"ทอง อัญมณี เงิน หรือที่ดิน?" เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่มือจับมีดกับส้อมในห้องอาหารที่มีเพียงพวกเขาดิลุคจึงได้เริ่มทำงาน
"เห?" ในยามเช้าที่ร่วมทานอาหารด้วยกัน แม้เขาจะตื่นสายทว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ไปทำงานกลับรอคอยเขาทานอาหารด้วยกัน ระหว่างมื้ออาหารที่แสนอร่อยกลับถูกตั้งคำถามแปลกประหลาด เคยะมองดูดยุกสีเืผู้อยู่ในชุดเรียบง่ายเขาไม่ค่อยประดับประดาตัวเองเหมือนขุนนางร่ำรวย "จะซื้อเป็ของขวัญให้ข้าหรือ แหม ที่รักช่างใจดีเสียเหลือเกิน"
"มาทำข้อตกลงกัน" เมื่อเทียบกับคำพูดอ้อล้อของบุตรชายคนรองของอัลเบอริชแล้วผู้เป็ดยุกกลับดูเ็ากับคำเรียกขาน นับั้แ่เป็คู่หมั้นเขาก็ถูกคุณชายเคย่าเรียกว่า ‘ที่รัก’ ราวกับจะล้อเลียน
"ข้อตกลงอะไรหรือขอรับ?"
"ฉันอยากได้ข้อมูลของนายจะต้องจ้างเท่าไร?"
"แหม พูดอะไรกันข้าน้อยผู้เป็แค่ตระกูลบารอนจะไปมีข้อมูลอันใดให้กับท่านดยุกกัน "
"รวบรวมมาไม่ใช่หรือ?" เขาเป็นักล่าที่ไม่ละสายตาจากเหยื่อในงานเลี้ยงที่พาเข้าร่วมอีกฝ่ายทำหน้าที่ร่วมพูดคุยกับเหล่าคุณนายดูผิวเผินคุณชายรองอัลเบอริชนั้นเป็พวกเสเพลทว่ามีเพียงเหยี่ยวที่มองเหยื่อของมันออก นั่นคือโลกที่เขาเข้าไปไม่ได้สังคมของคุณหญิงคุณนาย ดิลุคเคยพยายามแต่เขาพบว่าตัวเองไร้พร์ในด้านนี้จึงได้แต่ใช้คนรวบรวมข่าวมาให้แม้เขาจะมีสายข่าวในมือแต่การมีข้อมูลมากมันก็ไม่เลวอีกอย่างเขาก็อยากจะรู้ว่าเ้าแมวสีน้ำเงินไปคุยอะไรมาบ้าง “ถ้าหาที่ขายอยู่ข้าจะช่วย”
"อืม " เคยะกำลังหาที่ขายทว่าการร่วมมือกับคนที่คิดจะฆ่าตัวเองนี่มันดีหรือไม่ดีกันแน่ แม้เขาจะบรรลุนิติภาวะแล้ว ทว่าเกิดและเติบโตในโลกที่สุขสงบเคยะไม่รู้ว่าทางข้างหน้าเป็กับดักและเขาควรจะเหยียบลงไปเพื่อหยั่งเชิงไหม?
แต่ว่า...ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว?
อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็คิดจะกำจัดเขาให้สิ้นซากก็ฉวยเวลานี้หาเงินให้มากเพื่อเป็ทุนรอนในอนาคตเพื่อการหลบหนีไปยังดีเสียกว่า การหลบหนีแบบอดๆยากๆคงจะลำบากน่าดู
“จะให้สักเท่าไรละ” เ้าแมวเหมียวสีน้ำเงินวางส้อมกับมีดั์ตาที่เปล่งประกายพราวระยับ ในยามเป็พ่อค้าก็ต้องต่อราคาให้ดีในโลกใบนี้ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าสิ่งที่เรียกว่าข้อมูล มื้ออาหารของพวกเขาจบด้วยความเรียบง่ายและการคุยธุรกิจนั้นเป็ไปได้ด้วยดี ด้วยความสามารถนี้เขากลับได้รับอิสระมากกว่าที่คิด
“ข้าต้องออกไปเข้าเฝ้าส่วนเ้าพาผู้ติดตามสักสองสามคนแล้วจะไปงานของท่านหญิงคนใดก็ได้”
นั่นเป็เหมือนคำอนุญาต เคยะหยิบเอาเหล่าบัตรเชิญมากมายออกมา เขาไม่ได้นั่งดื่มน้ำชากับเหล่าคุณหนูแสนสวยอย่างฟรีไม่ว่าจะในฐานะคู่หมั้นของดยุกผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ หรือในฐานะที่มีรูปโฉมหล่อเหลาแล้วเขาล้วนแต่น่าเชื้อเชิญจึงไม่แปลกที่จะมีบัตรเชิญมากมาย
“ท่านหญิงเออร์ซ่าเ้าว่าเช่นไร?”
“บุตรสาวไวนด์เคาส์ของชายฝั่งตะวันออกที่เพิ่งเข้างานสังคม ก็นับว่าไม่เลว” ดิลุคประสานมือมองดูมื้ออาหารของพวกเขาที่จบอย่างเรียบง่าย ชายหนุ่มมองดูรูปโฉมตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเตือนเสียงเรียบ “แล้วมีบัตรเชิญจากท่านชายที่ใดหรือไม่?”
“ฮะ ฮะ ฮะ พูดอะไรเช่นนั้นนะเสน่ห์ของข้าใช้กับบุรุษไม่ได้หรอก” เ้าแมวสีน้ำเงินหัวเราะตัวละครเคย่าและเดนสเลฟเป็เพียงไม่กี่คนที่รอดจากวังวนความรักของหนุ่มๆไม่มีฉากR18นั่นก็หมายนความสำหรับโลกใบนี้เขาไม่มีเสน่ห์กับผู้ชายไม่ใช่หรือไร
“...” ดยุกหนุ่มเงียบไปนานก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวเพื่อออกไปข้างนอก “ถ้ามีบอกข้าด้วยแล้วกัน”
“จ้า “คู่หมั้นในนามขานเสียงหวานตอบรับมันดูราวกับการแสร้งทำนึกประหลาดใจ คนผู้นี้แปลกนักไม่ระแวงผู้หญิงแต่ระแวงผู้ชาย จะว่าไปแล้วในโลกของเกมวานจะระแวงผู้ชายมากกว่าสาวๆก็ไม่แปลกสินะ ถึงจะแค่ในนามแต่เขาก็ไม่ทำให้ผู้คนครหาว่าคบชู้กับชายอื่น “ถึงจะเป็แค่ในนามแต่ในตอนที่ยังมีสถานะคู่หมั้นอยู่ข้าจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสียหรอก”
“....” อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรใบหน้าน่ารักนั้นเพียงแค่มองเขาอย่างเงียบงัน ดยุกผู้น่ารักราวกับมะเขือเทศสีแดงเปล่งปลั่นจบมื้ออาหารด้วยการเตรียมตัว เคย่าเองก็เตรียมตัวจะไปหาท่านหญิงเออร์ซ่าเช่นกันเพียงแค่มีคนหยุดเขาเอาไว้
“รอก่อนค่ะ ตระกูลแรควินเดอร์มีธรรมเนียมปฏิบัติว่าหากนายท่านออกไปข้างนอกครอบครัวต้องเป็ผู้อวยพรในการเดินทางค่ะ” หัวหน้าสาวรับใช้อเดลินด์เอ่ยขึ้นเธอมองดูผู้อยู่ในหน้าที่คู่หมั้นของนายท่าน
“เห ข้าต้องทำเช่นไร?” เคยะแม้ไม่ชอบการหมั้นหมายนี้ทว่าเขาต้องเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าจะพบหนทางหนี ในเมื่อมีธรรมเนียมปฏิบัติจำต้องทำตามแต่กลับเป็ฝ่ายหน้าแดงเมื่อได้รู้จักธรรมเนียมนั้น
“นายท่านจะออกแล้วค่ะ”
“ข้าต้องทำเช่นนั้นหรือ?”
