“ไปอีกแล้วสินะ”
แอชเชอร์มองรถหุ้มเกราะหลายร้อยคันวิ่งออกไปจากค่ายฝึกพิเศษ บนรถเต็มไปด้วยทหารและนักวิจัยร่วมเดินทางไปยังสถานที่แนวหน้า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา แอชเชอร์เห็นขบวนรถวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่หลายครั้ง แม้ช่วงที่ออกเดินทางจะมีคนอยู่มากมายก็ตาม ขากลับหลายคนไม่ได้เดินทางมาด้วยกัน มีสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านี้ได้คือถูกมอนสเตอร์ฆ่าตาย จากชุดเกราะของทหารที่สวมใส่ในช่วงขากลับเข้ามาในค่ายมันยับเยิน ทำให้รู้ว่าพวกเขาไปสู้กับมอนสเตอร์มา
แอชเชอร์ไม่รู้เลยว่า 1 เดือนที่ผ่านมานี้ทหารในค่ายฝึกของเขาทำอะไรไปบ้าง จากเดิมแอชเชอร์คิดว่าทหารเหล่านี้ถูกส่งไปยังสถานที่ที่มอนสเตอร์หายไป ความจริงกลับไม่ใช่อย่างนั้น เหล่าทหารในค่ายฝึกพิเศษถูกส่งตัวไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อกวาดล้างมอนสเตอร์ที่คิดจะบุกเขตปลอดภัยของมนุษย์
การที่ทหารถูกส่งออกไปจำนวนมาก พวกเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบ เดิมทีพวกเขาที่เข้ามาอยู่ในค่ายฝึกได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น หากเป็นไปตามขั้นตอนวิธีการปลายเดือนที่ 2 ในค่ายฝึกพิเศษพวกเขาจะต้องจัดการกับมอนสเตอร์ทั้ง 18 ตัวให้ได้ เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 พวกเขาถึงจะเริ่มเข้าสู่การต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์ 5 ดาว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับถูกเร่งให้รวดเร็วกว่าเดิม ปลายเดือนที่ 2 ที่พึ่งผ่านมา 1 วันทีมของแอชเชอร์ทุกๆคนกลับสามารถฆ่ามอนสเตอร์ 5 ดาวได้ด้วยตัวพวกเขาแล้ว หลังจากที่ทุกๆคนสามารถใช้งานสกิลหลบหลีกและสกิลอาวุธหลักได้จากการชี้แนะของแอชเชอร์ ส่วนทีมอีก 2 ยังคงมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง หากให้เวลาอีกไม่นานเกิน 1 อาทิตย์การปะทะกันกับมอนสเตอร์ 5 ดาวด้วยตัวพวกเขาเพียงลำพังจะไม่น่าเป็นห่วงอีกต่อไป
ใน 1 เดือนที่ผ่านมาหลังจากถูกเร่งการฝึกความก้าวหน้าของแอชเชอร์อยู่ในระดับน่าพอใจมาก ไม่ผิดหวังที่เขาฝึกหนักจนต้องใช้ฟอสเอนเนอร์จี้รักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อทุกๆครั้งก่อนนอน หลังจากรู้ว่าพวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เขาเห็น
สิ่งที่เกิดเปลี่ยนแปลงไปมากมีหลายอย่างด้วยกัน สิ่งแรกที่เห็นผ่านหน้าจอระบบคือพัฒนาการของสกิลเชี่ยวชาญทั้ง 3 อย่าง เชี่ยวชาญหมัดถูกยกระดับให้เป็นขั้นสูงแล้ว ส่วนสกิลเชี่ยวชาญดาบขั้นสูงและเชี่ยวชาญมีดขั้นสูงมีค่าประสบการณ์สะสมที่ 40 % เป็นจำนวนที่น่าพอใจ
