดศูนย์กลางค่ายกลยังคงเหมือนตอนที่เขาจากมา มันสงบเงียบจนผิดปกติ การที่พัวพันกับไอปีศาจเหล่านี้มานับพันปี แต่จู่ ๆ กลับหายวับไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เจียงอีเฉินรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสมจริงนัก
"เหล่าจิน เ้าเร็วเข้า" เจียงอีเฉินยื่นกล่องผ้าไหมในมือให้จินกวางช่าน
จินกวางช่านผู้สวมผ้าคลุมศีรษะแบบคหบดี ทั่วร่างแขวนเครื่องรางอาคมต่าง ๆ และสวมชุดบำเพ็ญเพียรสีทองอร่าม ยิ้มอย่างสดใส "เ้าวางใจเถอะ หากวัดกันที่ความเร็วของมือ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ไม่มีใครเร็วกว่าข้าอีกแล้ว"
ทั้งสองรู้จักกันมาหลายปี รู้ไส้รู้พุงกันดี จึงเป็สหายที่เชื่อใจกันได้
เจียงอีเฉินยกมือขึ้นชี้ กระบี่ละลายหิมะที่ปักเด่นอยู่บนจุดศูนย์กลางค่ายกลก็ค่อย ๆ ลอยขึ้น ขณะที่คมกระบี่ลอยขึ้น ไอปีศาจที่เคยถูกกดทับไว้ก็ค่อย ๆ รั่วไหลออกมาจากจุดศูนย์กลางค่ายกล กลายเป็สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว
เต่าตัวเล็กที่ดูเหมือนทำจากทองคำบริสุทธิ์ตรงเอวของจินกวางช่านเปล่งแสงสีทอง สร้างร่างจำลองเต่าสีทองขนาดใหญ่ครอบคลุมตัวเขาและเจียงอีเฉินไว้ เพื่อป้องกันการโจมตีของสัตว์ประหลาด
พู่กันขนหมาป่าสีขาวลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อกระบี่ละลายหิมะลอยขึ้นสูงพอ จินกวางช่านก็รีบให้พู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะเข้าไปประจำการแทนที่กระบี่ละลายหิมะที่จุดศูนย์กลางค่ายกลทันที พลังปราณมหาศาลที่บรรจุอยู่ในพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะไหลเข้าสู่ค่ายกลอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าตัวมันเองเป็ส่วนหนึ่งของค่ายกล ไอปีศาจที่รั่วไหลออกมาจึงหยุดลงในทันที
ทว่ามันหยุดลงเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่พู่กันขนหมาป่าสีขาวจะถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวะเืเลื่อนลั่นดังมาจากจุดศูนย์กลางค่ายกล ราวกับสัตว์ประหลาดโบราณที่หลับใหลถูกปลุกให้ตื่น และกำลังพุ่งชนกรงขังที่ผนึกมันไว้อย่างรุนแรง เสียงดังกัมปนาทขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนผนึกทั้งชุดสั่นคลอนจากการปะทะ
จินกวางช่านสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก "พวกเผ่าปีศาจที่อยู่อีกฝั่งของผนึกกำลังพุ่งชนผนึกอยู่!"
เขาพยายามส่งพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะไปยังจุดศูนย์กลางค่ายกลตามแผนเดิม แต่กลับได้รับแรงต้านมหาศาล ทำให้ไม่สามารถดันพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะเข้าไปได้แม้แต่นิดเดียว ไอปีศาจที่รั่วไหลออกมาจากจุดศูนย์กลางค่ายกลเข้มข้นกว่าเดิม
เสียงปัง ปัง ปัง ดังขึ้นต่อเนื่อง ราวกับว่าเผ่าปีศาจที่อยู่อีกฝั่งของผนึกกำลังทุ่มกำลังทั้งหมดพุ่งชนจุดศูนย์กลางค่ายกล ไอปีศาจที่รั่วออกมากลายเป็สัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วน บางตัวโจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง บางตัวบินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของค่ายพัก
เจียงอีเฉินกังวลว่าจะเกิดเื่ จึงชักกระบี่บินออกจากร่างจำลองเต่า ฟันสัตว์ประหลาดตรงหน้าจนแตกกระจาย "ข้าจะไปจัดการสัตว์ประหลาด เ้าเร่งส่งของวิเศษให้เข้าที่เร็วเข้า!"