“มันเป็เื่ที่คุณชายสมควรทำแล้วค่ะ” คุณชายคนที่สองของอัลเบอริชได้ยินเช่นนั้นกลับเป็ฝ่ายหน้ามุ่ย เขามองดูใบหน้าได้รุปของดิลุค ถ้าให้พูดถึงหน้าตาดิลุคนั้นจัดว่าหน้าตาเทียบเคียงกับสตรีเลอโฉมได้เลยดังนั้นการจะทำเช่นนี้...
“มาส่งหรือ?” เ้าตระกูลแรควินเดอร์หันไปมองดวงหน้าสวย ั์ตาที่ประดับด้วยดาราหลุบลงราวกับขวยเขินอะไรบางอย่างมันเป็สีหน้าที่น่ารักจนทำให้ดิลุคหลงลืมความระวังตัวกว่าจะรู้ตัวเขาก็ถูกอีกฝ่ายรวมตัวเข้ามา ริมฝีปากบอบบางแตะต้องเข้าที่กลีบปากจูบเน้นหนักลงไปก่อนจาบจ้วงเพราะอีกฝ่ายปรนเปรอจูบอ่อนหวานเขาจึงตอบกลับไปด้วยความร้อนแรงระดับเดียวกัน ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวพันได้ยินเสียงอื้ออึงดังในลำคอเ้าแมวสีน้ำเงินกำลังครางแ่เบา ดวงตาสีไพลินปรืลงมองดูใบหน้าสีน้ำผึ้งที่มีสีระรื่นแล้วพาให้เขาขยับปลายลิ้นสองแขนโอบประคองเอวบอบบางสอดมือรวบแมวเหมียวพยุงเพื่อที่จะขย้ำเหยื่อตัวน้อยตรงหน้า
“อือ อ... อื้อ” จูบอ่อนหวายแปรเปลี่ยนเป็ความวาบหวามเสียงเปียกชื้น่าอับอายดังลั่นในหูเคยะหลุบตาลงดื่มด่ำกับรสััที่ถูกมอบให้ ดิลุคจูบเก่งไม่เลวแม้เขามักจะจูบอย่างป่าเถื่อนเพื่อกลั่นแกล้งแต่ในยามที่ค่อยละเลียดกินแบบนี้มันกลับพาให้ขวยเขิน ปลายลิ้นพวกเขาสอดประสานกวาดหาความหวานก่อนที่จะผละจากในยามที่ลมหายใจใกล้สิ้นสุด เคยะรู้สึกได้ว่าเขายืนอยู่ได้วยแขนของอีกฝ่ายที่พยุงเอาไว้
มันเป็จูบที่ดูดดื่มที่สุดที่เคยจูบมา
อยากจูบอีก...ดิลุค แรควินเดอร์เผลอคิดเช่นนั้นในยามที่เอื้อมมือไปปาดยังหยาดสายใยใสที่เคลือยอบู่บนริมฝีปากชุ่มแมองดูใบหน้าเคลิบเคลิ้มชวนหลงของเคยะ เ้าแมวเหมียวสีน้ำเงินน่ารักในยามนี้มันปล่อยตัวอยู่ในวงแขนของเขา
“ไปดีมาดีนะ”
“อะ...อืม” ดิลุครู้สึกตัวเคยะผละออกจากอ้อมกอดของเขาบนพวงแก้มนั้นมีสีระรื่น
ว่าแต่ทำไมเคยะอยู่ดีๆถึงมาจูบ?
“น่ารัก” แมวสีน้ำเงินอดอุทานไมได้เมื่อมองดูใบหน้าน่ารักนั้นแต่งแต้มด้วยสีชมพู ดิลุคเป็คนผิวขาวจัดเมื่อมีสีสันจึงน่ามองมากขึ้น ให้ตายเถอะดยุกมะเขือเทศคนนี้น่ารักเกินไปการเกิดมาหน้าตาดีนี่เป็บาปจริงๆ ...