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังซื้อสกิลเชี่ยวชาญธนูเบื้องต้นมาทดลองใช้งานเช่นกัน จากเดิมเขาไม่มีความรู้ในการใช้งานมันเลยสักนิด แต่เมื่อเรียนรู้สกิลเขากลับมีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง แต่เขากลับถูกพี่เลี้ยงห้ามไม่ให้ใช้ เนื่องจากลูกธนูที่ผลิตออกมาถูกจำกัดให้เพียงทหารใช้งาน มันจึงไม่มีความพัฒนาใดๆ แต่เขาก็ได้ซื้อสกิลมาเตรียมเอาไว้ให้มันเช่นกัน ในอนาคตเขาเชื่อว่าธนูจะเป็นตัวช่วยเหลือที่ดี
โดยสกิลที่เขาซื้อมาเก็บเอาไว้นี้คือสกิลยิงต่อเนื่อง ภายใน 1 วินาทีจะทำให้เขายิงธนูได้ 3 ดอกรวดติดกัน นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การโจมตีระยะไกลเห็นผลได้ดีที่สุด
แอชเชอร์กลับไม่หยุดเพียงเท่านี้ ด้วยฟอสเอนเนอร์จี้ที่มีมากมาย เขาได้ซื้อสกิลมาเสริมการโจมตีระยะประชิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้เลือกซื้อสกิลโจมตีต่อเนื่องมาใช้งาน ภายใน 1 วินาทีเขาสามารถโจมตีซ้อนทับได้ 3 ครั้งติดกัน ด้วยสิ่งๆนี้ทำให้ความน่ากลัวของเขาเพิ่มมากขึ้น ถึงขั้นที่พี่เลี้ยงยังตกใจ เพราะแอชเชอร์ได้ทำการฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 5 ดาว 2 ตัวพร้อมกัน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังทำเหมือนกับว่ามอนสเตอร์ 5 ดาวมีความสามารถไม่ต่างจากผักปลาที่เขาจะต้มกินเมื่อไหร่ก็ได้
และที่น่าตกใจสำหรับแอชเชอร์มากที่สุดคือการที่ระบบนำสกิลที่เขาซื้อมารวมกัน ถึงพลังของสกิลจะไม่ได้เพิ่มขึ้น กลับทำให้เขาสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยฟอสเอนเนอร์จี้มากมายที่เขาได้ใช้ซื้อสกิลลำแสงหอก ลำแสงขวาน และลำแสงอาวุธต่างๆที่ระบบมีให้ เผื่อวันใดเขาจะตัวเปล่าจนต้องหยิบจับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นอาวุธ ปรากฎว่าการซื้อสกิลลำแสงของแอชเชอร์ไปจนถึง 10 สกิล ระบบได้ทำการรวมสกิลเหล่านี้เข้าด้วยกัน จนมันมีชื่อเรียกว่า สกิลลำแสงอาวุธ
ความสามารถของสกิลลำแสงอาวุธที่ระบบรวมสกิลหลายอย่างเข้าด้วยกันมันพิเศษมาก เพราะต่อจากนี้ไปแอชเชอร์สามารถปลดปล่อยคลื่นลำแสงออกมาจากอาวุธได้ทุกชนิดที่เขาถืออยู่ในมือ ต่อให้สิ่งที่ถือจะเป็นท่อนไม้ เขาก็สามารถปลดปล่อยสกิลออกมาจากมันได้เช่นเดิม
“ระบบ แลกเปลี่ยนฟอสเอนเนอร์จี้เป็นแต้มสถานะ”
[แจ้งเตือน ระบบทำการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น ท่านได้รับ 20 แต้มสถานะ]
“สถานะ”
[ระบบ 1 - 1 ระดับ 2 ดาว]
[ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]
[อายุ : 15 ปี]
[ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]
[พลังโจมตี 0 [9]]
[พลังป้องกัน 0 [9]]
[ความเร็ว 1 [9]]
[พลังต่อสู้ 140]
[ฟอสเอนเนอร์จี้ 211,225]
[แต้มสถานะคงเหลือ 49]
[ สถานะร่างกาย 100 % ]
สกิล >>
[วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][กระโดดสูง{Max}][พลิกตัวกลางอากาศ{Max}]
[ลำแสงอาวุธ{Max}][ยิงต่อเนื่อง{Max}]][โจมตีต่อเนื่อง{Max}]
[เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูง{5%}]
[เชี่ยวชาญดาบขั้นสูง{41%}]
[เชี่ยวชาญมีดขั้นสูง{42%}]