...
ในค่ายพัก ศิษย์จากหกสำนักเซียนต่อสู้กับสัตว์ประหลาดอย่างดุเดือดมาหนึ่งวันหนึ่งคืน หลายคนพลังปราณหมดสิ้นและหลับลึกไปด้วยความเหนื่อยล้า จนกระทั่งศิษย์ที่เฝ้ายามสังเกตเห็นสัตว์ประหลาดบุกโจมตี จึงส่งสัญญาณขับไล่ศัตรู ค่ายกลป้องกันของค่ายพักทำงานโดยพลันเพื่อสกัดกั้นสัตว์ประหลาดที่ฉวยโอกาสบุกมาในยามวิกาล
สัตว์ประหลาดครั้งนี้แข็งแกร่งกว่าครั้งก่อน ๆ ไม่นานนักพวกมันก็ทำลายค่ายกลขอบเขตแรกของค่ายพักจนแตกพ่าย ฉีหลานชิงตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงพุ่งออกไปสังหารศัตรูทันที ค่ายกลของค่ายพักถูกสัตว์ประหลาดทำลายลงทีละส่วน เหล่าปรมาจารย์ค่ายกลรีบเข้าไปซ่อมแซม พร้อมกับต้องป้องกันการลอบโจมตีจากสัตว์ประหลาดที่บุกเข้ามาในค่ายได้ก่อน
ค่ายพักที่เคยสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องฆ่าฟันจนะเืเลื่อนลั่น และนั่นทำให้เจียงซินถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาด้วยตาปรือ ๆ ขยี้ตาด้วยความง่วงงุน โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
[หนวกหูจังเลย... จะไม่ให้คนนอนนอนเลยหรือไงเนี่ย?]
เสียงด้านนอกห้องดังจนนางนอนไม่หลับ ในขณะที่กำลังสะลึมสะลือ เจียงซินก็เห็นสัตว์ประหลาดสีดำตัวหนึ่งมุดเข้ามาในห้อง
มาเล่นเป็เพื่อนหรือเปล่านะ?
ความง่วงของเ้าตัวเล็กจางหายไป นางยื่นมือน้อย ๆ ออกไปหมายจะเล่นกับสัตว์ประหลาด ร่างของสัตว์ประหลาดที่สูงเท่าตัวคนเคลื่อนไหววูบวาบ สองมือกลายเป็ใบมีดคมกริบ พุ่งตรงเข้าหาเจียงซิน ทว่าเจียงซินคว้าหมับเข้าให้ ร่างของสัตว์ประหลาดถูกขยำจนยับยู่ยี่ราวกับเศษผ้าผืนหนึ่งในมือน้อย ๆ จนขยับเขยื้อนไม่ได้
'คนนิสัยไม่ดีนี่นา เล่นกับคนนิสัยไม่ดีไม่ได้'
เจียงซินยื่นสองมือออกไป ออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็ฉีกสัตว์ประหลาดที่ไร้ทางสู้ราวกับเศษผ้าขาด ๆ ในมือออกเป็สองซีก แล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ เงาสีดำสองชิ้นตกลงข้างกายนาง โดยไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นคืนชีพได้ ดูไม่ต่างอะไรกับกลุ่มเงาไร้ชีวิตสองกลุ่ม
การต่อสู้ด้านนอกห้องทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงะเิจากการปะทะของพลังปราณทำให้เจียงซินรู้สึกปวดหัว นางมองเพดานอย่างเบื่อหน่าย เริ่มคิดถึงท่านพ่อและท่านแม่ รออยู่พักใหญ่แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่มา เจียงซินจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
ไปหาพวกเขากันเถอะ!
นางเพิ่งเกิด ยังเดินไม่ได้ ทำได้เพียงหาคนพาไป แต่ในห้องนอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครอื่น จนกระทั่งเจียงซินเห็นเงาสีดำสองชิ้นที่นางเพิ่งฉีกขาด
นางยื่นมือน้อย ๆ สั้น ๆ ออกไป เก็บเงาสีดำสองชิ้นนั้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก นำมาปั้นรวมกัน ขยำไปมา จนกลายเป็รูปร่างลูกหมาตัวน้อย บนหลังลูกหมายังมีเปลเด็กเล็ก ๆ อีกหนึ่งอัน
นางช่างมีฝีมือประณีตยิ่งนัก ท่านพ่อและท่านแม่เห็นเปลนี้ต้องชมเชยนางแน่นอน!