ใช่บาปมาก...อย่างเช่นว่าเขาจูบกับอีกฝ่ายไปแต่กลับไม่ได้รังเกียดเลย
“ทำดีมากค่ะคุณชายเคยะ!” อเดลินด์เดินมาให้กำลังใจเขา เธอคลี่ยิ้มสดใสสบสายตากับคนรับใช้ที่ยังอยู่เต็มบ้านด้วยสีหน้าที่คล้ายกับตัวร้ายสักเื่หนึ่งพาให้เอลเซอรืพ่อบ้านได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงลำคอ
“ธรรมเนียมของบ้านนี้ออกจะหวือหวาไปหน่อยกระมั้ง?”
“ไม่เลยค่ะ คุณชายจูบได้ดีมากค่ะ ปกติก็เป็เช่นนี้เห็นไหมไม่มีคนรับใช้คนไหนรู้สึกแปลกสักคน”
เหล่าคนใช้ได้แต่ก้มหน้าลงพื้นพากันแยกย้ายกันทำงานอย่างรวดเร็ว...ธรรมเนียมของบ้านแรควินเดอร์คนในครอบครัวหากไม่ติดธุระต้องออกมาส่งเ้าบ้านตอนออกไปทำงานอย่างมากในรุ่นก่อนๆก็แค่หอมแก้ม...
“ไปก่อนนะ “ดยุกผู้ต้องไปทำงานกลับเกิดความรู้สึกเสียดายเล้กน้อยแต่เขาก็หันหลังและก้าวไปอย่างมั่งคงพอกับเ้าแมวสีน้ำเงินตัวใหญ่ที่สะบัดตัวหันไปอีกทาง
“ใครจะไปเป็เพื่อนข้ากัน?” เคย่าพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติแม้เมื่อครู่จะเตลิดไปเล้กน้อยเขาหันไปมองอัศวินที่เป็ข้ารับใช้ของดยุก ในที่แห่งนี้แม้จะมีทั้งสาวใช้ และพนักงานมากมายแต่ยังคอยมีอัศวินที่คอยดูแลปราสาทด้วย คนที่ก้าวมาด้านหน้านั้นมีรุปร่างหน้าตาที่ไม่เลวเลยเขาจัดได้ว่าน่าขึ้นเขียงในเกมวายเช่นนี้แต่เคยะกลับไม่พบเขาในบทบาทของเกมวายนี้
หรือเพราะเขาเป็คนฝั่งดยุกที่เป็ศัตรูกับนักบุญกันนะ
“ข้าจะให้คนเตรียมรถม้าให้ท่านชายนะค่ะ “อเดลินด์หัวหน้าสาวใช้ดูแลเขาอย่างนอบน้อม เคยะสังเกตได้ว่าเอลเซอร์มักจะไม่ยอมห่างกายจากดิลลุคส่วนหัวหน้าสาวใช้มักจะมาอยู่เคียงข้างเขา ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่เขานึกถึงบทบาทของคนในบ้านหลังนี้ไม่ออกเลยทว่าดยุกผู้นั้นเป็นักรบเพียงผู้เดียวที่สังหารข้าศึกได้จนได้รับฉายาดยุกสีเืดังนั้นการที่จะมีคนมีฝีมืออยู่ข้างกายคงไม่แปลกนัก
หรือว่าเธอเองก็เป็นักฆ่า?
“มีอะไรหรือคุณชาย?” หญิงสาวที่แสนบอบบางจับพวงแก้มเธอดูเป็เพียงสาวใช้ธรรมดาพาให้เคยะกอดอกและไม่อยากคิดอะไรให้มากความ เดิมทีเขาก็เป็แค่นักศึกษาหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งเองนะแค่ถูกลากเข้ามาในวังวนของพวกอันตราย
“แค่คิดว่าอเดลินด์นี่ช่างงดงามเหลือเกินจังเลย ไม่รู้ว่ามีคนในใจหรือยังนะ?”