[เชี่ยวชาญธนูเบื้องต้น 10 %]
หน้าต่างสถานะถูกเปิด สิ่งที่ทำให้แอชเชอร์ดีใจมากที่สุดตอนนี้คือฟอสเอนเนอร์จี้ 211,225 หน่วย แล้วยังมีแต้มสถานะคงเหลืออีก 49 หน่วยรอให้เขาใช้ ไม่เพียงเท่านั้นสถานะทั้ง 3 ด้านไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี พลังป้องกันและความเร็วก็เพิ่มขึ้นมาอย่างละ 1 หน่วยเช่นกัน จนทุกด้านมีสถานะ 9 หน่วย หากรวมกันแล้วพลังต่อสู้ของเขาเพิ่มมาเป็น 140 ขาดอีกเพียงแค่ 10 หน่วยก็เท่ากับเหล่าคนที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทู ถึงอย่างนั้นเขากลับมีความมั่นใจว่าด้วยพลังต่อสู้เท่านี้ มากพอให้เขาฆ่าทหารที่อยู่ในชุดเกราะมาร์คทูได้ง่ายๆ
“หวังว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรที่ต่างออกไปนะ”
การฝึกในค่ายฝึกดำเนินเข้าสู่วันที่ 1 ของเดือนที่ 3 แอชเชอร์ได้แต่หวังว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตัวของเขาได้สู้มากกว่านี้ หากค่ายฝึกยังไม่แยกเขาออกไปจากทีม ทางค่ายอาจจะเสียมือดีไป เนื่องจากตอนนี้ศักยภาพของเขาเกินขอบเขตที่มอนสเตอร์ระดับ 5 จะรับมือได้แล้ว เพื่อนในทีมของเขาก็เช่นกัน
สิ่งที่จะทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นคือการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับ 6 ดาว ถึงอย่างนั้นแอชเชอร์กลับคิดว่าค่ายฝึกจะไม่ยอมให้พวกเขาเสี่ยงต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวอย่างแน่นอน
เนื่องจากว่าชุดเกราะมาร์คเซเว่นที่พวกเขาสวมใส่ มีพลังในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถตายได้ในการฝึก ทางเดียวที่จะพัฒนาผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ให้มากกว่านี้คือ ให้ประสบการณ์ที่พวกเขามีอยู่แล้วเป็นตัวผลักดันศักยภาพของพวกเขาให้สูงขึ้นไปอีก ด้วยการลดระดับชุดเกราะเป็นมาร์คซิกที่สามารถรับมือกับมอนสเตอร์ 5 ดาว จากเดิมพวกเขาสามารถรับมือกับมอนสเตอร์ 5 ดาวได้แล้ว หากลดระดับชุดเกราะลงแล้วฝึก ถ้าพวกเขาสามารถสู้กับพวกมันตัวต่อตัวได้เช่นเดิม ก็หมายความว่ามอนสเตอร์ 6 ดาวก็จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
แต่สำหรับแอชเชอร์นั้นต่างจากเพื่อนในทีม เขาเป็นผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ S ชุดเกราะที่เขาสวมใส่ไม่ใช่มาร์คเซนเว่น เขาสามารถเพิ่มระดับชุดเกราะไปเป็นมาร์คเอทได้อีกระดับ ด้วยการเปลี่ยนชุดเกราะจะทำให้เขาต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเขาจึงคิดว่าค่ายฝึกจะยอมแยกเขาไปฝึกกับระดับ S อีก 3 คนเพื่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว ส่วนคนอื่นๆยังคงสู้กับมอนสเตอร์ 5 ดาวต่อไปจนกว่าพวกเขาจะล้มพวกมันได้ด้วยการสวมใส่ชุดเกราะมาร์คซิก
—-----------------------------------
“ฉันขอให้ทุกคนส่งทีมหน่วยสำรวจเข้าไปอีก”