เจียงซินรู้สึกปลาบปลื้มในใจ สั่งลูกหมาด้วยท่าทางจริงจังให้พานางออกไปหาท่านพ่อท่านแม่ "อี๊ยา ยา..."
สัตว์ประหลาดที่ถูกบังคับให้กลายเป็ลูกหมาไม่เข้าใจเลยว่านางพูดอะไร แต่ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งเกินไป สัตว์ประหลาดจึงไม่กล้าขัดคำสั่ง มันทำได้เพียงใช้สติปัญญาอันน้อยนิด คาบผ้าอ้อมของเจียงซิน แล้วค่อย ๆ วางนางลงในเปลบนหลังของมัน จากนั้นก็รีบวิ่งหนีไปทันที มันใช้สัญชาตญาณหลบเลี่ยงศิษย์สำนักเซียนในค่ายพัก แล้วมุ่งหน้าดิ่งเข้าไปในแดนิญญาปีศาจ
โลกมนุษย์น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าอยากกลับบ้านแล้ว!
...
แดนิญญาปีศาจ
เนื่องจากแรงต้านมหาศาลที่พุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางค่ายกล ทำให้พู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะยังไม่สามารถส่งไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องได้ ส่งผลให้มีไอปีศาจรั่วไหลออกมาตลอดเวลา และก่อตัวเป็สัตว์ประหลาดตัวใหม่ไม่หยุด
เจียงอีเฉินร้อนใจ "ถ้าเ้าทำไม่ได้ ข้าจะปักกระบี่กลับลงไปอีกรอบ!"
ลูกผู้ชายพูดว่าทำไม่ได้ไม่ได้!
จินกวางช่านะโห้าม "กระบี่ของเ้าเสียหายขนาดนั้น ต่อให้ใส่กลับลงไปในจุดศูนย์กลางค่ายกลก็ยันไว้ได้ไม่นาน!"
จินกวางช่านเป็คนสมชื่อ ร่างกายเปล่งประกายสีทองระยิบระยับ เครื่องรางอาคมทั่วร่างถูกกระตุ้นใช้งานจนหมด แต่ก็ยังไม่สามารถขยับพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะได้แม้แต่นิดเดียว ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกแปลก
"เผ่าปีศาจที่พุ่งชนผนึก ก็ต้องถูกค่ายกลโจมตีเหมือนกัน ทำไมวันนี้พวกเผ่าปีศาจฝั่งโน้นถึงได้บ้าคลั่ง พุ่งชนจุดศูนย์กลางค่ายกลไม่หยุดแบบนี้? ไม่กลัวตายหรืออย่างไร?"
เจียงอีเฉินถูกสัตว์ประหลาดหลายสิบตัวรุมล้อม กระบี่ยาวในมือร่ายรำอย่างรวดเร็ว "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? เร็วเข้า ไม่อย่างนั้นเราทั้งคู่ได้จบเห่แน่!"
ตอนที่ลูกหมาปีศาจแบกเจียงซินกลับมาถึงจุดศูนย์กลางค่ายกล สิ่งที่มันเห็นคือยอดฝีมือขอบเขตผสานกายาสองท่านกำลังสำแดงเดชอย่างยิ่งใหญ่ มันเป็เพียงสัตว์ประหลาดตัวน้อยขอบเขตแปลงเทพที่เพิ่งเกิด อ่อนแอเหลือเกิน จะคู่ควรกับฉากนี้ได้อย่างไร?
ลูกหมาปีศาจรีบหันหลังเตรียมจะหนี ทว่าทันทีที่หันหัวกลับ หัวของมันก็ถูกเจียงซินทุบเข้าให้หนึ่งที
[ท่านพ่ออยู่นั่น ห้ามไปนะ]
มือน้อย ๆ อวบอ้วนนั้นนุ่มนิ่ม ดูไม่มีแรง แต่ลูกหมาปีศาจกลับถูกบังคับให้ต้องหันหัวที่เพิ่งหันหนีกลับมาทางเดิม
ฮือ ๆ ๆ ต้องเป็เพราะลืมดูฤกษ์ก่อนเกิด ถึงได้มาเจอบรรพบุรุษตัวน้อยคนนี้
'ข้าอยากไปเกิดใหม่!'