“แหมคุณชายยังคงปากหวานเหลือเกินนะคะ ข้ามีลูกชายโตประมาณท่านหนึ่งคนแล้วคะ”
อาเระมีลูกแล้ว! ...หญิงสาวผู้นี้ดูถูกไม่ได้เลย
ผู้หลงมาต่างถิ่นได้แต่กล้ำกลืนความคิดมากมายเข้าไปในสมองเขาบอกลาหัวหน้าสาวใช้ผู้ดูเยาว์วัยกว่าคนมีลูกชายโตแล้วขึ้นรถม้าทั้งที่คุ้นเคยกับการเดินมากกว่า ทว่าเขาที่รู้สภาพสังคมของเกมนี้ดีจึงรู้ว่าคนในยุคนี้ขุนนางและคนชั้นสูงจะไม่เดินกันอย่างไรเสียเขาก็ต้องรักษาสถานะคู่หมั้นของอีกฝ่ายหากเกิดทำเสียภาพลักษณ์เดี๋ยวพ่อมะเขือเทศคนนั้นจะกลายเป็สีเืฆ่าเขาได้
ว่าแต่ดิลุคแต่งตั้งเขาเป็คู่หมั้น...คงไม่ได้มีคนรักที่ไหนแอบซ่อนเอาไว้หรอกนะ หมอนั่นหน้าตาดีวะด้วยสิเป็เหมือนดั่งดอกไม้ที่คนอยากเข้าหาไม่ว่าจะหน้าตาทรัพย์สินและตำแหน่งก็ล้วนแต่ดีไปหมด
ฮะ ฮะ ฮะ ได้พลอตมีคนหึงหวงจนถูกทำร้ายนี่มีแค่นายเอกของเกมวายที่พบเจอไม่ใช่หรือไร คิดอะไรมากไปแล้ว..
ใช่...เคยะเคยคิดว่าตัวเองฟุ้งซ่านเกินไปจนกระทั่งเสียงหัวเราะเบาบางเมื่อเกิดการสั่นะเือย่างรุนแรงจนเขาร่วงหล่นจากที่นั่ง ชายหนุ่มใช้เวลาช้านานกว่าจะกู้สภาพตัวเองขึ้นมาจากพื้นไม้แข็งๆของรถม้าผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมดเขาเอื้อมมือไปที่ประตูก่อนได้ยินเสียงกรีดร้องดังลอดมาจากด้านนอก มือที่เอื้อมไปที่ประตูรถม้าสั่นเขาภาวนาให้ตัวเองฟังผิดไป มันดูเหมือนกับเสียงร้องด้วยความเ็ปนอกจากนี้ยังมีเสียงของโลหะกระทบกันอีกด้วย ...เป็อีกครั้งที่รถม้าสั่นอีกครั้งเคยะได้ยินเสียงหนักเหมือนกับตัวรถม้าถูกปลดจากอานของม้าเขาล้มลุกคลุกคลานอีกครั้งก่อนรวบรวมความกล้าไปที่ประตู ก่อนที่ประตูจะถูกอะไรสักอย่างกระแทกอย่างดังจนเปิด
สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ท้องฟ้าอันสดใสหรือภาพทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยแมกไม้ซึ่งเป็ทางไปยังคฤหาส์ของคุณหญิงเออร์เซ่แต่กลับเป็สีเืที่กระเด็นเข้ามาเปรอะเปื้อนถึงภายในรถม้า กลิ่นเหล็กคละเคล้าไปกับกลิ่นเหม็นเน่าหูของเขาได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะกระทบภาพตรงหน้ามันเป็เหมือนในหนังแอกชั่นที่เคยชอบเพียงแต่ในวันนี้หนังม้วนนี้เขากลายเป็เหยื่อ...
มันเกิดอะไรขึ้น?