การประชุมกันของเหล่าผู้บัญชาการกองทัพทั้ง 10 เต็มไปด้วยความเครียดจากสถานการณ์แนวหน้าของสนามรบ เนื่องจากว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเสียหน่วยสำรวจไป 10 หน่วยแล้วจากการส่งทหารและนักวิจัยไปสำรวจเขตที่มอนสเตอร์หายไป กลับกลายเป็นว่าพวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถตามหาสัญญาณได้เพราะอยู่ในเขตอับสัญญาณ จนตอนนี้ต้องเปิดใช้งานรหัสแดงตั้งแนวกั้นเต็มกำลังตรวจเช็คทุกอย่างที่จะเข้าหรือออกเขตนั้น
“เราต้องส่งเข้าไปมาแค่ไหนล่ะ ตอนนี้เราไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ ทั้ง 10 หน่วยที่ส่งไปต่างหายไปทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปต่อให้เราจะส่งไปอีก 10 หรือ 20 หน่วยก็ตายเปล่า อย่างน้อยๆให้พวกเขารายงานกลับมาบ้างก็ยังดีพอให้มีข้อมูลในการวางแผน นี่พวกเขาเล่นหายไปเลย”
“ฉันขอให้ทุกคนใจเย็นก่อน ตอนนี้การสำรวจจำเป็นสำหรับพวกเรามากเพื่อที่จะรู้การเคลื่อนไหว แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเราคงจะหาทางใหม่ในการสำรวจ กำลังทหารและนักวิจัยของเราสำคัญมาก หากปล่อยให้พวกเขาไปตายเพิ่มอีกคงไม่ใช่เรื่องดี”
“นั่นสินะ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีสำรวจใหม่ การส่งทหารเข้าไปมีเพียงจะทำให้เราเสียคนอย่างสูญเปล่า”
การวางมาตรการในการป้องกันและสำรวจเริ่มใหม่ทั้งหมด ก่อนที่ผู้บัญชาการทุกๆคนจะลงความเห็นให้ปิดเขตที่มอนสเตอร์หายเอาไว้ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังให้ความสนใจในการปิดทางเชื่อมต่อไปยังเขตอื่นๆป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ส่วนการสำรวจมันจะเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากพวกเขาสามารถค้นคว้าเครื่องมือที่สามารถกำจัดคลื่นรบกวนได้
“แล้วนักเรียนปีนี้เป็นอย่างไร”
หัวข้อการพูดเปลี่ยนไปเป็นการถามถึงจำนวนทหารที่เหลืออยู่ รวมไปถึงจำนวนนักเรียนใหม่ เมื่อผู้บัญชาการที่ได้รับดูแลค่ายฝึกพิเศษทั้ง 3 แห่งรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าผู้บัญชาการล้วนแล้วอุ่นใจพอสมควร หลังจากรู้ว่าผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ A สามารถใช้งานได้แล้วเพราะสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวได้ด้วยตัวคนเดียว
ส่วนมอนสเตอร์ระดับ 6 ดาวอยู่ในการวิเคราะห์ผลดีและผลเสียหากจะฝึกกับพวกมัน แต่จากการประเมินของนักวิจัย หากเหล่านักเรียนฝึกจนครบ 6 เดือนในค่ายฝึกพิเศษ ปีนี้มีแนวโน้มที่นักเรียนจะสู้แบบตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์ 6 ดาวได้
“แล้วระดับ S ล่ะ”
“พวกเขากำลังจะถูกเรียกตัวเข้าสู่หลักสูตรพิเศษระดับ 2”
“หืม มีหลักสูตรนี้ด้วยอย่างนั้นเหรอ” ผู้บัญชาการหลายคนไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ ก่อนที่พวกเขาจะพยักหน้าหลังจากรู้ว่าหลักสูตรพึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เหมาะแก่การฝึกระดับ S ในปีนี้